# AWS แจ้งกู้ข้อมูลใน Region บาห์เรนและหนึ่งโซนใน UAE ไม่ได้ หลังศูนย์ข้อมูลเสียหายจากโดรน

> AWS แจ้งเมื่อ 15 กันยายน 2026 ว่ากู้คืนทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region บาห์เรน และใน Availability Zone หนึ่งแห่งของ UAE ไม่ได้ หลังศูนย์ข้อมูลเสียหายจากโดรนตั้งแต่เดือนมีนาคม

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Cloud
- เผยแพร่: 2026-10-01T18:19:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-01T18:19:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/cloud/aws-bahrain-region-data-unrecoverable/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **15 กันยายน 2026** AWS ประกาศผ่าน AWS Health Dashboard ว่าไม่สามารถกู้คืนทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region **Middle East (Bahrain) รหัส me-south-1** ได้
- ใน Region **Middle East (UAE) รหัส me-central-1** ข้อมูลที่กู้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Availability Zone เดียวคือ **mec1-az2** ส่วนอีกสองโซนยังอยู่ระหว่างกู้คืน
- AWS ระบุว่าความเสียหายในบาห์เรนกินพื้นที่หลาย Availability Zone และ **เกินกว่าที่บริการระดับ Region และ Multi-AZ ถูกออกแบบให้รับได้**
- เหตุเริ่มตั้งแต่ **1 มีนาคม 2026** และ AWS แนะนำให้ลูกค้าย้ายงานออกจาก Region ตะวันออกกลางตั้งแต่สัปดาห์แรก ลูกค้าส่วนใหญ่จึงย้ายออกทันก่อน Region บาห์เรนใช้งานไม่ได้ในเดือนเมษายน
- บทเรียนสำหรับองค์กรคือ **Multi-AZ ไม่ใช่แผน DR ระดับ Region** ข้อมูลสำคัญต้องมีสำเนาอยู่นอก Region และต้องทดสอบกู้คืนจริง

Amazon Web Services (AWS) แจ้งผ่าน AWS Health Dashboard เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ว่าไม่สามารถกู้คืนการเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region Middle East (Bahrain) ได้ และใน Region Middle East (UAE) ก็กู้ข้อมูลของ Availability Zone หนึ่งแห่งไม่ได้เช่นกัน ประกาศนี้ออกมาหลังพยายามกู้คืนนานกว่าหกเดือน นับจากศูนย์ข้อมูลของ AWS เสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนเมื่อต้นเดือนมีนาคม และยืนยันว่าการกระจายระบบหลายโซนภายใน Region เดียวไม่พอเมื่อความเสียหายเกิดกับทั้ง Region

## AWS ประกาศอะไรเมื่อ 15 กันยายน 2026

ประกาศมีสองฉบับ แยกตาม Region

**Middle East (Bahrain) รหัส me-south-1** AWS ระบุว่าความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานกินพื้นที่หลาย Availability Zone (AZ) และเกินกว่าที่บริการระดับ Region และบริการแบบ Multi-AZ ถูกออกแบบให้รับได้ หลังประเมินอย่างละเอียด บริษัทสรุปว่าไม่สามารถกู้คืนการเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลที่อยู่เฉพาะใน Region นี้ และระบุว่าได้ใช้ทุกทางเลือกในการกู้ข้อมูลที่ลูกค้ายังไม่ได้ย้ายออกก่อน Region จะใช้งานไม่ได้แล้ว AWS จะแจ้งความคืบหน้าของบาห์เรนอีกครั้งช่วงต้นปี 2027

**Middle East (UAE) รหัส me-central-1** ข้อมูลที่กู้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทรัพยากรซึ่งเก็บไว้เฉพาะใน AZ เดียว คือ mec1-az2 ส่วนทรัพยากรระดับ Region และทรัพยากรในอีกสองโซนที่ได้รับผลกระทบ คือ mec1-az1 และ mec1-az3 ยังอยู่ระหว่างกู้คืน AWS ระบุว่ากำลังเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย และจะแจ้งกำหนดการกลับมาให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

