# Ember ชี้อาเซียนมีระบบกักเก็บพลังงานในแผนราว 7 GW จากที่ต้องการ 23–26 GW ภายในปี 2030

> รายงาน Ember 7 ต.ค. 2026 ชี้อาเซียนต้องการระบบกักเก็บพลังงาน 23–26 GW ภายในปี 2030 แต่มีโครงการราว 7 GW คอขวดคือการออกแบบตลาดให้โครงการน่าลงทุน ไม่ใช่เงินทุน

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Energy
- เผยแพร่: 2026-10-08T14:32:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T14:32:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/energy/ember-asean-clean-energy-financing-storage-gap/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **Ember** เผยแพร่รายงาน Bankable by design เมื่อ **7 ตุลาคม 2026** สรุปว่าคอขวดการเงินของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอาเซียนย้ายจากการหาเงินทุนไปเป็นการทำให้โครงการน่าลงทุน (bankable)
- อาเซียนต้องการระบบกักเก็บพลังงาน **23–26 GW ภายในปี 2030** ตามแผนที่นำทางพลังงานหมุนเวียนระยะยาวของอาเซียน แต่โครงการที่ประกาศแล้วมีราว **7 GW** ไม่ถึงหนึ่งในสาม
- แบบจำลองของ Ember พบโซลาร์ขนาด **0.5 MW** ให้ผลตอบแทนส่วนทุน (equity IRR) เพียง **2.6%** เทียบกับ **13.1%** ของโครงการ 20 MW และการลดดอกเบี้ยจาก 9% เหลือ 5% เพิ่มผลตอบแทนได้ราว 4.4 จุดเท่านั้น
- ดัชนีความพร้อมตลาดระบบกักเก็บพลังงานของ Ember ให้ฟิลิปปินส์ **86.9%** สิงคโปร์ **83.5%** อินโดนีเซีย 52.1% เวียดนาม 51.3% และมาเลเซีย **35.8%** โดยยังไม่มีประเทศใดมีตลาดกำลังผลิต (capacity market) เฉพาะ
- ตัวอย่างสายส่ง Sarawak–West Kalimantan ยาว 128 กม. ให้ผลตอบแทนส่วนทุน **7.2–8.8%** ต่ำกว่าเกณฑ์ 12% ที่นักลงทุนเอกชนคาดหวัง

Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงาน (think tank) เผยแพร่รายงาน Bankable by design เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ชี้ว่าอาเซียนต้องการระบบกักเก็บพลังงาน 23–26 GW ภายในปี 2030 แต่มีโครงการที่ประกาศแล้วเพียงราว 7 GW และสรุปว่าคอขวดของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภูมิภาคย้ายจากการหาเงินทุนไปเป็นการทำให้โครงการน่าลงทุนพอที่ธนาคารจะปล่อยกู้

รายงานเขียนโดย Dinita Setyawati และ Alnie Demoral นักวิเคราะห์ด้านเอเชียของ Ember ใช้ข้อมูลโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ 50 โครงการ แบบจำลองผลตอบแทนของโซลาร์ขนาด 0.5–20 MW การประเมินความพร้อมของตลาดระบบกักเก็บพลังงานใน 5 ประเทศ และตัวอย่างโครงการสายส่ง ข้อสรุปคือการออกแบบตลาด ไม่ใช่เงินทุนหรือเทคโนโลยี ที่กำลังเป็นตัวจำกัด


## Ember พบว่าเงินทุนไหลเข้าโครงการใหญ่ แต่ไปไม่ถึงโครงการเล็ก

ในรอบสิบปีที่ผ่านมา กำลังผลิตโซลาร์ของอาเซียนเพิ่มเป็น 39 GW และพลังงานลม 9.6 GW โครงการขนาดใหญ่ 50 โครงการที่ Ember ศึกษาปิดดีลเงินกู้ได้แล้ว มีเงินลงทุนตั้งแต่ราว 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปจนถึงมากกว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมโซลาร์ ลม ความร้อนใต้พิภพ พลังน้ำ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ และแบตเตอรี่

