ข้ามไปยังเนื้อหา
Home & Gardenอธิบาย

Sandringham House: บ้านพักชนบทของราชวงศ์อังกฤษ ห้องที่เปิดชม สวน 60 เอเคอร์ และวิธีเข้าชม

Sandringham House ใน Norfolk บ้านพักชนบทของราชวงศ์อังกฤษมาตั้งแต่ปี 1862 เปิดห้องชั้นล่าง 8 ห้องและสวน 60 เอเคอร์ให้ชมช่วงปลายมีนาคม–ตุลาคม ฤดูกาล 2026 ปิดแล้ว

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Sandringham House ตัวบ้านอิฐแดงมองจากทางเดินในสวน ขนาบด้วยแปลงไม้ดอกขอบต้นบ็อกซ์และแนวต้นไม้ตัดแต่งสูง
ภาพ: Sandringham Estate

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Sandringham House ใน Norfolk ประเทศอังกฤษ เป็นบ้านส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์อังกฤษ 5 รุ่น ทะเบียน Historic England ระบุว่า King Edward VII ทรงซื้อที่ดินผืนนี้ในปี 1862 ขณะที่หน้าสวนของ Sandringham Estate ระบุปี 1863
  • บ้านหลังปัจจุบันสร้างแบบ Jacobean โดยสถาปนิก A J Humbert แล้วเสร็จในปี 1870 มีห้องบอลรูมเพิ่มภายในปี 1883 และในปี 1975 มีการรื้อห้องในปีกบริการกว่า 100 ห้อง
  • สวนเปิดให้ประชาชนชมครั้งแรกในปี 1908 ส่วน Sandringham House เปิดในปี 1977 วันนี้ผู้ชมเข้าห้องชั้นล่างได้ 8 ห้อง และเดินชมสวนแบบเป็นทางการขนาด 60 เอเคอร์
  • ฤดูกาล 2026 Sandringham House และสวนเปิด 28 มีนาคม–9 ตุลาคม ณ วันที่ 22 ต.ค. 2026 หน้าทางการแจ้งว่าปิดจนถึงปี 2027 ส่วน Royal Parkland และ Courtyard เข้าฟรีตลอดปีแต่เสียค่าจอดรถ
  • ราคาสำหรับกลุ่ม 20 คนขึ้นไปปี 2026 แบบ Classic Group Visit 26 ปอนด์ต่อคน ค่าจอดรถทั้งวัน 10 ปอนด์ และสมาชิกรายปีเริ่มต้น 65 ปอนด์

Sandringham House คือบ้านพักในชนบทของราชวงศ์อังกฤษที่ Norfolk ทางตะวันออกของอังกฤษ ทะเบียน Historic England ระบุว่า King Edward VII ทรงซื้อที่ดินผืนนี้ในปี 1862 ตัวบ้านแบบ Jacobean สร้างเสร็จในปี 1870 สวนเปิดให้ประชาชนชมตั้งแต่ปี 1908 และตัวบ้านเปิดตั้งแต่ปี 1977 วันนี้ผู้ชมเข้าห้องชั้นล่างได้ 8 ห้องและเดินชมสวน 60 เอเคอร์ช่วงปลายมีนาคมถึงตุลาคม

บทความนี้เล่าประวัติที่ดิน ตัว Sandringham House ห้องที่เปิดชม สวนแต่ละส่วน และข้อมูลการเข้าชม โดยอ้างเว็บไซต์และเอกสารของ Sandringham Estate ผู้ดูแลสถานที่ กับทะเบียนสวนประวัติศาสตร์ของ Historic England ส่วนพระนามภาษาไทยเขียนตามที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอนใช้ พระนามที่ยังไม่พบในเอกสารของหน่วยงานไทยคงไว้เป็นภาษาอังกฤษ

Sandringham House คือบ้านของใคร และสำคัญอย่างไร

หน้าแนะนำ Estate ระบุว่า Sandringham เป็นบ้านพักในชนบทส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา นอกจากบ้านและสวน ที่นี่ยังเป็น Estate ที่ทำงานจริง มีฟาร์มอินทรีย์ โรงเลื่อยและร้านไม้ อาคารให้เช่า และชุมชนในเขต Norfolk Coast Area of Outstanding Natural Beauty