AWS ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ย้ายงานออกไปก่อนที่ Region บาห์เรนจะใช้งานไม่ได้ และได้ช่วยลูกค้าที่เหลือตั้งระบบใหม่ใน Region อื่นโดยใช้ข้อมูลสำรองที่มี หรือใช้วิธีอื่นเพื่อลดผลจากข้อมูลที่เข้าถึงไม่ได้ ส่วนลูกค้าใน UAE ส่วนใหญ่กลับมาดำเนินงานใน Region อื่นได้จากข้อมูลสำรองหรือการคัดลอกข้อมูลที่ยังเข้าถึงได้

## ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่มีนาคมถึงกันยายน 2026

ตารางนี้สรุปจากประกาศของ AWS บน Health Dashboard โดยใช้วันที่ตามเวลา UTC

| วันที่ | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 1 มีนาคม 2026 | AWS เริ่มตรวจสอบปัญหาใน me-central-1 และยืนยันภายหลังว่าศูนย์ข้อมูลของโซน mec1-az2 ถูกวัตถุพุ่งชนจนเกิดประกายไฟและเพลิงไหม้ หน่วยดับเพลิงตัดไฟทั้งอาคารและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า |
| 2 มีนาคม 2026 | โซน mec1-az3 ของ UAE และโซน mes1-az2 ของบาห์เรนเกิดปัญหาไฟฟ้าและการเชื่อมต่อ ใน UAE บริการ S3 และ DynamoDB มีอัตราข้อผิดพลาดสูง และสร้าง instance ใหม่ใน Region ไม่ได้ |
| 3 มีนาคม 2026 | AWS ยืนยันว่าเป็นผลจากโดรนโจมตี ศูนย์ข้อมูลสองแห่งใน UAE ถูกโจมตีโดยตรง ส่วนในบาห์เรนมีการโจมตีในบริเวณใกล้ศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่ง โครงสร้างอาคารเสียหาย ระบบไฟฟ้าขัดข้อง และบางจุดเสียหายจากน้ำที่ใช้ดับเพลิง AWS แนะนำให้ลูกค้าย้ายงานไป Region อื่น |
| 30 เมษายน 2026 | AWS แจ้งว่า Region บาห์เรนใช้งานไม่ได้ ให้ลูกค้ากู้ระบบใน Region อื่นจากข้อมูลสำรองภายนอก ส่วน Region UAE ไม่สามารถรองรับแอปพลิเคชันได้อย่างน่าเชื่อถือ AWS ระงับการเรียกเก็บค่าบริการที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าการฟื้นฟูใช้เวลาหลายเดือน |
| 15 กันยายน 2026 | AWS ประกาศว่ากู้ข้อมูลที่อยู่เฉพาะใน Region บาห์เรน และในโซน mec1-az2 ของ UAE ไม่ได้ |

AWS ระบุในประกาศเพียงว่าเหตุเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนหนังสือพิมพ์ The National ของ UAE รายงานว่าเป็นความเสียหายจากสงคราม หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ด้าน InfoQ ระบุว่า AWS เปิด Region บาห์เรนในปี 2019 และ Region UAE ในปี 2022

## Multi-AZ รับความเสียหายได้แค่ไหน

Region ของ AWS ประกอบด้วย Availability Zone หลายแห่ง แต่ละแห่งคือศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่งหรือมากกว่าที่แยกระบบไฟฟ้าและเครือข่ายออกจากกัน เอกสารของ AWS ระบุว่า Region บาห์เรนและ Region UAE มีแห่งละ 3 AZ การออกแบบแบบ Multi-AZ จึงมุ่งป้องกันกรณีที่โซนใดโซนหนึ่งใช้งานไม่ได้

ประกาศของ AWS ระหว่างเกิดเหตุแสดงขีดจำกัดนี้ชัดเจน บริษัทอธิบายว่า Amazon S3 เป็นบริการระดับ Region ที่ออกแบบให้ทนการสูญเสีย AZ ได้ทั้งโซนหนึ่งโซน เมื่อ mec1-az2 ถูกตัดไฟ S3 ยังทำงานตามปกติ และลูกค้าที่วางระบบซ้ำซ้อนข้าม AZ ไม่ได้รับผลกระทบ แต่เมื่อโซนที่สองเสียหาย อัตราข้อผิดพลาดก็เพิ่มขึ้นทั้งการเขียนและการอ่านข้อมูล บริการอื่นที่พึ่งพา S3 และ DynamoDB เช่น Lambda, Kinesis, CloudWatch และ RDS จึงทำงานได้ไม่เต็มที่ตามไปด้วย