สิ่งที่ทำให้โครงการเหล่านี้ได้เงินกู้คือรายได้ที่แน่นอน โครงการส่วนใหญ่มีสัญญาขายไฟ 20–25 ปี ไม่ว่าจะเป็น feed-in tariff สัญญากับการไฟฟ้า การประมูล หรือสัญญากับบริษัทเอกชน มีโซลาร์และลมเพียง 18% ที่ต้องพึ่งธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีหรือเงินกู้ผ่อนปรน ขณะที่โครงการความร้อนใต้พิภพ 64% ต้องพึ่ง เพราะมีความเสี่ยงช่วงสำรวจแหล่ง

แต่ภาพรวมยังห่างเป้า Ember อ้างว่าอาเซียนต้องลงทุนปีละ 281 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 เพื่อเปลี่ยนผ่านเต็มรูปแบบ และระยะต่อไปต้องพึ่งระบบขนาดเล็กหลายพันระบบ ระบบกักเก็บพลังงาน และสายส่ง ซึ่งไม่เข้ากับรูปแบบการเงินที่ทำให้โซลาร์และลมขนาดใหญ่ได้เงินกู้

"คอขวดทางการเงินของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอาเซียนเปลี่ยนจากการหาเงินทุนไปเป็นการสร้างสินทรัพย์ที่ธนาคารให้กู้ได้" Alnie Demoral กล่าว

## ระบบกักเก็บพลังงาน: ต้องการ 23–26 GW แต่มีในแผนราว 7 GW

แผนที่นำทางพลังงานหมุนเวียนระยะยาวของอาเซียน (ASEAN Renewable Energy Long-term Roadmap) ประเมินว่าภูมิภาคต้องการระบบกักเก็บพลังงาน 23–26 GW ภายในปี 2030 และ 105–145 GW ภายในปี 2045 แต่ Ember นับโครงการระดับโครงข่ายที่ประกาศแล้วได้ราว 7 GW ภายในปี 2030 รวมทั้งแบตเตอรี่และพลังน้ำแบบสูบกลับ

Ember สร้างดัชนีความพร้อมของตลาดระบบกักเก็บพลังงาน (ESMRI) จาก 4 ด้าน คือการยอมรับในกฎระเบียบ กลไกรายได้ ช่องทางจัดซื้อ และความแน่นอนของการลงทุน ผลใน 5 ประเทศเป็นดังนี้

| ประเทศ | คะแนน ESMRI | สถานะตามรายงาน |
| --- | --- | --- |
| ฟิลิปปินส์ | 86.9% | พร้อมที่สุด แบตเตอรี่ขายไฟในตลาดค้าส่งและบริการเสริมความมั่นคงได้ |
| สิงคโปร์ | 83.5% | พร้อม แบตเตอรี่ร่วมตลาดค้าส่งและบริการเสริมได้ |
| อินโดนีเซีย | 52.1% | ช่วงเปลี่ยนผ่าน พึ่งการจัดซื้อของการไฟฟ้าเป็นหลัก |
| เวียดนาม | 51.3% | ช่วงเปลี่ยนผ่าน ยังไม่มีกรอบกำกับแบตเตอรี่แบบแยกเดี่ยว |
| มาเลเซีย | 35.8% | ระยะเริ่มต้น มีโครงการจัดซื้อ MyBeST แต่ยังไม่มีกติกาตลาดถาวร |

ช่องว่าง 51 จุดระหว่างประเทศสูงสุดกับต่ำสุดมาจากกติกาตลาด ไม่ใช่ความสามารถในการติดตั้ง ยังไม่มีประเทศใดใน 5 ประเทศนี้ที่มีตลาดกำลังผลิต (capacity market) เฉพาะ และการให้แบตเตอรี่หารายได้จากหลายบริการพร้อมกัน (revenue stacking) ยังไม่พัฒนาในทุกประเทศ ไทยไม่อยู่ในกลุ่มที่ประเมิน

![คะแนนความพร้อมของตลาดระบบกักเก็บพลังงานใน 5 ประเทศอาเซียนตามการประเมินของ Ember](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/ember-asean-clean-energy-financing-storage-gap/ember-esmri-storage-readiness-scores.webp?v=54810b4c) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Ember))_

## โซลาร์ขนาดเล็กได้ผลตอบแทนต่ำ แม้ดอกเบี้ยถูก

Ember จำลองโครงการโซลาร์ขนาด 0.5–20 MW ที่ค่าไฟ 0.060–0.090 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย และดอกเบี้ย 5–9% พบว่าขนาดโครงการเป็นตัวกำหนดผลตอบแทนส่วนทุน (equity IRR) มากที่สุด