หน้าตัวบ้าน เรียก Sandringham House ว่าบ้านส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์อังกฤษ 5 รุ่น เป็นที่ที่พระราชวงศ์เสด็จมาประทับพักผ่อนและทำกิจกรรมแบบชนบท และตามธรรมเนียมจะประทับที่นี่ช่วงคริสต์มาส หน้าเดียวกันระบุว่า Sandringham เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระราชดำรัสวันคริสต์มาสผ่านโทรทัศน์เป็นครั้งแรก

ความผูกพันสะท้อนในถ้อยคำที่ Estate ยกมา King George V ทรงเขียนถึง "Dear old Sandringham" ว่าเป็นที่ที่ทรงรักที่สุดในโลก (หน้าตัวบ้านกับหน้าแนะนำ Estate ยกถ้อยคำนี้ต่างกันเล็กน้อย) ส่วน King George VI ทรงเขียนว่า "I have always been happy here and I love the place."

ที่ดินของ Sandringham House ก่อนเป็นของราชวงศ์

หน้าแนะนำ Estate เล่าว่า Sandringham ปรากฏใน Domesday Book ปี 1086 ในชื่อ "Sant Dersingham" แปลว่าส่วนที่เป็นทรายของ Dersingham ก่อนจะย่อเหลือ Sandringham มีหลักฐานว่าเคยมีที่พักอาศัยบนที่ตั้งของบ้านปัจจุบันตั้งแต่ปี 1296 ในพื้นที่ยังพบเครื่องมือหินเหล็กไฟยุคก่อนประวัติศาสตร์ และซากวิลลาสมัยโรมันในบริเวณใกล้เคียง

ทะเบียน Historic England รหัส 1001017 ไล่ลำดับเจ้าของไว้ละเอียดกว่า ตระกูล Cobbes ถือครองที่ดินระหว่างปี 1517–1686 จากนั้นเป็นของตระกูล Hoste และตกถึงตระกูล Henley ก่อนปี 1794 พร้อมบ้านหลังใหม่ที่สร้างในปี 1771 และสวนภูมิทัศน์ ประตูทางเข้าของบ้านหลังนั้นซึ่งวันนี้เรียกว่า Old Norwich Gates ยังอยู่ แต่ถูกย้ายตำแหน่งแล้ว

ตระกูล Henley ขายที่ดินให้ John Motteaux ในปี 1836 แล้ว Motteaux ขายต่อให้ Hon Charles Spencer Cowper ผู้จ้างสถาปนิก S S Teulon ปรับปรุงบ้านหลายส่วน รวมทั้งสร้างเรือนกระจก แผนที่ของ Bryant ปี 1826 แสดงสวนแบบเป็นทางการรอบบ้าน ทางใต้เป็นทุ่งโล่ง และทางเหนือเป็นป่าทึบที่ตัดเป็นทางขี่ม้า

ปี 1862 หรือ 1863: Sandringham House เป็นของราชวงศ์เมื่อไร

ทะเบียน Historic England ระบุว่าในปี 1862 Edward, Prince of Wales ซึ่งต่อมาคือ King Edward VII ทรงซื้อ Sandringham เป็นที่พักผ่อนในชนบทที่อยู่ไม่ไกลจากทั้ง Newmarket และลอนดอน เอกสารข่าวปี 2023 ของ Estate ก็เขียนว่าเป็นบ้านส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์อังกฤษ "since 1862"

แต่หน้าสวนของ Sandringham Estate ระบุว่า King Edward VII และ Queen Alexandra ทรงซื้อ Estate ในปี 1863 และผังสวนวันนี้ยังคล้ายกับเมื่อปีนั้นมาก เราจึงเขียนไว้ทั้งสองปีตามแหล่งที่มา ผู้อ่านที่ต้องการอ้างอิงปีใดปีหนึ่งควรระบุแหล่งกำกับไว้ด้วย

