# ประวัติ ARPANET: จากข้อความ “LO” คืนวันที่ 29 ตุลาคม 1969 สู่อินเทอร์เน็ตทั้งโลก

> ARPANET ต้นแบบของอินเทอร์เน็ตที่ ARPA ให้ทุนสร้าง ส่งข้อความแรกจาก UCLA ถึง SRI เมื่อ 29 ตุลาคม 1969 ได้แค่ “LO” ก่อนระบบล่ม และเปลี่ยนมาใช้ TCP/IP ในปี 1983

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: History
- เผยแพร่: 2026-10-08T13:44:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T13:44:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/history/arpanet-history-birth-of-the-internet/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **ARPANET** เป็นเครือข่ายที่ ARPA หน่วยงานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้ทุนสร้าง ARPA ตั้งขึ้นในปี 1958 เพื่อรับมือการที่สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียม Sputnik 1 เมื่อ 4 ตุลาคม 1957
- ข้อความแรกส่งจาก UCLA ถึง SRI เมื่อ **29 ตุลาคม 1969** ผู้ส่งตั้งใจล็อกอินเข้าเครื่องปลายทาง แต่ระบบล่มหลังส่งได้สองตัวอักษร **“LO”** สมุดบันทึกของ UCLA ลงเวลา 22:30 น. ตามเวลาแปซิฟิก
- BBN ชนะสัญญาสร้าง **IMP** ซึ่ง DARPA เรียกว่าเราเตอร์รุ่นแรก ในเดือนธันวาคม 1968 และเครือข่ายครบ **4 โหนด** คือ UCLA, SRI, UCSB และมหาวิทยาลัยยูทาห์ ภายในธันวาคม 1969
- อีเมลข้ามเครื่องของ Ray Tomlinson แห่ง BBN ผู้เลือกเครื่องหมาย @ เกิดในปี 1971 ตาม Internet Hall of Fame (CHM และ Internet Society ระบุปี 1972) และในปี 1973 ทราฟฟิกบน ARPANET เกินครึ่งเป็นอีเมล
- ARPANET เปลี่ยนจาก NCP มาใช้ **TCP/IP** ตามแผนที่ตั้งเส้นตายไว้ **1 มกราคม 1983** และปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1990 (RAND ระบุ 1989) ขณะที่อินเทอร์เน็ตโตจาก 4 เป็นกว่า 300,000 โฮสต์ใน 20 ปี

**ARPANET** คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบสลับแพ็กเก็ต (packet switching) ที่ ARPA หน่วยงานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้ทุนสร้าง และเป็นต้นแบบโดยตรงของอินเทอร์เน็ต ข้อความแรกส่งจาก UCLA ไปยัง SRI เมื่อคืนวันที่ 29 ตุลาคม 1969 แต่ไปถึงปลายทางได้เพียงสองตัวอักษร “LO” ก่อนระบบล่ม วันที่ 29 ตุลาคม 2026 จึงเป็นวันครบรอบ 57 ปีของเหตุการณ์นั้น

บทความนี้เล่าตั้งแต่เหตุที่สหรัฐฯ ตั้ง ARPA หลังการส่งดาวเทียม Sputnik แนวคิด packet switching อุปกรณ์ IMP ของ BBN คืนที่ส่งข้อความแรก สี่โหนดแรก อีเมล การเปลี่ยนมาใช้ TCP/IP ในปี 1983 ไปจนถึง NSFNET และวันที่ ARPANET ปิดตัว ข้อมูลมาจากเอกสารของ DARPA, UCLA, SRI, Computer History Museum (CHM), Internet Society และ NSF จุดที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน เราเขียนไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกที่มา

## ARPA เกิดจากแรงกระแทกของ Sputnik

สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียม Sputnik 1 ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 4 ตุลาคม 1957 ตาม[บันทึกประวัติศาสตร์ของ NASA](https://www.nasa.gov/history/sputnik/sputorig.html) สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการตั้ง Advanced Research Projects Agency (ARPA) ในปี 1958 [DARPA ระบุ](https://www.darpa.mil/about)ว่าหน่วยงานนี้ตั้งขึ้นเพื่อรับมือ Sputnik และเป็นคำมั่นว่าสหรัฐฯ จะไม่ต้องเผชิญความประหลาดใจทางเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์อีก ต่อมาในเดือนมีนาคม 1972 ชื่อ ARPA ถูกเติมคำว่า Defense เป็น DARPA ตามที่ Leonard Kleinrock แห่ง UCLA บันทึกไว้

