# ฝีดาษวานร 2569 พบ 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย กรมควบคุมโรคเตือนผื่นตุ่มผิดปกติรีบพบแพทย์

> ฝีดาษวานร 2569 พบ 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย ในไทยถึง 31 ต.ค. กรมควบคุมโรคแถลง 3 พ.ย. ให้สังเกตไข้ ผื่น ตุ่ม และตรวจ PCR สายด่วน 1422

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Health
- เผยแพร่: 2026-11-04T03:25:00.000Z · อัปเดต: 2026-11-04T03:25:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/health/mpox-thailand-470-cases-2026-ddc-symptoms/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- กรมควบคุมโรครายงานเมื่อ **3 พฤศจิกายน 2569** ว่าไทยพบ**ฝีดาษวานร 470 ราย** เสียชีวิต **3 ราย** นับสะสมปี 2569 ถึง **31 ตุลาคม 2569**
- รายงานของ WHO เมื่อ **14 กันยายน 2569** ที่กรมควบคุมโรคอ้าง ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยัน **68,096 ราย** เสียชีวิต **272 ราย** จาก **107 ประเทศ** ในช่วง 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ส.ค. 2569
- การยืนยันโรคต้องตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี **PCR** จากตัวอย่างรอยโรค การดูผื่นหรือภาพถ่ายอย่างเดียวและการตรวจเลือดทั่วไปยืนยันไม่ได้
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้เอง ส่วนผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด สอบถามได้ที่สายด่วน **1422**

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่าสถานการณ์ฝีดาษวานร 2569 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) สะสม 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย นับถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 และแนะให้ประชาชนสังเกตอาการ หากมีไข้ ผื่น หรือตุ่มผิดปกติให้รีบพบแพทย์ เพราะตรวจพบเร็วช่วยให้ดูแลรักษาได้เหมาะสมและลดโอกาสแพร่เชื้อ

ตัวเลขฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 รายเป็นข้อมูลสถานการณ์ฝีดาษวานร 2569 ที่นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ไว้ พร้อมย้ำว่าตัวเลขของไทยกับตัวเลขทั่วโลกที่อ้างจากองค์การอนามัยโลก (WHO) มีช่วงเวลารายงานไม่เท่ากัน

## ฝีดาษวานร 2569 ในไทยเทียบกับทั่วโลกอย่างไร

กรมควบคุมโรคอ้างรายงานของ WHO ที่เผยแพร่เมื่อ 14 กันยายน 2569 ว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยัน 68,096 ราย เสียชีวิต 272 ราย จาก 107 ประเทศ ส่วนฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 ราย ของไทยเป็นตัวเลขสะสมเฉพาะปี 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569 ทั้งสองชุดจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ตามที่กรมควบคุมโรคระบุเอง

| ข้อมูล | ช่วงเวลา | ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
| --- | --- | --- | --- |
| ประเทศไทย (กรมควบคุมโรค) | ปี 2569 ถึง 31 ต.ค. 2569 | 470 ราย | 3 ราย |
| ทั่วโลก (WHO ตามที่กรมควบคุมโรคอ้าง) | 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ส.ค. 2569 | 68,096 ราย (ยืนยัน) | 272 ราย |

![ตัวเลขฝีดาษวานร 2569 ของไทย 470 ราย เทียบกับตัวเลขทั่วโลกที่ WHO รายงาน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/mpox-thailand-470-cases-2026-ddc-symptoms/key-numbers.webp?v=5154a70c) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: กรมควบคุมโรค))_

ปัจจุบันฝีดาษวานรเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง การรายงาน และมาตรการป้องกันควบคุมโรค

![นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ขณะแถลงข้อมูลฝีดาษวานรเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/mpox-thailand-470-cases-2026-ddc-symptoms/mpox-ddc-director-general-3-nov-2026.webp?v=01398f96) _(ภาพ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)_

