# วิธีอัปเกรดเป็น Windows 11 จาก Windows 10: เช็กสเปก สำรองข้อมูล และติดตั้ง 3 วิธี

> คู่มืออัปเกรดเป็น Windows 11 จาก Windows 10 ฟรี ตรวจสเปกด้วย PC Health Check เปิด TPM 2.0 สำรองข้อมูล ติดตั้ง 3 วิธี และ ESU ถึง 12 ต.ค. 2027 ถ้าเครื่องไม่ผ่าน

- ประเภท: คู่มือ · หมวด: IT Devices
- เผยแพร่: 2026-10-22T12:08:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T12:08:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/devices/upgrade-to-windows-11-from-windows-10-guide/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- Windows 10 หมดการสนับสนุนเมื่อ **14 ตุลาคม 2025** ส่วนโปรแกรม **ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป** ให้แพตช์ความปลอดภัยถึง **12 ตุลาคม 2027** และลงทะเบียนได้จนถึงวันนั้น
- อัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ฟรีเมื่อเครื่องใช้ **Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไป** และผ่านสเปกขั้นต่ำ ได้แก่ CPU 1 GHz 2 คอร์ที่อยู่ในรายการที่ Microsoft รับรอง RAM **4 GB** พื้นที่ **64 GB** UEFI ที่รองรับ Secure Boot และ **TPM 2.0**
- Microsoft แนะนำให้อัปเกรดเป็น Windows 11 ผ่าน **Windows Update** ก่อน ทางเลือกรองคือ **Windows 11 Installation Assistant** ซึ่งต้องมีพื้นที่ว่าง 9 GB และใช้ได้เฉพาะเครื่อง x64 หรือสร้างสื่อติดตั้งด้วย Media Creation Tool และแฟลชไดรฟ์อย่างน้อย 8 GB
- เวอร์ชันปัจจุบันบนหน้าดาวน์โหลดคือ **Windows 11 เวอร์ชัน 26H2** ซึ่งรุ่น Home และ Pro ได้รับการอัปเดตถึง **10 ตุลาคม 2028**
- หลังอัปเกรดเป็น Windows 11 ย้อนกลับไป Windows 10 โดยไฟล์ยังอยู่ได้ภายใน **10 วัน** ผ่าน Settings > System > Recovery > Go back

อัปเกรดเป็น Windows 11 จาก Windows 10 ทำได้ฟรี ถ้าเครื่องใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไปและผ่านสเปกขั้นต่ำ คือ TPM 2.0, UEFI ที่รองรับ Secure Boot, CPU ในรายการที่ Microsoft รับรอง, RAM 4 GB และพื้นที่ 64 GB ขณะที่ Windows 10 หมดการสนับสนุนไปแล้วเมื่อ 14 ตุลาคม 2025 เครื่องที่ยังไม่พร้อมใช้โปรแกรม ESU รับแพตช์ความปลอดภัยต่อได้ถึง 12 ตุลาคม 2027

คู่มือนี้เรียงตั้งแต่ตรวจสเปก เปิด TPM สำรองข้อมูล อัปเกรดเป็น Windows 11 ทั้ง 3 วิธี ไปจนถึงทางเลือกเมื่อเครื่องไม่ผ่านและตารางแก้ปัญหา ขั้นตอนตรวจกับหน้าช่วยเหลือของ Microsoft และ Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 (Windows 11 2026 Update) ณ ตุลาคม 2026 เครื่องที่ฝ่ายไอทีขององค์กรดูแลอยู่ Microsoft แนะนำให้สอบถามผู้ดูแลระบบก่อนเริ่ม

