# LLMjacking Google Cloud: คนร้ายยึดบัญชีบิล เหยื่อโดนค่า Gemini API หลักหมื่นถึงแสนดอลลาร์

> Wiz เปิดเหตุ LLMjacking Google Cloud 20 ต.ค. คนร้ายขโมยบัญชีผู้ดูแลผ่านโฆษณาปลอม ผูกโปรเจกต์ตัวเองกับบัญชีบิลเหยื่อ จนเกิดค่า Gemini API หลักหมื่นถึงแสนดอลลาร์

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Cloud
- เผยแพร่: 2026-10-21T05:59:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-21T05:59:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/cloud/llmjacking-google-cloud-billing-gemini-api/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- ทีมรับมือเหตุการณ์ของ **Wiz (Wiz CIRT)** เผยแพร่ผลสอบสวนเมื่อ **20 ตุลาคม 2026** ว่าคนร้ายยึดบัญชีเรียกเก็บเงินของ **Google Cloud** เพื่อเอาไปจ่ายค่าเรียก AI ในเหตุที่เรียกได้ว่า **LLMjacking Google Cloud**
- จุดเริ่มคือ**โฆษณาบน Google Search** สำหรับคำค้นอย่าง “google cloud” และ “gcp” ที่พาไปหน้าล็อกอินปลอม ซึ่งเก็บทั้งรหัสผ่านและรหัส **MFA** แล้วล็อกอินเข้าระบบของเหยื่อทันทีจาก IP **212.73.134[.]136**
- คนร้ายลบนโยบาย **iam.allowedPolicyMemberDomains** เพิ่มบัญชี Gmail ภายนอกเป็น **roles/billing.admin** แล้วผูกโปรเจกต์ของตัวเองเข้ากับบัญชีเรียกเก็บเงินของเหยื่อ ทำให้ค่าใช้งานถูกเรียกเก็บจากเหยื่อ โดย Google บังคับใช้นโยบายจำกัดโดเมนนี้เป็นค่าเริ่มต้นกับองค์กรที่สร้างตั้งแต่ **3 พฤษภาคม 2024**
- ภายใน **24–48 ชั่วโมง** หลังเจาะเข้าได้ เหยื่อพบค่า **Gemini API** ที่ไม่ได้ใช้เองตั้งแต่**หลักหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์สหรัฐ** Wiz เผยแพร่ IP 1 รายการและโดเมนฟิชชิง **16 รายการ** ให้ตรวจย้อนหลัง

ทีมรับมือเหตุการณ์ของ Wiz (Wiz CIRT) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ถึงการโจมตีแบบ LLMjacking Google Cloud ที่คนร้ายขโมยบัญชีผู้ดูแลผ่านโฆษณาค้นหาปลอม แล้วผูกโปรเจกต์ของตัวเองเข้ากับบัญชีเรียกเก็บเงินของเหยื่อ ภายใน 24–48 ชั่วโมงเหยื่อพบค่า Gemini API ที่ไม่ได้ใช้เองตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์สหรัฐ

Wiz ระบุว่าสอบสวนการเจาะระบบลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และรายงานฉบับนี้เน้นเฉพาะแคมเปญที่เล็ง Google Cloud Platform (GCP) จุดที่ต่างจากการขโมยทรัพยากรคลาวด์แบบเดิมคือคนร้ายไม่ได้ทำลายหรือเข้ารหัสข้อมูล เป้าหมายคือให้เหยื่อเป็นคนจ่ายค่าเรียกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จำนวนมากแทนตัวเอง ต่อจาก[รายงานของ Wiz เรื่อง AI Agent ที่ไล่ยึดคลาวด์ทั้งระบบ](/cloud/wiz-ai-agent-cloud-attack-aws-gcp-kubernetes/)ที่เผยแพร่เมื่อ 19 ตุลาคม

## LLMjacking Google Cloud เริ่มจากโฆษณาค้นหาปลอม

คนร้ายซื้อโฆษณาบน Google Search สำหรับคำค้นที่ผู้ดูแลระบบใช้บ่อย เช่น “google cloud” และ “gcp” เมื่อผู้ใช้กดโฆษณา ระบบจะพาผ่านหน้า Google Sites ไปยังหน้าล็อกอิน Google ปลอม ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้า Google Cloud Console กรอกทั้งรหัสผ่านและรหัสยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) จากนั้นหน้าเว็บส่งผู้ใช้กลับไปหน้าล็อกอินจริงให้กรอกอีกรอบ ผู้ใช้จึงน่าจะคิดว่าเป็นแค่ความขัดข้องเล็กน้อย

