ข้ามไปยังเนื้อหา
AI

Google DeepMind จับมือรัฐบาลสิงคโปร์ทำ Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพบนมือถือ ไม่ส่งแชตขึ้นคลาวด์

Google DeepMind และ GovTech Singapore เปิดตัว Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพบนมือถือเมื่อ 14 ต.ค. 2026 วิเคราะห์แชตในเครื่องและเตือนก่อนโอนเงิน โดยไม่ส่งแชตขึ้นคลาวด์

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพประกอบประกาศ Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพของ Google DeepMind ลายคลื่นสีแดงและขาวคล้ายธงสิงคโปร์ ประดับลูกแก้วและบล็อกสีแดง
ภาพ: Google DeepMind

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Google DeepMind และ GovTech Singapore เปิดตัวโมเดล Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพ เมื่อ 14 ตุลาคม 2026 ในงาน Singapore International Cyber Week 2026
  • โมเดลทำงาน บนอุปกรณ์ทั้งหมด อ่านแชตได้เมื่อผู้ใช้ยินยอม และ Google DeepMind ระบุว่าทั้งรัฐบาลสิงคโปร์และ Google เข้าถึงบทสนทนาของผู้ใช้ไม่ได้
  • ใช้ระบบ 2 ขั้น: ตัวคัดกรองขนาดเล็กกรองข้อความเข้า แล้วส่งข้อความที่น่าสงสัยให้ Gemma ที่ fine-tune แล้ววิเคราะห์บทสนทนาหลายรอบก่อนแจ้งเตือน
  • คดีหลอกลวงคิดเป็นมากกว่าครึ่งของคดีที่แจ้งความในสิงคโปร์ ความเสียหายรวมมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2019

Google DeepMind และหน่วยงานเทคโนโลยีภาครัฐของสิงคโปร์ (GovTech Singapore) เปิดตัวโมเดล Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 เป็นโมเดล AI ขนาดเล็กที่ทำงานบนมือถือ วิเคราะห์บทสนทนาเพื่อจับการหลอกลวงและเตือนผู้ใช้ก่อนโอนเงิน โดยไม่ต้องส่งข้อความขึ้นคลาวด์

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ National AI Partnership ระหว่าง Google DeepMind กับรัฐบาลสิงคโปร์ และนำเสนอครั้งแรกในงาน Singapore International Cyber Week 2026 (SICW) CNA รายงานว่า GovTech ร่วมมือกับ Google DeepMind พัฒนาการตรวจจับการหลอกลวงบนอุปกรณ์แบบทันที ภายใต้ยุทธศาสตร์ Smart Nation และงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของรัฐบาลสิงคโปร์

ทำไมสิงคโปร์ต้องสร้าง Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพเอง

Google DeepMind อ้างตัวเลขว่า การหลอกลวง เช่น หลอกลงทุน เสนองานปลอม และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คิดเป็นมากกว่าครึ่งของคดีที่แจ้งความในสิงคโปร์ และสร้างความเสียหายมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2019 กลโกงยังเปลี่ยนจากฟิชชิงธรรมดาไปเป็น social engineering ที่คุยจนเหยื่อไว้ใจก่อนขอเงิน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสูงสุด 80% ของความเสียหายทั้งหมด

ภาพสรุปตัวเลขการหลอกลวงในสิงคโปร์ที่ Google DeepMind อ้างถึง: คดีหลอกลวงมากกว่าครึ่งของคดีที่แจ้งความ ความเสียหายมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2019 และการหลอกผ่านบทสนทนาคิดเป็นสูงสุด 80% ของความเสียหาย
ตัวเลขการหลอกลวงในสิงคโปร์ที่ Google DeepMind อ้างถึง ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Google DeepMind)

ปัญหาของโมเดลทั่วไปคือไม่รู้จักกลโกงท้องถิ่น ทีมงานจึงนำ Gemma โมเดลขนาดเล็กของ Google มา fine-tune ด้วยบทสนทนาหลอกลวงจริงในสิงคโปร์ ตั้งแต่การแอบอ้างหน่วยงานรัฐ ธนาคาร และบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศ ไปจนถึงกลโกงที่กำลังระบาดในภูมิภาค เพื่อให้แยกบทสนทนาปกติออกจากการชักจูงที่มีเจตนาหลอกลวงได้

Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพบนเครื่องอย่างไร

การรันโมเดลจำแนกที่ซับซ้อนบนมือถือมีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ Google DeepMind จึงแบ่งงานเป็นสองขั้น

