# วิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540: บาทลอยตัว เงินกู้ IMF และการปฏิรูปที่ยังอยู่ถึงวันนี้

> วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มเมื่อไทยลอยตัวค่าเงินบาท 2 ก.ค. 2540 หลังทุนสำรองแทบหมด ตามด้วยเงินกู้ IMF ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่ง GDP หดตัว 7.6% และการปฏิรูปที่ตามมา

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: History
- เผยแพร่: 2026-10-08T13:57:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T13:57:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/history/tom-yum-kung-crisis-1997/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **วิกฤตต้มยำกุ้ง**เริ่มวันที่ **2 กรกฎาคม 2540** เมื่อ ธปท. ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังใช้ทุนสำรองราว **24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ** ปกป้องค่าเงินจนเหลือ 2,850 ล้านดอลลาร์ ตามตัวเลขของ ธปท.
- ต้นเหตุของวิกฤตต้มยำกุ้งที่ ธปท. และ IMF ระบุไว้ คืออัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างคงที่ราว **25 บาทต่อดอลลาร์** การเปิดเสรีเงินทุนรวมถึง BIBF หนี้ต่างประเทศระยะสั้น **38,000 ล้านดอลลาร์** การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดราว 8% ของ GDP และฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์
- ไทยขอเงินกู้ Stand-By จาก IMF วงเงิน **SDR 2,900 ล้าน (ราว 3,900 ล้านดอลลาร์)** ตามจดหมายแสดงเจตจำนงวันที่ 14 ส.ค. 2540 เบิกใช้จริง SDR 2,500 ล้าน และชำระคืนครบก่อนกำหนดเมื่อ **31 ก.ค. 2546**
- ทางการระงับกิจการบริษัทเงินทุน **58 แห่ง** และปิดถาวร 56 แห่งในต้นเดือนธันวาคม 2540 ส่วน GDP ไทยหดตัว **2.8%** ในปี 2540 และ **7.6%** ในปี 2541 ตามข้อมูลธนาคารโลก
- มรดกของวิกฤตต้มยำกุ้งที่ยังใช้อยู่คือ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวภายใต้การจัดการ กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อตั้งแต่ **23 พ.ค. 2543** สถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ตั้งเมื่อ 11 ส.ค. 2551 และทุนสำรองที่เพิ่มจาก 26,900 เป็น 282,300 ล้านดอลลาร์

**วิกฤตต้มยำกุ้ง**คือวิกฤตการเงินที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังใช้ทุนสำรองปกป้องค่าเงินจนเกือบหมด จากนั้นไทยต้องขอเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่ง และเศรษฐกิจหดตัว 7.6% ในปี 2541 ขณะที่วิกฤตลามไปทั่วเอเชีย

บทความนี้เรียบเรียงจากหน้าถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งของ ธปท. (ซึ่งอ้างเอกสารวิชาการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สิงหาคม 2560) ประวัติกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จดหมายแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ที่ไทยยื่นต่อ IMF และข้อมูลของธนาคารโลกกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัวเลขที่แต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกันเขียนไว้ทั้งสองแบบ

## ลำดับเหตุการณ์วิกฤตต้มยำกุ้ง ตั้งแต่ปี 2533 ถึง 2551

| วันที่ | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| พ.ศ. 2533 | ไทยรับพันธะข้อ 8 ของ IMF เปิดระบบการเงินสู่สากล |
| ก.ย. 2535 | รัฐบาลอนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์ตั้งกิจการวิเทศธนกิจ (BIBF) |
| พ.ค. 2539 | ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ขาดสภาพคล่อง |
| 27 มิ.ย. 2540 | กระทรวงการคลังระงับกิจการสถาบันการเงิน 16 แห่ง |
| 2 ก.ค. 2540 | ธปท. ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท |
| 5 ส.ค. 2540 | ระงับเพิ่มอีก 42 แห่ง ครม. ค้ำประกันผู้ฝากและเจ้าหนี้ |
| 14 ส.ค. 2540 | ไทยยื่นจดหมายแสดงเจตจำนงฉบับแรกต่อ IMF |
| 20 ส.ค. 2540 | IMF อนุมัติวงเงิน Stand-By SDR 2,900 ล้าน |
| 13–14 ต.ค. 2540 | มาตรการฟื้นฟูระบบการเงิน ตั้ง ปรส. และ บบส. (วันที่ต่างกันตามแหล่ง) |
| ต้น ธ.ค. 2540 | ปรส. ปิดบริษัทเงินทุน 56 จาก 58 แห่ง |
| 12 ม.ค. 2541 | ค่าเงินบาทรายวันอ่อนสุดที่ 56.10 บาทต่อดอลลาร์ |
| 10 มี.ค. 2542 | มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลด VAT จาก 10% เหลือ 7% |
| 23 พ.ค. 2543 | ธปท. เริ่มใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ |
| 31 ก.ค. 2546 | ไทยชำระหนี้ IMF งวดสุดท้ายก่อนกำหนด |
| 11 ส.ค. 2551 | ก่อตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากอย่างเป็นทางการ |

