# IMF เตือนตลาดการเงินโลกเสี่ยงสามด้าน: AI ปรับฐาน พันธบัตรรัฐบาล และภัยไซเบอร์

> IMF เปิดรายงานเสถียรภาพการเงินโลก GFSR ที่กรุงเทพฯ 13 ต.ค. 2026 เตือน 3 ความเสี่ยง ตลาดปรับฐานจาก AI พันธบัตรรัฐบาลผลตอบแทนสูงขึ้น และภัยไซเบอร์ต่อระบบการเงิน

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Finance & Banking
- เผยแพร่: 2026-10-13T13:05:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-13T13:05:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/finance/imf-global-financial-stability-report-october-2026/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **IMF** เผยแพร่ Global Financial Stability Report (GFSR) ฉบับตุลาคม 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ **13 ตุลาคม 2026** ระหว่างการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก
- IMF ระบุ **3 ความเสี่ยง**ที่อาจจุดชนวนความผันผวน คือ ตลาดปรับฐานหากการลงทุนหรือกำไรจาก AI ต่ำกว่าคาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น และเหตุโจมตีทางไซเบอร์
- ระบบธนาคารผ่านการทดสอบภาวะวิกฤตที่รวมแรงกระแทกจาก AI ตลาดพันธบัตร และพลังงาน แต่มี**กลุ่มธนาคารที่อ่อนแอซึ่งจะมีเงินกองทุนไม่พอ** และสัดส่วนนี้กำลังเพิ่มขึ้น
- เฮดจ์ฟันด์ถือสินทรัพย์ราว **13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ** มากกว่า 3 เท่าของปี 2013 ส่วนธุรกรรม Repo แบบโทเคนมีราว **3–3.5 แสนล้านดอลลาร์ต่อวัน** เทียบกับตลาด Repo สหรัฐฯ ราว 13 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงาน Global Financial Stability Report (GFSR) ฉบับตุลาคม 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ระบุว่าตลาดการเงินโลกยังทนแรงกระแทกได้ดีเกินคาด แต่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพยังสูง และเตือน 3 ความเสี่ยงที่อาจจุดชนวนความผันผวน ได้แก่ ตลาดปรับฐานจาก AI อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น และภัยไซเบอร์

รายงานฉบับเต็มใช้ชื่อ "Resilience, Risk, and Transformation" และบทที่ 1 ชื่อ "Beneath the Resilience: Rising Risks, Unresolved Vulnerabilities" IMF เปิดตัวบทนี้เวลา 10:15 น. ตามเวลาประเทศไทย ระหว่าง[การประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ](/economy/imf-world-bank-annual-meetings-bangkok-october-2026/) วันเดียวกับที่[IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้นเป็น 3.1%](/economy/imf-world-economic-outlook-october-2026-global-growth/)

## IMF ชี้ 3 ความเสี่ยงที่อาจจุดชนวนแรงกระแทก

Athanasios Vamvakidis รองหัวหน้าฝ่ายในกรมการเงินและตลาดทุนของ IMF อธิบายว่าตลาดยืนได้ท่ามกลางแรงกระแทกหลายครั้งและความไม่แน่นอนสูงมาก ส่วนใหญ่เพราะเศรษฐกิจโตดีกว่าคาด กำไรบริษัทแข็งแรง และความหวังต่อ AI แต่เขาย้ำว่า "ความทนทานไม่ได้แปลว่าปลอดภัย" ความเสี่ยงที่ IMF ระบุมีดังนี้

- **ตลาดปรับฐานจาก AI** หากการลงทุนหรือกำไรที่คาดหวังจาก AI ออกมาน่าผิดหวัง
- **อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น** ความเสี่ยงที่เริ่มเกิดแล้ว จากแรงกดดันเงินเฟ้อ การคลังที่ไม่สมดุล และการออกตราสารหนี้จำนวนมากของรัฐบาล และของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น
- **เหตุโจมตีทางไซเบอร์** ที่อาจทำให้บริการทางการเงินหยุดชะงักหรือทำให้ความเชื่อมั่นลดลง

IMF ระบุว่าแต่ละความเสี่ยงอาจจัดการได้หากเกิดแยกกัน แต่จุดเปราะบางที่มีอยู่แล้วอาจขยายผลให้รุนแรงขึ้น

![แผนภาพสรุปสามความเสี่ยง จุดเปราะบาง และข้อเสนอของ IMF จากรายงาน GFSR ตุลาคม 2026](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/imf-global-financial-stability-report-october-2026/imf-gfsr-oct-2026-risk-map.webp?v=781ad299) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IMF))_

