# บ้านโอคีฟที่ Abiquiú: เรือนดินอายุหลายร้อยปี สตูดิโอ และสวนในทะเลทรายของ Georgia O'Keeffe

> บ้านโอคีฟที่ Abiquiú รัฐนิวเม็กซิโก เรือนดินที่ Georgia O'Keeffe ซื้อปี 1945 เข้าอยู่ปี 1949 มีสวนผักผลไม้ในกำแพงดิน ทัวร์ชมเริ่ม 65 ดอลลาร์ ต้องจองล่วงหน้า

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Home & Garden
- เผยแพร่: 2026-10-21T20:08:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-21T20:08:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/home-garden/okeeffe-home-studio-abiquiu-new-mexico-garden/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **บ้านโอคีฟ** (Georgia O'Keeffe Home and Studio) ที่ Abiquiú รัฐนิวเม็กซิโก เป็นเรือนดินขนาด **5,000 ตารางฟุต** ที่ O'Keeffe ซื้อจากศาสนจักรคาทอลิกในปี **1945** และอยู่ประจำตั้งแต่ปี 1949 ถึง 1984
- อายุของเรือนเก่าระบุต่างกัน: พิพิธภัณฑ์ระบุว่าห้องเก่าที่สุดน่าจะสร้างปี **1744** ส่วนเอกสาร National Historic Landmark ของ NPS ระบุว่าปีกเก่าอาจสร้างในทศวรรษ 1730 และต่อเติมในทศวรรษ 1850
- Maria Chabot คุมงานบูรณะ เอกสาร NPS ระบุว่าเริ่มเดือนมีนาคม **1946** และใช้เวลาสามปีถึง 1949 สวนทางทิศใต้แบ่งเป็น **3 ขั้น** ขั้นบนปลูกไม้ผล สองขั้นล่างปลูกผัก สมุนไพร และดอกไม้ รดน้ำด้วยคูส่งน้ำ acequia
- บ้านได้รับการประกาศเป็น National Historic Landmark วันที่ **5 สิงหาคม 1998** ตามรายชื่อของ National Park Service และวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Georgia O'Keeffe Museum
- ทัวร์ชมบ้านเปิด**มีนาคม–พฤศจิกายน** ต้องจองล่วงหน้า Standard Tour 75 นาที ราคา **65 ดอลลาร์สหรัฐ** (สมาชิก 55 ดอลลาร์) สำหรับผู้มีอายุ 8 ปีขึ้นไป ตามหน้าทางการที่ตรวจเมื่อ 22 ต.ค. 2026

บ้านโอคีฟ หรือ Georgia O'Keeffe Home and Studio คือเรือนดินอะโดบีในหมู่บ้าน Abiquiú รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ที่จิตรกรจอร์เจีย โอคีฟ ซื้อในปี 1945 บูรณะจากซากปรักหักพัง และอยู่ประจำตั้งแต่ปี 1949 ถึง 1984 วันนี้ Georgia O'Keeffe Museum เปิดให้ชมบ้านและสวนผ่านทัวร์ที่ต้องจองล่วงหน้า ช่วงมีนาคมถึงพฤศจิกายน

บทความนี้พาเดินดูบ้านโอคีฟตั้งแต่กำแพงที่ทำให้เธออยากได้บ้านหลังนี้ ประวัติเรือนดินก่อนถึงมือเธอ งานบูรณะสามปี สตูดิโอที่มองเห็นหุบเขาแม่น้ำ Chama ไปจนถึงสวนผักผลไม้สามขั้นในกำแพงดิน โดยอ้างหน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์ และเอกสารขึ้นทะเบียน National Historic Landmark ของ National Park Service (NPS) ภาพในบทความเป็นภาพบ้านและภูมิทัศน์เท่านั้น ไม่มีภาพผลงานจิตรกรรมของเธอ

## จอร์เจีย โอคีฟ คือใคร ทำไมบ้านโอคีฟจึงสำคัญ

[หน้าทะเบียนของ NPS](https://www.nps.gov/places/okeeffehomeandstudio.htm) ระบุช่วงชีวิตของ Georgia O'Keeffe ว่า 1887–1986 และเรียกเธอว่าบุคคลสำคัญของศิลปะอเมริกันในศตวรรษที่ 20 [หน้าบ้านของพิพิธภัณฑ์](https://www.okeeffemuseum.org/homes/) ระบุว่าเธอเสียชีวิตที่ Santa Fe วันที่ 6 มีนาคม 1986 อายุ 98 ปี