## วิกฤตต้มยำกุ้งเกิดจากอะไร

ธปท. สรุปว่าวิกฤตต้มยำกุ้งเกิดจากความไม่สมดุลที่สะสมมาตลอดยุคเศรษฐกิจโตเร็ว ส่วนจดหมายถึง IMF ฉบับแรกระบุว่าอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ บัญชีทุนที่เปิดกว้างขึ้น และดอกเบี้ยในประเทศที่สูง ดึงเงินทุนระยะสั้นเข้ามาจนเศรษฐกิจเปราะบาง

- **ค่าเงินค่อนข้างคงที่** ธปท. ระบุว่าค่าเงินอยู่ที่ราว 25 บาทต่อดอลลาร์ ผู้กู้จึงประเมินความเสี่ยงค่าเงินต่ำเกินไป ประวัติกองทุนฟื้นฟูฯ ระบุว่าเงินบาทผูกกับตะกร้าเงินที่มีดอลลาร์เป็นสัดส่วนสูง จึงแข็งค่าตามดอลลาร์
- **เปิดเสรีทางการเงิน** ไทยผ่อนคลายการปริวรรตเงินตราในเดือนเมษายน 2534 และ ธปท. ระบุว่าธนาคาร 46 แห่งได้ใบอนุญาต BIBF ในเดือนมีนาคม 2536 ช่องทางนี้ทำให้กู้เงินต่างประเทศมาปล่อยกู้ในประเทศได้ง่าย
- **หนี้ระยะสั้น** จดหมายถึง IMF ระบุหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 38,000 ล้านดอลลาร์ ธปท. เรียกความไม่สมดุลนี้ว่า "การกู้สั้น ลงทุนยาว"
- **ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด** IMF ระบุว่าสูงสุดราว 8% ของ GDP ในปี 2539 ส่วน ธปท. ระบุยอดขาดดุลก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งที่ 14,000 ล้านดอลลาร์
- **ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์** ธปท. ระบุว่าการลงทุนเกินกำลังซื้อของตลาดจนหนี้เสียของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ขึ้นถึง 52.3% ในเดือนพฤษภาคม 2542

ตัวเลขส่งออกปี 2539 ต่างกันตามแหล่ง ธปท. ระบุว่าโตเพียง 1.9% จาก 24.82% ในปีก่อน แต่ตารางในจดหมายถึง IMF เดือนกุมภาพันธ์ 2541 ซึ่งคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐแสดงว่าหดตัว 1.3%

![หน้า "ถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้ง" บนเว็บไซต์ ธปท. สรุปสาเหตุ มาตรการแก้ไข และบทเรียนของวิกฤตครั้งนั้น](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/tom-yum-kung-crisis-1997/bot-tom-yum-kung-lesson-page.webp?v=785a1664) _(ภาพ: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ภาพหน้าจอ))_

## ปกป้องค่าเงินบาทก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง

ปัญหาก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มจากระบบการเงิน ประวัติกองทุนฟื้นฟูฯ ระบุว่าธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ขาดสภาพคล่องเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2539 แล้วข่าวลือเรื่องฐานะบริษัทเงินทุนทำให้ผู้ฝากทยอยถอนเงิน จนถึงกลางเดือนมิถุนายน 2540 กองทุนฯ ให้สภาพคล่องแก่สถาบันการเงินกว่า 40 แห่ง รวมกว่า 200,000 ล้านบาท และวันที่ 27 มิถุนายน 2540 กระทรวงการคลังระงับกิจการชั่วคราว 16 แห่ง

ด้านค่าเงิน จดหมายถึง IMF ระบุว่าเงินบาทถูกโจมตีหนักขึ้นโดยเฉพาะหลังเดือนพฤษภาคม 2540 ทางการคุมการกู้เงินบาทของผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศในเดือนเดียวกัน และภาระสัญญา swap กับ forward ของ ธปท. เพิ่มขึ้นมาก ตัวเลขทุนสำรองที่เหลือต่างกันตามแหล่งและนิยาม