## Windows 10 หมดซัพพอร์ตแล้ว ต้องอัปเกรดเป็น Windows 11 ภายในเมื่อไร

หลังวันที่ 14 ตุลาคม 2025 เครื่อง Windows 10 ยังเปิดใช้ได้ แต่ Microsoft ไม่ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค ไม่มีอัปเดตซอฟต์แวร์ และไม่มีแพตช์ความปลอดภัยแล้ว เครื่องจึงเสี่ยงต่อไวรัสและมัลแวร์มากขึ้น ทางที่ Microsoft แนะนำมีสามทาง คืออัปเกรดเป็น Windows 11 บนเครื่องเดิม ซื้อเครื่องใหม่ที่มี Windows 11 หรือลงทะเบียน ESU เพื่อซื้อเวลา

| รายการ | วันที่ตามหน้า Microsoft | หมายเหตุ |
| --- | --- | --- |
| Windows 10 สิ้นสุดการสนับสนุน | 14 ตุลาคม 2025 | ทุกรุ่น เวอร์ชันสุดท้ายคือ 22H2 |
| ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไปสิ้นสุด | 12 ตุลาคม 2027 | ลงทะเบียนได้จนถึงวันนี้ |
| ESU สำหรับองค์กร | สูงสุด 3 ปีหลัง 14 ต.ค. 2025 | ซื้อเป็นรายปีผ่าน Volume Licensing |
| Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 รุ่น Home และ Pro | ถึง 10 ตุลาคม 2028 | ออกเมื่อ 29 กันยายน 2026 |
| Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 รุ่น Enterprise และ Education | ถึง 9 ตุลาคม 2029 | ได้ 36 เดือน |

ESU ให้เฉพาะแพตช์ความปลอดภัยระดับวิกฤตและสำคัญ ไม่มีฟีเจอร์ใหม่และไม่มีบริการช่วยเหลือทางเทคนิค จึงเป็นทางพักชั่วคราว ไม่ใช่ทางแทนการอัปเกรดเป็น Windows 11

## สเปกขั้นต่ำสำหรับอัปเกรดเป็น Windows 11 มีอะไรบ้าง

หน้า Windows 11 System Requirements ของ Microsoft กำหนดสเปกขั้นต่ำไว้ดังนี้

| ส่วนประกอบ | ขั้นต่ำ |
| --- | --- |
| CPU | 1 GHz ขึ้นไป 2 คอร์ขึ้นไป และอยู่ใน[รายการ CPU ที่ได้รับอนุมัติ](https://learn.microsoft.com/en-us/windows-hardware/design/minimum/windows-processor-requirements) |
| RAM | 4 GB |
| พื้นที่เก็บข้อมูล | 64 GB ขึ้นไป |
| เฟิร์มแวร์ | UEFI และรองรับ Secure Boot |
| TPM | Trusted Platform Module เวอร์ชัน 2.0 |
| การ์ดจอ | รองรับ DirectX 12 ขึ้นไป ไดรเวอร์ WDDM 2.0 |
| จอภาพ | 720p ขนาดเกิน 9 นิ้วแนวทแยง 8 บิตต่อช่องสี |
| อินเทอร์เน็ตและบัญชี | Windows 11 Home และ Pro สำหรับใช้ส่วนตัวต้องต่ออินเทอร์เน็ตและใช้บัญชี Microsoft ตอนตั้งค่าครั้งแรก |
| Windows เดิม | Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไป จึงอัปเกรดผ่าน Windows Update ได้ |

![หน้า Windows 11 System Requirements ของ Microsoft ระบุ CPU, RAM 4 GB, พื้นที่ 64 GB, UEFI กับ Secure Boot และ TPM 2.0](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/upgrade-to-windows-11-from-windows-10-guide/windows-11-minimum-system-requirements.webp?v=8dc9fa66) _(ภาพ: Microsoft Support (ภาพหน้าจอ))_

Microsoft ระบุว่า CPU เป็นปัจจัยหลัก ความเร็วและจำนวนคอร์เป็นคุณสมบัติของชิปที่อัปเกรดไม่ได้ ส่วน RAM และไดรฟ์บางเครื่องเพิ่มได้ ควรสอบถามผู้ผลิตหรือร้านค้าก่อน

