ข้ามไปยังเนื้อหา
Cloud

AWS แจ้งกู้ข้อมูลใน Region บาห์เรนและหนึ่งโซนใน UAE ไม่ได้ หลังศูนย์ข้อมูลเสียหายจากโดรน

AWS แจ้งเมื่อ 15 กันยายน 2026 ว่ากู้คืนทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region บาห์เรน และใน Availability Zone หนึ่งแห่งของ UAE ไม่ได้ หลังศูนย์ข้อมูลเสียหายจากโดรนตั้งแต่เดือนมีนาคม

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
AWS แจ้งกู้ข้อมูลใน Region บาห์เรนและหนึ่งโซนใน UAE ไม่ได้ หลังศูนย์ข้อมูลเสียหายจากโดรน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • 15 กันยายน 2026 AWS ประกาศผ่าน AWS Health Dashboard ว่าไม่สามารถกู้คืนทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region Middle East (Bahrain) รหัส me-south-1 ได้
  • ใน Region Middle East (UAE) รหัส me-central-1 ข้อมูลที่กู้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Availability Zone เดียวคือ mec1-az2 ส่วนอีกสองโซนยังอยู่ระหว่างกู้คืน
  • AWS ระบุว่าความเสียหายในบาห์เรนกินพื้นที่หลาย Availability Zone และ เกินกว่าที่บริการระดับ Region และ Multi-AZ ถูกออกแบบให้รับได้
  • เหตุเริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2026 และ AWS แนะนำให้ลูกค้าย้ายงานออกจาก Region ตะวันออกกลางตั้งแต่สัปดาห์แรก ลูกค้าส่วนใหญ่จึงย้ายออกทันก่อน Region บาห์เรนใช้งานไม่ได้ในเดือนเมษายน
  • บทเรียนสำหรับองค์กรคือ Multi-AZ ไม่ใช่แผน DR ระดับ Region ข้อมูลสำคัญต้องมีสำเนาอยู่นอก Region และต้องทดสอบกู้คืนจริง

Amazon Web Services (AWS) แจ้งผ่าน AWS Health Dashboard เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ว่าไม่สามารถกู้คืนการเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region Middle East (Bahrain) ได้ และใน Region Middle East (UAE) ก็กู้ข้อมูลของ Availability Zone หนึ่งแห่งไม่ได้เช่นกัน ประกาศนี้ออกมาหลังพยายามกู้คืนนานกว่าหกเดือน นับจากศูนย์ข้อมูลของ AWS เสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนเมื่อต้นเดือนมีนาคม และยืนยันว่าการกระจายระบบหลายโซนภายใน Region เดียวไม่พอเมื่อความเสียหายเกิดกับทั้ง Region

AWS ประกาศอะไรเมื่อ 15 กันยายน 2026

ประกาศมีสองฉบับ แยกตาม Region

Middle East (Bahrain) รหัส me-south-1 AWS ระบุว่าความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานกินพื้นที่หลาย Availability Zone (AZ) และเกินกว่าที่บริการระดับ Region และบริการแบบ Multi-AZ ถูกออกแบบให้รับได้ หลังประเมินอย่างละเอียด บริษัทสรุปว่าไม่สามารถกู้คืนการเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลที่อยู่เฉพาะใน Region นี้ และระบุว่าได้ใช้ทุกทางเลือกในการกู้ข้อมูลที่ลูกค้ายังไม่ได้ย้ายออกก่อน Region จะใช้งานไม่ได้แล้ว AWS จะแจ้งความคืบหน้าของบาห์เรนอีกครั้งช่วงต้นปี 2027

Middle East (UAE) รหัส me-central-1 ข้อมูลที่กู้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทรัพยากรซึ่งเก็บไว้เฉพาะใน AZ เดียว คือ mec1-az2 ส่วนทรัพยากรระดับ Region และทรัพยากรในอีกสองโซนที่ได้รับผลกระทบ คือ mec1-az1 และ mec1-az3 ยังอยู่ระหว่างกู้คืน AWS ระบุว่ากำลังเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย และจะแจ้งกำหนดการกลับมาให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