เอกสารด้าน Disaster Recovery ของ AWS เองแบ่งกลยุทธ์เป็นสี่ระดับ ได้แก่ Backup and Restore, Pilot Light, Warm Standby และ Multi-site Active/Active และระบุว่าหากนิยามภัยพิบัติขององค์กรครอบคลุมถึงการสูญเสียทั้ง Region ควรพิจารณาสามแนวทางหลัง แนวทางระดับ Region ทุกแบบมีเงื่อนไขร่วมกัน คือข้อมูลต้องถูกทำสำเนาไปยัง Region อื่น

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เหตุการณ์นี้ต่างจากเหตุขัดข้องของคลาวด์ที่องค์กรคุ้นเคยสามประการ

- **เป็นความเสียหายทางกายภาพที่เกิดกับหลายโซนพร้อมกัน** สมมติฐานว่า AZ ใน Region เดียวกันจะไม่เสียหายพร้อมกันใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร
- **ระยะเวลายาวกว่าที่แผน DR ส่วนใหญ่คิดไว้** จากวันแรกถึงวันที่ AWS สรุปผลใช้เวลากว่าหกเดือน และ AWS ยังไม่ระบุกำหนดกลับมาให้บริการของ Region บาห์เรน แผนที่ตั้งต้นว่า Region จะกลับมาในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันจึงไม่ครอบคลุม
- **เครื่องมือที่ใช้ย้ายข้อมูลก็ได้รับผลกระทบ** วันที่ 2 มีนาคม AWS แจ้งว่า Management Console และ CLI ของ Region UAE ขัดข้องจากการเสียสองโซน และต้องเร่งกู้เครื่องมือที่ลูกค้าใช้สำรองและย้ายข้อมูลก่อน สอดคล้องกับคำแนะนำในเอกสาร DR ของ AWS ว่าขั้นตอน failover ควรพึ่งเฉพาะ data plane เพราะ control plane มีเป้าหมายความพร้อมใช้ต่ำกว่า

อีกประเด็นคือเวลา AWS แนะนำให้ลูกค้าย้ายงานออกจาก Region ตะวันออกกลางตั้งแต่ 2–3 มีนาคม และ Region บาห์เรนใช้งานไม่ได้ในเดือนเมษายน ลูกค้าที่ตัดสินใจเร็วและมีข้อมูลสำรองอยู่นอก Region จึงมีเวลาย้ายออกหลายสัปดาห์ ส่วนข้อมูลที่ไม่มีสำเนาที่อื่นและยังไม่ถูกย้ายออกคือส่วนที่ AWS ประกาศว่ากู้ไม่ได้

## สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

1. **ทำบัญชีข้อมูลที่อยู่ใน Region เดียว** ระบุว่าฐานข้อมูล ไฟล์ และข้อมูลสำรองชุดใดอยู่ใน Region เดียวโดยไม่มีสำเนาที่อื่น รวมถึงข้อมูลสำรองที่เก็บไว้ใน Region เดียวกับระบบหลัก
2. **กำหนดสำเนานอก Region ให้ข้อมูลสำคัญ** เอกสารของ AWS แนะนำเครื่องมืออย่าง S3 Cross-Region Replication และการคัดลอกข้อมูลสำรองข้าม Region ผ่าน AWS Backup หลักการเดียวกันใช้ได้กับผู้ให้บริการทุกราย
3. **เก็บโครงสร้างระบบเป็นโค้ด** AWS ระบุว่าหากไม่มี Infrastructure as Code การสร้างระบบขึ้นใหม่ใน Region ปลายทางจะซับซ้อนและอาจช้าเกินเป้าหมาย RTO จึงควรสำรองทั้งโค้ด ค่าตั้งระบบ และ machine image ไม่ใช่เฉพาะข้อมูล
4. **ทดสอบกู้คืนจริงเป็นระยะ** ข้อมูลสำรองที่ไม่เคยทดลองกู้คืนถือว่ายังไม่ผ่านการพิสูจน์ ควรซ้อมกู้ระบบสำคัญใน Region ปลายทางและจับเวลาเทียบกับ RTO และ RPO ที่ผู้บริหารอนุมัติ
5. **ตัดสินเรื่องที่ตั้งข้อมูลไว้ล่วงหน้า** เอกสารของ AWS ระบุว่า Region Asia Pacific (Thailand) รหัส ap-southeast-7 มี 3 AZ สำเนาระดับ Region จึงต้องอยู่นอกประเทศหรืออยู่กับผู้ให้บริการรายอื่นหรือศูนย์ข้อมูลขององค์กรเอง องค์กรในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลควรตรวจข้อกำหนดเรื่องการส่งข้อมูลออกนอกประเทศกับหน่วยงานกำกับของตน แล้วเลือกปลายทางให้เสร็จก่อนเกิดเหตุ