- ภายใต้ค่าไฟและดอกเบี้ยระดับกลาง โครงการ 0.5 MW ได้ผลตอบแทนราว 2.6% ขณะที่โครงการ 20 MW ได้ราว 13.1%
- การลดดอกเบี้ยจาก 9% เหลือ 5% เพิ่มผลตอบแทนได้ราว 4.4 จุด ส่วนการเพิ่มขนาดตลอดช่วงที่ศึกษาเพิ่มได้มากกว่า 10 จุด
- โครงการ 0.5 MW ไม่ถึงผลตอบแทน 12% ในทุกสถานการณ์ที่จำลอง แม้ได้ค่าไฟ 0.090 ดอลลาร์และดอกเบี้ย 5% ก็ได้ราว 10%
- โครงการ 20 MWp ที่ดอกเบี้ย 7% ต้องได้ค่าไฟราว 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh จึงจะได้ผลตอบแทน 12% ใกล้ค่าที่ประเมินของอินโดนีเซีย (74) ฟิลิปปินส์ (76) และเวียดนาม (71)

Ember เสนอให้รวมโครงการเล็กเป็นพอร์ตเดียวเพื่อทำ due diligence และสัญญากู้ครั้งเดียว และใช้เครื่องมือเพิ่มรายได้ เช่น ใบรับรองไฟฟ้าหมุนเวียนจากระบบขนาดเล็ก (D-REC) ที่มีรายงานว่าขายได้เกิน 100 ดอลลาร์ต่อ MWh เทียบกับ 1–15 ดอลลาร์ของ REC แบบสมัครใจทั่วไป

![ตัวเลขหลักจากรายงานของ Ember เรื่องช่องว่างการลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน โซลาร์ขนาดเล็ก และสายส่งในอาเซียน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/ember-asean-clean-energy-financing-storage-gap/ember-asean-financing-key-numbers.webp?v=fb4f3b9d) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Ember))_

## สายส่งได้ผลตอบแทนเพียง 7.2–8.8%

Ember ยกตัวอย่างสายส่ง Sarawak–West Kalimantan ที่วางแผนไว้ ยาว 128 กิโลเมตร ส่งไฟได้ 230 MW เงินลงทุนประมาณ 44.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลตอบแทนส่วนทุนอยู่ที่ 7.2–8.8% ต่ำกว่าเกณฑ์ 12% ที่รายงานใช้ราว 3.2–4.8 จุด เพราะค่าผ่านสายถูกกำกับให้แค่คืนต้นทุน ขณะที่ประโยชน์ของสายส่งตกกับผู้ผลิตไฟ ผู้ใช้ไฟ และระบบโดยรวม

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

อาเซียนกำลังผลักดันการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า รวมถึงโครงการบูรณาการพลังงาน ลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ (LTMS-PIP) ซึ่ง Ember ระบุว่าต้องแก้อุปสรรคเหล่านี้ร่วมกัน และเสนอให้ระดมทุนตามประเภทสินทรัพย์ ได้แก่ สายส่ง โซลาร์คู่แบตเตอรี่ และลมคู่แบตเตอรี่ Dinita Setyawati ระบุว่ามาตรการที่ออกแบบตามประเภทสินทรัพย์และตลาดน่าจะได้ผลที่สุด

สำหรับไทย Ember ระบุว่าเวียดนาม ไทย และมาเลเซียเปิดให้ทำ Direct PPA ที่ลูกค้าองค์กรซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนตรงจากผู้ผลิตได้แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับกติกาที่ กกพ. กำลังเตรียม ตามที่เรารายงานใน[ข่าวกติกาไฟฟ้า Data Center ของ กกพ.](/energy/thailand-erc-data-center-power-rules-boi-2026/) ขณะที่ IEA ประเมินว่าไทยจะพึ่งก๊าซนำเข้ามากขึ้น ตาม[ข่าว ASEAN Energy Security Review](/energy/iea-asean-energy-security-review-lng-thailand/) ระบบกักเก็บพลังงานที่ลงทุนได้จริงจึงเกี่ยวกับต้นทุนไฟฟ้าของไทยโดยตรง