## ผลทดสอบภาวะวิกฤตของธนาคาร และจุดเปราะบางนอกระบบธนาคาร

IMF ทดสอบภาวะวิกฤตแบบรุนแรงที่รวมแรงกระแทกจาก AI ตลาดพันธบัตร และพลังงาน ผลคือภาคธนาคารโดยรวมยังทนได้ แต่มีกลุ่มธนาคารที่อ่อนแอซึ่งจะมีเงินกองทุนไม่เพียงพอในสถานการณ์นี้ และ IMF ระบุว่าสัดส่วนของกลุ่มนี้กำลังเพิ่มขึ้น

จุดที่ IMF ให้จับตาอยู่นอกระบบธนาคารเป็นหลัก

- **บริษัทประกันภัยและกองทุนบำนาญ** ถือสินทรัพย์สภาพคล่องต่ำมากขึ้น ความเสี่ยงจึงสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจขาลง
- **สินเชื่อเอกชน (Private Credit)** มีการกู้ยืมสูงขึ้นและแรงกดดันด้านสภาพคล่องเพิ่ม ซึ่งอาจทำให้การปล่อยกู้หดตัว
- **เฮดจ์ฟันด์** ช่วยตลาดได้ในยามปกติ แต่การกู้ยืมและการถือสถานะเดียวกันจำนวนมากอาจขยายแรงกระแทก บทที่ 2 ของรายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อ 6 ตุลาคมระบุว่าเฮดจ์ฟันด์ถือสินทรัพย์ราว 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่า 3 เท่าของปี 2013
- **ตลาดเกิดใหม่** ยังทนทาน แต่บางประเทศมีกันชนเชิงนโยบายอ่อนลง และประเทศตลาดชายขอบ (frontier) บางแห่งพึ่งแหล่งเงินทุนทางเลือกที่โปร่งใสน้อย

## ตลาดโทเคนยังเล็ก แต่ IMF เตือนความเสี่ยงเมื่อขยายตัว

บทที่ 3 ซึ่ง IMF เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม ว่าด้วย Tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนบนบัญชีแยกประเภทแบบกระจายที่เขียนโปรแกรมได้ ตัวเลขที่ IMF ให้ไว้มีดังนี้

| รายการ | ตัวเลขตาม IMF |
| --- | --- |
| ธุรกรรม Repo แบบโทเคน | ราว 300–350 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน |
| การซื้อขายสินทรัพย์โทเคนอื่น (ตราสารหนี้ กองทุนตลาดเงิน หุ้น ฯลฯ) | ราว 65 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน |
| ตลาด Repo สหรัฐฯ (เพื่อเทียบ) | ราว 13 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน |
| สินทรัพย์ในตลาดทุนทั่วโลก | 300 ล้านล้านดอลลาร์ |
| การซื้อขายหุ้นโทเคนที่ขนาดเล็กกว่า 1 หุ้น | ราว 80% ของรายการที่วิเคราะห์ |

IMF พบว่าการซื้อขายมากกว่าครึ่งเกิดนอกเวลาทำการของตลาดปกติ แต่ตลาดโทเคนยังมีสภาพคล่องต่ำ ผันผวนกว่า และกระจัดกระจายอยู่หลายเครือข่าย ข้อจำกัดหลักมีสี่ด้าน คือ ความแน่นอนทางกฎหมาย ความชัดเจนของกฎเกณฑ์ การเชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์ม และสินทรัพย์ที่ใช้ชำระราคาซึ่งต้องปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ IMF เตือนว่าเมื่อตลาดขยายตัว ขั้นตอนเดิมอย่างการชำระราคาแบบหน่วงเวลาและการกระทบยอด ซึ่งเป็นกันชนด้านสภาพคล่อง อาจหายไป และแนะให้กำกับแบบเป็นกลางทางเทคโนโลยี

![ตลาดสินทรัพย์โทเคนยังเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาด Repo ของสหรัฐฯ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/imf-global-financial-stability-report-october-2026/imf-gfsr-oct-2026-tokenization-volume.webp?v=8652f3e4) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IMF))_

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

IMF สรุปว่าหนี้สาธารณะสูง เงินเฟ้อยังเป็นโจทย์ในหลายประเทศ และพื้นที่นโยบายแคบกว่าในอดีต ข้อเสนอจึงเน้นทำก่อนเกิดแรงกระแทก ได้แก่ วางหนี้สาธารณะบนเส้นทางที่ยั่งยืน รักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ยึดเป้าหมายเงินเฟ้อ สื่อสารนโยบายให้ชัด เสริมความทนทานด้านไซเบอร์ และติดตามธนาคารกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารใกล้ชิด "ตอนนี้คือเวลาเสริมความแข็งแรงของระบบการเงิน" Vamvakidis กล่าว

ประเด็นที่ฝ่ายไอทีควรสังเกตคือ IMF จัดภัยไซเบอร์ไว้ในสามความเสี่ยงหลักร่วมกับความเสี่ยงด้านตลาด ส่วนเรื่องโทเคน สอดคล้องกับที่ไทยเริ่มทดลอง เช่น[ธปท.–HKMA ทดสอบซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามแดนแบบ Tokenisation](/finance/bot-project-san-hkma-ensemble-tokenised-carbon-credits/) และหน้ารายงานของ IMF ยังมีบทสรุปภาษาไทยของบทที่ 2 และบทที่ 3 ให้ดาวน์โหลด