NPS เรียกบ้านโอคีฟว่าเป็นแหล่งศิลปะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เพราะตัวอาคาร สิ่งแวดล้อมรอบบ้าน และทิวทัศน์ที่มองเห็นจากบ้าน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพที่รู้จักกันดีหลายภาพของเธอ ทั้งหมดรวมกันช่วยให้เข้าใจวิธีมองและวิธีทำงานของศิลปิน

O'Keeffe มีบ้านในนิวเม็กซิโกตอนเหนือสองหลัง พิพิธภัณฑ์ระบุว่าบ้านฤดูร้อนอยู่ห่างจาก Abiquiú 12 ไมล์ บนที่ดิน 12 เอเคอร์ริมพื้นที่ Ghost Ranch ซึ่งเธอซื้อในปี 1940 (เอกสาร NHL ระบุว่าเป็นที่ดิน 8 เอเคอร์) บ้านที่ Ghost Ranch ไม่เหมาะจะอยู่ทั้งปี เธอจึงซื้อบ้านหลังใหญ่กว่าในหมู่บ้าน Abiquiú เพราะมีสวนที่ได้น้ำชลประทานดีและอบอุ่นสบายในฤดูหนาว ทั้งสองหลังเป็นของพิพิธภัณฑ์ แต่หลังที่เปิดให้ชมมีเพียงบ้านโอคีฟที่ Abiquiú

## กำแพงที่มีประตู: O'Keeffe พบบ้านโอคีฟอย่างไร

พิพิธภัณฑ์ระบุว่า O'Keeffe มาหมู่บ้าน Abiquiú ครั้งแรกในปี 1931 [เอกสารขึ้นทะเบียน National Historic Landmark (NHL)](https://npgallery.nps.gov/NRHP/GetAsset/NHLS/98001197_text) ที่ใช้ประกาศในปี 1998 เล่าว่าต้นทศวรรษ 1930 เธอขับรถผ่านแล้วเห็นเรือนดินหลังใหญ่กับเศษซากสวนผ่านช่องกำแพงที่พัง เมื่อรู้ว่าไม่มีใครอยู่ เธอปีนกำแพงเข้าไปสำรวจ และพบว่าที่ดินมีบ่อน้ำของตัวเองกับคูส่งน้ำ (acequia) ที่ใช้ปลูกพืช ไม้ผล และดอกไม้ซึ่งปกติไม่พบในทะเลทรายที่ราบสูง

เหตุผลที่เธออยากได้บ้านโอคีฟมีสองเรื่อง เอกสาร NHL ยกคำพูดของเธอในปี 1981 ว่าอยากได้ที่นี่ "เพราะอยากมีสวน จะได้ไม่ต้องไปไกลถึง Santa Fe เพื่อซื้อผักกาดหัวเดียว" แต่ตลอดชีวิตเธอมักเล่าว่าสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจคือประตูไม้บานคู่กลางกำแพงยาวในลานบ้าน หน้าบ้านของพิพิธภัณฑ์ยกคำพูดเดียวกันว่า "กำแพงที่มีประตูอยู่ในนั้น คือสิ่งที่ฉันต้องมีให้ได้"

เอกสาร NHL ระบุว่าเธอเฝ้ามองและพยายามซื้อบ้านหลังนี้อยู่ราวสิบปี ก่อนได้มาในปี 1945

## ก่อนเป็นบ้านโอคีฟ: เรือนดินที่สร้างต่อกันหลายยุค

อายุของเรือนเป็นเรื่องที่แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขต่างกัน เราจึงแสดงทุกแบบ

- **พิพิธภัณฑ์** ระบุว่าห้องที่เก่าที่สุดน่าจะสร้างในปี 1744 และบ้านถูกขยายในศตวรรษที่ 19 เป็นเรือนดินแบบ pueblo ที่มีแถวห้องล้อมพื้นที่โล่งกลางที่เรียกว่า plazuela
- **เอกสาร NHL** ระบุว่าปีกห้องด้านหนึ่งอาจสร้างครั้งแรกในทศวรรษ 1730 แล้วต่อเติมในทศวรรษ 1850 และระบุว่ายังไม่ทราบลำดับการก่อสร้างที่แน่ชัด
- เชิงอรรถของเอกสารเดียวกันอ้างนักประวัติศาสตร์ Frances Swadesh ที่สันนิษฐานในปี 1972 ว่าที่ตั้งนี้อาจเป็นบ้าน Montoya ที่สร้างปี 1734 ซึ่งเป็นบ้านอาณานิคมหลังแรกของ Abiquiú

ในโถงทางเข้าเดิม (zaguán) มีแผ่นไม้บนเพดานที่สลักข้อความภาษาสเปนว่ามุงหลังคาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 1861 เอกสาร NHL เล่าว่าตำนานในหมู่บ้านถือว่าช่วงศตวรรษที่ 19 บ้านเป็นของตระกูล Chavez และ Jose Maria Chavez (1801–1902) ได้รับเครดิตว่าต่อเติมเรือน ขนดินมาทำสวน และสร้างกำแพงดินล้อมสวน แต่ยืนยันกรรมสิทธิ์ของตระกูลนี้จากเอกสารทางทะเบียนไม่ได้

