กำแพงเบอร์ลิน: จากการปิดพรมแดน 13 สิงหาคม 1961 ถึงคืนเปิดด่าน 9 พฤศจิกายน 1989
กำแพงเบอร์ลินยาว 155 กม. ล้อมเบอร์ลินตะวันตกตั้งแต่ 13 ส.ค. 1961 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 140 คน ด่านเปิดคืน 9 พ.ย. 1989 และเยอรมนีรวมชาติ 3 ต.ค. 1990
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- กำแพงเบอร์ลิน ยาว 155 กิโลเมตร ล้อมเบอร์ลินตะวันตกไว้ตั้งแต่ 13 สิงหาคม 1961 ถึง 9 พฤศจิกายน 1989 รวมกว่า 28 ปี ตามข้อมูลของมูลนิธิกำแพงเบอร์ลิน (Stiftung Berliner Mauer)
- โครงการวิจัยร่วมของศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับอนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งเริ่มปี 2005 และปรับปรุงปี 2017 นับผู้เสียชีวิตที่กำแพงได้ อย่างน้อย 140 คน ในจำนวนนี้ 101 คนเสียชีวิตระหว่างพยายามหลบหนี
- เย็นวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 Günter Schabowski แถลงว่าระเบียบการเดินทางใหม่มีผล "ทันที" ทั้งที่กำหนดให้เริ่ม 10 พฤศจิกายน และราว 23.30 น. ด่าน Bornholmer Straße ก็เปิดไม้กั้น
- เยอรมนีรวมชาติเมื่อ 3 ตุลาคม 1990 หลังลงนามสนธิสัญญาสองบวกสี่ที่มอสโกเมื่อ 12 กันยายน 1990 ส่วนองค์การทรอยฮันด์แปรรูปหรือโอนกิจการกว่า 12,000 แห่งและปิดกว่า 3,700 แห่งจนถึงสิ้นปี 1994
- รายงานของรัฐบาลเยอรมนีปี 2023 ระบุว่า GDP ต่อหัวของภาคตะวันออกเพิ่มจาก 43% ของฝั่งตะวันตกในปี 1991 เป็น 79% ในปี 2022 และรายงานเดือนกันยายน 2026 ยังพบว่าชาวเยอรมันตะวันออกมีสัดส่วนน้อยในตำแหน่งผู้บริหาร
กำแพงเบอร์ลิน (Berliner Mauer) คือแนวกำแพงยาว 155 กิโลเมตรที่ล้อมเบอร์ลินตะวันตกไว้ตั้งแต่ 13 สิงหาคม 1961 จนถึงคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 ซึ่งด่านถูกเปิดหลังเยอรมนีตะวันออกประกาศระเบียบการเดินทางใหม่ก่อนกำหนด มีผู้เสียชีวิตที่กำแพงอย่างน้อย 140 คน และไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากนั้น เยอรมนีก็รวมเป็นประเทศเดียวในวันที่ 3 ตุลาคม 1990
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2026 ครบ 37 ปีของคืนนั้น และอนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลินบนถนน Bernauer Straße จัดงานรำลึกหลักทุกปีในวันที่ 13 สิงหาคมและ 9 พฤศจิกายน บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารของมูลนิธิกำแพงเบอร์ลิน (Stiftung Berliner Mauer) รัฐบาลกลางเยอรมนี bpb และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เปิดอ่าน ณ 8 ตุลาคม 2026
เยอรมนีถูกแบ่งอย่างไรก่อนมีกำแพงเบอร์ลิน
สำนักนักประวัติศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อธิบายว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายสัมพันธมิตรแบ่งเยอรมนีเป็นเขตยึดครอง เบอร์ลินซึ่งอยู่ลึกในเขตโซเวียตก็ถูกแบ่งด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสคุมฝั่งตะวันตก โซเวียตคุมฝั่งตะวันออก วันที่ 24 มิถุนายน 1948 โซเวียตปิดทางบกและทางน้ำเข้าเบอร์ลินตะวันตก สหรัฐฯ และอังกฤษจึงขนเสบียงทางอากาศจนการปิดล้อมยุติในเดือนพฤษภาคม 1949 ราวสองสัปดาห์ต่อมาเยอรมนีตะวันตกก่อตั้งขึ้น และเยอรมนีตะวันออกตามมาในปีเดียวกัน
มูลนิธิกำแพงเบอร์ลินระบุว่าพรรค SED ขึ้นปกครองฝั่งตะวันออกด้วยการสนับสนุนของฝ่ายยึดครองโซเวียต ประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับระบบใหม่และย้ายไปตะวันตกตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1940 SED ปิดพรมแดนกับเยอรมนีตะวันตกในปี 1952 แต่แนวเขตภาคในเบอร์ลินยังเปิดอยู่ จึงเป็นช่องทางสุดท้ายไปตะวันตก
ตัวเลขผู้ย้ายออกในเอกสารของมูลนิธิเองเขียนต่างกัน หน้าเรื่องกำแพงเบอร์ลินระบุว่าถึงเดือนสิงหาคม 1961 เยอรมนีตะวันออกเสียประชากรไปอย่างน้อย 4 ล้านคน หรือราวหนึ่งในหก แต่หน้าเรื่องการหลบหนีใช้ตัวเลข "อย่างน้อย 4 ล้านคน" กับช่วงปี 1949–1989 ทั้งหมด
ทำไมจึงเกิดกำแพงเบอร์ลินในปี 1961
วิกฤตรอบใหม่เริ่มเมื่อ 10 พฤศจิกายน 1958 ที่ Nikita Khrushchev นายกรัฐมนตรีโซเวียต เรียกร้องให้สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสถอนกำลังจากเบอร์ลินตะวันตกในหกเดือน สำนักนักประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อธิบายว่าโซเวียตต้องการหยุดการอพยพและถ่วงกำลังทหารของเยอรมนีตะวันตก ส่วนสหรัฐฯ เห็นว่าการคงกำลังไว้คือหลักประกันเสรีภาพของเบอร์ลินตะวันตก การพบกันของ John F. Kennedy กับ Khrushchev ที่เวียนนาในฤดูร้อนปี 1961 ไม่ได้ข้อยุติ และ Kennedy ตอบด้วยการเรียกกำลังสำรอง 150,000 นาย
ฝั่งเยอรมนีตะวันออกให้เหตุผลอีกแบบ Chronik der Mauer บันทึกว่า Willi Stoph รักษาการประธานคณะรัฐมนตรี แถลงต่อสภาประชาชน (Volkskammer) เมื่อ 11 สิงหาคม 1961 ว่าต้องใช้มาตรการต่อต้าน "การค้ามนุษย์ การล่าตัวบุคลากร และการก่อวินาศกรรม" ส่วนมูลนิธิกำแพงเบอร์ลินสรุปว่า SED หวังหยุดการอพยพ รักษาอำนาจ และแสดงอธิปไตยต่อโลกภายนอก ช่วงนั้นศูนย์รับผู้ลี้ภัย Marienfelde ในเบอร์ลินตะวันตกบันทึกผู้ลี้ภัย 1,709 คนในหนึ่งวันนับจากเช้า 10 สิงหาคม และราว 2,400 คนในวันที่ 12–13 สิงหาคม
13 สิงหาคม 1961: วันแรกของกำแพงเบอร์ลิน