ระหว่างนั้นชุดเครื่องมือฟิชชิงอัตโนมัติใช้รหัสที่ได้ล็อกอินเข้าระบบของเหยื่อทันทีจาก IP 212.73.134[.]136 และล็อกอินซ้ำอีกครั้งจาก IP ที่สองภายในไม่กี่นาที ซึ่งคนร้ายใช้ต่อตลอดการโจมตี Google ตรวจพบการล็อกอินที่ผิดปกติและส่งอีเมลเตือนถึงผู้ใช้โดยอัตโนมัติ และ Google Ads ลบแคมเปญโฆษณานี้แล้วหลังได้รับรายงาน แต่ Wiz เตือนว่าองค์กรไม่ควรพึ่งการสังเกตของผู้ใช้อย่างเดียว ควรดึง User Log Events ของ Google Workspace มาเฝ้าดูสัญญาณล็อกอินน่าสงสัยด้วย

## คนร้ายปลดล็อกบัญชีเรียกเก็บเงินในเหตุ LLMjacking Google Cloud อย่างไร

หลังเข้าได้ คนร้ายใช้สิทธิ์ที่มากเกินจำเป็นของบัญชีที่ถูกขโมยเตรียมระบบเป็นขั้นตอน

| ขั้น | สิ่งที่คนร้ายทำในเหตุ LLMjacking Google Cloud ตามรายงานของ Wiz |
| --- | --- |
| เตรียมโปรเจกต์ | เลือกโปรเจกต์เก่าที่แทบไม่มีการใช้งาน เปิด Gemini API สร้าง service account และ API key แล้วให้สิทธิ์สูงอย่าง roles/ml.admin และ roles/mcp.toolUser |
| ปิดรั้วโดเมน | ลบนโยบายระดับองค์กรอย่าง iam.allowedPolicyMemberDomains ที่จำกัดให้เฉพาะบัญชีโดเมนของบริษัทได้รับสิทธิ์ IAM |
| เพิ่มคนนอก | เพิ่มบัญชี Gmail ของคนร้ายเข้าบัญชีเรียกเก็บเงิน ให้ roles/billing.admin และ roles/recommender.billingAccountCudAdmin |
| ผูกโปรเจกต์ภายนอก | ผูกโปรเจกต์ GCP ที่คนร้ายควบคุมเข้ากับบัญชีเรียกเก็บเงินของเหยื่อ ค่าเรียก API ทั้งหมดจึงถูกคิดกับเหยื่อ |
| พรางตัวและล็อกผู้ดูแล | ใช้ IP ในประเทศเดียวกับสำนักงานใหญ่ของเหยื่อ และลดสิทธิ์ผู้ดูแลบัญชีเรียกเก็บเงินเดิมเหลือแค่ดูอย่างเดียว |

![แผนภาพขั้นตอนการโจมตี LLMjacking Google Cloud จากโฆษณาค้นหาปลอมถึงค่า Gemini API](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/llmjacking-google-cloud-billing-gemini-api/llmjacking-google-cloud-attack-chain.webp?v=ba80a09b) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Wiz CIRT))_

เอกสารของ Google Cloud อธิบายว่าบทบาท Billing Account Administrator (roles/billing.admin) เป็นบทบาทระดับเจ้าของบัญชีเรียกเก็บเงิน สามารถผูกและยกเลิกการผูกโปรเจกต์ และจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้คนอื่นบนบัญชีได้ ส่วนนโยบายจำกัดโดเมนนั้น องค์กรที่สร้างตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2024 จะถูกบังคับใช้ iam.allowedPolicyMemberDomains เป็นค่าเริ่มต้นโดยมีโดเมนขององค์กรเป็นค่าเดียวที่อนุญาต การที่คนร้ายลบนโยบายนี้จึงเป็นการปลดรั้วที่ Google ใส่ไว้ให้