งานด้านเครือข่ายเริ่มจาก J.C.R. Licklider ซึ่ง CHM ระบุว่าเข้ามาเป็นหัวหน้าสำนักงาน Information Processing Techniques Office (IPTO) ของ ARPA ในเดือนตุลาคม 1962 Internet Society ระบุว่า Licklider เขียนบันทึกชุดหนึ่งในเดือนสิงหาคม 1962 ว่าด้วยแนวคิด “Galactic Network” ที่ทุกคนเรียกใช้ข้อมูลและโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์ที่ใดก็ได้ ส่วน DARPA อ้างถึงบันทึกที่เขาส่งถึงนักวิจัยของ ARPA เมื่อ 25 เมษายน 1963

Kleinrock บันทึกว่า Bob Taylor ขอทุนทำเครือข่ายจาก Charlie Herzfeld ผู้อำนวยการ ARPA ซึ่งอนุมัติงบตั้งต้น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในราว 20 นาที Taylor ขึ้นเป็นผู้อำนวยการ IPTO ในเดือนสิงหาคม 1966 และดึง Larry Roberts จาก MIT มาเป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ IPTO ในเดือนธันวาคมปีนั้น Taylor อธิบายไว้ใน[ข่าวแจกของ CHM](https://computerhistory.org/press-releases/museum-celebrates-arpanet-anniversary/)ว่า ARPANET สร้างขึ้นเพื่อให้นักวิจัยที่ได้ทุนจาก ARPA ทำงานที่สนใจร่วมกันได้โดยไม่ติดเรื่องระยะทาง

## packet switching: แนวคิดที่หลายคนคิดขึ้นคู่ขนาน

DARPA อธิบายว่า ถ้า ARPANET ทำงานแบบชุมสายโทรศัพท์ที่จองวงจรไว้ตลอดเส้นทาง โหนดเดียวที่เสียอาจทำให้ทั้งเครือข่ายใช้การไม่ได้ ทางออกคือ packet switching ซึ่งหั่นข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตที่หาเส้นทางไปยังปลายทางเองแล้วประกอบกลับที่ปลายทาง ข้อมูลจึงไม่หายแม้บางโหนดจะล่ม ส่วน Kleinrock เขียนว่าเป้าหมายหลักของ ARPANET คือการแบ่งกันใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ และเรียกความเชื่อว่า ARPANET สร้างเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ว่าเป็น myth ที่มาจากงานของ Baran ซึ่งมีเป้าหมายต่างกัน

คำถามว่าใครคิด packet switching ก่อน แหล่งข้อมูลเล่าไม่ตรงกัน

- **Leonard Kleinrock** (MIT ต่อมาอยู่ UCLA): Internet Society ระบุว่าเขาตีพิมพ์บทความแรกเรื่องทฤษฎี packet switching ในเดือนกรกฎาคม 1961 และหนังสือเล่มแรกในหัวข้อนี้ในปี 1964 โดย Kleinrock เป็นหนึ่งในผู้เขียนบทความของ Internet Society ชิ้นนั้นด้วย
- **Paul Baran** (RAND Corporation): [RAND ระบุ](https://www.rand.org/pubs/articles/2018/paul-baran-and-the-origins-of-the-internet.html)ว่า Baran คิดแนวคิด packet switching ขณะหาทางให้ระบบสื่อสารรอดจากการโจมตี งานของเขาตีพิมพ์เป็นรายงานระหว่างปี 1960–1962 และรวมเล่มชื่อ On Distributed Communications ในปี 1964
- **Donald Davies** (National Physical Laboratory สหราชอาณาจักร): ทั้ง RAND และ Kleinrock ระบุว่า Davies คิดระบบคล้ายกันโดยอิสระและเป็นผู้ตั้งคำว่า packet ซึ่ง Kleinrock ระบุว่าเกิดในปี 1965

CHM บันทึกว่าทั้งสามคนทำงานคู่ขนานกัน และ Kleinrock เล่าว่าหลังการประชุมที่ Gatlinburg เดือนตุลาคม 1967 Roberts รับคำว่า packet มาใช้ กำหนดแพ็กเก็ตยาว 1,024 บิต และเพิ่มความเร็วสายหลักจาก 9.6 เป็น 50 kb/s