เช้ามืดวันที่ 13 สิงหาคม 1961 ตำรวจประชาชน (Volkspolizei) เริ่มปิดแนวเขตภาคโซเวียต ขุดถนน ตอกเสาคอนกรีต และขึงลวดหนาม สำนักนักประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ระบุว่าคำสั่งมาจาก Walter Ulbricht ผู้นำเยอรมนีตะวันออก ไม่กี่วันต่อมาลวดหนามก็กลายเป็นกำแพงคอนกรีต เช้าวันที่ 14 สิงหาคมมีกำลังติดอาวุธราว 15,000 นายประจำแนวเขต มีทหารกองทัพประชาชนแห่งชาติ (NVA) ราว 7,000 นายเป็นแนวที่สอง และหน่วยของกองทัพโซเวียตเป็นแนวที่สาม

- สามชาติตะวันตก ยื่นหนังสือประท้วงที่มอสโกเมื่อ 17 สิงหาคม เรียกมาตรการนี้ว่าละเมิดสถานะสี่มหาอำนาจของเบอร์ลิน "อย่างโจ่งแจ้งและร้ายแรงเป็นพิเศษ" และ "ผิดกฎหมาย"
- สหภาพโซเวียต ตอบด้วยหนังสือว่ารัฐบาลโซเวียตสนับสนุนขั้นตอนของรัฐบาลเยอรมนีตะวันออก "อย่างเต็มที่"
- สหรัฐฯ ประณามกำแพงเบอร์ลินที่แยกครอบครัวและจำกัดเสรีภาพการเดินทาง ต่อมารถถังสหรัฐฯ กับโซเวียตเผชิญหน้ากันที่จุดตรวจ ก่อนยุติอย่างสันติเมื่อ Kennedy ใช้ช่องทางลับเสนอให้ทั้งสองฝ่ายถอย
สงครามเย็นช่วงเดียวกันอ่านต่อได้ในวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา 1962
ระบบชายแดนของกำแพงเบอร์ลินมีอะไรบ้าง
มูลนิธิกำแพงเบอร์ลินระบุว่ากำแพงเบอร์ลินยาว 155 กิโลเมตร ตัดผ่านใจกลางเมืองและล้อมเบอร์ลินตะวันตกไว้ทั้งหมด จากกำแพงชั้นเดียวค่อย ๆ กลายเป็นระบบหลายชั้น
- ปี 1963 กั้นรั้วเขตชายแดนฝั่งเบอร์ลินตะวันออก
- กลางทศวรรษ 1960 รื้ออาคารเพื่อให้ทหารมี "ทัศนวิสัยและแนวยิงที่โล่ง"
- ทศวรรษ 1970 เพิ่ม "กำแพงชั้นใน" กั้นแนวชายแดนจากฝั่งตะวันออก
- มีลานสุนัขเฝ้า ไฟส่องตลอดคืน และหอสังเกตการณ์ห่างกันราว 250 เมตร
ฝั่งตะวันตกเรียกแนวนี้ว่า "แถบมรณะ" จุดผ่านแดนมีถนน 7 จุดและทางรถไฟ 1 จุดสำหรับชาวเบอร์ลินตะวันตก พลเมืองเยอรมนีตะวันตก และชาวต่างชาติ แต่พลเมืองเยอรมนีตะวันออกส่วนใหญ่ข้ามไม่ได้ ตั้งแต่ปี 1952 มีคำสั่งด้วยวาจาให้ยิงผู้หลบหนีหากหยุดด้วยวิธีอื่นไม่ได้ ซึ่งฝั่งตะวันตกเรียกว่า "คำสั่งยิง" ส่วนกฎหมายชายแดนเพิ่งออกในปี 1982 รัฐบาลกลางเยอรมนีเขียนว่าคำสั่งยิง "ไม่เคยมีอยู่อย่างเป็นทางการ" และถูกยกเลิกอย่างไม่เป็นทางการในเดือนเมษายน 1989 ก่อนรัฐบาลของ Hans Modrow ยกเลิกอย่างเป็นทางการเมื่อ 21 ธันวาคม 1989
ผู้เสียชีวิตที่กำแพงเบอร์ลิน: ใครนับ และได้กี่คน
ตัวเลขหลักมาจากโครงการวิจัยร่วมของศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์ร่วมสมัย (Center for Contemporary History Research) กับอนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลินที่เริ่มในปี 2005 ทีมวิจัยตรวจแฟ้มของหน่วยทหารชายแดน กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ และผลการสอบสวนจากคดีทหารชายแดนในทศวรรษ 1990 มูลนิธิกำแพงเบอร์ลินเผยแพร่ฉบับปรับปรุงในปี 2017 ว่ามีผู้เสียชีวิตที่กำแพงเบอร์ลินอย่างน้อย 140 คนในปี 1961–1989