หลังได้ที่ดินมา ทะเบียน Historic England ระบุว่าบ้านเดิมถูกรื้อทั้งหลัง เหลือไว้เพียงเรือนกระจกซึ่งดัดแปลงเป็นห้องบิลเลียด แล้ว King Edward VII ซึ่งขณะนั้นยังทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงขยายสวนสาธารณะออกไปเล็กน้อยทุกด้าน และเริ่มพัฒนาสวนรอบบ้าน

สถาปัตยกรรม Sandringham House: บ้านอิฐแดงแบบ Jacobean

ทะเบียน Historic England ระบุว่า Sandringham House หลังใหม่สร้างโดยสถาปนิก A J Humbert ในแบบ Jacobean ในปี 1870 จากนั้น R W Edis ขยายบ้านระหว่างปี 1881–1884 และขยายพร้อมซ่อมอีกครั้งหลังเกิดไฟไหม้ในปี 1891

ทะเบียนบรรยายว่าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ก่ออิฐแดงตกแต่งด้วยหิน หลังคามุงกระเบื้อง มีจั่วแหลมเหนือห้องใต้หลังคา และปล่องไฟรวมกลุ่ม 9 กลุ่ม ด้านตะวันออกมีแกนกลางสูง 3 ชั้นกว้าง 5 ช่วงเสา มีมุขทางเข้ากลาง และหอนาฬิกาหลังคาโดมอยู่ทางด้านใต้ ด้านตะวันตกหรือด้านสวนกว้าง 7 ช่วงเสา ปลายด้านใต้มีอาคารสูง 2 ชั้นที่ก่อด้วยหิน carstone ประดับลายอิฐรูปข้าวหลามตัดและจั่วแบบดัตช์

หน้าตัวบ้านของ Estate เสริมว่าส่วนหลักของบ้านเสร็จในปี 1870 มีห้องบอลรูมเพิ่มเข้ามาภายในปี 1883 และมีที่พักสำหรับแขกและเจ้าหน้าที่เพิ่มในทศวรรษ 1890 บ้านเคยได้ชื่อว่าเป็น "บ้านที่สบายที่สุดในอังกฤษ" และเป็นบ้านหลังแรก ๆ ของประเทศที่มีฝักบัวอาบน้ำ

ปี 1975: Sandringham House ที่เล็กลงกว่า 100 ห้อง

พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ปรับบ้านให้เข้ากับยุคของตน หน้าตัวบ้านระบุว่าในปี 1975 Sandringham House รื้อห้องในปีกบริการกว่า 100 ห้อง เพื่อกำจัดปัญหาไม้ผุจากเชื้อรา (dry rot) ประหยัดค่าความร้อน และย้ายครัวให้อยู่ใกล้ห้องอาหารมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้รวมกันเป็นบ้านแบบที่ผู้ชมเห็นทุกวันนี้

อาคารรอบบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง ทะเบียน Historic England ระบุว่าคอกม้าและโรงรถทรงลานกลางซึ่งอยู่ห่างตัวบ้านราว 180 เมตร สร้างจากหิน carstone โดย Humbert ในช่วงเดียวกับตัวบ้าน และต่อมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ โบรชัวร์สำหรับกลุ่มปี 2026 แนะนำนิทรรศการ The Royal Vehicles ใน Stables Courtyard ที่จัดแสดง game cart ของราชวงศ์ (รถสำหรับขนสัตว์ที่ล่าได้) และรถยนต์ประจำตำแหน่ง (state cars) ในอดีต พร้อมประวัติหน่วยดับเพลิงของ Sandringham

ห้องที่เปิดให้ชมใน Sandringham House

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเปิด Sandringham House ให้ประชาชนเข้าชมในปี 1977 ซึ่งเป็นปี Silver Jubilee ของพระองค์ หน้าตัวบ้านระบุว่าผู้ชมเข้าชมห้องชั้นล่างได้ 8 ห้อง บางห้องไม่เคยเปิดให้ประชาชนเห็นมาก่อน และจัดแสดงของสะสมส่วนพระองค์ที่พระราชวงศ์สะสมไว้หลายศตวรรษ มีเครื่องบรรยายมัลติมีเดียให้เช่า (มีเฉพาะภาษาอังกฤษ) และมีผู้นำชมประจำห้องคอยตอบคำถาม

