ข้ามไปยังเนื้อหา
Industry & Manufacturing

บีโอไอเผยทุนญี่ปุ่นขอส่งเสริม 1,380 โครงการ 3.96 แสนล้านบาท ชวนเข้าตลาดหุ้นผ่าน BOI to IPO

บีโอไอเผยในงาน Thailand–Japan Investment Forum 2026 วันที่ 7 ต.ค. ว่าบริษัทญี่ปุ่นขอส่งเสริม 1,380 โครงการ 396,500 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2021 พร้อมชู BOI to IPO

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ผู้ร่วมงานถ่ายภาพบนเวทีหน้าป้าย Thailand–Japan Investment Forum 2026 ที่บีโอไอจัดร่วมกับ SET, EXIM BANK, JETRO, กรุงศรี และ SMBC วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2026
ภาพ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • บีโอไอ ระบุว่าช่วงปี 2021 ถึงครึ่งแรกของปี 2026 บริษัทญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท (ราว 11,720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นยอดสะสมราว 5 ปีครึ่ง ไม่ใช่เงินก้อนใหม่
  • 3 อุตสาหกรรมที่ทุนญี่ปุ่นลงทุนสูงสุดคือ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน และเคมีและปิโตรเคมี
  • ผลสำรวจหอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ ครึ่งแรกปี 2026 พบบริษัทญี่ปุ่น 59% มีแผนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ 31% ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และ 22% ลงทุนด้าน Digital Transformation
  • รองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ชวนบริษัทญี่ปุ่นระดมทุนผ่าน BOI to IPO บนกระดาน SET, mai และ LiVEx ขณะที่ EXIM BANK ออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนรวม 14,500 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยในงาน Thailand–Japan Investment Forum 2026 เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าตั้งแต่ปี 2021 ถึงครึ่งแรกของปี 2026 บริษัทญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท พร้อมชวนบริษัทญี่ปุ่นระดมทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านโครงการ BOI to IPO

งานนี้จัดที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด "Investment Gateway for Sustainable Growth" มีนักลงทุนเข้าร่วมกว่า 700 ราย ส่วนใหญ่จากกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ และการเงิน บีโอไอจัดร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคาร SMBC และนับเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ

บีโอไอเผยคำขอส่งเสริมจากญี่ปุ่น 1,380 โครงการ

ตัวเลข 396,500 ล้านบาทเป็นมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมสะสมราว 5 ปีครึ่ง ไม่ใช่เงินลงทุนก้อนใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และเป็นชุดเดียวกับที่รัฐบาลเผยแพร่หลังบีโอไอหารือกับ JETRO และหอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ (JCC) เมื่อ 13 สิงหาคม 2026 ข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาอังกฤษของบีโอไอแปลงเป็นเงินราว 11,720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตรา 33.8 บาทต่อดอลลาร์

รายการ ตัวเลข
คำขอรับการส่งเสริมจากบริษัทญี่ปุ่น ปี 2021–ครึ่งแรกปี 2026 1,380 โครงการ
มูลค่าเงินลงทุนตามคำขอ กว่า 396,500 ล้านบาท
3 อุตสาหกรรมที่มูลค่าสูงสุด เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์และชิ้นส่วน, เคมีและปิโตรเคมี
คำขอภายใต้มาตรการ Smart and Sustainable Industry จากบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นญี่ปุ่น ปี 2023–ครึ่งแรกปี 2026 กว่า 400 โครงการ มูลค่ากว่า 55,000 ล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่าทุนญี่ปุ่นยังมีโอกาสขยายในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมชีวภาพและสีเขียว ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง AI และดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับโรงงานเดิมสู่ Smart & Sustainable Industry ด้วยระบบอัตโนมัติ การลดการปล่อยมลพิษ และพลังงานสะอาด

ผู้บริหารกล่าวบนแท่นที่มีโลโก้ Thailand Board of Investment ในงาน Thailand–Japan Investment Forum 2026
บรรยากาศบนเวที Thailand–Japan Investment Forum 2026 ซึ่งบีโอไอจัดร่วมกับพันธมิตรไทยและญี่ปุ่น ภาพ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