- 101 คนพยายามหลบหนีและถูกยิง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หรือฆ่าตัวตาย
- 30 คนจากทั้งสองฝั่งที่ไม่ได้หลบหนี และทหารโซเวียต 1 นาย ถูกยิงหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
- ทหารชายแดนเยอรมนีตะวันออก 8 นายถูกสังหารระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยทหารหนีทัพ เพื่อนทหาร ผู้หลบหนี ผู้ช่วยการหลบหนี หรือตำรวจเบอร์ลินตะวันตก
ใน 140 คนนี้ 91 คนถูกทหารชายแดนยิง ยังมีผู้เดินทางอย่างน้อย 251 คนเสียชีวิตระหว่างหรือหลังผ่านจุดตรวจ และ 39 คนเสียชีวิตที่แนวเขตภาคก่อนมีกำแพงเบอร์ลิน (1948–1961) ส่วนพรมแดนระหว่างสองรัฐเยอรมัน มูลนิธิระบุว่างานวิจัยปัจจุบันชี้ว่าอย่างน้อย 260 คน งานของมหาวิทยาลัยเสรีเบอร์ลินนับได้ 327 คนแต่วิธีจัดประเภทยังถูกโต้แย้ง และมูลนิธิประมาณว่าระบอบชายแดนทั้งหมดมีผู้เสียชีวิตราว 650 คน ผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่กำแพงเบอร์ลินคือ Chris Gueffroy อายุ 20 ปี เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 1989
ยุโรปตะวันออกเปลี่ยนไปอย่างไรก่อนกำแพงเบอร์ลินเปิด
วันที่ 12 มิถุนายน 1987 Ronald Reagan ปราศรัยที่ประตูบรันเดินบวร์กว่า "Mr. Gorbachev, tear down this wall!" ตามบันทึกของหอสมุดประธานาธิบดีเรแกน แต่สำนักนักประวัติศาสตร์สหรัฐฯเขียนว่าแม้ผู้ที่มองโลกแง่ดีที่สุดก็คงไม่คาดว่าอีกสองปีระบอบคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกจะล้มต่อกัน มูลนิธิกำแพงเบอร์ลินระบุว่า Mikhail Gorbachev ซึ่งขึ้นเป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตในปี 1985 ละทิ้งหลักการเบรจเนฟที่จำกัดอธิปไตยของชาติในกติกาสัญญาวอร์ซอเมื่อปี 1988
- โปแลนด์ รัฐบาลลงนามผลการเจรจาโต๊ะกลมกับสหภาพแรงงาน Solidarity เมื่อ 4 เมษายน 1989 และถึง 24 สิงหาคม Tadeusz Mazowiecki ก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์คนแรกในยุโรปตะวันออก
- ฮังการี เริ่มรื้อรั้วชายแดนกับออสเตรียเมื่อ 2 พฤษภาคม และเปิดพรมแดนเมื่อ 11 กันยายน
- เยอรมนีตะวันออก ผู้คนนับพันหนีผ่านฮังการีหรือเข้าไปในสถานทูตเยอรมนีตะวันตกที่บูดาเปสต์ ปราก และวอร์ซอ การชุมนุมวันจันทร์ที่ไลพ์ซิกเริ่ม 4 กันยายน มีผู้ร่วม 120,000 คนในวันที่ 16 ตุลาคม และ Erich Honecker พ้นตำแหน่ง 18 ตุลาคมโดย Egon Krenz ขึ้นแทน
ส่วนการชุมนุมที่ Alexanderplatz เมื่อ 4 พฤศจิกายน 1989 ซึ่ง bpb เรียกว่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เยอรมนีตะวันออก รัฐบาลกลางเยอรมนีระบุผู้ร่วม 500,000 คน แต่ Chronik der Mauer ระบุ 250,000–500,000 คน
9 พฤศจิกายน 1989: การแถลงข่าวที่เปิดกำแพงเบอร์ลิน
