# SIA ชี้ห่วงโซ่อุปทานชิปสหรัฐฯ กว่าสามในสี่ของหมวดวัสดุและเครื่องมือพึ่งวัตถุดิบเสี่ยงสูง

> SIA เผยรายงาน 9 ต.ค. 2026 ว่าห่วงโซ่อุปทานชิปสหรัฐฯ ใช้วัสดุและเครื่องมือราว 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี กว่าสามในสี่ของหมวดหลักพึ่งวัตถุดิบต้นน้ำที่เสี่ยงสูง

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Hardware
- เผยแพร่: 2026-10-10T06:26:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-10T06:26:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/hardware/sia-chip-supply-chain-dependencies-report-2026/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **Semiconductor Industry Association (SIA)** เผยแพร่รายงาน Understanding Dependencies in the U.S. Semiconductor Supply Chain เมื่อ **9 ตุลาคม 2026** โดยวิเคราะห์ร่วมกับ McKinsey & Company
- ผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ ใช้อุปกรณ์และวัสดุราว **27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี** ซื้อจากบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น **95%** แต่เมื่อนับตามแหล่งผลิตจริงเหลือ **68%** อีก 32% ผลิตในจีน อิสราเอล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ และไต้หวัน
- ในรายการวัสดุและเครื่องมือชั้นแรก (Tier 1) ราว **11%** ของหมวดที่วิเคราะห์จัดเป็นความเสี่ยงสูง และ **38%** เสี่ยงปานกลาง เมื่อนับวัตถุดิบชั้นลึกด้วย **กว่าสามในสี่**ของหมวด Tier 1 พึ่งวัตถุดิบเสี่ยงสูงอย่างน้อยหนึ่งรายการ
- รายการเสี่ยงสูงรวมถึงก๊าซซีนอนและคริปทอน เครื่องมือแพ็กเกจจิงขั้นสูงที่ผลิตในสิงคโปร์ มาเลเซีย และเกาหลีใต้ และซับสเตรต ABF ที่ญี่ปุ่นผลิตราว **75%** ส่วนวัตถุดิบต้นน้ำอย่างธาตุหายาก แกลเลียม เจอร์เมเนียม และกราไฟต์ ผลิตในจีนหรือประเทศเสี่ยงสูงอื่นเป็นส่วนใหญ่
- SIA เสนอ **4 แนวทาง**เสริมห่วงโซ่อุปทานชิป: ขยายการผลิตในประเทศและสต็อกสำรอง สร้างห่วงโซ่อุปทานกับประเทศพันธมิตร ลดการพึ่งพาแร่หายากจากแหล่งที่ไม่น่าไว้ใจ และลงทุนวิจัยวัสดุกับการรีไซเคิล

Semiconductor Industry Association (SIA) สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ว่าห่วงโซ่อุปทานชิปของสหรัฐฯ ใช้อุปกรณ์และวัสดุราว 27 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และกว่าสามในสี่ของหมวดวัสดุและเครื่องมือหลักพึ่งวัตถุดิบต้นน้ำที่เสี่ยงต่อการหยุดชะงักอย่างน้อยหนึ่งรายการ

รายงาน Understanding Dependencies in the U.S. Semiconductor Supply Chain วิเคราะห์ร่วมกับ McKinsey & Company และชี้ว่าความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานชิปจำนวนมากซ่อนอยู่ลึกกว่าระดับที่ผู้ผลิตชิปซื้อของโดยตรง SIA จึงเสนอให้รัฐและเอกชนสหรัฐฯ ร่วมกันผลิตในประเทศ สำรองสต็อก และลงทุนกับประเทศพันธมิตร

## SIA วัดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานชิปอย่างไร

SIA ทำงานร่วมกับฝ่ายจัดซื้อและซัพพลายเชนของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานชิป ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป ผู้ออกแบบชิป บริษัทแพ็กเกจจิง ผู้ผลิตเครื่องจักร และผู้ผลิตวัสดุ แล้วแบ่งการวิเคราะห์เป็นสองชั้น

