# Infineon เปิดโรงงานชิปที่สมุทรปราการ เงินลงทุนกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท ขยายได้ถึง 5 เฟส

> Infineon เปิดโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลายที่สมุทรปราการเมื่อ 1 ตุลาคม 2026 บีโอไอระบุมูลค่าเงินลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท เริ่มจากเฟสแรกที่มีคลีนรูม 30,000 ตารางเมตร และขยายได้ถึง 5 เฟส

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Hardware
- เผยแพร่: 2026-10-01T18:25:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-01T18:25:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/hardware/infineon-thailand-backend-fab-samut-prakan-opens/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- Infineon Technologies เปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย (backend) ที่จังหวัดสมุทรปราการเมื่อ **1 ตุลาคม 2026** โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี
- บีโอไอระบุว่าโครงการได้รับการส่งเสริมด้วยมูลค่าเงินลงทุน**กว่า 48,000 ล้านบาท** ครอบคลุมการผลิต Power Module การทดสอบวงจรรวมและเวเฟอร์ และศูนย์วิจัยและพัฒนา
- เฟสแรก (Module A) มีพื้นที่คลีนรูม 30,000 ตารางเมตร และออกแบบให้ขยายได้ถึง 5 เฟส รวม 150,000 ตารางเมตร
- Infineon ระบุว่าโรงงานมีพนักงานราว 350 คน และจะเพิ่มเป็นราว 1,000 คนเมื่อเฟสแรกเดินเครื่องเต็มที่ ส่วนบีโอไอระบุแผนจ้างงานรวม**กว่า 5,000 คน**เมื่อครบทุกเฟส
- การเปิดโรงงานเกิดขึ้นหลังบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าดึงการลงทุน 5 แสนล้านบาทภายในปี 2030

Infineon Technologies ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากเยอรมนี เปิดโรงงานผลิตขั้นปลาย (backend) แห่งใหม่ที่จังหวัดสมุทรปราการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ร่วมกับ Alexander Gorski ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ Infineon

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่าโครงการนี้ได้รับการส่งเสริมด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท โรงงานเริ่มเดินสายการผลิตเฟสแรก และออกแบบให้ขยายได้ถึง 5 เฟส ซึ่ง Infineon ระบุว่ามีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในฐานประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท

## โรงงานนี้ผลิตอะไร

โรงงานที่สมุทรปราการ ซึ่ง Infineon เรียกว่าไซต์ Bangkok ดำเนินการโดยบริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ครอบคลุมงานสามส่วน คือการผลิต Power Module หรือชุดชิปควบคุมพลังงาน การทดสอบวงจรรวม (IC) และการทดสอบเวเฟอร์ (Wafer Test) พร้อมศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

บีโอไอระบุว่าไทยเป็นฐานผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของ Infineon ต่อจากเยอรมนีและจีน และเป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัทที่รวมการทดสอบเวเฟอร์ซึ่งเป็นงานส่วนต้นน้ำ เข้ากับการผลิต Power Module และการทดสอบ IC ซึ่งเป็นงานขั้นปลายไว้ในที่เดียวกัน โรงงานถูกออกแบบเป็นโรงงานอัตโนมัติตั้งแต่เฟสแรก ใช้หุ่นยนต์ ระบบขนถ่ายวัสดุอัตโนมัติ และระบบการผลิตดิจิทัล

ด้านสิ่งแวดล้อม Infineon ระบุว่าโรงงานใช้ไฟฟ้าสีเขียว 100% มีระบบหมุนเวียนน้ำและกักเก็บน้ำฝน และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ ผลิตภัณฑ์จากโรงงานจะป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