ต้นปี 1941 ที่ดินตกเป็นของอัครมุขมณฑล Santa Fe ศาสนจักรตั้งใจสร้างโรงเรียนแต่ยังไม่มีงบ ที่ดินจึงกลายเป็นคอกหมูและวัวของชุมชน จนอัครมุขนายกเซ็นโอนให้ O'Keeffe ปลายเดือนธันวาคม 1945

## บูรณะบ้านโอคีฟปี 1946–1949: Maria Chabot กับซากเรือนดิน

พิพิธภัณฑ์ระบุว่าในปี 1945 เรือนขนาด 5,000 ตารางฟุตที่จะกลายเป็นบ้านโอคีฟอยู่ในสภาพซากปรักหักพัง ตลอดสี่ปีต่อมา O'Keeffe ดูแลการบูรณะซึ่ง Maria Chabot เพื่อนของเธอเป็นผู้ลงมือ เอกสาร NHL ระบุช่วงเวลาว่าเป็นงานสามปีตั้งแต่ปี 1946 ถึง 1949 สองแหล่งจึงนับระยะเวลาต่างกัน

เอกสาร NHL เล่ารายละเอียดว่า Chabot เริ่มงานเดือนมีนาคม 1946 ใช้แรงงานในหมู่บ้านทั้งหมด สร้างฐานรากใหม่ของบ้านและสตูดิโอด้วยหินและดิน 78 คันรถบรรทุก และก่อกำแพงสวนขึ้นใหม่ด้วยอิฐดินปั้นมือหลายพันก้อน ทั้งสองตัดสินใจทำงานกับโครงสร้างเดิม โดยรับปากกับศาสนจักรว่าจะคงรูปแบบ Spanish Colonial และสร้างผนังกับฐานรากส่วนใหญ่ขึ้นใหม่ในตำแหน่งเดิม

ช่วงบูรณะ O'Keeffe อยู่หน้างานได้น้อยลงหลัง Alfred Stieglitz สามีของเธอซึ่งเป็นช่างภาพเสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม 1946 เพราะต้องอยู่ New York ในฐานะผู้จัดการมรดกเพื่อกระจายคอลเลกชันศิลปะของเขา Chabot จึงเขียนจดหมายรายงานความคืบหน้าแทบทุกวัน พร้อมส่งแบบแปลนไปให้

O'Keeffe ย้ายมาอยู่นิวเม็กซิโกถาวรในปี 1949 และพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเธออยู่บ้านโอคีฟตั้งแต่ปีนั้นจนถึงปี 1984

## สถาปัตยกรรมบ้านโอคีฟ: เรือนอะโดบีกับหน้าต่างบานใหญ่

พิพิธภัณฑ์อธิบายว่าบ้านโอคีฟผสมรูปแบบการก่อสร้างของชนพื้นเมืองอเมริกันกับ Spanish Colonial ซึ่งเป็นประเพณีสถาปัตยกรรมของภูมิภาคที่มีมาหลายร้อยปี เอกสาร NHL เพิ่มว่าบ้านรวมเรือนลานบ้านแบบสเปนพื้นถิ่นเข้ากับแนวคิดบ้านสมัยใหม่กลางศตวรรษที่ 20 O'Keeffe เคยพูดในปี 1981 ว่าเธอไม่ได้อยากได้บ้านสเปน บ้านอินเดียน หรือบ้านเม็กซิกัน แต่อยากได้ "บ้านของฉัน"

บ้านโอคีฟประกอบด้วยอาคารอิฐดินชั้นเดียวสามหลังที่เชื่อมกันด้วยทางเดินมีหลังคา ผนังดินหนา หลังคาแบนวางบนคานไม้ซุง (vigas) กับไม้ระแนง (latillas) ส่วนสิ่งที่ Chabot เปลี่ยนให้ทันสมัย ได้แก่

- พื้นซีเมนต์และพื้นไม้ก๊อกแทนพื้นดินในห้องที่ต้องใช้งานหนัก
- ระบบประปา แก๊ส ไฟฟ้า และแผงทำความร้อนแทนเตาผิง
- ช่องแสงบนหลังคา ซึ่งเอกสาร NHL ระบุว่าไม่เคยมีในสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นนิวเม็กซิโก
- หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่ฉีกจากธรรมเนียมเรือนสเปนซึ่งใช้หน้าต่างเล็กหันเข้าลานเพื่อการป้องกัน