## BBN กับ IMP: เราเตอร์รุ่นแรกของ ARPANET

ในการประชุมนักวิจัยของ ARPA ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเมื่อเมษายน 1967 Wesley Clark เสนอให้วางมินิคอมพิวเตอร์ไว้หน้าคอมพิวเตอร์หลักแต่ละแห่งเพื่อทำหน้าที่สื่อสารทั้งหมด เรียกว่า Interface Message Processor (IMP) [CHM ระบุ](https://www.computerhistory.org/internethistory/1960s/)ว่า IMP คือสิ่งที่พัฒนามาเป็นเราเตอร์ในปัจจุบัน ส่วน DARPA เรียก IMP ตรง ๆ ว่าเราเตอร์รุ่นแรก

Kleinrock บันทึกว่ามีผู้ยื่นข้อเสนอ 12 ราย โดยไม่มี IBM และ AT&T และ Bolt Beranek and Newman (BBN) ชนะสัญญาราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสปี 1968 ทีมของ BBN นำโดย Frank Heart เลือกมินิคอมพิวเตอร์ Honeywell DDP-516 มาดัดแปลงเป็น IMP ต่อกันด้วยสายเช่าความเร็ว 50 kb/s จาก AT&T ส่วน Robert Kahn เขียนสเปกการต่อระหว่างโฮสต์กับ IMP ไว้ในรายงาน BBN Report 1822

UCLA ได้สัญญาตั้ง Network Measurement Center ในเดือนตุลาคม 1968 เพื่อวัดพฤติกรรมของเครือข่าย IMP เครื่องแรกมาถึง UCLA เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 1969 และถูกต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ SDS Sigma 7 ด้วยสายยาว 15 ฟุตเมื่อ 2 กันยายน ถือเป็นโหนดแรกของเครือข่าย

![คอมพิวเตอร์ SDS Sigma 7 ที่ต่อกับ IMP เป็นโหนดแรกของ ARPANET ภาพถ่ายภายหลังเมื่อ ค.ศ. 2011 ในห้อง 3420 Boelter Hall ของ UCLA ที่บูรณะเป็นพิพิธภัณฑ์ Kleinrock Internet Heritage Site](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arpanet-history-birth-of-the-internet/arpanet-ucla-sds-sigma-7.webp?v=13955685) _(ภาพ: Andrew "FastLizard4" Adams / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0))_

## คืนวันที่ 29 ตุลาคม 1969 กับข้อความแรก “LO”

BBN ส่ง IMP เครื่องที่สองไปที่ SRI เมือง Menlo Park ต้นเดือนตุลาคม 1969 ลิงก์ระหว่าง IMP สองเครื่องนี้เป็นลิงก์ความเร็วสูงเส้นแรกของเครือข่าย ที่ 50 kb/s ในคืนวันที่ 29 ตุลาคม Charley Kline นักศึกษาของ Kleinrock นั่งหน้าเครื่องที่ UCLA ส่วน Bill Duvall รออยู่ที่เครื่อง SDS 940 ของ SRI ทั้งสองคุยกันผ่านหูฟังโทรศัพท์

ตาม[บทความของ Kleinrock](https://www.lk.cs.ucla.edu/data/files/Kleinrock/An%20Early%20History%20Of%20The%20Internet.pdf) ทีม UCLA ตั้งใจล็อกอินเข้าเครื่องของ SRI โดยพิมพ์ “log” แล้วให้ฝั่ง SRI เติม “in” ให้เอง พิมพ์ตัว l ไปถึง พิมพ์ตัว o ไปถึง แต่พอพิมพ์ตัว g ระบบก็ล่ม ข้อความแรกบน ARPANET จึงเป็นคำว่า “lo” ซึ่ง Kleinrock เปรียบกับสำนวน “lo and behold”

เวลาของเหตุการณ์นี้มีสองแบบ [หน้าของ Kleinrock](https://www.lk.cs.ucla.edu/internet_first_words.html) และ SRI ระบุว่าข้อความแรกส่งเมื่อ 22:30 น. ซึ่ง DARPA ระบุว่าเป็นเวลาแปซิฟิก และล็อกอินสำเร็จราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา ส่วนข่าวแจกของ CHM ในปี 2009 ระบุว่า Kline เริ่มพิมพ์ราว 21:00 น. และการเชื่อมต่อสมบูรณ์เมื่อ 22:30 น. Kleinrock ระบุว่าบันทึกเดียวของเหตุการณ์นี้คือสมุดบันทึก IMP ของ UCLA ที่เขียนไว้ตรงเวลา 22:30 ว่า “Talked to SRI Host to Host”