- **ชั้นแรก (Tier 1)** วัสดุและเครื่องมือที่ผู้ผลิตชิปซื้อโดยตรง เช่น เวเฟอร์เปล่า ก๊าซพิเศษ สารเคมีโฟโตรีซิสต์ และเครื่องลิโทกราฟี รายงานคัดมา 200 รายการ
- **ชั้นลึก (Tier-n)** วัตถุดิบ วัสดุวิศวกรรม และชิ้นส่วนย่อยที่ผู้ขายชั้นแรกใช้อีกที เช่น ธาตุหายาก เรซิน และชิ้นส่วนเลนส์ รายงานวิเคราะห์เกือบ 100 หมวด

แต่ละรายการได้คะแนนจาก 5 ปัจจัย คือ การกระจุกตัวของผู้ขาย โครงสร้างผู้ถือหุ้น การพึ่งผู้ขายชั้นลึก การกระจุกตัวของประเทศผู้ผลิต และการผลิตในประเทศเสี่ยงสูง โดยนับตามสถานที่ผลิตจริง ไม่ใช่สัญชาติบริษัท ประเทศเสี่ยงสูงตามนิยามของรายงานมี 32 ประเทศ มาจากรายชื่อตามกฎหมายสหรัฐฯ (10 U.S.C. § 4872(d)) รวมกับประเทศที่ได้คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตปี 2025 ของ Transparency International ไม่เกิน 23 เช่น จีน รัสเซีย อิหร่าน และมีเพื่อนบ้านของไทยอย่างเมียนมาและกัมพูชาด้วย

## ห่วงโซ่อุปทานชิปสหรัฐฯ เมื่อดูตามแหล่งผลิตจริง

เมื่อนับตามสำนักงานใหญ่ของผู้ขาย ห่วงโซ่อุปทานชิปของสหรัฐฯ ดูเหมือนพึ่งบริษัทจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด แต่ภาพเปลี่ยนไปเมื่อดูว่าของชิ้นนั้นผลิตหรือประกอบที่ไหน

| วิธีนับ | สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น | จีน อิสราเอล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ ไต้หวัน |
| --- | --- | --- |
| ตามสำนักงานใหญ่ของผู้ขาย | 95% | 5% |
| ตามแหล่งผลิตหรือประกอบจริง | 68% | 32% |

SIA ยกตัวอย่างว่าผู้ผลิตเครื่องจักรสัญชาติสหรัฐฯ ประกอบเครื่องเคลือบฟิล์มแบบ PVD ในสิงคโปร์ และประกอบเครื่องกัด (etch) ในสหราชอาณาจักร ผู้ผลิตวัสดุสัญชาติสหรัฐฯ ผลิตโฟโตรีซิสต์และก๊าซบริสุทธิ์สูงที่โรงงานในญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้

![สัดส่วนวัสดุและเครื่องมือผลิตชิปที่สหรัฐฯ ใช้ เมื่อนับตามสำนักงานใหญ่ของผู้ขายเทียบกับแหล่งผลิตจริง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/sia-chip-supply-chain-dependencies-report-2026/sia-us-chip-inputs-domicile-vs-production.webp?v=07566a72) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Semiconductor Industry Association))_

## วัสดุในห่วงโซ่อุปทานชิปที่ SIA จัดว่าเสี่ยงสูง

ในรายการชั้นแรก SIA จัดราว 11% ของหมวดที่วิเคราะห์เป็นความเสี่ยงสูงและ 38% เป็นความเสี่ยงปานกลาง บางรายการผลิตในไม่กี่ประเทศ บางรายการมีผู้ขายที่ผ่านการรับรองน้อยมาก ตัวอย่างจากรายงานมีดังนี้ (สัดส่วนคือส่วนแบ่งของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด นับตามแหล่งผลิต)