## ตัวเลขสำคัญของโครงการ

| รายการ | ตัวเลข | แหล่งที่มา |
| --- | --- | --- |
| มูลค่าเงินลงทุนที่ได้รับการส่งเสริม | กว่า 48,000 ล้านบาท | บีโอไอ |
| พื้นที่คลีนรูมเฟสแรก (Module A) | 30,000 ตารางเมตร | บีโอไอ |
| พื้นที่คลีนรูมเมื่อขยายครบ 5 เฟส (Module A–E) | 150,000 ตารางเมตร | บีโอไอ |
| พนักงานในปัจจุบัน | ราว 350 คน | Infineon |
| พนักงานเมื่อ Module A เดินเครื่องเต็มที่ | ราว 1,000 คน | Infineon |
| การจ้างบุคลากรไทยเมื่อครบทุกเฟส | กว่า 5,000 คน หรือราว 1,000 คนต่อเฟส | บีโอไอ |
| ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนา | ไม่น้อยกว่า 2,800 ล้านบาท | บีโอไอ |

บีโอไอระบุว่าหากขยายครบทั้ง 5 เฟส พื้นที่คลีนรูมจะมากกว่าโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของ Infineon ในปัจจุบันราว 2 เท่า และจะเป็นฐานประกอบและทดสอบที่ใหญ่ที่สุดในโลกของบริษัท ขณะที่เอกสารข่าวของ Infineon ใช้ถ้อยคำที่ระมัดระวังกว่า โดยระบุว่าไซต์นี้มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในโรงงาน backend ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเมื่อเวลาผ่านไป และไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเงินลงทุน

Gorski กล่าวในเอกสารข่าวว่า "We have built the Bangkok site with the future in mind." และอธิบายว่าการตั้งฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยกระจายเครือข่ายการผลิตของบริษัทไปยังหลายภูมิภาค เพื่อให้มีกำลังการผลิตที่ยืดหยุ่นและมั่นคงขึ้น

## เงื่อนไขของบีโอไอ: พัฒนาคนและซัพพลายเออร์ไทย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงให้น้ำหนักกับคุณค่าที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ใช่เพียงมูลค่าเงินลงทุน เงื่อนไขและแผนที่ผูกกับโครงการนี้ได้แก่

- พัฒนาบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน แบ่งเป็นวิศวกรสายการผลิตกว่า 400 คน และสายวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน
- ส่งบุคลากรไทยกว่า 130 คนไปฝึกอบรมเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ
- ร่วมกับสถาบันการศึกษาพัฒนาหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 60 วิชา และเปิดให้นักศึกษาปริญญาตรีไม่น้อยกว่า 1,100 คนเข้าร่วมฝึกอบรม
- ทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในประเทศไม่น้อยกว่า 18 โครงการ
- พัฒนาผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 14 ราย ให้มีโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

การเปิดโรงงานเกิดขึ้นไม่นานหลังคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ หรือบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ เห็นชอบยุทธศาสตร์ระยะยาวถึงปี 2050 ซึ่งตั้งเป้าดึงดูดการลงทุน 5 แสนล้านบาทภายในปี 2030 และกว่า 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050 ยุทธศาสตร์นี้เลือกเทคโนโลยีเป้าหมายสามกลุ่ม คือ Photonics, Power Semiconductor และ Sensor โครงการของ Infineon จึงอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมายของยุทธศาสตร์โดยตรง

ตลาดของชิปประเภทนี้กำลังขยายตัวตามความต้องการจากรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI บีโอไออ้างว่าตลาดชิปควบคุมพลังงานทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 107,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2035

อย่างไรก็ตาม ควรมองขอบเขตของโครงการให้ตรงกับความเป็นจริง โรงงานนี้ทำงานขั้นประกอบและทดสอบเป็นหลัก ยังไม่ใช่โรงงานผลิตเวเฟอร์ นายกรัฐมนตรีกล่าวในพิธีเปิดว่าหวังให้ Infineon พิจารณาขยายกิจกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้นรวมถึงกิจกรรมต้นน้ำในไทยเพิ่มเติม โจทย์ถัดไปตามที่เลขาธิการบีโอไอระบุคือการทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาคน และการจัดซื้อจากผู้ผลิตไทยเกิดขึ้นจริงตามแผน