ห้องเพดานสูงภายใน Sandringham House แขวนภาพเขียนขนาดใหญ่เหนือเตาผิงและพรมทอผนัง มีเชือกกั้นเส้นทางผู้ชม
ห้องเพดานสูงภายใน Sandringham House แขวนภาพเขียนขนาดใหญ่เหนือเตาผิง มีเชือกกั้นเส้นทางผู้ชม ภาพเผยแพร่สำหรับสื่อของ Estate ภาพ: Sandringham Estate

หน้าคำถามที่พบบ่อย ระบุว่าห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอทุกชนิดภายในตัวบ้าน และภายในบ้านไม่มีห้องน้ำ ภาพภายใน Sandringham House ที่ใช้ในบทความนี้จึงเป็นภาพที่ Estate เผยแพร่ให้สื่อใช้

ห้องผนังสีครีมประดับปูนปั้นภายในบ้าน มีโซฟาและเก้าอี้บุผ้าลายดอกไม้ และภาพเหมือนขนาดใหญ่เหนือเตาผิง
อีกมุมหนึ่งภายใน Sandringham House ห้องผนังสีครีมประดับปูนปั้น เฟอร์นิเจอร์บุผ้าลายดอกไม้ ภาพเผยแพร่สำหรับสื่อของ Estate ภาพ: Sandringham Estate

โบรชัวร์สำหรับกลุ่มปี 2026 บอกรายละเอียดห้องเพิ่มเติม ทัวร์ส่วนตัวแบบ Private Guided Tour จบที่ห้องบอลรูม ส่วน Signature Tour พาเข้าห้องที่ไม่เคยเปิดให้ประชาชนชมและใช้เฉพาะเมื่อพระราชวงศ์ประทับ ได้แก่ห้องในปีกเหนือ (North Wing) ห้อง Long Library และห้องบิลเลียด ซึ่งตามทะเบียน Historic England คือเรือนกระจกของบ้านหลังเดิมที่เหลืออยู่ส่วนเดียว

สวน Sandringham House 60 เอเคอร์ ที่แต่ละรัชกาลเติมของตัวเอง

หน้าสวนระบุว่าสวนแบบเป็นทางการ 60 เอเคอร์เปิดให้ชมตั้งแต่มีนาคมถึงตุลาคม เป็นสวนที่พระราชวงศ์และแขกใช้เมื่อประทับอยู่ พระมหากษัตริย์ 5 รุ่นต่างทิ้งร่องรอยไว้ในการปลูก แต่ผังสวนยังคล้ายเดิม Estate จึงเรียกที่นี่ว่า "สวนที่เป็นส่วนตัวมาก" ที่สะท้อนความชอบของแต่ละพระองค์ หน้าแนะนำ Estate ระบุว่า King Edward VII ทรงเปิดสวนให้ประชาชนชมครั้งแรกในปี 1908

ทะเบียน Historic England ขึ้นทะเบียนสวนและสวนสาธารณะของ Sandringham House เป็น Grade II* เมื่อ 18 กันยายน 1987 คำบรรยายที่เขียนในปี 1999 ระบุว่าพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนรวมราว 125 เฮกตาร์ เป็นสวนราว 20 เฮกตาร์ ตัวเลขนี้ต่างจาก 60 เอเคอร์บนเว็บไซต์ของ Estate ซึ่งอาจเป็นเพราะวัดคนละขอบเขตหรือคนละช่วงเวลา

ต้นฤดูใบไม้ผลิมีดอกสโนว์ดรอปและแดฟโฟดิล และมีโรโดเดนดรอน คามีเลีย และแมกโนเลียที่นำมาจาก Windsor เพื่อเพิ่มสีสัน ที่กำบัง และความเป็นส่วนตัว หน้าสวนยังชี้จุดที่พระมหากษัตริย์รุ่นก่อนเพิ่มไว้ ได้แก่แนวพุ่มไม้หนาทึบกับทางเดินในป่าร่มรื่นที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงริเริ่มปลายทศวรรษ 1960 และต้นโอ๊กที่ Queen Victoria ทรงปลูกในปี 1889