## ก่อนเริ่ม: สิ่งที่ต้องเตรียม

- เครื่องใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไป และติดตั้งอัปเดตของเวอร์ชันปัจจุบันครบแล้ว เพราะข้อเสนอ Windows 11 อาจยังไม่ขึ้นจนกว่าอัปเดตค้างจะติดตั้งเสร็จ
- บัญชีที่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (administrator) เพราะ Installation Assistant และ Media Creation Tool ต้องรันด้วยสิทธิ์นี้
- พื้นที่ว่างอย่างน้อย 9 GB ถ้าจะใช้ Installation Assistant
- อินเทอร์เน็ต และบัญชี Microsoft สำหรับ Windows 11 Home
- เครื่องที่อยู่ใน S mode: Windows 10 Home อัปเกรดเป็น Windows 11 Home ใน S mode ได้เลย แต่ Windows 10 Pro, Education และ Enterprise ต้องออกจาก S mode ก่อน และสลับกลับไม่ได้
- รู้ว่าเครื่องเป็น x64 หรือ Arm ดูได้ที่ Settings > System > About เพราะ Installation Assistant และ Media Creation Tool ใช้ได้เฉพาะ x64 เครื่อง Arm ต้องรอข้อเสนอจาก Windows Update
- สำรองไฟล์สำคัญแล้ว (ดูหัวข้อสำรองข้อมูลด้านล่าง)

## เช็กว่าเครื่องอัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ไหมด้วย PC Health Check

แอป PC Health Check (หน้าภาษาไทยของ Microsoft เรียกว่า "การตรวจสอบสถานภาพพีซี") บอกว่าเครื่องผ่านหรือไม่ผ่านเพราะอะไร และควรทำอะไรต่อ

### ขั้นตอนที่ 1: เปิดหรือติดตั้งแอป PC Health Check

พิมพ์ PC Health Check ในช่องค้นหาบนแถบงาน แล้วเลือกแอปจากผลค้นหา ถ้ายังไม่มีแอป ให้ดาวน์โหลดจาก aka.ms/GetPCHealthCheckApp แล้วทำตามขั้นตอนติดตั้ง

### ขั้นตอนที่ 2: กด Check now

เลือก **Check now** (ตรวจสอบเดี๋ยวนี้) แอปจะแสดงว่าเครื่องตรงตามสเปกขั้นต่ำของ Windows 11 หรือไม่ พร้อมเหตุผลของแต่ละข้อที่ไม่ผ่าน

### ขั้นตอนที่ 3: อ่านผลแล้วไปขั้นถัดไป

ถ้าผ่าน ไปที่หัวข้อสำรองข้อมูล ถ้าไม่ผ่านเพราะ TPM หรือ Secure Boot ให้ดูสองหัวข้อถัดไปก่อน เพราะบางเครื่องรองรับอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้เปิดการตั้งค่า ถ้าไม่ผ่านเพราะ CPU ให้ข้ามไปหัวข้อทางเลือกเมื่อเครื่องไม่ผ่าน

แม้เครื่องผ่าน หาก Microsoft พบปัญหาความเข้ากันได้กับแอปหรือไดรเวอร์ในเครื่อง ระบบจะหน่วงการอัปเกรดเป็น Windows 11 ไว้ชั่วคราวจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ (compatibility safeguard hold)

## TPM 2.0 ไม่ผ่าน ตรวจและเปิดอย่างไร

หน้าช่วยเหลือของ Microsoft ระบุว่าพีซีส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในช่วง 5 ปีหลังรองรับ TPM 2.0 แต่บางเครื่องยังไม่ได้เปิดไว้ โดยเฉพาะเมนบอร์ดที่ขายแยกสำหรับประกอบเครื่องเอง

### ขั้นตอนที่ 1: ตรวจเวอร์ชัน TPM

กด Windows + R พิมพ์ `tpm.msc` แล้วกด OK ถ้าขึ้นข้อความ "Compatible TPM cannot be found" แปลว่า TPM อาจถูกปิดอยู่ ถ้าขึ้นว่า TPM พร้อมใช้งาน ให้ดู **Specification Version** ใต้ TPM Manufacturer Information ว่าเป็น 2.0 หรือไม่ อีกทางคือ Settings > Update & Security > Windows Security > Device Security แล้วเปิด Security processor details