![หน้าสมุดบันทึก IMP ของ UCLA วันที่ 29 ตุลาคม 1969 บรรทัดเวลา 22:30 เขียนว่า Talked to SRI Host to Host ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2011 ในวันเปิดพิพิธภัณฑ์ที่ UCLA](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arpanet-history-birth-of-the-internet/arpanet-first-message-imp-log.webp?v=7cac65d1) _(ภาพ: Andrew "FastLizard4" Adams / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0))_

## สี่โหนดแรก ARPANET และ NCP

IMP ของ UCSB ต่อเข้าเครือข่ายในเดือนพฤศจิกายน และของมหาวิทยาลัยยูทาห์ในเดือนธันวาคม 1969 Kleinrock ระบุว่าแต่ละแห่งถูกเลือกเพราะมีบริการเฉพาะ

- **UCLA** (SDS Sigma 7): ศูนย์วัดผลเครือข่าย
- **SRI** (SDS 940): ระบบ NLS ของ Doug Engelbart และ Network Information Center
- **UCSB** (IBM 360/75): กราฟิกแบบโต้ตอบ
- **มหาวิทยาลัยยูทาห์** (DEC PDP-10): กราฟิกสามมิติ

ส่วนโปรโตคอลที่โฮสต์ใช้คุยกันเป็นงานของกลุ่มที่ต่อมาเรียกว่า Network Working Group (NWG) ซึ่ง Kleinrock ระบุว่าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาบัณฑิตศึกษา CHM บันทึกว่า Steve Crocker เวียนบันทึกชื่อ “Request for Comments” เมื่อ 7 เมษายน 1969 ซึ่งเป็น RFC ฉบับแรกจากหลายพันฉบับ Internet Society ระบุว่า NWG ทำโปรโตคอล Network Control Protocol (NCP) เสร็จในเดือนธันวาคม 1970 หลังจากนั้นเครือข่ายโตเร็ว Kleinrock นับได้ 10 IMP ในเดือนกรกฎาคม 1970 และ SRI ระบุว่า ARPANET มีคอมพิวเตอร์ 37 เครื่องในปี 1972

![ภาพร่างเครือข่าย ARPA เดือนธันวาคม 1969 แสดง 4 โหนด คือ UCLA, SRI, UCSB และมหาวิทยาลัยยูทาห์ พร้อมคอมพิวเตอร์โฮสต์ของแต่ละแห่ง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arpanet-history-birth-of-the-internet/arpanet-four-nodes-sketch-1969.webp?v=32d12fb3) _(ภาพ: DARPA)_

## อีเมลและการเปิดตัวต่อสาธารณะ

[Internet Hall of Fame ระบุ](https://www.internethalloffame.org/official-biography-raymond-tomlinson/)ว่าในปี 1971 Ray Tomlinson แห่ง BBN สร้างอีเมลข้ามเครื่องตัวแรกบน ARPANET โดยรวมโปรแกรม SNDMSG กับ CPYNET และเลือกเครื่องหมาย @ คั่นชื่อผู้ใช้กับชื่อเครื่อง รูปแบบ user@host นี้ยังเป็นมาตรฐานของที่อยู่อีเมลถึงทุกวันนี้ ส่วน[เส้นเวลาของ CHM](https://www.computerhistory.org/internethistory/1970s/)จัดเหตุการณ์นี้ไว้ในปี 1972 และ Internet Society ระบุว่า Tomlinson เขียนซอฟต์แวร์ส่งและอ่านอีเมลพื้นฐานในเดือนมีนาคม 1972 บทความของ Kleinrock ช่วยอธิบายส่วนต่างนี้ได้บางส่วน เพราะระบุว่า Tomlinson ทำสำเร็จปลายปี 1971 และความสามารถนี้ออกไปกับระบบปฏิบัติการ TENEX ต้นปี 1972

อีเมลกลายเป็นงานหลักของเครือข่ายอย่างรวดเร็ว [CHM ระบุ](https://www.computerhistory.org/timeline/1971/)ว่าภายในปี 1973 ทราฟฟิกบน ARPANET มากกว่า 50% เป็นอีเมล

