# ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดโต 71% ปี 2569

> ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน โตเกิน 71% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด เมื่อ 6 พ.ย. จากภาษีนำเข้า 35% ที่มีผล 1 ม.ค. 2570 และจีนลดคืนภาษี

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Automotive
- เผยแพร่: 2026-11-08T03:58:00.000Z · อัปเดต: 2026-11-08T03:58:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/automotive/bev-sales-thailand-2569-kresearch-210000-units/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า **ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน** หรือโตมากกว่า **71%** จากปีก่อน ตามบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่ **6 พฤศจิกายน 2569**
- ปัจจัยเร่งมี 2 ข้อ คือไทยขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้าจาก **10% เป็น 35%** ตั้งแต่ **1 ม.ค. 2570** และจีนลดอัตราคืนภาษีส่งออกรถพลังงานใหม่จาก **13% เป็น 9%** ตั้งแต่ **1 เม.ย. 2570**
- ราคา BEV นำเข้าปีหน้าอาจสูงขึ้นเฉลี่ยราว **25%** ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่าค่ายรถจะใช้กระแส "ซื้อปีนี้ก่อนแพงปีหน้า" ทำตลาด
- ทะเบียน BEV ใหม่ ม.ค.–ก.ย. 2569 รวม **168,723 คัน** แบ่งเป็น BEV นำเข้าล้วน **23%** นำเข้าบางรุ่น **42%** และผลิตในไทย **35%**

**ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน** เป็นการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่เผยแพร่เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569 ศูนย์ฯ ระบุว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) ปีนี้มีโอกาสเร่งขึ้นไปยืนเหนือ 2.1 แสนคัน หรือโตมากกว่า 71% จากปีก่อน เพราะไทยจะขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้าเป็น 35% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570

![อินโฟกราฟิกของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเรื่องตลาด BEV ในประเทศปี 2026 คาดเกิน 2.1 แสนคัน โตเกิน 71%](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bev-sales-thailand-2569-kresearch-210000-units/kresearch-bev-infographic.webp?v=e3cfe884) _(ภาพ: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)_

ข่าวนี้เขียนจากบทวิเคราะห์ Econ Digest ในเว็บไซต์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยโดยตรง ตัวเลข ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เป็นการประมาณการ ไม่ใช่ยอดจดทะเบียนจริงของทั้งปี และศูนย์ฯ ย้ำในหมายเหตุของรายงานว่าข้อมูลไม่ถือเป็นคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ

## ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เพราะปัจจัยเร่ง 2 ข้อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่ามี 2 มาตรการที่ทำให้ตลาดเร่งตัวในช่วงปลายปี

| ปัจจัย | อัตราเดิม | อัตราใหม่ | วันที่มีผล |
| --- | --- | --- | --- |
| ไทยขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้า (ยี่ห้อที่ไม่มีการลงทุนในไทย ตามอินโฟกราฟิกของศูนย์ฯ) | 10% | 35% | 1 ม.ค. 2570 |
| จีนลดอัตราคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับส่งออกรถพลังงานใหม่ (รวม BEV) | 13% | 9% | 1 เม.ย. 2570 |

ในมุมของยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ศูนย์ฯ ประเมินว่าภาษีสรรพสามิตใหม่อาจทำให้ราคาขาย BEV นำเข้าปีหน้าสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ส่วนมาตรการของจีนทำให้ต้นทุนส่งออกรถจากจีนสูงขึ้นอีกชั้น ผลคือศูนย์ฯ คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีการเร่งนำเข้า BEV จากจีนเพิ่ม และค่ายรถอาจนำกระแส "ซื้อปีนี้ก่อนแพงปีหน้า" มาใช้ทำการตลาด

รายละเอียดมติ ครม. ที่ขึ้นภาษี BEV และ REEV นำเข้าอ่านได้ใน[ข่าวภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35%](/automotive/excise-tax-bev-reev-import-35-percent-2027/) และมาตรการของจีนอยู่ใน[ข่าวจีนลดคืนภาษีส่งออกรถพลังงานใหม่ 13% เป็น 9%](/automotive/china-nev-export-tax-rebate-cut-13-to-9-percent/)

## ตัวเลขนำเข้าจากจีนที่ศูนย์ฯ รวบรวม

อินโฟกราฟิกของศูนย์ฯ แสดงมูลค่าส่งออก BEV จากจีนมาไทย ซึ่งรวบรวมจากข้อมูลศุลกากรจีน (GACC) และกรมการขนส่งทางบก แล้วคาดการณ์โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย หน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ

- มกราคม 2569 อยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์ และพุ่งถึงราว 451 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม
- สิงหาคม 2569 ลดเหลือราว 230 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นช่วงที่แผนขึ้นภาษี BEV นำเข้าของรัฐเริ่มเป็นข่าว ตามที่ศูนย์ฯ ทำเครื่องหมายไว้
- กันยายน 2569 ดีดกลับเป็นราว 422 ล้านดอลลาร์ ศูนย์ฯ ระบุป้าย +214% จากปีก่อนไว้ที่จุดนี้

ข้อมูลนำเข้านี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ศูนย์ฯ คาดยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ตัวเลขรายเดือนอ่านจากกราฟของศูนย์ฯ จึงเป็นค่าโดยประมาณ ผู้ที่ต้องใช้ตัวเลขเต็มควรเปิดดูที่ต้นทางโดยตรง

![ท้ายเรือขนส่งรถ BYD EXPLORER NO.1 ที่ท่าเรือ Wilhelmshaven เปิดทางลาดสำหรับขนรถขึ้นลงเรือ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bev-sales-thailand-2569-kresearch-210000-units/byd-explorer-ramp.webp?v=fe6be115) _(ภาพ: Ein Dahmer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_

## ค่ายรถ 3 กลุ่มกับยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน ได้รับผลต่างกันอย่างไร

ศูนย์ฯ ใช้ฐานทะเบียน BEV ใหม่ช่วงมกราคมถึงกันยายน 2569 รวม 168,723 คัน แบ่งค่ายรถเป็น 3 กลุ่มตามการลงทุนในไทย

| กลุ่ม | ส่วนแบ่ง | ผลจากภาษี 35% ตามที่ศูนย์ฯ ประเมิน |
| --- | --- | --- |
| BEV นำเข้าล้วน | 23% | ได้รับผลกระทบทันที ต้องเลือกระหว่างตั้งฐานผลิตกับถอนตัวปีหน้า |
| BEV ที่บริษัทแม่ลงทุนในไทยแล้ว แต่นำเข้าบางรุ่น | 42% | รอความชัดเจนเรื่องโควตานำเข้า จึงเพิ่มลงทุนได้ในกรอบจำกัด |
| BEV ที่ผลิตในไทย | 35% | ภาษียัง 2% เท่าเดิม กระทบน้อย และอาจเจอสงครามราคาน้อยลง |

คำนวณจากส่วนแบ่งที่ปัดเศษของศูนย์ฯ กลุ่มนำเข้าล้วนเท่ากับราว 38,800 คัน กลุ่มนำเข้าบางรุ่นราว 70,900 คัน และกลุ่มผลิตในไทยราว 59,100 คัน (คำนวณเอง) ส่วนยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันในคำคาดการณ์เป็นยอดทั้งปี จึงสูงกว่าฐาน 9 เดือนนี้ ถ้าโตพอดี 71% ฐานของปีก่อนจะอยู่ที่ราว 1.23 แสนคัน (คำนวณเอง)

![Volvo EX40 สีเบจเสียบสายชาร์จที่ช่องชาร์จด้านหลัง ภาพจากหน้ารุ่นของ Volvo ประเทศไทย](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bev-sales-thailand-2569-kresearch-210000-units/volvo-ex40-charging.webp?v=593e001f) _(ภาพ: Volvo Car (Thailand))_

## 4 ประเด็นที่ศูนย์ฯ ให้ติดตามหลังยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน

1. **เกณฑ์ Local Content:** ควรกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำให้มากกว่า 40% เดิมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ BEV ใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ารถสันดาปภายในมาก และควรนับลึกถึงชิ้นส่วนระดับ Tier 2 และ 3 พร้อมระบบติดตามระยะยาว
2. **สมการลงทุนตามสัญชาติ:** ศูนย์ฯ มองว่าค่ายญี่ปุ่นยังเน้นรถ HEV ในไทย และผลิต BEV จากฐานต่างประเทศอย่างจีน ส่วนค่ายจีนจะเน้นผลิต BEV ในไทย โดยมี HEV, PHEV และ REEV เป็นรุ่นทางเลือก
3. **โควตานำเข้า:** ยังไม่กำหนดชัดเจน เพราะค่ายรถมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่จะกำหนดมูลค่าและจังหวะลงทุนของค่ายรถ BEV
4. **ค่ายจีนขนาดเล็ก:** ที่ยอดขายในไทยไม่สูงอาจเลือกผลิตที่ฐานหลักในจีนต่อไป และไทยยังแข่งขันกับ BEV ส่งออกจากจีนและประเทศอาเซียนอื่นที่ผลิตแบรนด์จีนเช่นกัน