| รายการ | ใช้ทำอะไร | ส่วนแบ่งของประเทศผู้ผลิตหลัก |
| --- | --- | --- |
| ซับสเตรต ABF (Tier 1) | แผ่นรองชิปความหนาแน่นสูงในแพ็กเกจของชิปเร่ง AI | ญี่ปุ่น ราว 75% |
| แผ่นมาสก์เปล่า DUV/EUV (Tier 1) | วัสดุตั้งต้นของมาสก์ลิโทกราฟี | ญี่ปุ่น ราว 70% |
| ก๊าซซีนอน (Tier 1) | งานลิโทกราฟี กัด และฝังไอออนบางขั้นตอน | ราว 40% |
| แกลเลียม (Tier-n) | วัตถุดิบชิปสารประกอบ ชิปพลังงาน และชิป RF | ราว 95% |
| นีโอดิเมียม/พราซีโอดิเมียม (Tier-n) | แม่เหล็กถาวรในหุ่นยนต์ มอเตอร์ และปั๊มของเครื่องจักร | ราว 95% |
| ทังสเตน (Tier-n) | ทำสารตั้งต้น WF6 สำหรับเคลือบฟิล์มทังสเตน | ราว 85% |

SIA ระบุว่าวัตถุดิบชั้นลึกที่เสี่ยงที่สุด ได้แก่ ธาตุหายากหลายชนิด แกลเลียม เจอร์เมเนียม กราไฟต์ และสารตั้งต้นทางเคมี ผลิตในจีนหรือประเทศเสี่ยงสูงอื่นอย่างรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนฟลูออร์สปาร์ซึ่งเป็นต้นทางของก๊าซฟลูออรีนที่ใช้กัดและทำความสะอาดในโรงงานชิป มาจากเหมืองในจีนมากกว่า 60%

![ส่วนแบ่งของประเทศผู้ผลิตหลักในวัสดุและวัตถุดิบที่ SIA จัดว่าเสี่ยงสูง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/sia-chip-supply-chain-dependencies-report-2026/sia-high-risk-chip-inputs-concentration.webp?v=a26fd78f) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Semiconductor Industry Association))_

## ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ชั้นลึกของห่วงโซ่อุปทานชิป

ข้อค้นพบที่ SIA เน้นคือ ในการประเมินรอบแรกมีวัสดุและเครื่องมือชั้นแรกเพียง 21 รายการที่ได้คะแนนเสี่ยงสูง แต่เมื่อนับวัตถุดิบชั้นลึกด้วย กว่าสามในสี่ของหมวดชั้นแรกพึ่งวัตถุดิบเสี่ยงสูงอย่างน้อยหนึ่งรายการ และกว่าครึ่งพึ่งตั้งแต่สองรายการขึ้นไป เช่น เครื่อง CVD เครื่อง sputtering และเครื่องฝังไอออน ต้องใช้ปั๊มสุญญากาศ หุ่นยนต์ และวาล์วที่สั่งทำเฉพาะและมักมีผู้ขายรายเดียว

รายงานระบุว่าจีนจำกัดการส่งออกแกลเลียม เจอร์เมเนียม และกราไฟต์ตั้งแต่ปี 2023 ก่อนยกระดับเป็นการห้ามส่งออกในปีถัดมา คุมธาตุหายากกลุ่มกลางและหนัก 7 ชนิดในเมษายน 2025 และขยายมาตรการในตุลาคม 2025 SIA อ้างข้อมูลศุลกากรจีนที่ Reuters รายงานว่า ณ มิถุนายน 2026 การส่งออกแกลเลียม ดิสโพรเซียม เทอร์เบียม และอิตเทรียมจากจีนไปญี่ปุ่นยังเป็นศูนย์หรือแทบไม่มี ซึ่งกระทบต่อเนื่องถึงสหรัฐฯ เพราะผู้ขายญี่ปุ่นป้อนวัสดุและเครื่องมือให้โรงงานชิปสหรัฐฯ จำนวนมาก

## SIA เสนอทางแก้ห่วงโซ่อุปทานชิปอย่างไร

SIA ยอมรับว่าการย้ายการผลิตทั้งหมดกลับสหรัฐฯ ไม่คุ้มและทำไม่ได้จริง จึงเสนอ 4 แนวทาง