![ขั้นตอนตรวจ TPM ด้วย tpm.msc จากหน้าช่วยเหลือ Enable TPM 2.0 on your PC ของ Microsoft](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/upgrade-to-windows-11-from-windows-10-guide/windows-tpm-msc-check-steps.webp?v=b7a40bf6) _(ภาพ: Microsoft Support (ภาพหน้าจอ))_

### ขั้นตอนที่ 2: เปิด TPM ในหน้า UEFI

ไปที่ Settings > Update & Security > Recovery แล้วกด **Restart now** ในหน้าถัดไปเลือก Troubleshoot > Advanced options > UEFI Firmware Settings > Restart ตัวเลือกมักอยู่ในเมนู Advanced, Security หรือ Trusted Computing และอาจใช้ชื่อ Security Device, TPM State, AMD fTPM switch, AMD PSP fTPM, Intel PTT หรือ Intel Platform Trust Technology ถ้าไม่แน่ใจ ให้ดูคู่มือของผู้ผลิตเครื่อง

## Secure Boot ไม่ผ่าน ทำอย่างไร

เงื่อนไขของ Windows 11 คือเครื่องต้อง "รองรับ" Secure Boot ซึ่งหมายถึงบูตแบบ UEFI ไม่ใช่โหมด Legacy BIOS (CSM) เข้าหน้า UEFI Firmware Settings ตามขั้นตอนเดียวกับการเปิด TPM แล้วเปลี่ยนโหมดบูตเป็น UEFI ถ้าเครื่องเปิดได้ทั้ง UEFI และ Legacy/CSM ให้ตั้ง UEFI เป็นตัวเลือกแรกหรือตัวเลือกเดียว Microsoft แนะนำให้พิจารณาเปิด Secure Boot ด้วยเพื่อความปลอดภัยที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนโหมดบูตเป็นงานระดับเฟิร์มแวร์ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ทำตามคู่มือของผู้ผลิตเครื่องหรือติดต่อฝ่ายบริการของผู้ผลิต หลังแก้การตั้งค่าเพื่อให้ผ่านสเปกแล้ว Microsoft แนะนำให้รอจนกว่า Windows Update จะแจ้งว่า Windows 11 พร้อมสำหรับเครื่อง

เรื่องใบรับรอง Secure Boot ชุดปี 2011 ที่ทยอยหมดอายุในปี 2026 อ่านเพิ่มได้ที่ [Secure Boot หมดอายุใบสุดท้าย 19 ต.ค. 2026](/devices/secure-boot-expiry-windows-production-pca-2011/)

## สำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเป็น Windows 11

การอัปเกรดเป็น Windows 11 ย้ายไฟล์ไปให้ตามค่าเริ่มต้น แต่ Microsoft แนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนเสมอ ถ้าไฟล์ซิงก์อยู่บน OneDrive แล้วอาจไม่ต้องทำเพิ่ม

### ขั้นตอนที่ 1: เปิด Windows Backup

กด Start พิมพ์ backup แล้วเลือก **Windows Backup** หรือไปที่ Settings > Accounts > Windows backup ถ้าเครื่องใช้บัญชีภายในเครื่อง ให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ก่อน บัญชีงานหรือบัญชีโรงเรียนใช้กับ Windows Backup ไม่ได้

### ขั้นตอนที่ 2: เลือกโฟลเดอร์และการตั้งค่า

เปิดหมวด Folders แล้วเลือกโฟลเดอร์ Desktop, Documents, Pictures, Videos และ Music ที่จะซิงก์ขึ้น OneDrive จากนั้นเลือกหมวดการตั้งค่าที่ต้องการ แล้วกด **Back up** บัญชี Microsoft แบบฟรีมีพื้นที่ OneDrive 5 GB ไฟล์ที่มากกว่านั้นควรเก็บสำเนาไว้ในไดรฟ์ภายนอกด้วย

หลักการเก็บสำเนาหลายชุดอ่านเพิ่มได้ใน[คู่มือกฎ Backup 3-2-1](/datacenter/backup-3-2-1-rule-guide/)

## วิธีที่ 1: อัปเกรดเป็น Windows 11 ผ่าน Windows Update (วิธีที่ Microsoft แนะนำ)

### ขั้นตอนที่ 1: ตรวจหาการอัปเดต

ไปที่ Start > Settings > Update & Security > Windows Update (การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > Windows Update) แล้วกด **Check for updates** (ตรวจหาการอัปเดต)