## ผลต่อองค์กรไทย

- **ประเมินโซลาร์รูฟท็อปเป็นพอร์ต** องค์กรที่มีหลายสาขาหรือหลายโรงงานควรพิจารณารวมหลายไซต์เป็นสัญญาเดียว เพราะผลการศึกษาของ Ember ชี้ว่าขนาดโครงการมีผลต่อผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ย
- **ถามว่าแบตเตอรี่มีรายได้หรือการประหยัดกี่ทาง** ก่อนลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน ให้ระบุว่าได้ประโยชน์จากอะไรบ้าง เช่น ลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด ไฟสำรอง หรือใช้ไฟโซลาร์ตอนเย็น และกติกาไทยอนุญาตอะไร
- **ติดตาม Direct PPA และราคารับซื้อไฟ** องค์กรที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดปริมาณมาก โดยเฉพาะ Data Center และโรงงานส่งออก ควรติดตามกติกาของ กกพ. และการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าใน[ข่าว Adder และ FiT](/energy/adder-fit-solar-power-purchase-review-thailand/)
- **คุยกับสถาบันการเงินเรื่องโครงสร้างสัญญา** ฝ่ายการเงินควรถามผู้ให้กู้ว่าต้องการสัญญาซื้อขายไฟระยะยาวแบบใดจึงจะปล่อยกู้ได้ เพราะรายงานชี้ว่ารายได้ที่แน่นอนสำคัญกว่าดอกเบี้ยถูก ดูข่าวพลังงานเพิ่มเติมได้ที่[หมวดพลังงานและโซลาร์เซลล์](/energy/)

## คำถามที่พบบ่อย

### รายงาน Bankable by design ของ Ember พูดถึงอะไร?

รายงานของ Ember ที่เผยแพร่เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 วิเคราะห์ว่าทำไมการลงทุนพลังงานสะอาดในอาเซียนยังติดขัด และสรุปว่าคอขวดย้ายจากการหาเงินทุนไปเป็นการทำให้โครงการน่าลงทุน โดยเฉพาะโซลาร์ขนาดเล็กแบบกระจาย ระบบกักเก็บพลังงาน และสายส่ง ซึ่งยังไม่มีรายได้ที่แน่นอนพอให้ผู้ให้กู้มั่นใจ

### อาเซียนต้องการระบบกักเก็บพลังงานเท่าไร?

Ember อ้างแผนที่นำทางพลังงานหมุนเวียนระยะยาวของอาเซียนว่าภูมิภาคต้องการระบบกักเก็บพลังงาน 23–26 GW ภายในปี 2030 และ 105–145 GW ภายในปี 2045 แต่โครงการระดับโครงข่ายที่ประกาศแล้ว ทั้งแบตเตอรี่และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ มีรวมราว 7 GW ภายในปี 2030

### ทำไมโซลาร์ขนาดเล็กหาเงินกู้ยากกว่าโซลาร์ขนาดใหญ่?

เพราะค่าเตรียมโครงการ ค่าเอกสารกฎหมาย และการตรวจสอบของผู้ให้กู้แทบไม่ลดลงตามขนาด แบบจำลองของ Ember พบว่าโซลาร์ 0.5 MW ให้ผลตอบแทนส่วนทุนราว 2.6% ขณะที่โครงการ 20 MW ได้ราว 13.1% ภายใต้ค่าไฟและดอกเบี้ยระดับกลางเท่ากัน

### รายงานของ Ember เกี่ยวกับองค์กรไทยอย่างไร?

Ember ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดให้ซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนตรงจากผู้ผลิตผ่าน Direct PPA องค์กรไทยที่วางแผนโซลาร์หรือแบตเตอรี่จึงควรดูว่าโครงการมีรายได้หรือการประหยัดที่แน่นอนกี่ทาง และพิจารณารวมหลายไซต์เป็นพอร์ตเดียว เพราะขนาดโครงการมีผลต่อผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ย


## แหล่งอ้างอิง

- [Bankable by design: Financing ASEAN's energy system transformation](https://ember-energy.org/latest-insights/bankable-by-design-financing-aseans-energy-system-transformation/) — Ember
- [Bankable by design: Financing ASEAN's energy system transformation (PDF)](https://ember-energy.org/app/uploads/2026/10/Bankable-by-design_-Financing-ASEANs-energy-system-transformation.pdf) — Ember
- [ASEAN Renewable Energy Long-term Roadmap](https://aseanenergy.org/publications/asean-renewable-energy-long-term-roadmap) — ASEAN Centre for Energy (ACE)