ต้นโอ๊กที่ Queen Victoria ทรงปลูกในปี 1889 ในสวนฝั่งตรงข้ามตัวบ้าน Sandringham ภาพถ่ายเดือนสิงหาคม 2002
ต้นโอ๊กที่ Queen Victoria ทรงปลูกในปี 1889 ในสวนฝั่งตรงข้ามตัวบ้าน ภาพถ่ายเดือนสิงหาคม 2002 ภาพ: Andrew Huggett / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

ทะเลสาบ หินประดับ และ The Nest ในสวน Sandringham House

หน้าสวนระบุว่ามีทะเลสาบประดับ 2 แห่งที่รับน้ำจากตาน้ำธรรมชาติ ขอบเป็นงานหินประดับ จัดภูมิทัศน์ในทศวรรษ 1880 ถวาย King Edward VII ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าชายแห่งเวลส์ โดย James Pulham นักจัดสวนที่ถนัดงานหิน ถ้ำ และหน้าผาประดิษฐ์ที่นิยมในยุคนั้น

ทะเบียน Historic England ให้รายละเอียดต่างออกไป ระบุว่าทะเลสาบและสวนหินแบบ Pulhamite ออกแบบโดย William Broderick Thomas ในทศวรรษ 1870 และ Thomas ขุดทะเลสาบบน (Upper Lake) แทนบ่อเล็กกว่าที่มีมาก่อน ส่วนสรุปของทะเบียนเองระบุว่าเป็นงานของ William Broderick Thomas และ James Pulham ในทศวรรษ 1870

ริมฝั่งตะวันออกของ Upper Lake มีสวนหินแบบ Pulhamite และเรือนเก็บเรือ ด้านตะวันออกประดับด้วยศาลาชื่อ The Nest ที่สร้างในปี 1913 หันหน้าไปทางทะเลสาบ Upper Lake ต่อเนื่องไปยัง Lower Lake ซึ่งใหญ่กว่าและมีเกาะต้นไม้อยู่กลาง จากฝั่งตะวันตกของ Lower Lake มองเห็นทิวทัศน์ของสวนสาธารณะได้กว้างที่สุด ส่วนทางเดิน The Dell พาขึ้นไปในป่าแล้วไปบรรจบกับ Church Walk

Upper Lake และศาลา The Nest ในสวนของ Sandringham House ภาพถ่ายเดือนกันยายน 2007
Upper Lake กับศาลา The Nest ริมฝั่งในสวนของ Sandringham House ภาพถ่ายเดือนกันยายน 2007 ภาพ: Len Williams / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

North End Garden ปี 1947 ทางเหนือของ Sandringham House

หน้าสวนระบุว่า Geoffrey Jellicoe ออกแบบ North End Garden ถวาย King George VI ในปี 1947 ปลูกแบบไม่เป็นระเบียบตามสไตล์สวนกระท่อม (cottage garden) มักสวยที่สุดช่วงปลายกรกฎาคม และเป็นแหล่งอาศัยของผึ้งและผีเสื้อ

ทะเบียน Historic England เล่าที่มาว่าในปี 1947 แปลงไม้ดอกแบบประดิษฐ์ประดอยถูกรื้อออก แล้ว Jellicoe (1900–1996) ได้รับมอบหมายให้ทำสวนแบบเป็นทางการที่เรียบง่ายทางเหนือของบ้าน คำบรรยายปี 1999 ระบุว่าเป็นสวนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาบด้วยแนวต้นไลม์ที่ตัดแต่งเป็นกำแพง (pleached limes) มีทางเดินกลางพาไปสู่แปลงเรขาคณิตขอบต้นบ็อกซ์ที่ปลูกไม้ล้มลุก

เลยออกไปตามแนวกำแพงด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแนวพุ่มไม้ผสม มีโรโดเดนดรอน อะซาเลีย และคามีเลีย ส่วนลานด้านตะวันตกของบ้านซึ่งเดิมหันหน้าสู่แปลงไม้ดอกลวดลายซับซ้อน ทะเบียนปี 1999 ระบุว่ากลายเป็นสนามหญ้าแล้ว