### ขั้นตอนที่ 2: ดาวน์โหลดและติดตั้ง

ถ้ามีข้อความว่า Windows 11 พร้อมแล้ว ให้กด **Download and install** (ดาวน์โหลดและติดตั้ง) แล้วกด **Accept and install** ในหน้าข้อกำหนดสิทธิ์การใช้งาน ระหว่างดาวน์โหลดยังใช้เครื่องได้ และตั้งเวลาติดตั้งตอนไม่ได้ใช้เครื่องได้

### ขั้นตอนที่ 3: รีสตาร์ตและลงชื่อเข้าใช้

เมื่อสถานะเปลี่ยนเป็น Pending restart ให้กด **Restart now** (รีสตาร์ตเดี๋ยวนี้) เครื่องจะรีสตาร์ตเองอีกหลายครั้ง เมื่อขึ้นหน้าจอลงชื่อเข้าใช้ของ Windows 11 ให้ลงชื่อเข้าใช้เพื่อจบการอัปเกรดเป็น Windows 11

ถ้าไม่ขึ้นข้อเสนอ อาจเป็นเพราะข้อเสนอยังมาไม่ถึงเครื่อง มีปัญหาความเข้ากันได้ที่ทราบแล้ว หรือเครื่องไม่ผ่านสเปก ส่วนลิงก์ Check hardware requirements ในข้อความ "Get ready for Windows 11" ไม่ได้ตรวจเครื่องให้ ต้องใช้ PC Health Check

## วิธีที่ 2: อัปเกรดเป็น Windows 11 ด้วย Installation Assistant

Microsoft แนะนำให้รอข้อเสนอจาก Windows Update ก่อน แต่ใช้ Installation Assistant ก่อนได้ เครื่องต้องมีไลเซนส์ Windows 10 หรือ 11 ใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไป มีพื้นที่ว่าง 9 GB และเป็น CPU แบบ x64

### ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดและรัน

ที่หน้า microsoft.com/software-download/windows11 กด **Download Now** ใต้หัวข้อ Windows 11 Installation Assistant แล้วเลือก Run ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ

### ขั้นตอนที่ 2: ยอมรับและติดตั้ง

เมื่อเครื่องมือยืนยันว่าฮาร์ดแวร์ผ่าน จะขึ้นข้อกำหนดสิทธิ์การใช้งาน ให้กด **Accept and install** (ยอมรับและติดตั้ง) ถ้าเครื่องมือแจ้งว่าต้องใช้ PC Health Check ตรวจก่อน ให้รัน PC Health Check แล้วกด **Refresh** ในหน้าต่าง Installation Assistant

### ขั้นตอนที่ 3: รีสตาร์ต

เมื่อพร้อม ให้กด **Restart Now** เครื่องจะรีสตาร์ตหลายครั้ง ห้ามปิดเครื่องจนกว่าจะเสร็จ ถ้าขึ้นว่า This PC doesn't meet the minimum system requirements แปลว่าเครื่องไม่ผ่านสเปก

## วิธีที่ 3: อัปเกรดเป็น Windows 11 ด้วย Media Creation Tool หรือ ISO

Microsoft ระบุว่าสื่อติดตั้งมักใช้ติดตั้ง Windows 11 ใหม่ทั้งเครื่อง (clean install) แต่ใช้อัปเกรดเครื่องที่มี Windows อยู่แล้วได้ด้วย

### ขั้นตอนที่ 1: สร้างสื่อติดตั้ง

ดาวน์โหลด Media Creation Tool จากหน้าดาวน์โหลด Windows 11 รันด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ กด Accept เลือก Create installation media for another PC เลือกภาษา รุ่น และสถาปัตยกรรม 64-bit แล้วเลือก USB flash drive (แฟลชไดรฟ์ว่างอย่างน้อย 8 GB ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์จะถูกลบ) หรือ ISO file