- ธปท. ระบุว่าใช้ทุนสำรอง 24,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 2 ใน 3 ของทั้งหมด เหลือ 2,850 ล้านดอลลาร์ จาก 38,700 ล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2539
- จดหมายถึง IMF ประมาณทุนสำรองสุทธิหลังหักภาระสัญญาล่วงหน้าไว้ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์ ณ 31 กรกฎาคม 2540

[ทำเนียบผู้ว่าการ ธปท.](https://www.bot.or.th/th/about-us/governors.html) ระบุว่านายเริงชัย มะระกานนท์ ดำรงตำแหน่งถึง 28 กรกฎาคม 2540 และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รับตำแหน่งต่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2540

## 2 กรกฎาคม 2540 วันเริ่มวิกฤตต้มยำกุ้ง

ธปท. ประกาศยกเลิกการกำหนดค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินของคู่ค้าสำคัญและเปลี่ยนเป็นระบบลอยตัว ซึ่ง IMF เรียกว่า managed float และระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าราว 20% ภายในเดือนกรกฎาคม จดหมายถึง IMF ให้คำมั่นว่าจะไม่ตรึงค่าเงินไว้ที่ระดับใด และแทรกแซงเพียงเพื่อลดความผันผวน

[ข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐฯ](https://fred.stlouisfed.org/series/EXTHUS) แสดงว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนขยับจาก 24.53 บาทต่อดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2540 เป็น 44.31 บาทในเดือนธันวาคม และ 52.98 บาทในเดือนมกราคม 2541 ค่ารายวันอ่อนที่สุดที่ 56.10 บาทเมื่อ 12 มกราคม 2541 ก่อนกลับมาที่ 38.23 บาทในเดือนธันวาคม 2542 ส่วนค่าเฉลี่ยเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 33.23 บาท

![ค่าเฉลี่ยรายเดือนของเงินบาทอ่อนจาก 24.53 เป็น 52.98 บาทต่อดอลลาร์ภายในเจ็ดเดือนหลังลอยตัว](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/tom-yum-kung-crisis-1997/baht-per-usd-1996-1999.webp?v=f801c4f8) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Federal Reserve Board ผ่าน FRED))_

## เงินกู้ IMF ในวิกฤตต้มยำกุ้ง วงเงินเท่าไร

จดหมายแสดงเจตจำนงลงวันที่ 14 สิงหาคม 2540 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการ ธปท. ลงนาม ขอวงเงิน Stand-By 34 เดือน SDR 2,900 ล้าน หรือ 505% ของโควตา IMF อนุมัติวันที่ 20 สิงหาคม 2540 ด้วยขั้นตอนเร่งด่วน คิดเป็นราว 3,900 ล้านดอลลาร์ และ[ตารางวงเงินกู้ของ IMF](https://www.imf.org/external/np/fin/tad/extarr2.aspx?amp=&date1key=1998-02-28&memberKey1=940) ระบุวันสิ้นสุดโครงการ 19 มิถุนายน 2543

ข่าวประชาสัมพันธ์ของ IMF ระบุวงเงินจากแหล่งอื่นรวม 12,700 ล้านดอลลาร์ ทั้งคำมั่นจากการประชุมที่โตเกียววันที่ 11 สิงหาคม 2540 และที่ได้ภายหลัง

- ญี่ปุ่น 4,000 ล้านดอลลาร์
- จีน ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ รายละ 1,000 ล้านดอลลาร์
- อินโดนีเซียและเกาหลีใต้ รายละ 500 ล้านดอลลาร์
- ธนาคารโลก 1,500 ล้านดอลลาร์ และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) 1,200 ล้านดอลลาร์

[Federal Reserve History](https://www.federalreservehistory.org/essays/asian-financial-crisis) ระบุว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยจัดเงินกู้ระยะสั้น (bridge loan) ให้ไทยในช่วงแรก และเมื่อวิกฤตลามออกไป ประชาคมระหว่างประเทศระดมเงินกู้ให้ไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้รวม 118,000 ล้านดอลลาร์

![จดหมายแสดงเจตจำนงลงวันที่ 14 สิงหาคม 2540 บนเว็บไซต์ IMF ระบุคำขอวงเงิน Stand-By 34 เดือน SDR 2,900 ล้าน หรือ 505% ของโควตา](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/tom-yum-kung-crisis-1997/imf-thailand-letter-of-intent-1997.webp?v=b3757867) _(ภาพ: International Monetary Fund (ภาพหน้าจอ))_