![รถยนต์หลายรุ่นหลายแบรนด์ในเครือ BYD จอดบนชายหาดยามเย็น](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bev-sales-thailand-2569-kresearch-210000-units/byd-brands-beach.webp?v=cf21f794) _(ภาพ: BYD)_

ผู้ที่ตามค่ายรถรายแบรนด์ดูได้ใน[วิเคราะห์ BYD รถยนต์ไฟฟ้า 8 รุ่นในไทย](/automotive/byd-ev-analysis-2026/) ซึ่งเป็นตัวอย่างค่ายที่มีโรงงานในไทยแล้ว

## ผลต่อองค์กรไทยจากยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน

- **ผู้ซื้อรถบริษัทและฝ่ายจัดซื้อฝูงรถ:** หากยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันเป็นจริง ราคา BEV นำเข้าปีหน้าอาจสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ตามการประเมินของศูนย์ฯ จึงควรขอใบเสนอราคาหลายแบรนด์และอ่านเงื่อนไขการส่งมอบก่อนปลายปี โดยไม่มีข้อมูลให้สรุปว่าทุกแบรนด์จะขึ้นราคาเท่ากัน
- **ผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs ในห่วงโซ่:** เกณฑ์ Local Content ที่ศูนย์ฯ เสนอให้นับถึง Tier 2 และ 3 เป็นสัญญาณว่าชิ้นส่วนในประเทศอาจมีโอกาสมากขึ้น แต่ยังเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่กฎที่ประกาศแล้ว
- **ดีลเลอร์และผู้ให้บริการหลังการขาย:** ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันหมายถึงยอดขายที่เร่งช่วงปลายปีหมายถึงรถใหม่ที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ควรตรวจสต็อกและบริการอะไหล่ล่วงหน้า

## บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคันทำให้ตลาด BEV เปลี่ยนเร็วและห่วงโซ่ชิ้นส่วนต้องวางแผนตามเกณฑ์ใหม่ ผู้ผลิตและธุรกิจยานยนต์ไทยต้องเห็นข้อมูลการผลิตและสต็อกให้ทันเวลา [Manufacturing Cloud](https://thaidata.cloud/manufacturing/) ของ THAI DATA CLOUD ช่วยโรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน และธุรกิจยานยนต์วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ และรัน ERP หรือ SAP บนคลาวด์ โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่เอง (THAI DATA CLOUD เป็นผู้ดำเนินงานเว็บไซต์นี้)

ติดตามข่าวรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่[หมวดยานยนต์](/automotive/)

## คำถามที่พบบ่อย

### ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน จริงหรือ?

ยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน เป็นการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ไม่ใช่ยอดจริง ศูนย์ฯ ระบุว่าตลาด BEV ปีนี้มีโอกาสเร่งขึ้นไปยืนเหนือ 2.1 แสนคัน หรือโตมากกว่า 71% จากปีก่อน ตามบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569

### ทำไมยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน จึงถูกคาดว่าจะเร่งขึ้น?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ 2 ปัจจัยที่หนุนยอดขาย BEV ไทย 2.1 แสนคัน คือไทยขึ้นภาษีสรรพสามิต BEV นำเข้าจาก 10% เป็น 35% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 และจีนลดอัตราคืนภาษีมูลค่าเพิ่มส่งออกรถพลังงานใหม่จาก 13% เหลือ 9% ตั้งแต่ 1 เมษายน 2570

### BEV นำเข้าปีหน้าจะแพงขึ้นเท่าไร?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าภาษีใหม่อาจทำให้ราคาขาย BEV นำเข้าปีหน้าสูงขึ้นเฉลี่ยราว 25% ทั้งนี้เป็นการประเมินของศูนย์ฯ ราคาจริงขึ้นกับสต็อกที่นำเข้าก่อนสิ้นปีและการตั้งราคาของแต่ละแบรนด์

### ค่ายรถ BEV กลุ่มไหนได้รับผลกระทบจากภาษี 35% มากที่สุด?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่ากลุ่มที่นำเข้ามาขายอย่างเดียว ซึ่งมีส่วนแบ่งราว 23% ของยอดขาย BEV รวม จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนกลุ่มที่ผลิตในไทยแล้ว ส่วนแบ่งราว 35% เสียภาษีเดิม 2% จึงกระทบน้อย


## แหล่งอ้างอิง

- [ตลาด BEV ในประเทศปี 2026 คาดเร่งขึ้นเหนือ 2.1 แสนคัน โตเกิน 71% (Econ Digest 6 พ.ย. 2569)](https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Info543-BEV-Market-FB-06-11-2026.aspx) — ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
- [รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ BEV และ REEV นำเข้าเป็นร้อยละ 35 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ](https://www.thaigov.go.th/th/news/170834) — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (กระทรวงการคลัง)