### ขั้นตอนที่ 2: อัปเกรดเป็น Windows 11 โดยเก็บไฟล์ไว้

เสียบแฟลชไดรฟ์ในเครื่อง Windows 10 แล้วรัน setup.exe (หรือคลิกขวาไฟล์ ISO แล้วเลือก Mount ก่อนเปิด setup.exe) ทำตามหน้า Windows 11 Setup จนถึงหน้า Ready to install ค่าเริ่มต้นคือ **Keep personal files and apps** ถ้ากด Change what to keep จะเลือกเก็บเฉพาะไฟล์ หรือ Nothing ซึ่งลบทุกอย่างได้

ห้ามบูตเครื่องจากแฟลชไดรฟ์ถ้าต้องการเก็บไฟล์ไว้ เพราะ Microsoft ระบุว่าวิธีบูตจากสื่อติดตั้งจะล้างไดรฟ์และติดตั้ง Windows 11 ใหม่ทั้งหมด ไฟล์และแอปในเครื่องจะหายไป

## Windows 11 เวอร์ชันล่าสุดคือเวอร์ชันไหน

หน้า Download Windows 11 ระบุรุ่นปัจจุบันว่า Windows 11 2026 Update เวอร์ชัน 26H2 ซึ่งตามหน้า Windows 11 release information ออกเมื่อ 29 กันยายน 2026 Windows 11 ออกอัปเดตฟีเจอร์ปีละครั้ง รุ่น Home และ Pro ได้การสนับสนุน 24 เดือน (26H2 ถึง 10 ตุลาคม 2028) ส่วนรุ่น Enterprise และ Education ได้ 36 เดือน (ถึง 9 ตุลาคม 2029)

![แผนภาพไทม์ไลน์การสนับสนุน Windows 10, ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป และ Windows 11 เวอร์ชัน 26H2](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/upgrade-to-windows-11-from-windows-10-guide/windows-10-to-11-support-timeline.webp?v=57413f3c) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Microsoft))_

รายละเอียดของรุ่นนี้และฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาอยู่ในข่าว [Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ออกแล้ว](/enterprise-apps/windows-11-26h2-release-support-lifecycle/)

## เครื่องไม่ผ่านสเปก อัปเกรดเป็น Windows 11 ไม่ได้ มีทางเลือกอะไรบ้าง

Microsoft ไม่แนะนำให้ติดตั้ง Windows 11 บนเครื่องที่ไม่ผ่านสเปก เพราะเครื่องจะไม่ได้รับการสนับสนุน ไม่มีสิทธิ์รับอัปเดต รวมถึงแพตช์ความปลอดภัย และความเสียหายจากความไม่เข้ากันไม่อยู่ในประกันของผู้ผลิต ทางเลือกตามเอกสารของ Microsoft มีดังนี้

- **ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป** ใช้กับ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 รุ่น Home, Pro, Pro Education และ Workstations ที่ติดตั้งอัปเดตล่าสุดและแพ็กเกจ KB5126256 แล้ว ไปที่ Settings > Update & Security > Windows Update แล้วกด **Enroll now** (ลงทะเบียนทันที) ลงทะเบียนได้ 3 แบบ คือฟรีเมื่อซิงก์การตั้งค่าพีซีด้วย Windows Backup แลก Microsoft Rewards 1,000 คะแนน หรือจ่ายครั้งเดียว 30 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่น บวกภาษี) ใช้ได้สูงสุด 10 เครื่อง
- **ESU สำหรับองค์กร** ผ่าน Volume Licensing ปีแรก 61 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง ราคาเพิ่มเป็นสองเท่าทุกปี สูงสุด 3 ปี
- **ซื้อเครื่องใหม่** ที่มี Windows 11 แล้วย้ายไฟล์ด้วย Windows Backup
- **Windows 365 (Cloud PC)** สำหรับองค์กร ใช้ Windows 11 บนคลาวด์จากอุปกรณ์ใดก็ได้ และเครื่อง Windows 10 ที่ใช้เชื่อมต่อ Cloud PC ได้สิทธิ์ ESU สูงสุด 3 ปีเมื่อมีไลเซนส์ Windows 365