ในเดือนตุลาคม 1972 Robert Kahn จัดการสาธิต ARPANET ที่งาน International Computer Communication Conference (ICCC) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่ง Internet Society ระบุว่าเป็นการสาธิตเทคโนโลยีนี้ต่อสาธารณะครั้งแรก Kleinrock บันทึกว่าเทอร์มินัลหลายสิบเครื่องในงานเรียกใช้คอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องทั่วสหรัฐฯ ได้ต่อเนื่องตลอดสามวัน

## จาก NCP สู่ TCP/IP และวันที่ 1 มกราคม 1983

DARPA ระบุว่ากองทัพต้องการเครือข่ายเคลื่อนที่ที่ใช้วิทยุและดาวเทียม และภายในปี 1973 นักวิจัยที่ได้ทุนจาก DARPA มีเทคโนโลยี packet switching ถึงสี่แบบ โจทย์ต่อไปจึงเป็นการทำให้เครือข่ายต่างชนิดคุยกันได้ Internet Society ระบุว่า Kahn ชวน Vint Cerf มาออกแบบโปรโตคอลในฤดูใบไม้ผลิปี 1973 CHM บันทึกว่าทั้งสองนำเสนอ TCP ครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ในเดือนกันยายน 1973 และตีพิมพ์บทความ “A Protocol for Packet Network Interconnection” ใน IEEE Transactions ฉบับพฤษภาคม 1974

DARPA ระบุว่า TCP/IP ถูกนำไปใช้จริงครั้งแรกที่สแตนฟอร์ดในปี 1975 Kleinrock ระบุว่า TCP รุ่น 3 ในปี 1978 เริ่มแยกเป็นสองส่วน และรุ่น 4 ในปี 1980 ซึ่งปรับปรุงในปี 1981 แยก IP ออกจาก TCP อย่างเสถียร จนรู้จักกันในชื่อ IPv4 และในปี 1980 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศให้ TCP/IP เป็นมาตรฐานของกระทรวง

[RFC 801](https://www.rfc-editor.org/rfc/rfc801.txt) ที่ Jon Postel เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 1981 วางแผนเปลี่ยน ARPANET ทั้งเครือข่ายจาก NCP มาใช้ TCP/IP ภายใน 1 มกราคม 1983 ทุกหน่วยงานต้องเริ่มติดตั้ง TCP/IP ภายใน 1 มกราคม 1982 ระหว่างนั้นมีเครื่องตัวกลาง (relay host) ที่ใช้ได้ทั้งสองโปรโตคอลให้บริการ Telnet, FTP และอีเมลข้ามระหว่างสองฝั่ง และ CHM ระบุว่าในปี 1983 ส่วนงานลับทางทหารแยกออกไปเป็น MILNET ส่วนระบบ DNS ถูกพัฒนาขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 1983

## NSFNET และวันที่ ARPANET ปิดตัว

เมื่อเครือข่ายเปิดสู่วงการวิชาการ หน่วยงานรัฐอื่นก็สร้างเครือข่ายของตัวเอง ปีเริ่มต้นของ NSFNET มีสองแบบ DARPA ระบุว่า NSF ตั้ง NSFNET ในปี 1985 ส่วน [NSF ระบุ](https://www.nsf.gov/impacts/internet)ว่าเปิดตัวในปี 1986 เพื่อเชื่อมนักวิจัยกับศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ NSF ระบุว่า NSFNET กลายเป็นแกนหลักของอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ จากราว 2,000 เครื่องในปี 1986 เป็นกว่า 2 ล้านเครื่องในปี 1993 CHM ระบุว่าแกนหลักนี้เริ่มที่ 56 kbps และอัปเกรดเป็น T1 เสร็จในปี 1988

ปีที่ ARPANET ปิดตัวก็มีสองแบบเช่นกัน DARPA, CHM และ Internet Society ระบุว่าปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1990 ส่วน RAND เขียนว่าชื่อ ARPANET ถูกเลิกใช้ในปี 1989 และเส้นเวลาบนหน้าเว็บของ DARPA เองก็ระบุ “1989 ARPANET ended” [CHM ระบุ](https://www.computerhistory.org/internethistory/1990s/)ว่าในเวลา 20 ปี เครือข่ายโตจาก 4 เป็นกว่า 300,000 โฮสต์ หลังจากนั้นบริการเชิงพาณิชย์ขยายตัวเร็วจน NSF ปิดแกนหลัก NSFNET ในปี 1995