## อาการฝีดาษวานร 2569 ที่กรมควบคุมโรคให้สังเกต

กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ป่วยฝีดาษวานร 2569 ระยะแรกมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นจะเกิดผื่นหรือตุ่มบนผิวหนัง ตามร่างกาย ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก บางรายมีรอยโรคเพียงไม่กี่ตุ่ม รอยโรคจะเริ่มจากผื่นแดงนูน เปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง แล้วตกสะเก็ดจากกลางตุ่ม ตุ่มมักกระจายแยกกันเป็นตุ่มเดี่ยว ๆ และบางรายปวดบริเวณทวารหนัก

กรมควบคุมโรคย้ำว่าอาการและลำดับที่เกิดอาจต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่าง ผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้กระจายทั่วตัว โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติเสี่ยงสัมผัสโรค

## ตรวจอย่างไรจึงยืนยันฝีดาษวานร 2569 ได้

รอยโรคของฝีดาษวานรอาจคล้ายเริม สุกใส หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังชนิดอื่น กรมควบคุมโรคจึงระบุว่าการดูผื่นหรือภาพถ่ายอย่างเดียวยืนยันโรคไม่ได้ ต้องพิจารณาจากอาการ ประวัติสัมผัส และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

- วิธีหลักที่ใช้ยืนยันคือการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างรอยโรคตามมาตรฐาน
- การตรวจเลือดทั่วไปไม่ใช่การตรวจยืนยันโรคฝีดาษวานร
- ถ้าครั้งแรกยังสรุปไม่ได้หรือผลตรวจไม่พบเชื้อ แต่อาการยังอยู่ ตุ่มเพิ่มขึ้น หรืออาการเปลี่ยน ควรกลับไปพบแพทย์พร้อมแจ้งผลตรวจและประวัติการรักษาที่ผ่านมา แพทย์จะประเมินเพิ่มหรือเก็บตัวอย่างตรวจซ้ำ

![ภาพหน้าจอข่าวของกรมควบคุมโรคเรื่องฝีดาษวานร ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/mpox-thailand-470-cases-2026-ddc-symptoms/mpox-ddc-news-page-screenshot.webp?v=f560341f) _(ภาพ: กรมควบคุมโรค (ภาพหน้าจอ))_

## ฝีดาษวานร 2569 ติดต่ออย่างไร และป้องกันตัวอย่างไร

กรมควบคุมโรคระบุว่าฝีดาษวานร 2569 ติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ และการมีเพศสัมพันธ์ ข้อมูลทั่วไปของ WHO ก็ระบุว่าโรคแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด รวมถึงสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอน และผู้ที่มีคู่นอนหลายคนมีความเสี่ยงสูงกว่า

คำแนะนำป้องกันตามกรมควบคุมโรคมีดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังหรือรอยโรคของผู้ป่วยโดยตรง
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดและการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอาการสงสัย
3. ไม่ใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนร่วมกับผู้อื่น เพราะเชื้อแพร่ผ่านสารคัดหลั่งหรือสะเก็ดแผลที่ติดอยู่กับสิ่งของได้
4. ผู้ที่มีอาการสงสัยและรอตรวจหรือรอผล ควรแยกตัวจากผู้อื่น ปกคลุมรอยโรคให้มิดชิด ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ 70% สม่ำเสมอ และสวมหน้ากากอนามัยที่กระชับใบหน้าตลอดเวลา

## ผู้ป่วยฝีดาษวานร 2569 รักษาอย่างไร ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือไม่

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าผู้ป่วยฝีดาษวานร 2569 ส่วนใหญ่หายได้เอง และรักษาตามอาการ เช่น บรรเทาอาการปวด ดูแลแผลไม่ให้ติดเชื้อซ้ำซ้อน และป้องกันภาวะแทรกซ้อน ส่วนผู้ที่เสี่ยงอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ต้องได้รับการประเมินและดูแลใกล้ชิด แพทย์จะพิจารณารักษาเพิ่มหรือรับไว้ในโรงพยาบาลเป็นรายบุคคล

![นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้ให้ข้อมูลการรักษาฝีดาษวานร](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/mpox-thailand-470-cases-2026-ddc-symptoms/mpox-ddc-deputy-director-general.webp?v=4da062b4) _(ภาพ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)_

กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ป่วยที่ยืนยันว่าเป็นฝีดาษวานรไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลทุกราย แพทย์จะดูจากอาการ ความเสี่ยง และความพร้อมในการแยกตัวที่บ้าน ผู้ป่วยควรแยกตัว งดเดินทาง แยกภาชนะและเครื่องใช้ส่วนตัว ทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มและสิ่งของ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จนกว่ารอยโรคทั้งหมดจะหาย สะเก็ดหลุด และมีผิวหนังใหม่ปกคลุม รวมถึงรอยโรคบริเวณเยื่อบุหายแล้ว

## เมื่อไรควรไปพบแพทย์

กรมควบคุมโรคแนะให้ไปพบแพทย์ทันทีในกรณีต่อไปนี้ และไม่ต้องรอให้ตุ่มกระจายทั่วตัว

- มีไข้ ผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติสัมผัสเสี่ยง
- มีอาการปวดมาก ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้
- มีรอยโรคบริเวณดวงตา หรืออาการทรุดลง

เมื่อพบแพทย์ให้แจ้งประวัติสัมผัสตามความเป็นจริง กรมควบคุมโรคระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์จะให้บริการด้วยความเข้าใจ เคารพความเป็นส่วนตัว และรักษาความลับของผู้ป่วย บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

![เอกสารข้อเท็จจริงเรื่อง Mpox ขององค์การอนามัยโลกที่อธิบายสายพันธุ์ อาการ และวิธีแพร่เชื้อ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/mpox-thailand-470-cases-2026-ddc-symptoms/mpox-who-fact-sheet-screenshot.webp?v=35573194) _(ภาพ: WHO (ภาพหน้าจอ))_

## ผลต่อผู้อ่านชาวไทย

- **ไม่ต้องอายที่จะตรวจ** อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำว่าการเจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องน่าอาย และโรคนี้เกิดได้กับทุกคนที่มีประวัติสัมผัสเชื้อ
- **อย่าตีตราผู้ป่วย** กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือทุกภาคส่วนไม่ตีตราหรือเลือกปฏิบัติ และเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
- **สอบถามได้ทันที** ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
- **ติดตามตัวเลขล่าสุด** ฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 รายเป็นตัวเลข ณ 31 ตุลาคม 2569 ตัวเลขจะเปลี่ยนเมื่อกรมควบคุมโรครายงานรอบใหม่

ข่าวสาธารณสุขและการแพทย์อื่น ๆ อ่านต่อได้ที่[หมวดสุขภาพและการแพทย์](/health/)

## คำถามที่พบบ่อย

### ฝีดาษวานร 2569 ในไทยพบ 470 ราย เป็นตัวเลขของช่วงไหน?

ตัวเลขฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย เป็นผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยปี 2569 ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลกรมควบคุมโรคที่แถลงเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ส่วนตัวเลขทั่วโลกของ WHO ครอบคลุมช่วงเวลาอื่น จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

### ฝีดาษวานรมีอาการอย่างไร และต้องพบแพทย์เมื่อไร?

ระยะแรกมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต แล้วเกิดผื่นหรือตุ่มบนผิวหนัง ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก กรมควบคุมโรคแนะให้พบแพทย์ทันทีเมื่อมีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ โดยไม่ต้องรอให้กระจายทั่วตัว

### ตรวจฝีดาษวานรอย่างไรจึงจะยืนยันได้?

กรมควบคุมโรคระบุว่าวิธีหลักในการยืนยันฝีดาษวานรคือการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างรอยโรค เพราะรอยโรคคล้ายเริมหรือสุกใสได้ การดูผื่นหรือภาพถ่ายอย่างเดียว รวมถึงการตรวจเลือดทั่วไป ไม่สามารถยืนยันโรคได้

### ฝีดาษวานรติดต่ออย่างไร และสอบถามได้ที่ไหน?

กรมควบคุมโรคระบุว่าติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ และการมีเพศสัมพันธ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


## แหล่งอ้างอิง

- [กรมควบคุมโรคแนะประชาชนสังเกตอาการโรคฝีดาษวานร หากพบผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รีบพบแพทย์ ย้ำตรวจพบเร็ว รักษาได้](https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=61254&deptcode=brc) — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- [Mpox (fact sheet)](https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mpox) — องค์การอนามัยโลก (WHO)