## ทำไมเหยื่อ LLMjacking Google Cloud มองไม่เห็นว่าคนร้ายใช้ AI ทำอะไร

เพราะโปรเจกต์ที่ใช้งานจริงเป็นของคนร้าย การสร้าง API key การส่งข้อความเข้าโมเดล และผลลัพธ์ทั้งหมดจึงเกิดนอกองค์กร Wiz ระบุว่าเหยื่อต้องรับภาระค่าใช้จ่าย แต่ล็อกด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบภายในไม่มีข้อมูลว่างาน AI เหล่านั้นคืออะไร สิ่งเดียวที่เหยื่อ LLMjacking Google Cloud เห็นคือค่าใช้จ่ายที่พุ่งขึ้นจากระดับปกติอย่างรวดเร็ว ซึ่งในกรณีที่ Wiz สอบสวนเกิดขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังคนร้ายเข้าระบบได้

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

LLMjacking Google Cloud แสดงว่าบัญชีเรียกเก็บเงินกลายเป็นเป้าหมายในตัวเอง เมื่อค่าเรียกโมเดล AI คิดตามปริมาณ คนร้ายที่ได้สิทธิ์ billing admin สามารถเปลี่ยนบัตรเครดิตของบริษัทเป็นแหล่งทุนของตัวเองได้ในไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่ต้องติดตั้งมัลแวร์ในเครื่องใดเลย และการที่ MFA แบบรหัสครั้งเดียวถูกดักไปพร้อมรหัสผ่านก็ย้ำว่า MFA ที่ไม่ต้านฟิชชิงยังไม่พอสำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์สูง

Google Cloud มีเครื่องมือคุมค่าใช้จ่ายอยู่ แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัด เอกสารของ Google ระบุว่างบประมาณแบบแจ้งเตือนอย่างเดียว (alerts-only budget) ไม่ได้หยุดการใช้งานหรือการเรียกเก็บเงิน ส่วน spend cap budget จะหยุดการใช้งานใหม่ของบริการเมื่อค่าใช้จ่ายประเมินเกิน 100% ของงบ และส่งอีเมลเตือนที่ 50%, 80% และ 100%

![เอกสาร Google Cloud ระบุบริการที่ตั้ง spend cap budget ได้ ได้แก่ Gemini API, Vertex AI, Cloud Run และ Cloud Run functions](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/llmjacking-google-cloud-billing-gemini-api/llmjacking-google-cloud-spend-cap-docs.webp?v=a75da976) _(ภาพ: Google Cloud (ภาพหน้าจอ))_

| ข้อจำกัดของ spend cap budget ตามเอกสาร Google Cloud | รายละเอียด |
| --- | --- |
| บริการที่รองรับ | Gemini API, Gemini Enterprise Agent Platform (เดิมคือ Vertex AI), Cloud Run และ Cloud Run functions |
| ขอบเขต | หนึ่งงบต่อหนึ่งโปรเจกต์และหนึ่งบริการ ไม่รองรับระดับโฟลเดอร์ องค์กร หรือหลายโปรเจกต์ |
| รอบงบ | รายเดือนเท่านั้น เริ่มวันที่ 1 ของเดือน |
| ผู้ใช้ที่ตั้งได้ | ลูกค้าที่ซื้อตรงกับ Google Cloud บัญชีผ่านตัวแทนจำหน่าย (reseller) อยู่นอกขอบเขต |
| ความเร็ว | ไม่ได้หยุดทันที ค่าใช้จ่ายที่เกินก่อนหยุดยังถูกเรียกเก็บตามปกติ |

## สิ่งที่องค์กรควรทำ

- **ตรวจย้อนหลังด้วยตัวบ่งชี้ของ Wiz** ค้นล็อก Google Workspace และ GCP หา IP 212.73.134[.]136 และโดเมนฟิชชิง 16 รายการที่ Wiz เผยแพร่ เช่น gboogl[.]com และ gcoalg[.]com พร้อมหาบัญชีโดเมนภายนอกอย่าง @gmail.com ใน IAM
- **เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสัญญาณ** ตั้งการแจ้งเตือนเมื่อมีการแก้ iam.allowedPolicyMemberDomains เมื่อมีการเปลี่ยนผู้ดูแลบัญชีเรียกเก็บเงิน และเมื่อมีการเปิด Gemini API หรือสร้าง API key ในโปรเจกต์เก่า
- **ลดคนที่มี roles/billing.admin** ให้เหลือน้อยที่สุด แยกบัญชีผู้ดูแลออกจากบัญชีใช้งานประจำวัน และใช้ MFA แบบต้านฟิชชิงอย่าง passkey หรือกุญแจความปลอดภัย
- **ตั้ง spend cap ให้โปรเจกต์ที่ใช้ AI** และตรวจรายการโปรเจกต์ที่ผูกกับบัญชีเรียกเก็บเงินเป็นประจำ เพราะในเหตุ LLMjacking Google Cloud นี้ค่าใช้จ่ายเกิดจากโปรเจกต์ของคนร้ายที่ถูกผูกเข้ามา องค์กรที่ซื้อ Google Cloud ผ่านตัวแทนจำหน่ายควรถามตัวแทนว่ามีกลไกหยุดค่าใช้จ่ายแบบใดแทน
- **สอนผู้ดูแลให้เข้าคอนโซลจากบุ๊กมาร์ก** ไม่ใช่จากผลค้นหาหรือโฆษณา เพราะ LLMjacking Google Cloud รอบนี้เริ่มจากการกดโฆษณาเพียงครั้งเดียว