Topiary Garden: สวนใหม่ของ Sandringham House ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3

ในปี 2023 Sandringham เพิ่ม Topiary Garden สวนไม้ตัดแต่งรูปทรงเรขาคณิตที่ตั้งใจให้เป็นที่สงบสำหรับผู้ชม หน้าสวนระบุว่าสวนนี้ยึดหลักสัญลักษณ์สากลแบบเดียวกับพื้นโมเสก Cosmati ใน Westminster Abbey ออกแบบให้เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และเลือกพืชพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปได้ดีกว่า

ด้านตะวันตกของ Sandringham House กับ Topiary Garden ที่มีแนวต้นไม้ตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิต ภาพถ่ายเดือนกรกฎาคม 2024
ด้านตะวันตกของ Sandringham House มองจาก Topiary Garden ที่มีแนวต้นไม้ตัดแต่งรูปทรงเรขาคณิต ภาพถ่ายเดือนกรกฎาคม 2024 ภาพ: argoreham / Wikimedia Commons (CC0)

Topiary Garden กับ Lower Maze Garden เป็นไปตามวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของสวนที่ Estate ระบุว่าเป็นของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 โบรชัวร์ปี 2026 ระบุว่า Topiary Garden ปลูกไม้ล้มลุกอายุหลายปี หัวไม้ดอก กุหลาบ และต้นยูสำหรับทำแนวรั้วอีก 5,139 ต้นในหลายขนาดและรูปทรง

โบรชัวร์เดียวกันแนะนำอีก 3 จุด Maze Garden เป็นสวนวงกตที่สื่อถึงสมดุลและความกลมกลืน Sundial Garden ได้แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ของจักรวาล และ Long Border ที่ขยายแนวคิดการจัดสวนออกไปยังส่วนที่กว้างที่สุดของสวน ปลูกต้นไม้ ไม้พุ่ม และไม้ล้มลุกรวม 10,000 ต้นให้มีสีสันตลอดปี

Royal Parkland และโบสถ์ St Mary Magdalene รอบ Sandringham House

หน้า Royal Parkland ระบุว่าผู้ชมเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือพาสุนัขมาเดินได้ มีเส้นทางเดินที่ทำเครื่องหมาย 2 เส้นและลานเด็กเล่นขนาดใหญ่ เข้าฟรีตลอดปีแต่เสียค่าจอดรถ ทะเบียน Historic England ระบุว่าสวนสาธารณะนี้มีรากจากศตวรรษที่ 18 แผนที่ของ Faden ปี 1797 ก็แสดงผังคล้ายวันนี้ และส่วนใหญ่ของพื้นที่ป่าทางเหนือกลายเป็น Sandringham Country Park ในปี 1968

หน้าโบสถ์ St Mary Magdalene ระบุว่าเป็นโบสถ์ประจำตำบลที่พระราชวงศ์ใช้ประกอบศาสนกิจเป็นประจำเมื่อประทับที่ Sandringham House โดยเฉพาะช่วงคริสต์มาส เป็นโบสถ์ยุคกลางที่ถือว่าเป็นอาคารหิน carrstone ที่งามที่สุดแห่งหนึ่ง รูปทรงปัจจุบันย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16

ภายในมีแท่นบูชาเงิน ธรรมาสน์เงิน และไม้กางเขนแห่ของสเปนจากศตวรรษที่ 17 ซึ่ง Rodman Wanamaker นักธุรกิจชาวอเมริกันมอบแด่ Queen Alexandra เพื่อเป็นเกียรติแก่ King Edward VII มีอ่างศีลจุ่มหินอ่อนจากฟลอเรนซ์ อ่างศีลจุ่มกรีกจากศตวรรษที่ 9 และกระจกสีตั้งแต่ศตวรรษที่ 16