ขั้น ทำอะไร ผลลัพธ์
ขั้นที่ 1 คัดกรองเร็ว ตัวจำแนกขนาดเล็กใช้พลังงานต่ำ สแกนข้อความที่เข้ามาแบบทันที ข้อความปกติผ่านไป ข้อความน่าสงสัยส่งต่อขั้นที่ 2
ขั้นที่ 2 วิเคราะห์บริบท Gemma ที่ fine-tune แล้วอ่านบทสนทนาหลายรอบในช่วงที่ยาวขึ้น ยืนยันว่าเป็นการหลอกลวงแล้วแจ้งเตือน หรือยกเลิกเพราะเป็นการเตือนผิด

เมื่อโมเดลพบรูปแบบการชักจูง ระบบจะขึ้นคำเตือนบนเครื่องทันที แนะนำให้หยุดและระวังก่อนส่งข้อมูลสำคัญหรือโอนเงิน

แผนภาพสองขั้นของ Google DeepMind: Lightweight Fast Screening Classifier บนเครื่องคัดกรองข้อความ แล้วส่งข้อความน่าสงสัยให้ Fine-tuned Gemma Model วิเคราะห์บทสนทนาหลายรอบ ผลเป็น Scam Alert หรือ Benign Verdict
แผนภาพของ Google DeepMind แสดงระบบสองขั้น ข้อความเข้าผ่านตัวจำแนกบนเครื่องก่อน ข้อความน่าสงสัยส่งต่อให้โมเดล Gemma ที่ fine-tune แล้ววิเคราะห์บทสนทนาหลายรอบ แล้วตัดสินว่าเป็น Scam Alert หรือ Benign Verdict ภาพ: Google DeepMind

ความเป็นส่วนตัวของ Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพ

จุดที่ Google DeepMind เน้นคือการไม่แลกความปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัว โมเดลจะอ่านบทสนทนาบนเครื่องได้เฉพาะเมื่อผู้ใช้ยินยอมตามเงื่อนไขของแอป และเพราะประมวลผลบนอุปกรณ์ทั้งหมด ทั้งรัฐบาลสิงคโปร์และ Google จึงเข้าถึงบทสนทนาของผู้ใช้ผ่านระบบนี้ไม่ได้ บริษัทมองว่าแนวทางนี้เป็นต้นแบบให้แพลตฟอร์มแชตที่เข้ารหัสแบบ end-to-end ใช้ป้องกันผู้ใช้ได้

การพัฒนายังมีกติกากำกับสามข้อ คือ fine-tune ในสภาพแวดล้อม Google Cloud ที่ GovTech Singapore ดูแลเอง ข้อมูลฝึกไม่มีข้อมูลที่ระบุตัวบุคคล ใช้ชุดข้อมูลนิรนามจากรายงานการหลอกลวงและข้อมูลข่าวกรอง และทดสอบกับบทสนทนาสังเคราะห์และคลังข้อความท้องถิ่น Mark Chen ผู้อำนวยการฝ่าย Trust and Safety ของ GovTech Singapore กล่าวว่าการทำงานร่วมกับ Google DeepMind ช่วยให้จับความพยายามหลอกลวงเฉพาะพื้นที่ได้แบบทันที ขณะที่บทสนทนาส่วนตัวยังเป็นความลับ

ส่วนกำหนดการใช้งานจริง Google DeepMind ระบุว่าจะทยอยนำโมเดลไปใส่ในแอปอย่างระมัดระวังร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์ โดยไม่ได้บอกชื่อแอปหรือวันเปิดใช้

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

แนวทางป้องกันการหลอกลวงส่วนใหญ่วันนี้ เช่น การบล็อกเบอร์และลิงก์ หรือการสแกนข้อความบนเซิร์ฟเวอร์ ตามไม่ทันกลโกงที่ค่อย ๆ คุยจนเหยื่อไว้ใจ Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพแสดงว่าโมเดลขนาดเล็กที่ฝึกด้วยบริบทท้องถิ่นทำงานบนมือถือได้โดยไม่ต้องเปิดแชตให้ใครดู สัปดาห์เดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ยังลงนามความร่วมมือด้านความปลอดภัย AI กับ Anthropic ซึ่งเปิดสำนักงานในสิงคโปร์ และ Google DeepMind ระบุว่ากำลังศึกษาการนำเทคโนโลยีคล้ายกันไปใช้ในประเทศอื่น