bpb เล่าว่าบ่ายวันที่ 9 พฤศจิกายน Krenz อธิบายการแก้ระเบียบการเดินทางต่อคณะกรรมการกลางพรรค SED แต่ Günter Schabowski เลขาธิการฝ่ายสารนิเทศซึ่งต้องแถลงต่อสื่อต่างประเทศไม่ได้อยู่ในห้อง เขาได้รับเอกสารจาก Krenz ไม่นานก่อนการแถลงข่าวเวลา 18.00 น. ระเบียบนี้กำหนดให้มีผลวันที่ 10 พฤศจิกายน เพื่อให้มีเวลาแจ้งด่านทุกแห่ง
ใกล้ 19.00 น. Schabowski อ่านว่าการเดินทางส่วนตัวไปต่างประเทศยื่นขอได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข และเมื่อถูกถามว่ามีผลเมื่อไร เขาตอบว่า "เท่าที่ผมทราบ ทันที โดยไม่ชักช้า" (sofort, unverzüglich) Chronik der Mauer บันทึกว่าสำนักข่าว AP ส่งข่าวด่วน "GDR opens border" เวลา 19.05 น. และเว็บไซต์ทางการของนครเบอร์ลินระบุว่าข่าวภาค 20.00 น. ของ ARD เปิดด้วยพาดหัว "DDR öffnet die Grenze" และว่าการประกาศก่อนกำหนดเกิดจากความผิดพลาดในการประสานงาน

คืนที่ด่าน Bornholmer Straße เปิดไม้กั้น
เจ้าหน้าที่ที่ด่านไม่ได้รับคำสั่งใด ๆ Chronik der Mauer บันทึกว่าเวลา 21.30 น. มีคน 500–1,000 คนที่ด่าน Bornholmer Straße และหน่วยความมั่นคงแห่งรัฐเลือก "ทางออกแบบวาล์ว" คือทยอยปล่อยคน ส่วน berlin.de ระบุว่าเริ่มปล่อยกลุ่มแรกเวลา 21.20 น. แต่ประทับตราหนังสือเดินทางเป็นโมฆะ ซึ่งหมายถึงการถอนสัญชาติโดยเจ้าของไม่รู้ตัว
ราว 23.30 น. คนมากจนหัวหน้าหน่วยตรวจหนังสือเดินทางซึ่งยังไม่ได้รับคำสั่งทางการเปิดไม้กั้นทั้งหมด berlin.de ระบุว่าในชั่วโมงถัดมามีคนราว 20,000 คนข้ามสะพาน Bösebrücke โดยไม่มีการตรวจ และ bpb ระบุว่าหลังเที่ยงคืนไม่นานทุกด่านก็เปิด เวลา 0.20 น. ผู้บัญชาการ NVA สั่งให้กรมทหารชายแดนเบอร์ลินราว 12,000 นายเตรียมพร้อมสูงขึ้น แต่เมื่อไม่มีคำสั่งเพิ่ม ผู้บังคับกรมก็ยกเลิกเอง ในวันต่อ ๆ มาชาวเยอรมนีตะวันออกหลายล้านคนข้ามไปเยี่ยมฝั่งตะวันตก

ลำดับเหตุการณ์กำแพงเบอร์ลิน 1945–1990
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1945 | ฝ่ายสัมพันธมิตรแบ่งเยอรมนีและเบอร์ลินเป็นเขตยึดครอง |
| 24 มิ.ย. 1948 | โซเวียตปิดล้อมเบอร์ลินตะวันตก สหรัฐฯ และอังกฤษขนเสบียงทางอากาศ |
| 1949 | ก่อตั้งเยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก |
| 10 พ.ย. 1958 | Khrushchev เรียกร้องให้ชาติตะวันตกถอนกำลังจากเบอร์ลินตะวันตกในหกเดือน |
| 13 ส.ค. 1961 | เริ่มปิดแนวเขตรอบเบอร์ลินตะวันตกด้วยลวดหนาม |
| 12 มิ.ย. 1987 | Reagan ปราศรัยที่ประตูบรันเดินบวร์ก |
| 5 ก.พ. 1989 | Chris Gueffroy ผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่กำแพงเบอร์ลิน |
| 2 พ.ค. 1989 | ฮังการีเริ่มรื้อรั้วชายแดนกับออสเตรีย |
| 4 พ.ย. 1989 | การชุมนุมใหญ่ที่ Alexanderplatz |