AWS ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ย้ายงานออกไปก่อนที่ Region บาห์เรนจะใช้งานไม่ได้ และได้ช่วยลูกค้าที่เหลือตั้งระบบใหม่ใน Region อื่นโดยใช้ข้อมูลสำรองที่มี หรือใช้วิธีอื่นเพื่อลดผลจากข้อมูลที่เข้าถึงไม่ได้ ส่วนลูกค้าใน UAE ส่วนใหญ่กลับมาดำเนินงานใน Region อื่นได้จากข้อมูลสำรองหรือการคัดลอกข้อมูลที่ยังเข้าถึงได้

ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่มีนาคมถึงกันยายน 2026

ตารางนี้สรุปจากประกาศของ AWS บน Health Dashboard โดยใช้วันที่ตามเวลา UTC

วันที่ เหตุการณ์
1 มีนาคม 2026 AWS เริ่มตรวจสอบปัญหาใน me-central-1 และยืนยันภายหลังว่าศูนย์ข้อมูลของโซน mec1-az2 ถูกวัตถุพุ่งชนจนเกิดประกายไฟและเพลิงไหม้ หน่วยดับเพลิงตัดไฟทั้งอาคารและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
2 มีนาคม 2026 โซน mec1-az3 ของ UAE และโซน mes1-az2 ของบาห์เรนเกิดปัญหาไฟฟ้าและการเชื่อมต่อ ใน UAE บริการ S3 และ DynamoDB มีอัตราข้อผิดพลาดสูง และสร้าง instance ใหม่ใน Region ไม่ได้
3 มีนาคม 2026 AWS ยืนยันว่าเป็นผลจากโดรนโจมตี ศูนย์ข้อมูลสองแห่งใน UAE ถูกโจมตีโดยตรง ส่วนในบาห์เรนมีการโจมตีในบริเวณใกล้ศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่ง โครงสร้างอาคารเสียหาย ระบบไฟฟ้าขัดข้อง และบางจุดเสียหายจากน้ำที่ใช้ดับเพลิง AWS แนะนำให้ลูกค้าย้ายงานไป Region อื่น
30 เมษายน 2026 AWS แจ้งว่า Region บาห์เรนใช้งานไม่ได้ ให้ลูกค้ากู้ระบบใน Region อื่นจากข้อมูลสำรองภายนอก ส่วน Region UAE ไม่สามารถรองรับแอปพลิเคชันได้อย่างน่าเชื่อถือ AWS ระงับการเรียกเก็บค่าบริการที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าการฟื้นฟูใช้เวลาหลายเดือน
15 กันยายน 2026 AWS ประกาศว่ากู้ข้อมูลที่อยู่เฉพาะใน Region บาห์เรน และในโซน mec1-az2 ของ UAE ไม่ได้

AWS ระบุในประกาศเพียงว่าเหตุเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนหนังสือพิมพ์ The National ของ UAE รายงานว่าเป็นความเสียหายจากสงคราม หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ด้าน InfoQ ระบุว่า AWS เปิด Region บาห์เรนในปี 2019 และ Region UAE ในปี 2022

Multi-AZ รับความเสียหายได้แค่ไหน

Region ของ AWS ประกอบด้วย Availability Zone หลายแห่ง แต่ละแห่งคือศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่งหรือมากกว่าที่แยกระบบไฟฟ้าและเครือข่ายออกจากกัน เอกสารของ AWS ระบุว่า Region บาห์เรนและ Region UAE มีแห่งละ 3 AZ การออกแบบแบบ Multi-AZ จึงมุ่งป้องกันกรณีที่โซนใดโซนหนึ่งใช้งานไม่ได้

ประกาศของ AWS ระหว่างเกิดเหตุแสดงขีดจำกัดนี้ชัดเจน บริษัทอธิบายว่า Amazon S3 เป็นบริการระดับ Region ที่ออกแบบให้ทนการสูญเสีย AZ ได้ทั้งโซนหนึ่งโซน เมื่อ mec1-az2 ถูกตัดไฟ S3 ยังทำงานตามปกติ และลูกค้าที่วางระบบซ้ำซ้อนข้าม AZ ไม่ได้รับผลกระทบ แต่เมื่อโซนที่สองเสียหาย อัตราข้อผิดพลาดก็เพิ่มขึ้นทั้งการเขียนและการอ่านข้อมูล บริการอื่นที่พึ่งพา S3 และ DynamoDB เช่น Lambda, Kinesis, CloudWatch และ RDS จึงทำงานได้ไม่เต็มที่ตามไปด้วย