![แผนที่ ARPANET เดือนพฤษภาคม 1977 แสดงโหนด IMP และ TIP กระจายทั่วสหรัฐฯ พร้อมวงจรดาวเทียมไปฮาวายและนอร์เวย์ ซึ่งต่อไปถึงลอนดอน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arpanet-history-birth-of-the-internet/arpanet-geographic-map-1977.webp?v=c01d1806) _(ภาพ: DARPA)_

World Wide Web เกิดทีหลังและเป็นคนละสิ่งกับ ARPANET [CERN ระบุ](https://home.cern/science/computing/the-birth-of-the-web/)ว่า Tim Berners-Lee คิดค้นเว็บในปี 1989 ขณะทำงานที่ CERN และ CERN เปิดซอฟต์แวร์เว็บเป็นสาธารณสมบัติเมื่อ 30 เมษายน 1993 เว็บจึงเป็นบริการที่วิ่งอยู่บนอินเทอร์เน็ตที่ ARPANET ปูทางไว้

## ลำดับเหตุการณ์ ARPANET ตั้งแต่ปี 1957 ถึง 1995

| ปี/วันที่ | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 4 ต.ค. 1957 | สหภาพโซเวียตส่ง Sputnik 1 |
| 1958 | สหรัฐฯ ตั้ง ARPA |
| ต.ค. 1962 | Licklider เป็นหัวหน้า IPTO |
| 1960–1965 | Kleinrock, Baran และ Davies วางแนวคิด packet switching |
| ต.ค. 1967 | Roberts เสนอแผน ARPANET ที่ Gatlinburg |
| ธ.ค. 1968 | BBN ชนะสัญญาสร้าง IMP |
| 7 เม.ย. 1969 | RFC ฉบับแรก |
| 2 ก.ย. 1969 | IMP เครื่องแรกต่อกับโฮสต์ที่ UCLA |
| 29 ต.ค. 1969 | ข้อความแรก “LO” จาก UCLA ถึง SRI |
| ธ.ค. 1969 | ครบ 4 โหนด |
| ธ.ค. 1970 | NCP เสร็จ |
| 1971 หรือ 1972 | อีเมลข้ามเครื่องของ Ray Tomlinson |
| ต.ค. 1972 | สาธิตต่อสาธารณะที่งาน ICCC |
| พ.ค. 1974 | Cerf และ Kahn ตีพิมพ์บทความ TCP |
| 1 ม.ค. 1983 | เส้นตายเปลี่ยนจาก NCP เป็น TCP/IP |
| 1983 | แยก MILNET และพัฒนา DNS |
| 1985 หรือ 1986 | NSF ตั้ง NSFNET |
| 1990 (บางแหล่ง 1989) | ARPANET ปิดตัว |
| 1995 | NSF ปิดแกนหลัก NSFNET |

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

สิ่งที่ ARPANET ทิ้งไว้ยังทำงานอยู่ในเครือข่ายขององค์กรไทยทุกวันนี้

- **เราเตอร์**: CHM ระบุว่า IMP ที่ BBN สร้างพัฒนามาเป็นเราเตอร์ที่ใช้กันทุกวันนี้
- **RFC**: เอกสารที่เริ่มในปี 1969 จนมีหลายพันฉบับ ยังเปิดให้อ่านได้ที่ rfc-editor.org รวมทั้ง RFC 801
- **TCP/IP และ DNS**: แกนกลางที่ทุกระบบยังพึ่งพา ดูตัวอย่างงานดูแล DNS ระดับรากได้ใน[บทความเรื่องการเปลี่ยนกุญแจ DNSSEC](/network/dnssec-root-ksk-2024-rollover-october-11/)
- **อีเมลแบบ user@host**: ส่วนการยืนยันตัวผู้ส่งเป็นชั้นที่เพิ่มมาภายหลัง ดู[คู่มือ SPF, DKIM และ DMARC](/enterprise-apps/spf-dkim-dmarc-email-authentication-guide/)

บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีคือการเปลี่ยนผ่านระบบใหญ่ RFC 801 ตั้งเส้นตายชัด ให้เวลาเตรียมตัวหนึ่งปี และมีตัวกลางที่ใช้ได้ทั้งระบบเก่าและใหม่ระหว่างทาง องค์กรที่กำลังย้ายจาก IPv4 ไป IPv6 หรือย้ายระบบหลักขึ้นคลาวด์ใช้หลักเดียวกันได้ Bill Duvall ผู้รับข้อความแรกที่ SRI กล่าวไว้ในข่าวแจกของ CHM ปี 2009 ว่าการพัฒนา ARPANET ซึ่งตอนนั้นไม่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์เลย แสดงพลังของงานวิจัยพื้นฐานที่ประสานกันอย่างดี