ลำดับเหตุการณ์ของ Sandringham House

ปี (ค.ศ.) เกิดอะไรขึ้น
1086 ปรากฏใน Domesday Book ในชื่อ "Sant Dersingham"
1517–1686 ตระกูล Cobbes ถือครองที่ดิน
1771 สร้างบ้านหลังก่อนหน้า
1836 ตระกูล Henley ขายให้ John Motteaux
1862 King Edward VII (ขณะนั้นเจ้าชายแห่งเวลส์) ทรงซื้อ (หน้าสวนของ Estate ระบุ 1863)
1870 บ้านหลังใหม่แบบ Jacobean ของ A J Humbert แล้วเสร็จ
1881–1884 R W Edis ขยายบ้าน มีห้องบอลรูมภายในปี 1883
1889 Queen Victoria ทรงปลูกต้นโอ๊กในสวน
1891 ไฟไหม้ แล้วขยายและซ่อมบ้าน
1908 สวนเปิดให้ประชาชนชมครั้งแรก
1913 สร้างศาลา The Nest ริม Upper Lake
1947 Geoffrey Jellicoe ออกแบบ North End Garden
1968 ป่าทางเหนือกลายเป็น Sandringham Country Park
1975 รื้อห้องในปีกบริการกว่า 100 ห้อง
1977 ตัวบ้านเปิดให้ประชาชนเข้าชม
1987 ขึ้นทะเบียนสวนประวัติศาสตร์ Grade II* (18 ก.ย.)
2023 เพิ่ม Topiary Garden
2026 บ้านและสวนเปิด 28 มี.ค.–9 ต.ค.

ข้อมูลการเข้าชม Sandringham House

ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 22 ต.ค. 2026 (Ticket Prices & Opening Times)

  • สถานะตอนนี้ หน้าตัวบ้านระบุช่วงเปิด 28 มีนาคม–9 ตุลาคม (ฤดูกาล 2026) วันที่ตรวจหน้าทางการแจ้งว่าบ้านและสวนปิดจนถึงปี 2027 และจะประกาศรายละเอียดการจองปี 2027 เร็ว ๆ นี้ หน้าคำถามที่พบบ่อยอธิบายว่าช่วงฤดูหนาว Sandringham House ปิด เพราะเป็นที่ประทับส่วนพระองค์
  • ส่วนที่เปิดตลอดปี Royal Parkland ลานเด็กเล่น และ Courtyard เข้าฟรีไม่ต้องมีตั๋ว ช่วงนี้ห้องขายตั๋วเปิด 9.30–16.00 น. ร้านอาหารและร้านค้าเปิด 9.30–16.30 น. โบสถ์ St Mary Magdalene เปิดวันเสาร์ 10.00–16.00 น. และวันอาทิตย์ 13.00–16.00 น. (วันธรรมดา 26–30 ต.ค. เปิด 11.00–15.00 น.)
  • ตั๋ว มีแบบ "Gardens Only" และ "House & Gardens" เข้าบ้านตามรอบเวลา จึงแนะนำให้จองล่วงหน้า สวนไม่ต้องจองก่อน แต่ส่วนลดมีเฉพาะการจองออนไลน์ ผู้ดูแลผู้พิการเข้าฟรีโดยต้องจองตั๋วผู้ดูแล วันที่ตรวจยังไม่มีราคาตั๋วรายบุคคลของปี 2027
  • ราคากลุ่ม 20 คนขึ้นไป ปี 2026 ตามแบบฟอร์มจองกลุ่ม Classic Group Visit 26 ปอนด์ Guided Garden Visit 46 ปอนด์ Private Guided Tour 46 ปอนด์ Signature Tour 150 ปอนด์ เด็กอายุ 16 ปีลงมาฟรี เครื่องบรรยาย 5 ปอนด์ สมาชิกรายปีเริ่มต้น 65 ปอนด์
  • เวลาที่ควรเผื่อ อย่างน้อย 3 ชั่วโมงครึ่งสำหรับบ้านและสวน