1. **ขยายการผลิตในประเทศและสต็อกสำรอง** เฉพาะรายการที่ทำได้ เช่น ซับสเตรต ABF โฟโตรีซิสต์ และเป้า sputtering กำลังผลิตใหม่อาจใช้เวลาเกินสิบปี และการรับรองผู้ขายรายใหม่ใช้อีก 3–4 ปี ผู้ผลิตชิปบางรายถือสต็อกบางรายการได้นานถึง 12 เดือน แต่บางวัสดุเก็บนานไม่ได้ เช่น สแกนเดียมที่มีอายุเก็บเพียง 9–15 เดือน
2. **สร้างห่วงโซ่อุปทานชิปร่วมกับพันธมิตร** รายงานระบุญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศยุโรปบางประเทศเป็นผู้ผลิตวัสดุวิศวกรรมและชิ้นส่วนเครื่องจักรสำคัญ และเสนอให้ร่วมมือกับเวียดนามและอินโดนีเซียพัฒนาโรงถลุงและแปรรูปแร่
3. **ลดการพึ่งพาแร่หายากจากแหล่งที่ไม่น่าไว้ใจ** เปิดเหมืองและโรงแปรรูปใหม่ในสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร พร้อมสัญญาซื้อระยะยาว
4. **ลงทุนวิจัยวัสดุและการรีไซเคิล** เช่น เทคโนโลยีรีไซเคิลเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ที่รายงานอ้างว่าลดการใช้ซับสเตรตต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เท่า

บล็อกของ SIA ที่ออกพร้อมรายงานเสนอเพิ่มให้ผ่อนภาษีวัตถุดิบนำเข้า และให้สหรัฐฯ ขยายโมเดล Luzon Economic Corridor ในฟิลิปปินส์ไปยังประเทศอื่น

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

รายงานระบุว่าอุตสาหกรรมชิปโลกกำลังมุ่งสู่ยอดขายเกิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 และสหรัฐฯ กำลังสร้างโรงงานใหม่หลายแห่ง SIA เตือนว่าจุดอ่อนต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทานชิปอาจทำให้โครงการเหล่านี้ล่าช้า ขณะที่ความต้องการวัสดุจะเพิ่มขึ้นมากเมื่อโรงงานใหม่เดินเครื่อง นโยบายที่ตามมา ทั้งการให้ทุน การผ่อนภาษี และการเลือกประเทศพันธมิตร จะกำหนดว่าการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานชิปจะไหลไปที่ใด

## ผลต่อองค์กรไทย

- **ผู้ผลิตไทยในห่วงโซ่อุปทานชิปควรเตรียมข้อมูลชั้นลึก** SIA ประเมินความเสี่ยงตามแหล่งผลิตจริงและวัตถุดิบชั้นลึก ผู้ผลิตชิ้นส่วน แพ็กเกจจิง และงานทดสอบในไทยควรรวบรวมว่าวัตถุดิบแต่ละรายการมาจากที่ใด เพื่อตอบลูกค้าที่จะถามเรื่องนี้มากขึ้น
- **ระวังแหล่งผลิตในประเทศที่ถูกจัดว่าเสี่ยงสูง** นิยามของรายงานรวมเมียนมาและกัมพูชาไว้ด้วย บริษัทไทยที่มีฐานผลิตหรือซื้อวัตถุดิบจากสองประเทศนี้เพื่อป้อนห่วงโซ่อุปทานชิปควรประเมินว่าจะกระทบการเป็นผู้ขายให้ลูกค้าสหรัฐฯ หรือไม่
- **ไทยยังไม่อยู่ในรายชื่อพันธมิตรที่รายงานเอ่ยถึง** เนื้อความของรายงานระบุมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไทย ขณะที่ไทยเพิ่งมีการลงทุนขั้นปลายรายใหญ่อย่าง[โรงงาน Infineon ที่สมุทรปราการ](/hardware/infineon-thailand-backend-fab-samut-prakan-opens/) หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามว่านโยบายห่วงโซ่อุปทานชิปของสหรัฐฯ จะให้สิทธิประโยชน์กับประเทศใด
- **ฝ่ายจัดซื้อไอทีควรเผื่อระยะส่งมอบ** ถ้าก๊าซพิเศษ แร่หายาก หรือเครื่องมือแพ็กเกจจิงในห่วงโซ่อุปทานชิปขาดแคลน ผลอาจส่งต่อถึงเวลาส่งมอบและราคาเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และอุปกรณ์เครือข่าย องค์กรที่วางแผนซื้อฮาร์ดแวร์ปี 2027 ควรขอระยะยืนราคาและระยะส่งมอบที่ชัดเจน ติดตามข่าวชิปและเซมิคอนดักเตอร์อื่น ๆ ได้ที่[หมวดฮาร์ดแวร์](/hardware/)