ส่วนเส้นทางที่อินเทอร์เน็ตเดินทางมาถึงประเทศไทย อ่านต่อได้ที่[ประวัติอินเทอร์เน็ตไทย](/history/thai-internet-history/) และเรื่องราวเบื้องหลังเทคโนโลยีอื่นในหมวด[ประวัติศาสตร์](/history/)

## คำถามที่พบบ่อย

### ARPANET คืออะไร?

ARPANET คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ ARPA หน่วยงานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้ทุนสร้าง เริ่มใช้งานปลายปี 1969 ด้วย 4 โหนด เชื่อมคอมพิวเตอร์ต่างยี่ห้อในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้วยวิธี packet switching ผ่านอุปกรณ์ IMP ที่ BBN สร้าง ARPANET เป็นต้นแบบโดยตรงของอินเทอร์เน็ตที่ใช้กันวันนี้

### ข้อความแรกบน ARPANET คืออะไร ส่งเมื่อไร?

ข้อความแรกบน ARPANET ส่งจาก UCLA ไปยัง SRI เมื่อ 29 ตุลาคม 1969 ทีม UCLA ตั้งใจล็อกอิน (login) เข้าเครื่องของ SRI แต่ระบบล่มหลังส่งได้แค่ตัว L และ O ข้อความแรกจึงเป็นคำว่า “LO” Kleinrock และ SRI ระบุเวลา 22:30 น. แต่ข่าวแจกของ CHM ปี 2009 ระบุว่าเริ่มพิมพ์ราว 21:00 น. และเชื่อมต่อสมบูรณ์เมื่อ 22:30 น.

### ARPANET เปลี่ยนมาใช้ TCP/IP เมื่อไร?

แผน RFC 801 ที่ Jon Postel เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 1981 กำหนดให้ ARPANET เปลี่ยนจาก NCP มาใช้ TCP/IP ทั้งหมดภายใน 1 มกราคม 1983 Internet Society และ Kleinrock ระบุว่าการเปลี่ยนเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 1983 ปีเดียวกันนั้นส่วนงานทางทหารแยกออกไปเป็น MILNET

### ARPANET ปิดตัวเมื่อไร?

DARPA, Computer History Museum และ Internet Society ระบุว่า ARPANET ปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1990 แต่ RAND เขียนว่าชื่อ ARPANET ถูกเลิกใช้ในปี 1989 และเส้นเวลาบนหน้าเว็บของ DARPA เองก็ระบุปี 1989 ช่วงเวลาเดียวกันนั้น NSF ระบุว่า NSFNET เป็นแกนหลักของอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ

### ใครเป็นผู้คิดค้น packet switching ที่ ARPANET ใช้?

แหล่งข้อมูลยังเล่าไม่ตรงกัน Internet Society และ Leonard Kleinrock ระบุว่าบทความของ Kleinrock ในเดือนกรกฎาคม 1961 เป็นงานแรก RAND ระบุว่า Paul Baran เป็นผู้คิดแนวคิดนี้ในรายงานปี 1960–1962 ส่วน Donald Davies แห่ง NPL อังกฤษคิดระบบคล้ายกันโดยอิสระและตั้งคำว่า packet ขณะที่ CHM เล่าว่าทั้งสามคนทำงานคู่ขนานกัน


## แหล่งอ้างอิง

- [ARPANET](https://www.darpa.mil/news/features/arpanet) — DARPA
- [An Early History of the Internet (IEEE Communications Magazine, August 2010)](https://www.lk.cs.ucla.edu/data/files/Kleinrock/An%20Early%20History%20Of%20The%20Internet.pdf) — Leonard Kleinrock, UCLA
- [A Brief History of the Internet](https://www.internetsociety.org/internet/history-internet/brief-history-internet/) — Internet Society
- [Internet History: 1960s](https://www.computerhistory.org/internethistory/1960s/) — Computer History Museum
- [ARPANET](https://www.sri.com/hoi/arpanet/) — SRI International
- [Birth of the Commercial Internet](https://www.nsf.gov/impacts/internet) — U.S. National Science Foundation