## ผลต่อองค์กรไทย

- **ฝ่ายไอทีของสถาบันการเงินควรทบทวนแผนรับมือเหตุไซเบอร์** เมื่อ IMF มองว่าเหตุไซเบอร์ทำให้บริการหยุดและความเชื่อมั่นลดลงได้ระดับระบบ การทดสอบแผนกู้คืนระบบและการพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกควรอยู่ในวาระของคณะกรรมการ
- **ผู้บริหารการเงินควรเตรียมรับต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น** IMF เห็นว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงที่เริ่มเกิดแล้ว องค์กรที่ระดมทุนผ่านหุ้นกู้ควรวางแผนรีไฟแนนซ์ล่วงหน้า
- **ประเมินความเสี่ยงจากการกระจุกตัวใน AI** ทั้งในพอร์ตลงทุนและรายได้ที่ผูกกับลูกค้ากลุ่ม AI เพราะ IMF ระบุว่าความหวังต่อ AI เป็นส่วนหนึ่งที่พยุงตลาด
- **เข้าโครงการโทเคนด้วยกรอบกฎหมายที่ชัด** ธุรกิจที่สนใจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือโทเคนควรตรวจสิทธิทางกฎหมายของโทเคน สินทรัพย์ที่ใช้ชำระราคา และการเชื่อมกับระบบเดิม ตามข้อจำกัดสี่ด้านที่ IMF ระบุ
- **ติดตามสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร** บริษัทประกันและกองทุนที่องค์กรใช้บริการหรือร่วมลงทุนควรถูกตรวจเรื่องสภาพคล่องมากขึ้น ติดตามข่าวธุรกิจการเงินเพิ่มเติมได้ที่[หมวดการเงิน](/finance/)

## คำถามที่พบบ่อย

### รายงาน GFSR ของ IMF ฉบับตุลาคม 2026 เตือนเรื่องอะไร?

รายงาน Global Financial Stability Report ของ IMF ที่เผยแพร่ในกรุงเทพฯ เมื่อ 13 ตุลาคม 2026 ระบุว่าตลาดการเงินโลกยังทนทาน แต่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพยังสูง และเตือน 3 ความเสี่ยง คือ ตลาดปรับฐานจาก AI อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น และภัยไซเบอร์

### ทำไม IMF จึงห่วงการปรับฐานของตลาดจาก AI?

IMF ระบุว่าตลาดการเงินโลกทนแรงกระแทกได้ดีส่วนหนึ่งเพราะความหวังต่อ AI ร่วมกับเศรษฐกิจที่โตดีกว่าคาดและกำไรบริษัทที่แข็งแรง หากการลงทุนหรือกำไรจาก AI ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ตลาดอาจปรับฐาน และจุดเปราะบางในธนาคารที่อ่อนแอกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารอาจขยายแรงกระแทก

### IMF แนะนำให้ประเทศต่าง ๆ เสริมความแข็งแรงของระบบการเงินอย่างไร?

IMF แนะนำให้วางหนี้สาธารณะบนเส้นทางที่ยั่งยืน รักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ยึดเป้าหมายเงินเฟ้อ สื่อสารนโยบายให้ชัดเจน เสริมความทนทานด้านไซเบอร์ และติดตามความเสี่ยงของธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าต้องทำก่อนแรงกระแทกครั้งใหม่จะมาถึง

### ตลาดสินทรัพย์โทเคนใหญ่แค่ไหนตาม IMF?

บทที่ 3 ของรายงาน GFSR ฉบับตุลาคม 2026 ของ IMF ระบุว่าธุรกรรม Repo แบบโทเคนเฉลี่ยราว 300–350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และการซื้อขายสินทรัพย์โทเคนอื่นอีกราว 65 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน เทียบกับตลาด Repo สหรัฐฯ ราว 13 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ตลาดจึงยังเล็กและกระจัดกระจาย


## แหล่งอ้างอิง

- [IMF / Global Financial Stability Report Annual Meetings, 2026](https://mediacenter.imf.org/news/imf---global-financial-stability-report-annual-meetings--2026/s/f55368c1-983b-45b7-ba7c-1978f67c168c) — International Monetary Fund
- [Global Financial Stability Report, October 2026](https://www.imf.org/en/publications/gfsr/issues/2026/10/13/global-financial-stability-report-october-2026) — International Monetary Fund
- [What Is Needed for Tokenization to Deliver](https://www.imf.org/en/blogs/articles/2026/10/08/blog-what-is-needed-for-tokenization-to-deliver) — International Monetary Fund