| 9 พ.ย. 1989 | Schabowski แถลงระเบียบการเดินทาง ด่านเปิดในคืนนั้น |
| 22 ธ.ค. 1989 | เปิดจุดผ่านแดนที่ประตูบรันเดินบวร์ก |
| 18 มี.ค. 1990 | เลือกตั้งเสรีครั้งแรกในเยอรมนีตะวันออก |
| 1 ก.ค. 1990 | มาร์กเยอรมันเริ่มใช้ในเยอรมนีตะวันออก |
| 12 ก.ย. 1990 | ลงนามสนธิสัญญาสองบวกสี่ที่มอสโก |
| 3 ต.ค. 1990 | เยอรมนีรวมชาติ |
จากกำแพงเบอร์ลินเปิดถึงวันรวมชาติ 3 ตุลาคม 1990
บันทึกเหตุการณ์ของรัฐบาลกลางเยอรมนีไล่ขั้นตอนไว้ว่า Helmut Kohl เสนอแผน 10 ข้อเมื่อ 28 พฤศจิกายน 1989 เยอรมนีตะวันออกเลือกตั้งเสรีครั้งแรกเมื่อ 18 มีนาคม 1990 ซึ่ง bpb ระบุว่าพันธมิตร "Allianz für Deutschland" ที่ CDU และ CSU สนับสนุนเป็นฝ่ายชนะ และสนธิสัญญาสหภาพการเงิน เศรษฐกิจ และสังคมมีผล 1 กรกฎาคม 1990 ทำให้มาร์กเยอรมันใช้ในฝั่งตะวันออก ในวันลงนาม Kohl กล่าวว่า "นับจากนี้ชัดเจนแล้วว่าเราจะเดินไปสู่อนาคตร่วมกัน" ขณะที่ Lothar de Maizière นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันออกเตือนว่า "ไม่ควรมีใครหลงผิดเรื่องวิกฤตอันลึกของเศรษฐกิจเยอรมนีตะวันออก"
สนธิสัญญารวมชาติลงนามเมื่อ 31 สิงหาคม และสนธิสัญญาสองบวกสี่ลงนามที่มอสโกเมื่อ 12 กันยายน 1990 สี่ประเทศผู้ชนะสงครามสละสิทธิเหนือเยอรมนี ส่วนเยอรมนีรับรองพรมแดนที่มีอยู่ ลดกำลังทหาร และสละอาวุธนิวเคลียร์ ชีวภาพ และเคมี ประเด็นยากที่สุดคือฝ่ายตะวันตกต้องการให้เยอรมนีอยู่ใน NATO ต่อ ขณะที่มอสโกลังเลจน Kohl หารือกับ Gorbachev ที่คอเคซัส เวลา 0.00 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 1990 กฎหมายพื้นฐานเริ่มใช้ใน Mecklenburg-Vorpommern, Brandenburg, Sachsen-Anhalt, Sachsen, Thüringen และเบอร์ลินทั้งเมือง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเยอรมนีที่รวมแล้ว
ทรอยฮันด์แปรรูปกิจการเยอรมนีตะวันออกอย่างไร
องค์การทรอยฮันด์ (Treuhandanstalt) ตั้งโดยคณะรัฐมนตรีของ Hans Modrow เมื่อ 1 มีนาคม 1990 Marcus Böick เขียนใน bpb ว่าองค์การรับโอนกิจการอุตสาหกรรม 8,500 แห่งที่มีพนักงาน 4 ล้านคน และกฎหมายทรอยฮันด์ที่ผ่านเมื่อ 17 มิถุนายน 1990 ตั้งการแปรรูปเป็นเป้าหมายสูงสุด หลังสหภาพการเงิน กิจการราว 7,600 แห่งเสี่ยงล้มละลายทันที bpb สรุปผลถึงวันยุบองค์การ 31 ธันวาคม 1994 ว่า
- แปรรูปหรือโอนให้ท้องถิ่นกว่า 12,000 กิจการและส่วนของกิจการ ปิดกว่า 3,700 แห่ง
- ตำแหน่งงานในกิจการที่ดูแลลดจากราว 4.1 ล้านในปี 1990 เหลือราว 1.5 ล้านปลายปี 1994
- ถึงกลางปี 1994 ทรัพย์สินการผลิตราว 80% ตกเป็นของชาวเยอรมันตะวันตก 14% ของชาวต่างชาติ และ 6% ของอดีตพลเมืองเยอรมนีตะวันออก