![หน้า Windows 10 ESU ของ Microsoft แสดง 3 วิธีลงทะเบียน: ฟรีเมื่อซิงก์การตั้งค่าพีซี แลก 1,000 คะแนน Microsoft Rewards หรือซื้อครั้งเดียว 30 ดอลลาร์สหรัฐ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/upgrade-to-windows-11-from-windows-10-guide/windows-10-consumer-esu-cost.webp?v=fa4a11cc) _(ภาพ: Microsoft (ภาพหน้าจอ))_

## ปัญหาที่พบบ่อยตอนอัปเกรดเป็น Windows 11 และวิธีแก้

| อาการ | วิธีแก้ |
| --- | --- |
| Windows Update ไม่ขึ้นข้อเสนอ Windows 11 | ติดตั้งอัปเดตที่ค้างให้ครบ รีสตาร์ต แล้วตรวจใหม่ ตรวจสเปกด้วย PC Health Check |
| ขึ้นข้อความ What needs your attention | เครื่องอาจไม่ผ่านสเปกหรือมีปัญหาความเข้ากันได้ ตรวจด้วย PC Health Check |
| ขึ้นข้อความ Compatible TPM cannot be found | TPM อาจถูกปิด เปิดในหน้า UEFI Firmware Settings |
| Installation Assistant ขอให้ใช้ PC Health Check | รัน PC Health Check แล้วกด Refresh ในหน้าต่าง Installation Assistant |
| บางแอปถูกถอนการติดตั้งระหว่างอัปเกรดเป็น Windows 11 | ติดตั้งใหม่หลังอัปเกรด ถ้าแอปใช้กับ Windows 11 ไม่ได้ ให้ถามผู้พัฒนาว่ามีเวอร์ชันใหม่หรือไม่ |
| บูตจากแฟลชไดรฟ์ไม่ได้ | เปิดเมนูบูตหรือเปลี่ยนลำดับบูตด้วยปุ่มอย่าง F2, F12, Delete หรือ Esc ตามคู่มือผู้ผลิต |
| อยากกลับไป Windows 10 | ภายใน 10 วัน: Settings > System > Recovery > Go back หลังจากนั้นต้องสำรองไฟล์แล้วติดตั้งใหม่ |

## ข้อควรรู้ก่อนอัปเกรดเป็น Windows 11 สำหรับผู้ใช้และองค์กรในไทย

- เครื่องที่ใช้ Windows ภาษาไทย ต้องเลือกภาษาไทยตอนสร้างสื่อติดตั้งด้วย Media Creation Tool เพราะต้องเลือกภาษาเดียวกับระบบเดิม ตรวจภาษาที่ใช้อยู่ได้ที่ Time & language
- ไฟล์อัปเกรดมีขนาดใหญ่ ถ้าใช้เน็ตมือถือหรือแพ็กเกจที่คิดตามปริมาณข้อมูล ผู้ให้บริการอาจคิดค่าใช้จ่าย ควรเลือกการเชื่อมต่อที่ไม่จำกัดปริมาณข้อมูล
- หน้า ESU ภาษาไทยของ Microsoft ระบุราคาแบบซื้อครั้งเดียวเป็น 30 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่นบวกภาษี ไม่ได้ระบุเป็นบาท และทางเลือกซิงก์การตั้งค่าพีซียังไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- เครื่องในองค์กรที่เข้าโดเมน Active Directory หรือ Microsoft Entra อยู่ในระบบ MDM หรือตั้งเป็น kiosk ใช้ ESU แบบผู้ใช้ทั่วไปไม่ได้ ต้องใช้ ESU สำหรับองค์กร

เนื้อหาเกี่ยวกับโน้ตบุ๊กและพีซีสำหรับองค์กรเพิ่มเติมอยู่ใน[หมวด Devices](/devices/)

## คำถามที่พบบ่อย

### อัปเกรดเป็น Windows 11 จาก Windows 10 ฟรีไหม?

ฟรี หน้าคำถามที่พบบ่อยของ Microsoft ระบุว่าการอัปเกรดเป็น Windows 11 จาก Windows 10 ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เครื่องต้องใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไปและผ่านสเปกขั้นต่ำ ส่วนไฟล์อัปเกรดมีขนาดใหญ่ ถ้าใช้อินเทอร์เน็ตแบบคิดตามปริมาณข้อมูล ผู้ให้บริการอาจเก็บค่าใช้จ่าย

