ข้ามไปยังเนื้อหา
Automotive

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% ครม. เคาะ มีผล 1 ม.ค. 2570 จากเดิม 10% และ 15%

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% คือมติ ครม. 3 พ.ย. 2569 ขึ้นจาก 10% และ 15% มีผล 1 ม.ค. 2570 ส.อ.ท. คาดผลิตรถปี 2570 ไม่ต่ำกว่า 1.55 ล้านคัน

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ที่อุดรธานี 3 พฤศจิกายน 2569
ภาพ: ทำเนียบรัฐบาล (thaigov.go.th)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะรัฐมนตรีประชุมนอกสถานที่ที่อุดรธานีเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 เห็นชอบปรับภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570
  • รถ BEV ที่นำเข้าเสียภาษีเดิม 10% และรถ REEV เสียเดิม 15% อัตราใหม่เป็น 35% เท่ากันทั้งสองประเภท สำหรับรถนั่งและรถโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงาน
  • กระทรวงการคลังระบุเป้าหมาย 3 ข้อ คือดึงดูดการลงทุน เป็นศูนย์กลางส่งออกยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
  • ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะโตไม่น้อยกว่า 7% หรือผลิตไม่ต่ำกว่า 1.55 ล้านคัน ในปี 2570 แต่ขึ้นกับสต็อกที่นำเข้าก่อน 1 มกราคม 2570

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% เป็นมติที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ในการประชุมนอกสถานที่ที่จังหวัดอุดรธานี รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) ที่นำเข้าจากต่างประเทศจะเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มจาก 10% เป็น 35% และรถ REEV จาก 15% เป็น 35% โดยอัตราใหม่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% เปลี่ยนอะไรบ้าง

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านข่าวที่เผยแพร่บนเว็บไซต์รัฐบาลไทย เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12:09 น. ว่าที่ประชุม ครม. เห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของรถ BEV และ REEV ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

รายการ อัตราปัจจุบัน อัตราใหม่ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570
BEV นำเข้า (ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า) 10% 35%
REEV นำเข้า (พลังงานผสมเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ชาร์จได้ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น) 15% 35%
กราฟแท่งอัตราภาษีสรรพสามิตรถ BEV นำเข้า 10% เป็น 35% และ REEV นำเข้า 15% เป็น 35% มีผล 1 มกราคม 2570
กราฟแท่งอัตราภาษีสรรพสามิตรถ BEV และ REEV นำเข้า ก่อนและหลังปรับเป็น 35% ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: กระทรวงการคลัง)

อินโฟกราฟิกของกรมสรรพสามิตที่แนบกับข่าวระบุว่ามาตรการนี้เป็น "มาตรการระยะเร่งด่วน" และใช้กับรถนั่งและรถโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงาน ข่าวไม่ได้ระบุว่าจะมีอัตราเฉพาะสำหรับรถที่ประกอบในประเทศเพิ่มเติมหรือไม่ จึงอย่าตีความเกินกว่าที่ข่าวระบุ

อินโฟกราฟิกกรมสรรพสามิตเรื่องภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% มีผล 1 มกราคม 2570
อินโฟกราฟิกกรมสรรพสามิตแสดงการปรับภาษีสรรพสามิต BEV และ REEV นำเข้าเป็น 35% มีผล 1 มกราคม 2570 ภาพ: กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง (ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทย)

เหตุผล 3 ข้อของภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35%

กระทรวงการคลังระบุว่าการปรับครั้งนี้ทำตามมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 และครั้งที่ 1/2569 เมื่อ 10 กันยายน 2569 ที่มอบหมายให้กรมสรรพสามิตพิจารณา หลักการสำคัญมี 3 ข้อ

  1. นำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุน (Investment-Driven Import): ใช้การนำเข้าเป็นเครื่องมือดึงดูดการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เพียงนำเข้าเพื่อจำหน่าย
  2. ศูนย์กลางส่งออกยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Regional and Global EV Hub): ต่อยอดจากฐานการผลิตเดิม
  3. ยกระดับชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content): เสริมห่วงโซ่การผลิต สร้างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทย

รัฐมนตรีคลังกล่าวว่าการปรับนี้สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้รถที่ผลิตในประเทศ และผู้ผลิตรถยนต์กับชิ้นส่วนในประเทศจะได้ประโยชน์โดยตรงทั้งด้านการผลิตและการจ้างงาน

ส.อ.ท. หนุนภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% คาดผลิตรถปี 2570 ไม่ต่ำกว่า 1.55 ล้านคัน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยแพร่ข่าวเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 สนับสนุนมติดังกล่าว นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคิดเป็น 10% ของ GDP มีแรงงานกว่า 800,000 คน และมี SMEs ในห่วงโซ่กว่า 3,000 ราย

ส.อ.ท. คาดว่าหลังภาษีใหม่มีผล อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2570 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 7% หรือผลิตไม่ต่ำกว่า 1.55 ล้านคัน ทั้งนี้ขึ้นกับสต็อกคงเหลือที่นำเข้ามาก่อน 1 มกราคม 2570 ด้วย ส.อ.ท. ยังระบุว่าจะเชิญนักลงทุนจากญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ให้ขยายการลงทุนโรงงานชิ้นส่วนและศูนย์วิจัยในไทย

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในภาพประกอบข่าวที่ ส.อ.ท. เผยแพร่
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในภาพประกอบข่าวที่ ส.อ.ท. เผยแพร่ ภาพ: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ตัวเลขการผลิตเดือนกันยายนและภาพรวมปีนี้อ่านได้ในข่าวยอดผลิตรถยนต์เดือนกันยายน 2569

ทำไมภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% สำคัญ

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% เท่ากันทั้งสองประเภท และสูงกว่าอัตราเดิมถึง 25 และ 20 จุด ต้นทุนของรถนำเข้าทั้งคันจึงสูงขึ้นถ้าผู้นำเข้าส่งผ่านต้นทุนถึงผู้ซื้อ ส่วนจะส่งผ่านเท่าไรขึ้นกับสต็อกที่นำเข้ามาก่อนสิ้นปีนี้และการตั้งราคาของแต่ละแบรนด์ ซึ่งยังไม่มีประกาศจากแหล่งทางการในข่าวนี้ แบรนด์ที่ประกอบรถในไทยแล้ว เช่น BYD ที่โรงงานระยอง ตามข้อมูลในวิเคราะห์ BYD รถยนต์ไฟฟ้า 8 รุ่นในไทย ต้องรอรายละเอียดอัตราของรถที่ประกอบในประเทศจากกรมสรรพสามิตเพื่อประเมินผล

รายชื่อแบรนด์ รุ่น และราคาปัจจุบันอยู่ในวิเคราะห์รถยนต์ไฟฟ้าทุกแบรนด์ในไทย ผู้ที่วางแผนซื้อรถช่วงปลายปีควรตรวจเงื่อนไขกับผู้จำหน่ายโดยตรง รวมถึงงานMotor Expo 2026 ที่จัด 2–13 ธันวาคม 2569

พิธีเปิดโรงงาน BYD ที่ระยอง ประเทศไทย มีรถ ATTO 3 SEAL และ DOLPHIN บนเวที
พิธีเปิดโรงงาน BYD ที่ระยอง ประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างโรงงานรถไฟฟ้าที่ประกอบในประเทศ ภาพ: BYD

ผลต่อองค์กรไทย

  • ผู้ซื้อรถไฟฟ้า: ถามผู้จำหน่ายว่าภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% กระทบรุ่นที่สนใจหรือไม่ โดยถามให้ชัดว่ารถรุ่นที่สนใจเป็นรถนำเข้าทั้งคันหรือประกอบในไทย และตรวจเงื่อนไขราคากับสต็อกก่อน 1 มกราคม 2570
  • ผู้จำหน่ายและเต็นท์รถ: วางแผนสต็อกและราคาส่งมอบข้ามปี และเตรียมคำอธิบายให้ลูกค้าเรื่องภาษีของรถนำเข้า
  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยและ SMEs: ติดตามแผนลงทุนของผู้ผลิตรถที่ตั้งฐานในไทย เพราะ ส.อ.ท. ระบุว่าจะเชิญชวนนักลงทุนในส่วนของชิ้นส่วน E-Parts
  • ผู้นำเข้า: รอรายละเอียดจากกรมสรรพสามิต (โทร 1713 ตามที่ระบุในอินโฟกราฟิก) เรื่องการบังคับใช้และกรณีรถประกอบในประเทศ

บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง

ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ต้องปรับแผนผลิตและสต็อกตามนโยบายภาษีที่เปลี่ยน ต้องดูข้อมูลสายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานให้ทันเวลา Manufacturing Cloud ของ THAI DATA CLOUD ช่วยโรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน และธุรกิจยานยนต์วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ และรัน ERP หรือ SAP บนคลาวด์ที่ปลอดภัย (THAI DATA CLOUD เป็นผู้ดำเนินงานเว็บไซต์นี้)

ข่าวยานยนต์อื่น ๆ อยู่ในหมวดยานยนต์

ภาพบันทึก

รัฐมนตรีในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาทิพย์ ออลล์ อุดรธานี
รัฐมนตรีในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ที่อุดรธานี 3 พฤศจิกายน 2569 ภาพ: ทำเนียบรัฐบาล (thaigov.go.th)

คำถามที่พบบ่อย

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% เริ่มใช้เมื่อไร?

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่กระทรวงการคลังแจ้งผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทย

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% ขึ้นจากอัตราเดิมเท่าไร?

รถ BEV ที่นำเข้าจากต่างประเทศเสียภาษีสรรพสามิตเดิมร้อยละ 10 และรถ REEV เดิมร้อยละ 15 ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% จึงเพิ่มขึ้น 25 และ 20 จุดตามลำดับ

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% ใช้กับรถประเภทไหน?

ตามอินโฟกราฟิกของกรมสรรพสามิต ใช้กับรถนั่งและรถโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงาน ที่เป็น BEV หรือ REEV และนำเข้าจากต่างประเทศ ข่าวของกระทรวงการคลังไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่นเพิ่ม

ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% กระทบราคารถหรือไม่?

แหล่งข่าวทางการยังไม่ประกาศราคารถรุ่นใด ภาษีสรรพสามิต BEV REEV นำเข้า 35% ที่สูงขึ้นหมายถึงต้นทุนรถนำเข้าที่เพิ่มขึ้นหากผู้นำเข้าส่งผ่านต้นทุนถึงผู้ซื้อ แต่ผลจริงขึ้นกับสต็อกที่นำเข้าก่อน 1 มกราคม 2570 และการตั้งราคาของแต่ละแบรนด์

แหล่งอ้างอิง

  1. รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ BEV และ REEV นำเข้าเป็นร้อยละ 35 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (กระทรวงการคลัง)
  2. ส.อ.ท. หนุนนโยบายยานยนต์รัฐบาล ชี้ปรับภาษีสรรพสามิตนำเข้า 35% หนุนผลิตในประเทศ — สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  3. นายกฯ สรุปผล ครม.สัญจรอุดรธานี เดินหน้า 4 มิติพัฒนาอีสานตอนบน — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