พิพิธภัณฑ์เสริมว่า O'Keeffe ทำให้บ้านทันสมัยด้วยแสงธรรมชาติและเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นยุคกลางศตวรรษ และตกแต่งด้วยหินกับกระดูกที่เธอสะสมไว้

## ลานกลางและห้องไร้หลังคาในบ้านโอคีฟ

ลานกลาง (plazuela) คือส่วนของบ้านโอคีฟที่ O'Keeffe ผูกพันที่สุด เอกสาร NHL ยกคำพูดของเธอว่าในลาน "คุณอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม เห็นฟ้าเหนือหัว เห็นพื้นใต้เท้า" มีแปลงเสจกับบ่อน้ำฝาทรงกลม และ "ยามค่ำคืนดาวถูกกรอบไว้ด้วยกำแพง" เธอรื้อซุ้มบ่อน้ำเดิมออกแล้วเปลี่ยนเป็นฝาไม้เรียบ ๆ บ่อนี้จ่ายน้ำให้บ้านจนต้นทศวรรษ 1950 ที่หมู่บ้านมีระบบประปา

![ลานกลางของบ้านโอคีฟมองไปทางโถงทางเข้าหลัก ภาพถ่ายของ National Park Service ในเอกสารขึ้นทะเบียน National Historic Landmark](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/okeeffe-home-studio-abiquiu-new-mexico-garden/okeeffe-home-central-patio-nps.webp?v=862d3b82) _(ภาพ: Fred Mang, Jr. / National Park Service (Public domain))_

เอกสาร NHL มองว่าลานนี้ได้อิทธิพลจากสวนญี่ปุ่น Chabot ฝังกระเบื้องดินเผาเป็นทางเดินรอบลาน ส่วน O'Keeffe ปลูกเสจภูเขาและตัดแต่งพุ่มใหญ่ให้มีรูปทรงชวนให้นึกถึงต้นสนในสวนญี่ปุ่น

ถัดเข้าไปคือ Roofless Room ห้องเก่าในปีกที่เก่าที่สุดซึ่งหลังคาพังไปบางส่วน O'Keeffe เลือกเก็บคานไม้เดิมไว้โดยไม่ทำหลังคาทึบ ให้เป็นลานกึ่งในกึ่งนอกที่ขึงตาข่ายกันยุง ผนังทาขาว พื้นโรยกรวด วันที่อากาศอุ่นในฤดูหนาว เธอมักกินอาหารในห้องนี้ ส่วนห้อง Indian Room ซึ่งเป็นห้องเก่าที่มีเตาไฟแบบโบราณ เธอเก็บไว้ตามสภาพเดิม

## สตูดิโอและห้องนอนในบ้านโอคีฟที่มองเห็นหุบเขาแม่น้ำ Chama

สตูดิโอแยกเป็นอาคารเล็กทางทิศเหนือของบ้าน เอกสาร NHL ระบุว่า Chabot ดัดแปลงจากคอกสัตว์มีหลังคาเดิมให้เป็นสตูดิโอ ห้องนอน และห้องน้ำ ห้องสตูดิโอของบ้านโอคีฟมีช่องแสงบนหลังคาสี่ช่องกับหน้าต่างบานใหญ่ที่สุดในบ้าน สูง 5.5 ฟุต กว้าง 15 ฟุต มองเห็นหุบเขาแม่น้ำ Chama และหน้าผาสีเทาขาว โต๊ะทำงานเป็นแผ่นไม้อัดสองแผ่นวางบนขาหยั่งที่เลื่อนจัดได้ตามงาน

![ห้องสตูดิโอในบ้านโอคีฟ หน้าต่างกระจกบานใหญ่มองเห็นหุบเขาแม่น้ำ Chama ภาพถ่าย HABS ปี 1996 (ครอปภาพ)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/okeeffe-home-studio-abiquiu-new-mexico-garden/okeeffe-home-studio-window-1996.webp?v=6cd79e15) _(ภาพ: Historic American Buildings Survey / National Park Service (Public domain, ครอปภาพ))_

ห้องนอนเพดานต่ำ Chabot ใช้กิ่งหลิวปอกเปลือกทำระแนงเพดาน และสร้างเตาผิงมีครอบตามแบบของชาว Hopi และ Zuni หน้าต่างกระจกสองบานต่อกันที่มุมห้องเปิดให้เห็นหุบเขาแม่น้ำ Chama เทือกเขา Sangre de Cristo และถนนไป Española ซึ่งเอกสาร NHL ระบุว่าเป็นที่มาของภาพชุด The Road Past the View