เอกสารด้าน Disaster Recovery ของ AWS เองแบ่งกลยุทธ์เป็นสี่ระดับ ได้แก่ Backup and Restore, Pilot Light, Warm Standby และ Multi-site Active/Active และระบุว่าหากนิยามภัยพิบัติขององค์กรครอบคลุมถึงการสูญเสียทั้ง Region ควรพิจารณาสามแนวทางหลัง แนวทางระดับ Region ทุกแบบมีเงื่อนไขร่วมกัน คือข้อมูลต้องถูกทำสำเนาไปยัง Region อื่น

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เหตุการณ์นี้ต่างจากเหตุขัดข้องของคลาวด์ที่องค์กรคุ้นเคยสามประการ

  • เป็นความเสียหายทางกายภาพที่เกิดกับหลายโซนพร้อมกัน สมมติฐานว่า AZ ใน Region เดียวกันจะไม่เสียหายพร้อมกันใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร
  • ระยะเวลายาวกว่าที่แผน DR ส่วนใหญ่คิดไว้ จากวันแรกถึงวันที่ AWS สรุปผลใช้เวลากว่าหกเดือน และ AWS ยังไม่ระบุกำหนดกลับมาให้บริการของ Region บาห์เรน แผนที่ตั้งต้นว่า Region จะกลับมาในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันจึงไม่ครอบคลุม
  • เครื่องมือที่ใช้ย้ายข้อมูลก็ได้รับผลกระทบ วันที่ 2 มีนาคม AWS แจ้งว่า Management Console และ CLI ของ Region UAE ขัดข้องจากการเสียสองโซน และต้องเร่งกู้เครื่องมือที่ลูกค้าใช้สำรองและย้ายข้อมูลก่อน สอดคล้องกับคำแนะนำในเอกสาร DR ของ AWS ว่าขั้นตอน failover ควรพึ่งเฉพาะ data plane เพราะ control plane มีเป้าหมายความพร้อมใช้ต่ำกว่า

อีกประเด็นคือเวลา AWS แนะนำให้ลูกค้าย้ายงานออกจาก Region ตะวันออกกลางตั้งแต่ 2–3 มีนาคม และ Region บาห์เรนใช้งานไม่ได้ในเดือนเมษายน ลูกค้าที่ตัดสินใจเร็วและมีข้อมูลสำรองอยู่นอก Region จึงมีเวลาย้ายออกหลายสัปดาห์ ส่วนข้อมูลที่ไม่มีสำเนาที่อื่นและยังไม่ถูกย้ายออกคือส่วนที่ AWS ประกาศว่ากู้ไม่ได้

สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

  1. ทำบัญชีข้อมูลที่อยู่ใน Region เดียว ระบุว่าฐานข้อมูล ไฟล์ และข้อมูลสำรองชุดใดอยู่ใน Region เดียวโดยไม่มีสำเนาที่อื่น รวมถึงข้อมูลสำรองที่เก็บไว้ใน Region เดียวกับระบบหลัก
  2. กำหนดสำเนานอก Region ให้ข้อมูลสำคัญ เอกสารของ AWS แนะนำเครื่องมืออย่าง S3 Cross-Region Replication และการคัดลอกข้อมูลสำรองข้าม Region ผ่าน AWS Backup หลักการเดียวกันใช้ได้กับผู้ให้บริการทุกราย
  3. เก็บโครงสร้างระบบเป็นโค้ด AWS ระบุว่าหากไม่มี Infrastructure as Code การสร้างระบบขึ้นใหม่ใน Region ปลายทางจะซับซ้อนและอาจช้าเกินเป้าหมาย RTO จึงควรสำรองทั้งโค้ด ค่าตั้งระบบ และ machine image ไม่ใช่เฉพาะข้อมูล
  4. ทดสอบกู้คืนจริงเป็นระยะ ข้อมูลสำรองที่ไม่เคยทดลองกู้คืนถือว่ายังไม่ผ่านการพิสูจน์ ควรซ้อมกู้ระบบสำคัญใน Region ปลายทางและจับเวลาเทียบกับ RTO และ RPO ที่ผู้บริหารอนุมัติ
  5. ตัดสินเรื่องที่ตั้งข้อมูลไว้ล่วงหน้า เอกสารของ AWS ระบุว่า Region Asia Pacific (Thailand) รหัส ap-southeast-7 มี 3 AZ สำเนาระดับ Region จึงต้องอยู่นอกประเทศหรืออยู่กับผู้ให้บริการรายอื่นหรือศูนย์ข้อมูลขององค์กรเอง องค์กรในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลควรตรวจข้อกำหนดเรื่องการส่งข้อมูลออกนอกประเทศกับหน่วยงานกำกับของตน แล้วเลือกปลายทางให้เสร็จก่อนเกิดเหตุ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลใน AWS Region บาห์เรนหายถาวรจริงหรือไม่?

AWS แจ้งเมื่อ 15 กันยายน 2026 ว่าไม่สามารถกู้คืนการเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลที่เก็บไว้เฉพาะใน Region Middle East (Bahrain) ได้ หลังประเมินโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายและใช้ทุกทางเลือกแล้ว ประกาศนี้หมายถึงข้อมูลที่ไม่มีสำเนาอยู่ที่อื่น ส่วนลูกค้าที่ย้ายหรือสำรองข้อมูลไว้ใน Region อื่นก่อนหน้านั้นสามารถตั้งระบบใหม่ได้

Multi-AZ ป้องกันกรณีทั้ง Region ใช้งานไม่ได้ได้ไหม?

ไม่ได้ Multi-AZ กระจายระบบไปยังหลายศูนย์ข้อมูลภายใน Region เดียวกัน จึงรับมือได้เมื่อเสียหายเพียงโซนเดียว AWS ระบุเองว่าความเสียหายในบาห์เรนกินหลายโซนและเกินกว่าที่บริการระดับ Region และ Multi-AZ ออกแบบไว้ การรับมือระดับ Region ต้องมีสำเนาข้อมูลและแผนกู้คืนใน Region อื่น

AWS Region ใดในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบบ้าง?

มีสอง Region คือ Middle East (UAE) รหัส me-central-1 ซึ่งกู้ข้อมูลของโซน mec1-az2 ไม่ได้และอีกสองโซนยังอยู่ระหว่างกู้คืน กับ Middle East (Bahrain) รหัส me-south-1 ซึ่งใช้งานไม่ได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 และ AWS จะแจ้งความคืบหน้าอีกครั้งช่วงต้นปี 2027

องค์กรไทยที่ใช้ AWS ควรทำอะไรจากเหตุการณ์นี้?

ควรตรวจว่าข้อมูลและระบบใดอยู่ใน Region เดียวโดยไม่มีสำเนาที่อื่น จัดลำดับความสำคัญเพื่อทำสำเนาไปยัง Region หรือสถานที่อื่นเท่าที่กฎระเบียบของอุตสาหกรรมอนุญาต และทดสอบกู้คืนจริงเป็นระยะ เอกสารของ AWS ระบุว่า Region ประเทศไทยมี 3 Availability Zone ซึ่งป้องกันได้ระดับโซน ไม่ใช่ระดับ Region

แหล่งอ้างอิง

  1. AWS Health Dashboard – Service health (Middle East Bahrain and UAE events) — Amazon Web Services
  2. Disaster recovery options in the cloud - Disaster Recovery of Workloads on AWS: Recovery in the Cloud — Amazon Web Services
  3. AWS Regions - AWS Regions and Availability Zones — Amazon Web Services
  4. Amazon Web Services unable to restore Bahrain data network knocked out by Iran — The National
  5. AWS Cannot Restore Data Held Only in Damaged Middle East Availability Zones — InfoQ
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