Böick ระบุว่าองค์การขาดทุนเกือบ 260,000 ล้านมาร์ก เทียบกับรายได้จากการขายเกือบ 60,000 ล้านมาร์ก ฝ่ายสนับสนุนเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่นเมื่อเศรษฐกิจเยอรมนีตะวันออกย่ำแย่และประชาชนต้องการรวมชาติเร็ว ฝ่ายวิจารณ์เห็นว่าการแปรรูปบ่อนทำลายฐานอุตสาหกรรมของภาคตะวันออกและทิ้งความไม่ไว้วางใจต่อระบบตลาด
ช่องว่างตะวันออก–ตะวันตกที่ยังเหลืออยู่
ผู้แทนรัฐบาลกลางด้านเยอรมนีตะวันออกสรุปรายงานสถานะเอกภาพเยอรมนีปี 2023 ว่า GDP ต่อหัวของภาคตะวันออกเมื่อเทียบกับฝั่งตะวันตกเพิ่มจาก 43% ในปี 1991 เป็น 79% ในปี 2022 และรายได้ที่ใช้จ่ายได้ของครัวเรือนเพิ่มจาก 60% เป็น 89% Carsten Schneider ผู้แทนฯ ขณะนั้นกล่าวว่า "เอกภาพเยอรมนีสำเร็จแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์"
รายงานของผู้แทนฯ ปี 2026 ที่ออกเมื่อ 30 กันยายน 2026 พบว่าชาวเยอรมันตะวันออกยังมีสัดส่วนน้อยในระดับผู้บริหารของหน่วยงานรัฐบาลกลาง แม้จะดีขึ้น และในงานวันเอกภาพเยอรมนีที่เบรเมินเมื่อ 4 ตุลาคม 2026 Elisabeth Kaiser ผู้แทนฯ คนปัจจุบันกล่าวว่าหลายภูมิภาคฝั่งตะวันออกยังอ่อนแอทางเศรษฐกิจกว่าฝั่งตะวันตก ส่วนแฟ้มของทรอยฮันด์ยาวราว 45 กิโลเมตรเพิ่งเปิดในปี 2019 และหอจดหมายเหตุกลาง (Bundesarchiv) ยังทยอยเปิด
มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
การรื้อกำแพงเบอร์ลินเริ่มทันทีหลังด่านเปิด เมื่อคนที่ถูกเรียกว่า "Mauerspechte" สกัดคอนกรีตไปเป็นของที่ระลึก มูลนิธิกำแพงเบอร์ลินระบุว่าการรื้ออย่างเป็นระบบเริ่มที่ Ackerstraße ในเดือนมิถุนายน 1990 และแทบเสร็จภายในสิ้นปี ส่วน berlin.de ระบุว่ารื้อส่วนใหญ่ระหว่างมิถุนายนถึงพฤศจิกายน 1990 สิ่งที่ยังเห็นได้วันนี้มีดังนี้
- อนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลิน ถนน Bernauer Straße ช่วงที่ตัดผ่านสุสาน Sophien ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์เมื่อ 2 ตุลาคม 1990 อนุสรณ์เปิดเมื่อ 13 สิงหาคม 1998 วุฒิสภาเบอร์ลินกำหนดให้เป็นสถานที่รำลึกหลักในปี 2006 และขยายพื้นที่เสร็จในปี 2014
- East Side Gallery ยาวกว่า 1.3 กิโลเมตร ศิลปิน 118 คนจาก 21 ประเทศวาดภาพบนกำแพงชั้นในเดิม เปิดเมื่อ 28 กันยายน 1990 และ Chronik der Mauer ระบุว่ามีผู้มาชมราว 4 ล้านคนต่อปี
- แนวหินปูถนนคู่ ยาว 20 กิโลเมตรกลางเมืองบอกแนวกำแพงเบอร์ลินเดิม
- เอกสาร Michael Hollmann ประธานหอจดหมายเหตุกลาง กล่าวที่เบรเมินในเดือนตุลาคม 2026 ว่าแฟ้มของ SED รวม 111 กิโลเมตร คิดเป็นหนึ่งในหกของเอกสารทั้งหมดที่หอจดหมายเหตุเก็บไว้

อ่านเหตุการณ์สำคัญอื่นที่ยังส่งผลถึงวันนี้ได้ในหมวดประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
กำแพงเบอร์ลินสร้างเมื่อไรและพังเมื่อไร?