## คำถามที่พบบ่อย

### รายงานห่วงโซ่อุปทานชิปของ SIA ปี 2026 พบอะไร?

รายงานที่ SIA เผยแพร่เมื่อ 9 ตุลาคม 2026 พบว่าห่วงโซ่อุปทานชิปของสหรัฐฯ ใช้อุปกรณ์และวัสดุราว 27 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แม้ 95% ซื้อจากบริษัทสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น แต่กว่าสามในสี่ของหมวดวัสดุและเครื่องมือหลักพึ่งวัตถุดิบต้นน้ำที่เสี่ยงสูงอย่างน้อยหนึ่งรายการ

### ทำไมนับตามสำนักงานใหญ่กับนับตามแหล่งผลิตจึงได้ตัวเลขต่างกัน?

ผู้ขายในห่วงโซ่อุปทานชิปหลายรายมีโรงงานนอกประเทศของตัวเอง SIA ยกตัวอย่างว่าผู้ผลิตเครื่องจักรสัญชาติสหรัฐฯ ประกอบเครื่อง PVD ในสิงคโปร์ และผลิตโฟโตรีซิสต์กับก๊าซบริสุทธิ์สูงในญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ สัดส่วนที่มาจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นจึงลดจาก 95% เหลือ 68% เมื่อนับตามแหล่งผลิตจริง

### วัตถุดิบใดในห่วงโซ่อุปทานชิปที่เสี่ยงที่สุด?

SIA จัดธาตุหายากหลายชนิด เช่น นีโอดิเมียม ดิสโพรเซียม เทอร์เบียม และสแกนเดียม รวมถึงแกลเลียม เจอร์เมเนียม กราไฟต์ และสารตั้งต้นทางเคมี เป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่เสี่ยงสูงที่สุด เพราะผลิตในจีนหรือประเทศเสี่ยงสูงอื่นอย่างรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ และจีนออกมาตรการคุมการส่งออกแร่หลายชนิดตั้งแต่ปี 2023

### รายงาน SIA เกี่ยวกับองค์กรไทยอย่างไร?

เนื้อความของรายงานไม่ได้เอ่ยถึงไทยโดยตรง แต่ระบุว่ามาเลเซียและสิงคโปร์เป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนและเครื่องมือสำคัญ และเสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนกับประเทศพันธมิตร ผู้ผลิตไทยในห่วงโซ่อุปทานชิปจึงควรเตรียมข้อมูลแหล่งผลิตและวัตถุดิบชั้นลึกให้ลูกค้าตรวจสอบได้ ส่วนฝ่ายจัดซื้อไอทีควรเผื่อระยะส่งมอบฮาร์ดแวร์


## แหล่งอ้างอิง

- [Understanding Dependencies in the U.S. Semiconductor Supply Chain](https://www.semiconductors.org/understanding-dependencies-in-the-u-s-semiconductor-supply-chain/) — Semiconductor Industry Association
- [Understanding Dependencies in the U.S. Semiconductor Supply Chain (full report, October 2026)](https://www.semiconductors.org/wp-content/uploads/2026/10/SIA_2026_Supply-Chain-Report.pdf) — Semiconductor Industry Association
- [SIA Report Highlights Strategies for Strengthening Supply Chains Supporting the U.S. Chip Ecosystem](https://www.semiconductors.org/sia-report-highlights-strategies-for-strengthening-supply-chains-supporting-the-u-s-chip-ecosystem/) — Semiconductor Industry Association