### Windows 10 ยังใช้ได้ถึงเมื่อไร?

Windows 10 หมดการสนับสนุนเมื่อ 14 ตุลาคม 2025 เครื่องยังเปิดใช้ได้แต่ไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยแล้ว ถ้ายังไม่พร้อมอัปเกรดเป็น Windows 11 ผู้ใช้ทั่วไปลงทะเบียนโปรแกรม ESU เพื่อรับแพตช์ความปลอดภัยต่อได้ถึง 12 ตุลาคม 2027 ส่วนองค์กรซื้อ ESU ผ่าน Volume Licensing ได้สูงสุด 3 ปีหลังวันหมดการสนับสนุน

### เครื่องไม่มี TPM 2.0 อัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ไหม?

TPM 2.0 เป็นสเปกขั้นต่ำของ Windows 11 แต่หลายเครื่องมี TPM ที่ยังปิดอยู่ ให้ตรวจด้วย tpm.msc หรือแอป Windows Security ก่อน ถ้าปิดอยู่ เปิดได้ในหน้า UEFI Firmware Settings ภายใต้ชื่ออย่าง Intel PTT หรือ AMD fTPM ถ้าเครื่องไม่มี TPM 2.0 เลย Microsoft ไม่แนะนำให้ฝืนติดตั้ง เพราะเครื่องจะไม่ได้รับการสนับสนุนและไม่มีสิทธิ์รับอัปเดต

### อัปเกรดเป็น Windows 11 แล้วไฟล์หายไหม ย้อนกลับได้หรือเปล่า?

การอัปเกรดเป็น Windows 11 ผ่าน Windows Update หรือ Installation Assistant ย้ายไฟล์และข้อมูลไปยัง Windows 11 ให้ตามค่าเริ่มต้น แต่ Microsoft ยังแนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนเสมอ หลังอัปเกรดเป็น Windows 11 มีเวลา 10 วันในการย้อนกลับไป Windows 10 โดยไฟล์ยังอยู่ ผ่าน Settings > System > Recovery แล้วกด Go back

### อัปเกรดเป็น Windows 11 ใช้เวลานานเท่าไร?

Microsoft ไม่ได้ระบุเวลาที่ใช้อัปเกรดเป็น Windows 11 ไว้ตายตัว เวลาดาวน์โหลดขึ้นกับความเร็วอินเทอร์เน็ต และโดยทั่วไปนานกว่าอัปเดตฟีเจอร์ของ Windows 10 ระหว่างดาวน์โหลดยังใช้เครื่องได้ เมื่อดาวน์โหลดเสร็จจะตั้งเวลาติดตั้งตอนไม่ได้ใช้เครื่องได้ และเครื่องจะรีสตาร์ตหลายครั้งก่อนเสร็จ


## แหล่งอ้างอิง

- [Windows 10 support has ended on October 14, 2025](https://support.microsoft.com/en-us/windows/windows-10-support-has-ended-on-october-14-2025-2ca8b313-1946-43d3-b55c-2b95b107f281) — Microsoft Support
- [Windows 10 Consumer Extended Security Updates (ESU)](https://www.microsoft.com/en-us/windows/extended-security-updates) — Microsoft
- [Windows 11 System Requirements](https://support.microsoft.com/en-us/windows/windows-11-system-requirements-86c11283-ea52-4782-9efd-7674389a7ba3) — Microsoft Support
- [Ways to install Windows 11](https://support.microsoft.com/en-us/windows/ways-to-install-windows-11-e0edbbfb-cfc5-4011-868b-2ce77ac7c70e) — Microsoft Support
- [Download Windows 11](https://www.microsoft.com/en-us/software-download/windows11) — Microsoft
- [Extended Security Updates (ESU) program for Windows 10](https://learn.microsoft.com/en-us/windows/whats-new/extended-security-updates) — Microsoft Learn