รายละเอียดที่ผู้อ่านไทยอาจสนใจคือ เอกสาร NHL ระบุว่าบนผนังข้างเตาผิงมีมือสำริดฝังอยู่ เป็นชิ้นส่วนประติมากรรมพุทธศิลป์ไทยราวศตวรรษที่ 12–14 ที่ O'Keeffe นำมาฝังไว้ภายหลัง

## สวนบ้านโอคีฟ: สามขั้นบันไดกับคูส่งน้ำ acequia

สวนคือเหตุผลข้อหนึ่งที่ O'Keeffe ซื้อบ้านโอคีฟ หน้า[กล้องสวน Abiquiú](https://www.okeeffemuseum.org/about-georgia-okeeffe/abiquiu-camera/) ของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเธอสนใจบ้านหลังนี้ส่วนหนึ่งเพราะมีสวนใหญ่ที่ได้น้ำจากระบบ acequia ของหมู่บ้าน เอกสาร NHL อธิบายว่าน้ำมาจากตาน้ำธรรมชาติบนที่ราบสูงเหนือหมู่บ้าน ตามสิทธิ์ในที่ดินที่ทางการสเปนมอบให้ (Spanish land grant) เมื่อตั้งหมู่บ้าน Abiquiú ในทศวรรษ 1730 ทุกที่ดินในหมู่บ้านได้ใช้น้ำจากตาน้ำนี้ร่วมกัน

สวนของบ้านโอคีฟอยู่ทางทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของตัวบ้าน ล้อมด้วยกำแพงดินหนา เอกสาร NHL ระบุว่า Chabot ฟื้นสวนช่วงปี 1946–1949 ด้วยการปรับระดับดิน ขนปุ๋ยคอกมาหลายตัน ปลูกต้นไม้และพืชที่ไม่ใช่พืชท้องถิ่นหลายร้อยต้น และซ่อมคูส่งน้ำบุหินเดิม

- **ขั้นบน** ด้านทิศใต้ ปลูกไม้ผล
- **สองขั้นล่าง** ปลูกผัก สมุนไพร และดอกไม้หลายชนิด ซึ่งเอกสารระบุว่าดอกไม้เหล่านี้ O'Keeffe วาดบ่อยครั้ง
- ภายหลังแต่ละขั้นถูกแบ่งด้วยทางเดินยกระดับที่ทำจากหินและซีเมนต์

คนสวนของ O'Keeffe ดูแลสวนนี้นานสามสิบปี ผลไม้และผักที่ปลูกแบบอินทรีย์จากสวนเป็นอาหารหลักของเธอ พิพิธภัณฑ์ก็ระบุว่าสวนให้อาหารแก่เธอและแขก

![ห้องนั่งเล่นในบ้านโอคีฟ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ O'Keeffe ขยายในต้นทศวรรษ 1960 มองออกไปทางสวนด้านทิศใต้ ภาพถ่าย HABS ปี 1996](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/okeeffe-home-studio-abiquiu-new-mexico-garden/okeeffe-home-sitting-room-garden-window-1996.webp?v=26ce79a1) _(ภาพ: Historic American Buildings Survey / National Park Service (Public domain, ครอปภาพ))_

## สวนรอบบ้านโอคีฟวันนี้ และสวนอีกแบบด้านทิศตะวันตก

เอกสาร NHL ปี 1998 บันทึกสภาพสวนของบ้านโอคีฟหลัง O'Keeffe เสียชีวิตว่า ต้นไม้ในขั้นบนยังให้ผลหลายชนิด แต่สองขั้นล่างกลายเป็นหญ้าเพราะเมล็ดพืชไหลมากับคูน้ำ มูลนิธิยังปลูกผักแปลงเล็กในขั้นล่างสุด สภาพปัจจุบันอาจต่างจากที่บันทึกไว้

ทางทิศตะวันตก พื้นที่เพาะปลูกตัดกับทะเลทรายตามธรรมชาติที่มีกระบองเพชรหลายชนิด หน้าครัวมีสวนป่าที่ล้อมด้วยกำแพงดินกับกำแพงหิน มีเสาไม้ใหญ่สี่ต้นที่เหลือจากราวตากหญ้า ปกคลุมด้วยเถาลูกไม้ (lace vine) ส่วนห้องนั่งเล่น O'Keeffe ขยายหน้าต่างด้านสวนในต้นทศวรรษ 1960 เป็นกระจกเกือบจรดพื้นสามบาน ให้เห็นต้น tamarisk อายุมากข้างนอก และเคยพูดว่า "รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใต้ต้นไม้นั้น แม้มีกระจกกั้นอยู่"