## คำถามที่พบบ่อย

### ข้อมูลใน AWS Region บาห์เรนหายถาวรจริงหรือไม่?

AWS แจ้งเมื่อ 15 กันยายน 2026 ว่าไม่สามารถกู้คืนการเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region Middle East (Bahrain) ได้ หลังประเมินโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายและใช้ทุกทางเลือกแล้ว ประกาศนี้หมายถึงข้อมูลที่ไม่มีสำเนาอยู่ที่อื่น ส่วนลูกค้าที่ย้ายหรือสำรองข้อมูลไว้ใน Region อื่นก่อนหน้านั้นสามารถตั้งระบบใหม่ได้

### Multi-AZ ป้องกันกรณีทั้ง Region ใช้งานไม่ได้ได้ไหม?

ไม่ได้ Multi-AZ กระจายระบบไปยังหลายศูนย์ข้อมูลภายใน Region เดียวกัน จึงรับมือได้เมื่อเสียหายเพียงโซนเดียว AWS ระบุเองว่าความเสียหายในบาห์เรนกินหลายโซนและเกินกว่าที่บริการระดับ Region และ Multi-AZ ออกแบบไว้ การรับมือระดับ Region ต้องมีสำเนาข้อมูลและแผนกู้คืนใน Region อื่น

### AWS Region ใดในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบบ้าง?

มีสอง Region คือ Middle East (UAE) รหัส me-central-1 ซึ่งกู้ข้อมูลของโซน mec1-az2 ไม่ได้และอีกสองโซนยังอยู่ระหว่างกู้คืน กับ Middle East (Bahrain) รหัส me-south-1 ซึ่งใช้งานไม่ได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 และ AWS จะแจ้งความคืบหน้าอีกครั้งช่วงต้นปี 2027

### องค์กรไทยที่ใช้ AWS ควรทำอะไรจากเหตุการณ์นี้?

ควรตรวจว่าข้อมูลและระบบใดอยู่ใน Region เดียวโดยไม่มีสำเนาที่อื่น จัดลำดับความสำคัญเพื่อทำสำเนาไปยัง Region หรือสถานที่อื่นเท่าที่กฎระเบียบของอุตสาหกรรมอนุญาต และทดสอบกู้คืนจริงเป็นระยะ เอกสารของ AWS ระบุว่า Region ประเทศไทยมี 3 Availability Zone ซึ่งป้องกันได้ระดับโซน ไม่ใช่ระดับ Region


## แหล่งอ้างอิง

- [AWS Health Dashboard – Service health (Middle East Bahrain and UAE events)](https://health.aws.amazon.com/health/status) — Amazon Web Services
- [Disaster recovery options in the cloud - Disaster Recovery of Workloads on AWS: Recovery in the Cloud](https://docs.aws.amazon.com/whitepapers/latest/disaster-recovery-workloads-on-aws/disaster-recovery-options-in-the-cloud.html) — Amazon Web Services
- [AWS Regions - AWS Regions and Availability Zones](https://docs.aws.amazon.com/global-infrastructure/latest/regions/aws-regions.html) — Amazon Web Services
- [Amazon Web Services unable to restore Bahrain data network knocked out by Iran](https://www.thenationalnews.com/future/technology/2026/09/15/amazon-web-services-unable-to-restore-bahrain-data-network-knocked-out-by-iran/) — The National
- [AWS Cannot Restore Data Held Only in Damaged Middle East Availability Zones](https://www.infoq.com/news/2026/09/aws-middle-east-data-loss/) — InfoQ
