DSI เปิดปฏิบัติการ BLACK TRACE ยึดอสังหาฯ กว่า 185 ล้านบาท คดีลักไฟขุดบิตคอยน์
ปฏิบัติการ BLACK TRACE ของ DSI ยึดที่ดินพร้อมอาคารในบางละมุงและห้องชุด 15 ห้องในห้วยขวาง มูลค่ากว่า 185 ล้านบาท ขยายผลคดีลักไฟขุดบิตคอยน์ที่ใช้นอมินีถือครอง
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับ ปปง. และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเปิดปฏิบัติการ BLACK TRACE เมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ตามหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 610-625/2569 ในคดีพิเศษที่ 21/2568
- ทรัพย์ที่ตรวจยึดมี 2 รายการ รวมกว่า 185 ล้านบาท คือที่ดินประมาณ 525 ตารางวาพร้อมอาคาร 3 ชั้นในอำเภอบางละมุง มูลค่ากว่า 106 ล้านบาท และห้องชุด 15 ห้องในเขตห้วยขวาง ประมาณ 79 ล้านบาท
- คดีนี้มีผู้ต้องหา 25 ราย แจ้งข้อหาแล้ว 6 ราย และออกหมายจับ 19 ราย ในข้อหาลักทรัพย์ ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน
- BLACK TRACE ขยายผลจาก Operation Copperhead วันที่ 2 ธันวาคม 2025 ที่ยึดและอายัดเครื่องขุด 3,642 เครื่อง ซึ่ง DSI ระบุว่าเครือข่ายทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงผลปฏิบัติการ BLACK TRACE เมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ตรวจยึดอสังหาริมทรัพย์ 2 รายการ มูลค่ารวมกว่า 185 ล้านบาท ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่ง DSI ระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าทำเหมืองขุดบิตคอยน์ และการใช้นอมินีถือครองทรัพย์แทนชาวต่างชาติ
ปฏิบัติการ BLACK TRACE ตรวจค้นที่ไหน ใครร่วมบ้าง
ข่าวของ DSI ระบุว่าวันที่ 22 ตุลาคม 2026 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศของ DSI สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ลงพื้นที่อำเภอบางละมุงและเขตห้วยขวาง ตามหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 610-625/2569 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจยึดทรัพย์ในคดีพิเศษที่ 21/2568 กรณีลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศของ DSI และผู้อำนวยการกองคดี 2 ของ ปปง. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ BLACK TRACE DSI ระบุว่าปฏิบัติการนี้ทำตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่สั่งให้เร่งปราบปรามเหมืองขุดบิตคอยน์ผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และปราบปรามนอมินีที่ใช้คนไทยถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว

ทรัพย์ 185 ล้านบาทที่ BLACK TRACE ตรวจยึด และวิธีถือครองผ่านนอมินี
| ทรัพย์ที่ตรวจยึด | ที่ตั้ง | มูลค่าตามที่ DSI ระบุ | ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามที่ DSI ระบุ |
|---|---|---|---|
| ที่ดินประมาณ 525 ตารางวา พร้อมอาคารสูง 3 ชั้น | อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี | กว่า 106 ล้านบาท (ราคาซื้อขายปี 2023) | บริษัท มีผู้ถือหุ้นสัญชาติเมียนมา 2 ราย รวม 49% และสัญชาติไทย 2 ราย รวม 51% |
| ห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม 15 ห้อง | เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร | ประมาณ 79 ล้านบาท | บุคคลสัญชาติเมียนมา 5 ราย |
DSI ระบุว่าผู้เกี่ยวข้องชาวต่างชาติใช้วิธีถือหุ้นผ่านบริษัทแทนการถือครองที่ดินโดยตรง ส่วนห้องชุดทั้ง 15 ห้อง กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศจะตรวจแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ซื้อ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ต้องหา และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง โดยประสานหน่วยงานรัฐและเอกชนเรื่องข้อมูลนิติบุคคลและธุรกรรมการเงิน ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ผู้ต้องหา 25 รายในคดีที่ BLACK TRACE ขยายผล และข้อหาที่ DSI ระบุ
คดีพิเศษที่ 21/2568 มีผู้ต้องหารวม 25 ราย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อหาแล้ว 6 ราย และออกหมายจับ 19 ราย ซึ่งรวมหมายจับที่ออกเพิ่มล่าสุด 7 ราย แยกเป็นสัญชาติจีน 5 ราย สัญชาติไทย 6 ราย สัญชาติเมียนมา 13 ราย และนิติบุคคล 1 ราย