พิพิธภัณฑ์ติดกล้องบนหลังคาบ้านที่บันทึกภาพสวนใหม่ทุกวินาที ให้ดูสวนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลทางออนไลน์ และหน้า[ความท้าทายในการอนุรักษ์](https://www.okeeffemuseum.org/challenges-facing-the-preservation-of-georgia-okeeffes-historic-home-studio/) ระบุว่าพิพิธภัณฑ์เริ่มประเมินการอนุรักษ์บ้านอย่างละเอียดนาน 18 เดือนตั้งแต่สิงหาคม 2018 โดยศึกษาควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงที่ O'Keeffe ทำกับบ้านตั้งแต่ปี 1946 จนเธอเสียชีวิตในปี 1986

## หลังปี 1984: บ้านโอคีฟกลายเป็นพิพิธภัณฑ์และ National Historic Landmark

เอกสาร NHL ระบุว่าปี 1984 O'Keeffe ย้ายไปอยู่ Santa Fe สองปีก่อนเสียชีวิต แต่ยังคงเป็นเจ้าของบ้านทั้งสองหลังตลอดชีวิต ปี 1989 สามปีหลังเธอเสียชีวิต Georgia O'Keeffe Foundation รับเป็นเจ้าของและผู้จัดการบ้านโอคีฟ และเริ่มโครงการอนุรักษ์ตัวบ้านกับข้าวของภายใน เอกสารระบุว่าบ้านส่งต่อจากกองมรดกถึงมูลนิธิโดยครบถ้วน จึงสะท้อนวิถีชีวิตของศิลปินได้ใกล้เคียง

[รายชื่อ National Historic Landmark ของ NPS](https://www.nps.gov/subjects/nationalhistoriclandmarks/list-of-nhls-by-state.htm) บันทึกว่า O'Keeffe, Georgia, Home and Studio ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1998 หน้าทะเบียนของ NPS ระบุวันขึ้นทะเบียน National Register of Historic Places วันเดียวกัน เอกสาร NHL ระบุว่าตัวบ้าน สตูดิโอที่แยกอยู่ และสวนใหญ่ บนที่ดินราว 4 เอเคอร์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ส่วนโรงเก็บของที่มูลนิธิสร้างปี 1994 ไม่นับรวม

วันนี้หน้าบ้านของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าบ้านโอคีฟเป็นส่วนหนึ่งของ Georgia O'Keeffe Museum ส่วนบ้านที่ Ghost Ranch ยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าชม

![ภูมิทัศน์รอบหมู่บ้าน Abiquiú รัฐนิวเม็กซิโก ช่วงกลางฤดูหนาว เห็นแม่น้ำคดเคี้ยวผ่านหุบเขาและหน้าผาหินด้านหลัง ภาพถ่ายเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2014](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/okeeffe-home-studio-abiquiu-new-mexico-garden/abiquiu-landscape-winter-2014.webp?v=a02f71f5) _(ภาพ: Wheeler Cowperthwaite / Wikimedia Commons (CC BY 2.0))_

## ลำดับเหตุการณ์ของบ้านโอคีฟ

ตารางนี้รวมเหตุการณ์สำคัญจากแหล่งที่อ้างในบทความ ปีที่แหล่งข้อมูลระบุต่างกันจะบอกไว้ในวงเล็บ

| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
| --- | --- |
| ทศวรรษ 1730 / 1744 | ปีกเก่าของเรือนอาจสร้างขึ้น (NHL: ทศวรรษ 1730 / พิพิธภัณฑ์: น่าจะปี 1744) |
| ทศวรรษ 1850 | ต่อเติมเรือน (NHL) |
| 27 ต.ค. 1861 | วันที่สลักบนแผ่นไม้เพดานโถงทางเข้าว่ามุงหลังคา |
| 1887 | Georgia O'Keeffe เกิด |
| 1931 | O'Keeffe มา Abiquiú ครั้งแรก |
| 1940 | ซื้อที่ดินและบ้านที่ Ghost Ranch |
| ต้นปี 1941 | ที่ดินตกเป็นของอัครมุขมณฑล Santa Fe |
| ธ.ค. 1945 | O'Keeffe ได้บ้านจากศาสนจักร |
| มี.ค. 1946 | Maria Chabot เริ่มงานบูรณะ |
| 1949 | O'Keeffe ย้ายมาอยู่ถาวร (บูรณะ 1946–1949 ตาม NHL / สี่ปีตามพิพิธภัณฑ์) |
| ต้นทศวรรษ 1960 | ขยายหน้าต่างห้องนั่งเล่นด้านสวน |
| 1984 | ย้ายไป Santa Fe |
| 6 มี.ค. 1986 | O'Keeffe เสียชีวิตที่ Santa Fe อายุ 98 ปี |
| 1989 | Georgia O'Keeffe Foundation รับเป็นเจ้าของและผู้จัดการ |
| 5 ส.ค. 1998 | ประกาศเป็น National Historic Landmark |
| ส.ค. 2018 | พิพิธภัณฑ์เริ่มประเมินการอนุรักษ์ 18 เดือน |