## ผลต่อองค์กรไทย

- **ผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ให้บริการอุตสาหกรรม** ควรศึกษาข้อกำหนดด้านคุณภาพและมาตรฐานของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ เพราะแผนของโครงการรวมการพัฒนาผู้ประกอบการไทยและการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ
- **ผู้ให้บริการระบบอัตโนมัติและไอทีโรงงาน** โรงงานอัตโนมัติระดับนี้ต้องใช้ระบบการผลิตดิจิทัล การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ และความปลอดภัยของระบบควบคุม ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ให้บริการในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- **ฝ่ายบุคคลขององค์กรในพื้นที่ใกล้เคียง** ควรเตรียมรับการแข่งขันดึงวิศวกรและช่างเทคนิค เมื่อโรงงานทยอยเพิ่มพนักงานจากหลักร้อยเป็นหลักพัน
- **ผู้บริหารไอทีที่จัดซื้อฮาร์ดแวร์** ไม่ควรคาดว่าราคาเซิร์ฟเวอร์หรือคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนจากข่าวนี้ เพราะโรงงานผลิตชิปควบคุมพลังงาน ไม่ใช่หน่วยประมวลผลหรือหน่วยความจำ ผลที่เกี่ยวข้องกับงานไอทีจะเป็นทางอ้อม ผ่านอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า

## คำถามที่พบบ่อย

### Infineon ลงทุนโรงงานในไทยเท่าไร?

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่าโรงงานของ Infineon ที่จังหวัดสมุทรปราการได้รับการส่งเสริมการลงทุนด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท ส่วนเอกสารข่าวของ Infineon เองไม่ได้ระบุตัวเลขเงินลงทุน

### โรงงาน Infineon ที่สมุทรปราการผลิตอะไร?

เป็นโรงงานขั้นปลายหรือ backend ทำหน้าที่ประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ Power Module หรือชุดชิปควบคุมพลังงาน รวมถึงการทดสอบวงจรรวมและทดสอบเวเฟอร์ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

### โรงงาน Infineon ในไทยจะจ้างงานกี่คน?

Infineon ระบุว่าปัจจุบันโรงงานมีพนักงานราว 350 คน และจะเพิ่มเป็นราว 1,000 คนเมื่ออาคารแรกหรือ Module A เดินเครื่องเต็มที่ ขณะที่บีโอไอระบุว่าตามแผนที่ได้รับการส่งเสริมจะจ้างบุคลากรไทยรวมกว่า 5,000 คนเมื่อขยายครบ 5 เฟส

### Power Semiconductor คืออะไร?

Power Semiconductor หรือชิปควบคุมพลังงาน คือชิ้นส่วนที่ควบคุมและแปลงพลังงานไฟฟ้าในอุปกรณ์ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและความร้อน ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องจักรโรงงาน ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์และระบบ AI


## แหล่งอ้างอิง

- [Infineon opens new backend manufacturing hub in Thailand adding resilient capacity for future growth](https://www.infineon.com/press-release/2026/infpr202610-144) — Infineon Technologies
- [‘อนุทิน’ เปิด ‘Infineon‘ โรงงานชิปชั้นนำของโลก หนุนไทยฐานผลิต ‘EV - AI - ดาต้าเซ็นเตอร์’](https://www.bangkokbiznews.com/economics/1254535) — กรุงเทพธุรกิจ
- [อินฟินีออนปักฐานชิปไทย 4.8 หมื่นล้าน เปิดโรงงาน 1 ต.ค. จ้างงาน 5 พันคน](https://www.posttoday.com/business/financial/749365) — โพสต์ทูเดย์
- ['อนุทิน' กดปุ่มเปิดฐานผลิตชิป Infineon หวังไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์](https://www.thansettakij.com/economy/670401) — ฐานเศรษฐกิจ
- [บีโอไอปักธงชิปไทย ตั้งเป้าดึงลงทุน 5 แสนล้านใน 5 ปี พุ่ง 2.5 ล้านล้านถึงปี 2050](https://www.thansettakij.com/economy/669692) — ฐานเศรษฐกิจ