เยอรมนีตะวันออกเริ่มปิดพรมแดนรอบเบอร์ลินตะวันตกด้วยลวดหนามในวันที่ 13 สิงหาคม 1961 แล้วสร้างเป็นกำแพงในไม่กี่วันต่อมา กำแพงเบอร์ลินตั้งอยู่จนถึงคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 ที่ด่านต่าง ๆ เปิดให้คนข้าม ส่วนการรื้ออย่างเป็นระบบเริ่มในเดือนมิถุนายน 1990
มีคนเสียชีวิตที่กำแพงเบอร์ลินกี่คน?
มูลนิธิกำแพงเบอร์ลินระบุว่ามีผู้เสียชีวิตที่กำแพงเบอร์ลินอย่างน้อย 140 คนในปี 1961–1989 ตามโครงการวิจัยที่เริ่มปี 2005 และปรับปรุงปี 2017 แบ่งเป็นผู้หลบหนี 101 คน ผู้ที่ไม่ได้หลบหนี 30 คนกับทหารโซเวียต 1 นาย และทหารชายแดนเยอรมนีตะวันออก 8 นาย นอกจากนี้มีผู้เดินทางอย่างน้อย 251 คนเสียชีวิตระหว่างหรือหลังผ่านจุดตรวจ
ทำไมกำแพงเบอร์ลินถึงเปิดในคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989?
Günter Schabowski แห่งพรรค SED อ่านระเบียบการเดินทางใหม่ในการแถลงข่าวใกล้ 19.00 น. และตอบว่ามีผล "ทันที" ทั้งที่ระเบียบกำหนดให้เริ่ม 10 พฤศจิกายน เมื่อข่าวออกโทรทัศน์ ชาวเบอร์ลินตะวันออกจำนวนมากไปรวมที่ด่าน และราว 23.30 น. เจ้าหน้าที่ซึ่งยังไม่ได้รับคำสั่งก็เปิดไม้กั้นที่ด่าน Bornholmer Straße ทำให้กำแพงเบอร์ลินเปิด
เยอรมนีรวมประเทศเมื่อไร และใช้สนธิสัญญาอะไร?
เยอรมนีรวมประเทศเมื่อเวลา 0.00 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 1990 ซึ่งสนธิสัญญารวมชาติที่ลงนามเมื่อ 31 สิงหาคม 1990 มีผล ส่วนสนธิสัญญาสองบวกสี่ที่สองรัฐเยอรมันกับสหรัฐฯ สหภาพโซเวียต อังกฤษ และฝรั่งเศสลงนามที่มอสโกเมื่อ 12 กันยายน 1990 ทำให้สี่ประเทศสละสิทธิเหนือเยอรมนี
วันนี้ยังเห็นกำแพงเบอร์ลินได้ที่ไหน?
จุดหลักคืออนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลินบนถนน Bernauer Straße ซึ่งเก็บแนวกำแพงและเขตชายแดนเดิมไว้ และ East Side Gallery ริมแม่น้ำ Spree ยาวกว่า 1.3 กิโลเมตร ที่ศิลปิน 118 คนจาก 21 ประเทศวาดภาพไว้ในปี 1990 ส่วนกลางเมืองมีแนวหินปูถนนคู่ยาว 20 กิโลเมตรบอกแนวกำแพงเบอร์ลินเดิม
แหล่งอ้างอิง
- The Berlin Wall — Berlin Wall Foundation (Stiftung Berliner Mauer)
- Victims at the Berlin Wall — Berlin Wall Foundation (Stiftung Berliner Mauer)
- Als die Mauer fiel – der 9. November 1989 — Bundeszentrale für politische Bildung (bpb)
- Chronik der Ereignisse 1989/1990: Der Weg zur Deutschen Einheit — Presse- und Informationsamt der Bundesregierung
- The Berlin Crisis, 1958–1961 — Office of the Historian, U.S. Department of State
- Die Geburtsstunde der Treuhand — Bundeszentrale für politische Bildung (bpb)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- วุฒิสภา11
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