ติดตามข่าวคลาวด์และความปลอดภัยของคลาวด์ได้ที่[หมวดคลาวด์](/cloud/)

## คำถามที่พบบ่อย

### LLMjacking Google Cloud คืออะไร?

LLMjacking Google Cloud คือการที่คนร้ายเจาะบัญชีผู้ดูแลระบบ Google Cloud ขององค์กร แล้วเอาบัญชีเรียกเก็บเงินไปจ่ายค่าเรียกใช้โมเดล AI อย่าง Gemini API ในปริมาณมาก ตามที่ Wiz CIRT รายงานเมื่อ 20 ต.ค. 2026 เป้าหมายไม่ใช่การทำลายระบบ แต่เป็นการให้เหยื่อจ่ายค่า AI แทน

### คนร้าย LLMjacking Google Cloud เข้าบัญชีได้อย่างไร?

ในเหตุ LLMjacking Google Cloud ที่ Wiz รายงาน คนร้ายซื้อโฆษณาบน Google Search สำหรับคำค้นอย่าง google cloud และ gcp เมื่อผู้ใช้กดโฆษณาจะถูกพาผ่าน Google Sites ไปหน้าล็อกอินปลอมที่เก็บทั้งรหัสผ่านและรหัส MFA ก่อนส่งผู้ใช้กลับไปหน้าล็อกอินจริง ผู้ใช้จึงคิดว่าแค่ล็อกอินพลาด Google Ads ลบแคมเปญโฆษณานี้แล้วหลังได้รับรายงาน

### ทำไมเหยื่อ LLMjacking Google Cloud มองไม่เห็นว่าคนร้ายใช้ AI ทำอะไร?

ในเหตุ LLMjacking Google Cloud ที่ Wiz สอบสวน คนร้ายผูกโปรเจกต์ที่ตัวเองควบคุมเข้ากับบัญชีเรียกเก็บเงินของเหยื่อ การสร้าง API key การส่งข้อความ และผลลัพธ์จากโมเดลจึงเกิดในโปรเจกต์ภายนอกทั้งหมด เหยื่อต้องจ่ายเงิน แต่ล็อกด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบของตัวเองไม่มีข้อมูลว่าคนร้ายใช้ AI ทำอะไร

### Spend cap ช่วยกัน LLMjacking Google Cloud ได้ไหม?

Google Cloud มี spend cap budget ที่หยุดการใช้งานบริการที่รองรับ เช่น Gemini API และ Vertex AI เมื่อค่าใช้จ่ายประเมินเกิน 100% ของงบ แต่ตั้งได้ทีละโปรเจกต์และทีละบริการ ใช้ไม่ได้กับบัญชีที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย และไม่ได้หยุดทันที จึงควรใช้คู่กับการจำกัดสิทธิ์ billing admin และตรวจรายการโปรเจกต์ที่ผูกกับบัญชี เพื่อรับมือ LLMjacking Google Cloud


## แหล่งอ้างอิง

- [From Phishing to LLMjacking: Threat Actors Targeting Cloud Billing Accounts for LLM Usage](https://www.wiz.io/blog/from-phishing-to-llmjacking) — Wiz
- [Manage spend cap budgets](https://cloud.google.com/billing/docs/how-to/budgets-spend-caps) — Google Cloud
- [Restricting identities by domain](https://cloud.google.com/resource-manager/docs/organization-policy/restricting-domains) — Google Cloud
- [Overview of Cloud Billing access control](https://cloud.google.com/billing/docs/how-to/billing-access) — Google Cloud