ผลต่อองค์กรไทย

  • ธนาคารและผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล ติดตามว่าเทคโนโลยีนี้จะเปิดให้ประเทศอื่นใช้เมื่อใด และเริ่มรวบรวมรูปแบบกลโกงภาษาไทยจากเรื่องร้องเรียนของลูกค้า โดยตัดข้อมูลส่วนบุคคลออกตาม PDPA เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลฝึกหรือข้อมูลทดสอบ
  • ผู้พัฒนาแอปที่มีระบบแชต ศึกษาแบบสองขั้น คัดกรองเร็วด้วยโมเดลเล็กก่อน แล้วค่อยใช้โมเดลภาษาวิเคราะห์เฉพาะกรณีน่าสงสัย ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และค่าประมวลผล
  • ฝ่ายกฎหมายและความเป็นส่วนตัว ใช้หลักของโครงการนี้เป็นตัวตั้ง คือประมวลผลบนเครื่อง ขอความยินยอมชัดเจน และไม่ใช้ข้อมูลประชาชนฝึกโมเดล เมื่อประเมินโครงการ AI ที่ต้องอ่านข้อความของลูกค้า
  • ทีมความปลอดภัยไซเบอร์ ใช้ตัวเลขของสิงคโปร์ที่ความเสียหายส่วนใหญ่มาจากการหลอกผ่านบทสนทนา เป็นเหตุผลในการลงทุนด้านการเตือนลูกค้าแบบทันที ไม่ใช่เพียงการบล็อกลิงก์

ติดตามข่าว AI และการนำ AI ไปใช้ในองค์กรเพิ่มเติมได้ที่หมวด AI

คำถามที่พบบ่อย

โมเดล Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพของ Google DeepMind คืออะไร?

Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพคือโมเดล AI ที่ Google DeepMind ร่วมกับ GovTech Singapore นำ Gemma โมเดลขนาดเล็กของ Google มา fine-tune ด้วยบทสนทนาหลอกลวงที่พบในสิงคโปร์ เปิดตัวเมื่อ 14 ตุลาคม 2026 เพื่อฝังในแอปบนมือถือ ตรวจจับบทสนทนาที่มีเจตนาหลอกลวงและเตือนผู้ใช้ก่อนส่งข้อมูลสำคัญหรือโอนเงิน

Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพอ่านแชตของผู้ใช้หรือไม่?

Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพอ่านบทสนทนาบนเครื่องได้เมื่อผู้ใช้ยินยอมตามเงื่อนไขของแอปที่ติดตั้งเท่านั้น และประมวลผลบนอุปกรณ์ทั้งหมด Google DeepMind ระบุว่าการใช้งานโมเดลนี้ไม่เปิดทางให้รัฐบาลสิงคโปร์หรือ Google เข้าถึงบทสนทนาของผู้ใช้ ต่างจากการสแกนข้อความบนเซิร์ฟเวอร์แบบเดิม

คนทั่วไปใช้ Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพได้เมื่อไร?

ยังไม่มีกำหนดวัน Google DeepMind ระบุว่าจะทยอยนำ Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพไปใส่ในแอปอย่างระมัดระวังร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศไม่ได้บอกชื่อแอปหรือวันเปิดใช้ และบริษัทบอกเพียงว่ากำลังศึกษาการนำเทคโนโลยีคล้ายกันไปใช้ในประเทศอื่น

ข้อมูลที่ใช้ฝึก Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพมาจากไหน?

Google DeepMind ระบุว่าการ fine-tune Gemma ตรวจจับมิจฉาชีพทำใน Google Cloud ที่ GovTech Singapore ดูแลเอง ข้อมูลฝึกไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ใช้ชุดข้อมูลนิรนามจากรายงานการหลอกลวงและข้อมูลข่าวกรอง และทดสอบกับบทสนทนาสังเคราะห์และคลังข้อความท้องถิ่น

แหล่งอ้างอิง

  1. Google DeepMind and Singapore Government collaborate to build fine-tuned AI model for scam detection — Google DeepMind
  2. Anthropic opens Singapore office, signs AI safety agreement with government — CNA

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
Google DeepMind4GovTech Singapore2Google55Google Cloud19
ประเทศและสถานที่
สิงคโปร์60
เหตุการณ์และงาน
Singapore International Cyber Week3
กฎหมายและมาตรฐาน
PDPA76
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