## ข้อมูลการเข้าชมบ้านโอคีฟ: ทัวร์และราคา

ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 22 ต.ค. 2026 ([Home & Studio Tours](https://www.okeeffemuseum.org/home-studio-tickets/) และ [Hours & Locations](https://www.okeeffemuseum.org/hours-and-locations/)) บ้านโอคีฟเข้าชมได้เฉพาะทัวร์ ฤดูทัวร์อยู่ระหว่างมีนาคมถึงพฤศจิกายน และต้องจองล่วงหน้า

- **Standard Tour** 75 นาทีกับไกด์ ชมบ้านและสวน ลาน ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ครัว ห้องเก็บอาหาร (pantry) ห้องซักผ้า และจบที่สตูดิโอกับห้องนอน ราคา 65 ดอลลาร์สหรัฐ สมาชิก 55 ดอลลาร์ [ระบบจอง](https://gokm.ticketapp.org/portal/product/2) ระบุราคาเด็กอายุ 8–18 ปี 55 ดอลลาร์
- **Extended Tour** 1 ชั่วโมง 45 นาที เพิ่มห้องหลังประตูลานที่ O'Keeffe ใช้เตรียมผ้าใบ และได้ดูตู้เสื้อผ้า ราคา 85 ดอลลาร์ สมาชิก 75 ดอลลาร์
- **Evening Tour** 2 ชั่วโมง ชมทุกส่วนของ Extended Tour และปิดท้ายด้วยของว่างในสวน ราคา 200 ดอลลาร์ สมาชิก 175 ดอลลาร์
- **Closet Visit** 2 ชั่วโมง ดูเสื้อผ้าของ O'Keeffe จากหลายช่วงชีวิต ขึ้นสถานะขายหมดแล้วในวันที่ตรวจ
- **Holiday Tour** ราคา 175 ดอลลาร์ สมาชิก 150 ดอลลาร์ หน้าเว็บไม่ได้ระบุวันจัด
- **กลุ่มและทัวร์ส่วนตัว** กลุ่มใหญ่ได้ถึง 27 คน ต้องส่งคำขอล่วงหน้า
- **อายุ** ทุกทัวร์รับผู้มีอายุ 8 ปีขึ้นไป
- **การยกเลิก** แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงได้เงินคืนเต็มจำนวน ยกเลิกภายใน 24 ชั่วโมงไม่ได้รับเงินคืน

## ระเบียบระหว่างชมและการเดินทางไปบ้านโอคีฟ

- **จุดนัดพบ** ทุกทัวร์เริ่มที่ O'Keeffe Welcome Center เลขที่ 21120 US-84, Abiquiú, NM 87510 เปิดอังคารถึงอาทิตย์ 8:00–16:00 น. เข้าฟรี มีนิทรรศการและร้านของพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ในบริเวณ Abiquiú Inn
- **ระยะทาง** หน้าราคาทัวร์และหน้าเวลาเปิดระบุว่าห่าง Santa Fe 52 ไมล์ หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุราว 50 ไมล์ ส่วนหน้าบ้านของพิพิธภัณฑ์และหน้าของ NPS ระบุราว 60 ไมล์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
- **การเดินทาง** มีที่จอดรถฟรีหลัง Welcome Center ไม่มีบริการ Uber หรือ Lyft ใน Abiquiú และสัญญาณโทรศัพท์ในชนบทนิวเม็กซิโกมีจำกัด
- **การถ่ายภาพ** ถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลชเพื่อใช้ส่วนตัวได้ ไม่ให้นำขาตั้งกล้องและโดรนมา
- **สิ่งของ** นำได้เพียงกระเป๋าใบเล็ก กระเป๋าใหญ่ฝากล็อกเกอร์ฟรีที่ Welcome Center ห้ามอาหารและเครื่องดื่มยกเว้นน้ำเปล่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงยกเว้นสัตว์ช่วยเหลือที่ได้รับอนุญาต
- **การเข้าถึง** บ้านโอคีฟเป็นชั้นเดียว แต่ทางเดินเป็นหินและพื้นไม่เรียบ ทัวร์ครึ่งหนึ่งอยู่กลางแจ้ง ที่บ้านไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ถ้าต้องการความช่วยเหลือพิเศษให้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจหน้าทางการของพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านบ้านและสวนของศิลปินแห่งอื่นได้ที่หมวด[บ้านและสวนคนดังทั่วโลก](/home-garden/celebrity-homes-world/) เช่น [บ้านฟรีด้า คาห์โล](/home-garden/frida-kahlo-house-casa-azul-coyoacan-garden/) และ[บ้านดาลีที่ Portlligat](/home-garden/dali-house-portlligat-cadaques-olive-grove/)