DSI ระบุพฤติการณ์ว่าผู้ต้องหาลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องขุดจำนวนมากในอาคารหรือโกดัง เดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป และสร้างผลตอบแทนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
| ฐานความผิดที่ DSI ระบุ | กฎหมาย |
|---|---|
| ลักทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ | ความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ |
| ร่วมกันกระทำโดยมิชอบให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน | พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม |
| ร่วมกันลักทรัพย์ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป | ประมวลกฎหมายอาญา |
| ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบเพื่อฟอกเงิน | พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม |
สองวันก่อน BLACK TRACE คือวันที่ 20 ตุลาคม 2026 DSI จับกุมผู้ต้องหาชาย 1 รายในคดีเดียวกันที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญา DSI ระบุว่าผู้ต้องหารายนี้มีชื่อเป็นผู้ขอใช้ไฟฟ้าและผู้ทำสัญญาเช่าโกดังในอำเภอเมืองสมุทรสาคร และนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาเมื่อ 21 ตุลาคม 2026 ข่าวของ DSI ไม่ได้รวมคำชี้แจงของผู้ต้องหา และผู้ต้องหายังไม่ถือว่ามีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษา
จาก Bitforge ถึง Copperhead: ที่มาของ BLACK TRACE
BLACK TRACE เป็นการขยายผลจากปฏิบัติการก่อนหน้าของ DSI ตามลำดับนี้
| วันที่ | เหตุการณ์ตามที่ DSI แถลง |
|---|---|
| 31 มกราคม 2025 | Bitforge Operation ตรวจยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ 1,788 เครื่องในจังหวัดสมุทรสาคร |
| 2 ธันวาคม 2025 | Operation Copperhead ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม ตรวจค้น 7 จุดในสมุทรสาครและอุทัยธานี ยึดและอายัดเครื่องขุด 3,642 เครื่อง |
| 19–25 มกราคม 2026 | ปฏิบัติการ Clean House ขยายผลจาก Copperhead ตรวจค้น 7 เป้าหมาย และวันที่ 25 มกราคมตรวจค้นบ้านพักผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ 3 จุด พบเงินสดและหลักฐานการฝากเงินรวมกว่า 19,038,000 บาท |
| 22 ตุลาคม 2026 | ปฏิบัติการ BLACK TRACE ตรวจยึดอสังหาริมทรัพย์ 2 รายการ มูลค่ากว่า 185 ล้านบาท |
ใน Operation Copperhead DSI ระบุว่าเครื่องขุดมีมูลค่าประมาณ 270 ล้านบาท ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อีก 30 ล้านบาท ส่วนใหญ่ซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ที่ดัดแปลงให้เก็บเสียงและระบายความร้อนด้วยน้ำเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ ข่าว BLACK TRACE ระบุว่าการสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจีนเทาและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 5,000 ล้านบาท และทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
DSI ระบุว่าเครื่องขุดในคดีที่ BLACK TRACE ขยายผลเดินตลอด 24 ชั่วโมงด้วยไฟฟ้าที่ลักลอบใช้ ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เตือนเมื่อ 15 ธันวาคม 2025 ว่าการลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์และการดัดแปลงอุปกรณ์หรือมิเตอร์ "อันตรายถึงชีวิต กระทบต่อความมั่นคงทางระบบไฟฟ้าของประเทศ" และจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา PEA ยังตรวจจับคดีขนาดเล็กกว่าอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีที่ PEA ตรวจพบในอำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อ 20 กรกฎาคม 2026 ซึ่งยึดเครื่องขุด 32 เครื่อง และประเมินค่าไฟที่ไม่ได้ชำระรวมค่าเบี้ยปรับกว่า 3 ล้านบาท PEA ระบุว่าการปราบปรามนี้เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าและปกป้องทรัพย์สินของภาครัฐ
BLACK TRACE เน้นการตามเงินไปถึงทรัพย์ปลายทาง โดยมี ปปง. ร่วม และใช้ข้อหาฟอกเงินควบคู่กับข้อหาลักทรัพย์ ต่อเนื่องจากข่าว DSI วันที่ 26 มกราคม 2026 ที่ระบุว่าการขยายผลจาก Copperhead พบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 3 รายมีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์แก่เหมือง และ DSI จะเร่งส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ซึ่งข่าวของ DSI ไม่ได้รวมคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา
ผลต่อผู้ใช้และนักลงทุนไทย
- อย่าให้ใช้ชื่อขอไฟฟ้า เช่าโกดัง หรือถือหุ้นแทน ผู้ต้องหาที่ถูกจับเมื่อ 20 ตุลาคม 2026 มีชื่อเป็นผู้ขอใช้ไฟฟ้าและผู้เช่าโกดัง และ BLACK TRACE ระบุว่ามีการใช้ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในบริษัทที่ถือที่ดิน
- เจ้าของโกดังและอาคารให้เช่า ควรตรวจการใช้ไฟของผู้เช่าที่ผิดปกติ และแจ้ง PEA ที่ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อสงสัย
- ผู้ซื้อขายคริปโต DSI ระบุใน Operation Copperhead ว่าเส้นทางการเงินบางส่วนของเครือข่ายโยงเข้าสู่ระบบสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทบิตคอยน์ จึงควรใช้เฉพาะผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และดูวิธีเช็กแพลตฟอร์มคริปโตว่าได้รับอนุญาต ก.ล.ต. ก่อนโอนเงิน
- ติดตามคดี BLACK TRACE ทรัพย์ที่ตรวจยึดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ DSI ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย และ DSI ออกหมายจับแล้ว 19 ราย
ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข่าวนี้รายงานตามแถลงของหน่วยงานรัฐ ติดตามข่าวกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายคริปโตได้ที่หมวดกฎหมายและภาษีคริปโต
คำถามที่พบบ่อย
ปฏิบัติการ BLACK TRACE ของ DSI คืออะไร?
ปฏิบัติการ BLACK TRACE คือการตรวจค้นและตรวจยึดทรัพย์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับ ปปง. และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เพื่อขยายผลคดีพิเศษที่ 21/2568 กรณีลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าทำเหมืองขุดบิตคอยน์
BLACK TRACE ยึดทรัพย์อะไรไปบ้าง?
DSI ตรวจยึดอสังหาริมทรัพย์ 2 รายการ มูลค่ารวมกว่า 185 ล้านบาท ได้แก่ ที่ดินประมาณ 525 ตารางวาพร้อมอาคารสูง 3 ชั้นในอำเภอบางละมุง มูลค่ากว่า 106 ล้านบาทซึ่งมีบริษัทเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และห้องชุด 15 ห้องในเขตห้วยขวาง มูลค่ารวมประมาณ 79 ล้านบาทที่มีบุคคลสัญชาติเมียนมา 5 รายถือกรรมสิทธิ์
ผู้ต้องหาในคดีที่ BLACK TRACE ขยายผลถูกแจ้งข้อหาอะไร?
DSI ระบุว่าพฤติการณ์เข้าข่ายลักทรัพย์เป็นปกติธุระ ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฐานทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับหรือรบกวน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตามประมวลกฎหมายอาญา และฟอกเงินตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ผู้ต้องหายังไม่ถือว่ามีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษา
พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์ต้องแจ้งที่ไหน?
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ หรือโทร 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง และเตือนว่าการลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์หรือดัดแปลงมิเตอร์มีโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา ส่วนเบาะแสคดีพิเศษแจ้งผ่านช่องทางร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสบนเว็บไซต์ dsi.go.th
แหล่งอ้างอิง
- DSI เปิดปฏิบัติการ BLACK TRACE ขยายผลคดีลักลอบใช้ไฟฟ้า ขุดบิตคอยน์ผิดกฎหมาย ใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตรวจค้น - ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 185 ล้านบาท — กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- DSI เปิดปฏิบัติการ ‘Operation Copperhead’ ทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อน โยงขบวนการจีนเทา - พม่า ยึดเครื่องขุด 3,642 เครื่อง — กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- DSI รวบผู้ต้องหาเช่าโกดัง ทำเหมืองลักกระแสไฟฟ้า ขุดเงินดิจิทัล — กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- PEA เตือนละเมิดการใช้ไฟฟ้า ขุดเหรียญบิตคอยน์ผิดกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- ชลบุรี31กรุงเทพฯ185เมียนมา16จีน218
- ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- Bitcoin9
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