ค่าจอดรถ กติกา และการเดินทางไป Sandringham House

  • ค่าจอดรถปี 2026 ตามหน้าการเดินทาง ไม่เกิน 30 นาทีฟรี ไม่เกิน 2 ชั่วโมง 5 ปอนด์ 3 ชั่วโมง 7 ปอนด์ 4 ชั่วโมง 9 ปอนด์ ทั้งวัน 10 ปอนด์ ผู้ชมบ้านหรือสวนซื้อที่จอดล่วงหน้าออนไลน์ได้ในราคา 5 ปอนด์ต่อคัน
  • กติกา ห้ามถ่ายภาพภายใน Sandringham House ถ่ายในสวนและ Royal Parkland ได้เพื่อใช้ส่วนตัว ห้ามบินโดรน ในบ้านและสวนอนุญาตเฉพาะสุนัขช่วยเหลือที่ขึ้นทะเบียน ไม่มีที่รับฝากกระเป๋า เป้อุ้มเด็กแบบสะพายหลังนำเข้าบ้านไม่ได้ ยืมรถเข็นได้โดยวางมัดจำ 20 ปอนด์ (คืนเงินได้)
  • รถยนต์ อยู่ห่าง King's Lynn 6 ไมล์ทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีป้ายบอกทางจากถนน A148 และ A149 รหัสไปรษณีย์ของ Royal Parkland สำหรับเครื่องนำทางคือ PE35 6AB
  • ขนส่งสาธารณะ รถบัสสาย 35 ระหว่าง King's Lynn กับ Hunstanton จอดใน Royal Park สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ King's Lynn ห่าง 6 ไมล์ มีรถไฟทุกชั่วโมงไปลอนดอน King's Cross, Peterborough และ Norwich ผู้ปั่นจักรยานใช้ National Cycle Route 1 ซึ่งผ่านใกล้ ๆ

ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านเรื่องพระราชวัง ปราสาท และสวนของราชวงศ์ต่างประเทศเรื่องอื่นได้ที่หมวดบ้านและสวนราชวงศ์ทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

Sandringham House คือบ้านของใคร และอยู่ที่ไหน?

Sandringham House เป็นบ้านพักในชนบทของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา อยู่ในเขต Norfolk ทางตะวันออกของอังกฤษ ห่างเมือง King's Lynn ราว 6 ไมล์ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เว็บไซต์ของ Sandringham Estate ระบุว่าเป็นบ้านส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์อังกฤษมา 5 รุ่น

Sandringham House เปิดให้เข้าชมช่วงไหน ตอนนี้เปิดอยู่หรือไม่?

บ้านและสวนของ Sandringham House มักเปิดช่วงปลายมีนาคมถึงตุลาคม ฤดูกาล 2026 เปิด 28 มีนาคม–9 ตุลาคม และเมื่อตรวจหน้าทางการวันที่ 22 ต.ค. 2026 แจ้งว่าปิดจนถึงปี 2027 รายละเอียดการจองปี 2027 จะประกาศภายหลัง ส่วน Royal Parkland และ Courtyard เปิดให้เข้าฟรีตลอดปี

เข้าชม Sandringham House ถ่ายรูปได้หรือไม่?

ถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อใช้ส่วนตัวได้ในสวนและ Royal Parkland แต่ห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอทุกชนิดภายใน Sandringham House รวมถึงด้วยโทรศัพท์มือถือ และห้ามบินโดรนทุกพื้นที่ของ Estate ตามหน้าคำถามที่พบบ่อยของ Sandringham Estate

ราชวงศ์อังกฤษได้ Sandringham มาเมื่อไร ปี 1862 หรือ 1863?

ทะเบียน Historic England และเอกสารข่าวของ Sandringham Estate ระบุปี 1862 ว่าเป็นปีที่ King Edward VII ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงซื้อ Sandringham House และที่ดิน ส่วนหน้าสวนบนเว็บไซต์ของ Estate ระบุว่า King Edward VII และ Queen Alexandra ทรงซื้อในปี 1863

แหล่งอ้างอิง

  1. Sandringham House — Sandringham Estate
  2. Sandringham Gardens — Sandringham Estate
  3. Ticket Prices & Opening Times — Sandringham Estate
  4. FAQs — Sandringham Estate
  5. Sandringham House, Sandringham - 1001017 — Historic England
  6. About — Sandringham Estate

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
Dell15
ประเทศและสถานที่
สหราชอาณาจักร141
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