## เงื่อนไขของ IMF ที่ปรับตามสถานการณ์

จดหมายฉบับแรกกำหนดให้ภาคสาธารณะเปลี่ยนจากขาดดุล 1.6% ของ GDP เป็นเกินดุลราว 1% ในปีงบประมาณ 2540/41 ขึ้น VAT จาก 7% เป็น 10% ตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2540 แยกบริษัทเงินทุนที่ไปต่อไม่ได้ออกจากระบบโดยให้ผู้ถือหุ้นรับผลขาดทุนก่อน และเปิดเผยทุนสำรองของ ธปท. ทุกสองสัปดาห์ ส่วนข่าวประชาสัมพันธ์ของ IMF ตั้งเป้า GDP โต 2.5% ในปี 2540 และ 3.5% ในปี 2541

[ฉบับ 25 พฤศจิกายน 2540](https://www.imf.org/external/np/loi/112597.htm) ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีชวนเป็นหัวหน้ายืนยันพันธะตามโครงการ และเปิดให้ต่างชาติถือหุ้นสถาบันการเงินได้เต็มที่เป็นเวลา 10 ปี ส่วน[ฉบับ 24 กุมภาพันธ์ 2541](https://www.imf.org/external/np/loi/022498.htm) คาดว่า GDP ปี 2541 จะหดตัว 3–3.5% จึงยอมให้รัฐบาลกลางขาดดุลราว 1.5% ของ GDP แทนเป้าเกินดุล และขยายเครือข่ายรองรับทางสังคม

[IMF ระบุ](https://www.imf.org/en/news/articles/2015/09/14/01/49/pr03131)ว่าไทยเบิกใช้จริง SDR 2,500 ล้าน (ราว 3,500 ล้านดอลลาร์) และชำระงวดสุดท้ายเมื่อ 31 กรกฎาคม 2546 ก่อนกำหนดเดิมในปี 2547 นาย Horst Köhler กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่าการชำระคืนก่อนกำหนดสะท้อนผลงานด้านเศรษฐกิจมหภาคและดุลการชำระเงินที่แข็งแกร่ง

## ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่งหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

วันที่ 5 สิงหาคม 2540 กระทรวงการคลังระงับกิจการบริษัทเงินทุนเพิ่มอีก 42 แห่ง รวมเป็น 58 แห่ง และ ครม. อนุมัติให้ค้ำประกันผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ทุกรายของสถาบันการเงินที่ยังเปิดอยู่ โดยให้กองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) ดำเนินการ

มาตรการถัดมาตั้งองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) และบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) ธปท. เรียกว่า "มาตรการ 13 ตุลาคม 2540" ส่วนจดหมายถึง IMF ระบุว่าประกาศเมื่อ 14 ตุลาคม 2540 ต้นเดือนธันวาคม 2540 ปรส. ปิด 56 จาก 58 แห่ง เหลือเพียงบริษัทเงินทุนเกียรตินาคินและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสเม้นท์ที่ได้เปิดต่อ

ต้นทุนตกอยู่กับกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งประมาณการความเสียหายสุทธิกว่า 1.4 ล้านล้านบาทเมื่อเดือนมิถุนายน 2545 ในจำนวนนี้ราว 5.5 แสนล้านบาทเป็นการช่วยผู้ฝากเงิน ธปท. เรียกหนี้ก้อนนี้ว่า "ภาระ" ที่ตกทอดถึงคนรุ่นใหม่จากวิกฤตต้มยำกุ้ง

## เศรษฐกิจไทยหดตัวแค่ไหนในวิกฤตต้มยำกุ้ง

ข้อมูลของธนาคารโลกแสดงว่า GDP ไทยหดตัว 2.8% ในปี 2540 และ 7.6% ในปี 2541 ก่อนกลับมาโต 4.6% ในปี 2542 ตัวเลขที่ใช้ระหว่างวิกฤตต้มยำกุ้งเบากว่านี้ จดหมายถึง IMF เดือนกุมภาพันธ์ 2541 ประมาณว่าปี 2540 หดตัวเพียง 0.4% แต่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลง 16%

| ปี | GDP (%) | บาทต่อดอลลาร์ (เฉลี่ย ธ.ค.) | ทุนสำรอง (พันล้านดอลลาร์) |
| --- | --- | --- | --- |
| 2538 | 8.1 | 25.16 | 36.9 |
| 2539 | 5.7 | 25.60 | 38.6 |
| 2540 | -2.8 | 44.31 | 26.9 |
| 2541 | -7.6 | 36.28 | 29.5 |
| 2542 | 4.6 | 38.23 | 34.8 |
| 2543 | 4.5 | 43.25 | 32.7 |
| 2544 | 3.4 | 43.95 | 33.0 |

ที่มา: GDP และ[ทุนสำรองรวมทองคำ](https://data.worldbank.org/indicator/FI.RES.TOTL.CD?locations=TH)จากธนาคารโลก อัตราแลกเปลี่ยนจาก FRED

ธปท. ระบุว่ามาตรการ 10 มีนาคม 2542 ใช้เงินกู้จากญี่ปุ่นตามแผนมิยาซาวา 53,000 ล้านบาท และลด VAT จาก 10% เหลือ 7% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

![GDP ไทยหดตัว 2.8% ในปี 2540 และ 7.6% ในปี 2541 ก่อนกลับมาโต 4.6% ในปี 2542](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/tom-yum-kung-crisis-1997/thailand-gdp-growth-1995-2001.webp?v=fc88ca62) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: World Bank))_

## มรดกของวิกฤตต้มยำกุ้งในระบบการเงินไทย

- **อัตราแลกเปลี่ยน** [ธปท. ระบุ](https://www.bot.or.th/en/our-roles/monetary-policy/about-monetary-policy.html)ว่าวันนี้ใช้ระบบลอยตัวภายใต้การจัดการ ตลาดเป็นผู้กำหนดค่าเงิน และ ธปท. แทรกแซงได้เมื่อผันผวนมากเกินไป
- **เป้าหมายเงินเฟ้อ** ธปท. ใช้กรอบนี้ตั้งแต่พฤษภาคม 2543 [เอกสารสัมมนาวิชาการปี 2544 บนเว็บไซต์ ธปท.](https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/research-and-publications/seminars/symposium/2544/2001-06-presentaion.pdf) ระบุวันเริ่ม 23 พฤษภาคม 2543 และเป้าแรกเป็นเงินเฟ้อพื้นฐาน 0–3.5% ปัจจุบัน ธปท. กับรัฐมนตรีคลังตกลงเป้าหมายทุกปี ถ้าเงินเฟ้อหลุดเป้า ผู้ว่าการต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกชี้แจง
- **กฎหมายกำกับสถาบันการเงิน** [พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551](https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/laws-and-rules/laws-and-regulations/legal-department/5-financial-act/5-intro/5-Intro-Law-TH-FinancialActs-2551.pdf) กำหนดการจัดชั้นสินทรัพย์และการกันสำรอง และให้ ธปท. สั่งเพิ่มทุน ระงับกิจการ ควบคุม หรือปิดสถาบันการเงินได้
- **คุ้มครองเงินฝากแบบจำกัดวงเงิน** จดหมายถึง IMF ปี 2540 ระบุแล้วว่าจะใช้ระบบที่จำกัดกว่ามาแทนการค้ำประกันเต็มจำนวน [สถาบันคุ้มครองเงินฝาก](https://www.dpa.or.th/history)ก่อตั้งเมื่อ 11 สิงหาคม 2551 และ[วงเงินคุ้มครองปัจจุบัน](https://www.dpa.or.th/coverage-limit)คือ 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 รายต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง
- **ทุนสำรองและกลไกในภูมิภาค** ทุนสำรองรวมทองคำเพิ่มจาก 26,900 ล้านดอลลาร์ในปี 2540 เป็น 282,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ตามข้อมูลธนาคารโลก ส่วน ธปท. ระบุว่าอาเซียน+3 ต่อยอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นกลไก CMIM ขนาด 240,000 ล้านดอลลาร์

## บทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งสำหรับองค์กรไทยวันนี้

- **อย่าให้หนี้กับรายได้อยู่คนละสกุลเงินโดยไม่ป้องกันความเสี่ยง** เงินบาทเคยอ่อนจาก 24.53 เป็น 52.98 บาทต่อดอลลาร์ในเจ็ดเดือน ภาระหนี้ดอลลาร์ที่คิดเป็นบาทจึงเพิ่มกว่าเท่าตัว ธปท. ระบุว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่ในตอนนั้นไม่ได้บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
- **อย่ากู้สั้นไปลงทุนยาว** โครงการที่คืนทุนหลายปีไม่ควรพึ่งเงินกู้ที่ต้องต่ออายุทุกไม่กี่เดือน เพราะเมื่อเจ้าหนี้ไม่ต่อวงเงิน เงินสดจะขาดทันที
- **รู้วงเงินคุ้มครองเงินฝาก** การค้ำประกันเต็มจำนวนแบบปี 2540 ไม่มีแล้ว สถาบันคุ้มครองเงินฝากจ่ายคืนเฉพาะในวงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบัน ฝ่ายการเงินที่ถือเงินสดก้อนใหญ่จึงควรประเมินความมั่นคงของสถาบันการเงินที่ฝากไว้
- **ติดตามสัญญาณเดียวกับที่ตลาดใช้** ธปท. ระบุว่าผู้เก็งกำไรในปี 2540 อาศัยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงและหนี้ระยะสั้นที่สูงเมื่อเทียบกับทุนสำรองเป็นจุดโจมตี องค์กรที่มีภาระเงินตราต่างประเทศควรติดตามตัวเลขเหล่านี้ก่อนตัดสินใจกู้หรือลงทุน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง: [ประชุมใหญ่ IMF-ธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ](/economy/imf-world-bank-annual-meetings-bangkok-october-2026/) และบทความอื่นในหมวด[ประวัติศาสตร์](/history/)

## คำถามที่พบบ่อย

### วิกฤตต้มยำกุ้งเกิดขึ้นเมื่อไร และเกิดจากอะไร?

วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เมื่อไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ธปท. สรุปต้นเหตุว่ามาจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง หนี้ต่างประเทศระยะสั้นที่กู้มาภายใต้อัตราแลกเปลี่ยนแบบค่อนข้างคงที่ ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ การกำกับสถาบันการเงินที่ไม่รัดกุม และการโจมตีค่าเงินบาทจนทุนสำรองแทบหมด

### ไทยกู้เงิน IMF เท่าไรในวิกฤตต้มยำกุ้ง และใช้คืนเมื่อไร?

ในวิกฤตต้มยำกุ้ง IMF อนุมัติวงเงิน Stand-By ให้ไทย SDR 2,900 ล้าน (ราว 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อ 20 สิงหาคม 2540 ไทยเบิกใช้จริง SDR 2,500 ล้าน และชำระงวดสุดท้ายเมื่อ 31 กรกฎาคม 2546 ก่อนกำหนดเดิมในปี 2547 นอกจากนี้ยังมีวงเงินจากญี่ปุ่น ประเทศในภูมิภาค ธนาคารโลก และ ADB รวม 12,700 ล้านดอลลาร์

### เงินบาทอ่อนค่าลงมากแค่ไหนในวิกฤตต้มยำกุ้ง?

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงว่าค่าเฉลี่ยเดือนมิถุนายน 2540 อยู่ที่ 24.53 บาทต่อดอลลาร์ แล้วอ่อนลงเป็น 52.98 บาทในเดือนมกราคม 2541 ค่ารายวันที่อ่อนที่สุดในวิกฤตต้มยำกุ้งคือ 56.10 บาทเมื่อ 12 มกราคม 2541 ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ 38.23 บาทในเดือนธันวาคม 2542

### วิกฤตต้มยำกุ้งทิ้งอะไรไว้ให้ระบบการเงินไทยถึงวันนี้?

มรดกของวิกฤตต้มยำกุ้งที่ยังใช้อยู่ ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวภายใต้การจัดการ กรอบนโยบายการเงินแบบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ ธปท. ใช้ตั้งแต่พฤษภาคม 2543 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 สถาบันคุ้มครองเงินฝากที่คุ้มครอง 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบัน และหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ที่ยังต้องบริหารต่อ


## แหล่งอ้างอิง

- [ถอดบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้ง](https://www.bot.or.th/th/our-roles/special-measures/Tom-Yum-Kung-lesson.html) — ธนาคารแห่งประเทศไทย
- [ความเป็นมาและการบริหารจัดการหนี้ของกองทุนฯ](https://www.bot.or.th/th/about-us/financial-institutions-development-fund/Historyandanagementdebtfidf.html) — ธนาคารแห่งประเทศไทย
- [Thailand Letter of Intent, August 14, 1997](https://www.imf.org/external/np/loi/081497.htm) — International Monetary Fund
- [Press Release: IMF Approves Stand-by Credit for Thailand (No. 97/37)](https://www.imf.org/en/News/Articles/2015/09/14/01/49/pr9737) — International Monetary Fund
- [GDP growth (annual %) - Thailand](https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.KD.ZG?locations=TH) — World Bank
- [Asian Financial Crisis](https://www.federalreservehistory.org/essays/asian-financial-crisis) — Federal Reserve History