## คำถามที่พบบ่อย

### บ้านโอคีฟอยู่ที่ไหน เข้าชมได้อย่างไร?

บ้านโอคีฟ (Georgia O'Keeffe Home and Studio) อยู่ในหมู่บ้าน Abiquiú รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ชมได้เฉพาะทัวร์ที่จองล่วงหน้า ทุกทัวร์เริ่มที่ O'Keeffe Welcome Center เลขที่ 21120 US-84 ซึ่งเปิดอังคารถึงอาทิตย์ 8:00–16:00 น. หน้าราคาทัวร์ระบุว่าอยู่ห่าง Santa Fe 52 ไมล์ ส่วนหน้าอื่นของพิพิธภัณฑ์ระบุราว 50 และ 60 ไมล์

### ทัวร์บ้านโอคีฟราคาเท่าไร เปิดช่วงไหน?

ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2026 Georgia O'Keeffe Museum ระบุว่าฤดูทัวร์บ้านโอคีฟอยู่ระหว่างมีนาคมถึงพฤศจิกายนและต้องจองล่วงหน้า Standard Tour 75 นาที ราคา 65 ดอลลาร์สหรัฐ สมาชิก 55 ดอลลาร์ Extended Tour 1 ชั่วโมง 45 นาที ราคา 85 ดอลลาร์ และ Evening Tour 2 ชั่วโมง ราคา 200 ดอลลาร์ ทุกทัวร์รับผู้มีอายุ 8 ปีขึ้นไป

### Georgia O'Keeffe ซื้อบ้านโอคีฟที่ Abiquiú เมื่อไร เพราะอะไร?

พิพิธภัณฑ์ระบุว่า O'Keeffe ซื้อบ้านโอคีฟจากศาสนจักรคาทอลิกในปี 1945 ส่วนเอกสาร National Historic Landmark ระบุว่าอัครมุขมณฑล Santa Fe เซ็นโอนให้ปลายเดือนธันวาคม 1945 หลังเธอพยายามซื้อมาราวสิบปี เหตุผลที่เธอเล่าคือกำแพงที่มีประตูในลานบ้าน และสวนที่มีน้ำจากระบบ acequia ซึ่งทำให้ปลูกผักกินเองได้

### สวนของบ้านโอคีฟปลูกอะไร?

เอกสาร National Historic Landmark ปี 1998 ระบุว่าสวนของบ้านโอคีฟอยู่ทางทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน แบ่งเป็นสามขั้น ขั้นบนปลูกไม้ผล สองขั้นล่างปลูกผัก สมุนไพร และดอกไม้ รดน้ำผ่านคูส่งน้ำบุหินที่เรียกว่า acequia ผลผลิตแบบอินทรีย์จากสวนเป็นอาหารหลักของ O'Keeffe ในลานกลางบ้านยังปลูกเสจภูเขาที่เธอตัดแต่งเป็นพุ่ม

### ถ่ายรูปในบ้านโอคีฟได้ไหม?

หน้าข้อมูลผู้เข้าชมของ Georgia O'Keeffe Museum ระบุว่าในทัวร์บ้านโอคีฟถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลชเพื่อใช้ส่วนตัวได้ แต่ไม่ให้นำขาตั้งกล้องและโดรนมา นำได้เพียงกระเป๋าใบเล็ก กระเป๋าใหญ่ต้องฝากในล็อกเกอร์ฟรีที่ Welcome Center และห้ามนำอาหารหรือเครื่องดื่มยกเว้นน้ำเปล่าเข้าบ้าน


## แหล่งอ้างอิง

- [Georgia O'Keeffe's Homes](https://www.okeeffemuseum.org/homes/) — Georgia O'Keeffe Museum
- [Home & Studio Tours, Abiquiú](https://www.okeeffemuseum.org/home-studio-tickets/) — Georgia O'Keeffe Museum
- [Visitor Information, Abiquiú locations](https://www.okeeffemuseum.org/visitor-information-home-and-studio/) — Georgia O'Keeffe Museum
- [National Historic Landmark Nomination: O'Keeffe, Georgia, Home and Studio](https://npgallery.nps.gov/NRHP/GetAsset/NHLS/98001197_text) — National Park Service
- [Georgia O'Keeffe Home and Studio](https://www.nps.gov/places/okeeffehomeandstudio.htm) — National Park Service
- [Frequently Asked Questions](https://www.okeeffemuseum.org/frequently-asked-questions/) — Georgia O'Keeffe Museum