โรงงานญี่ปุ่นในไทย 59% วางแผนเปลี่ยนเครื่องจักร

ข้อมูลที่ช่วยอ่านทิศทางทุนญี่ปุ่นได้ชัดกว่ายอดคำขอต่อบีโอไอ คือผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทญี่ปุ่นในไทยครึ่งแรกปี 2026 ของ JCC ซึ่งรัฐบาลเผยแพร่เมื่อ 17 สิงหาคม 2026 มีบริษัทตอบแบบสำรวจ 504 แห่ง ในคำถามเรื่องแผนลงทุนปี 2026 ซึ่งมีผู้ตอบ 432 แห่ง

  • 59% หรือ 256 แห่ง มีแผนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องเดิม
  • 31% หรือ 132 แห่ง มีแผนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
  • 22% หรือ 96 แห่ง มีแผนลงทุนด้าน Digital Transformation
กราฟแท่งแผนลงทุนปี 2026 ของบริษัทญี่ปุ่นในไทยตามผลสำรวจ JCC: เปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ 59% (256 แห่ง) ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต 31% (132 แห่ง) และลงทุนด้าน Digital Transformation 22% (96 แห่ง)
สัดส่วนบริษัทญี่ปุ่นในไทยที่วางแผนลงทุนแต่ละประเภทในปี 2026 จากผลสำรวจของ JCC ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

รัฐบาลอธิบายว่าตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าบริษัทญี่ปุ่นหยุดขยายการลงทุนใหม่ แต่กิจกรรมที่ถูกเลือกมากที่สุดคือการเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพของฐานผลิตเดิม โจทย์ของภาคอุตสาหกรรมจึงกำลังขยับจากการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว ไปสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิม

บีโอไอชู BOI to IPO และเงินทุนสีเขียวสำหรับฐานผลิต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานในหัวข้อ "Thailand and Japan: Building the Next Chapter of Investment Partnership" ว่ารัฐบาลขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Quality Investment-led Growth ใน 7 สาขา ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะและอาหารแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์แห่งอนาคต การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวคุณภาพ ค้าปลีกและโลจิสติกส์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และต้องการให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจในภูมิภาค

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหัวข้อ Building the Next Chapter of Investment Partnership บนแท่นของบีโอไอ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานบนเวทีที่จัดโดยบีโอไอ ภาพ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

เครื่องมือที่ถูกชูในงานมี 2 กลุ่ม

  • ตลาดทุน นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า BOI to IPO ช่วยให้ธุรกิจศักยภาพสูงและกลุ่ม New Economy ระดมทุนผ่าน SET, mai และ LiVEx พร้อมโครงการ JUMP+ และแพลตฟอร์ม SETCarbon สำหรับบริหารข้อมูลคาร์บอน
  • ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ระบุว่าธนาคารระดมทุนผ่าน Green Bond 8,500 ล้านบาท Blue Bond 3,000 ล้านบาท และ Sustainability Bond 3,000 ล้านบาท ควบคู่กับการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน สินเชื่อที่ผูกกับเป้าความยั่งยืน การประกันการส่งออกและการลงทุน และคำปรึกษาด้าน ESG

JETRO: ค่ายรถญี่ปุ่นเดิน Multi-Pathway ต่อในไทย

นายอาเบะ อิจิโระ ประธาน JETRO กรุงเทพฯ ระบุว่าบริษัทญี่ปุ่นยังลงทุนต่อเนื่องในพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ภาคยานยนต์ใช้กลยุทธ์ Multi-Pathway ผลิตทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ปลั๊กอินไฮบริด และไฮบริดตามความต้องการของตลาด

JETRO วางบทบาทเชื่อมบริษัทญี่ปุ่นกับบริษัทไทยผ่านการจับคู่ธุรกิจและงานวิจัย โดยใช้กรอบ GX (Green Transformation), DX (Digital Transformation) และ AX (Automation Transformation) แต่ย้ำเงื่อนไขว่าการลงทุนระยะยาวต้องอาศัยสภาพแวดล้อมธุรกิจที่คาดการณ์ได้ การแข่งขันที่เป็นธรรม และผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

บีโอไอนับญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่สำคัญที่สุดของไทย และเป็นหุ้นส่วนอุตสาหกรรมมาหลายทศวรรษ ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่ามีเงินลงทุนก้อนใหม่ แต่บอกว่าน้ำหนักของทุนญี่ปุ่นกำลังเอียงไปทางการอัปเกรดโรงงานเดิมมากขึ้น ควบคู่กับการลงทุนใหม่ในสาขาเป้าหมาย ขณะที่รัฐบาลใช้เวทีช่วงการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ (อ่านเพิ่มเติม) เพื่อตอกย้ำว่าไทยยังเป็นฐานผลิตที่บริษัทญี่ปุ่นวางใจในช่วงที่ซัพพลายเชนโลกกำลังจัดใหม่รอบเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์รุ่นใหม่ และพลังงานสะอาด

ผลต่อองค์กรไทย

  • ซัพพลายเออร์ไทยมีตลาดใหม่จากรอบเปลี่ยนเครื่องจักร รัฐบาลระบุว่าการอัปเกรดโรงงานญี่ปุ่นสร้างความต้องการต่อเนื่องถึงชิ้นส่วนทดแทน ระบบควบคุม ระบบอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม งานบำรุงรักษา และบริการประหยัดพลังงาน ผู้ผลิตที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพและส่งตรงเวลาตามระบบของผู้ซื้อญี่ปุ่นได้จะได้เปรียบ
  • โรงงานที่จะเปลี่ยนเครื่องจักรควรดูมาตรการของบีโอไอก่อนสั่งซื้อ มาตรการ Smart & Sustainable Industry ของบีโอไอครอบคลุมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การประหยัดพลังงาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ ควรตรวจคุณสมบัติและเงื่อนไขกับบีโอไอก่อนลงทุน
  • กิจการร่วมทุนไทย–ญี่ปุ่นและซัพพลายเออร์มีทางระดมทุนเพิ่ม บีโอไอระบุว่า BOI to IPO มุ่งเชื่อมกิจการร่วมทุนญี่ปุ่นและซัพพลายเออร์ในประเทศเข้าสู่ SET, mai และ LiVEx เหมาะกับกิจการที่ต้องการทุนขยายโดยไม่พึ่งเงินกู้อย่างเดียว
  • เตรียมข้อมูลคาร์บอนให้พร้อม ทั้ง SETCarbon ตราสารหนี้สีเขียวของ EXIM BANK และกรอบ GX ของ JETRO ชี้ไปทางเดียวกันว่า ลูกค้าและแหล่งเงินทุนจะถามหาข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของซัพพลายเออร์มากขึ้น ติดตามข่าวการลงทุนในโรงงานได้ที่หมวดอุตสาหกรรมและการผลิต

คำถามที่พบบ่อย

บีโอไอเผยตัวเลขการลงทุนจากญี่ปุ่นล่าสุดเท่าไร?

บีโอไอเผยในงาน Thailand–Japan Investment Forum 2026 วันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่าช่วงปี 2021 ถึงครึ่งแรกของปี 2026 บริษัทญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท

BOI to IPO คืออะไร?

BOI to IPO คือโครงการที่บีโอไอทำร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดทางให้ผู้ประกอบการ รวมถึงกิจการร่วมทุนและบริษัทลูกของญี่ปุ่น ซัพพลายเออร์ในประเทศ และกลุ่ม New Economy ระดมทุนในตลาด SET, mai และ LiVEx โดยมีสิทธิประโยชน์เร่งการเข้าจดทะเบียน (fast-track)

ทุนญี่ปุ่นลงทุนในอุตสาหกรรมไหนของไทยมากที่สุด?

ตามข้อมูลบีโอไอ ช่วงปี 2021 ถึงครึ่งแรกของปี 2026 อุตสาหกรรมที่บริษัทญี่ปุ่นขอรับการส่งเสริมด้วยมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน และเคมีและปิโตรเคมี

โรงงานญี่ปุ่นในไทยวางแผนลงทุนอะไรในปี 2026?

ผลสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ ครึ่งแรกปี 2026 ที่รัฐบาลเผยแพร่ พบว่าจากบริษัทที่ตอบคำถามเรื่องแผนลงทุน 432 แห่ง 59% มีแผนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทดแทนของเดิม 31% ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และ 22% ลงทุนด้าน Digital Transformation

แหล่งอ้างอิง

  1. “เอกนิติ-บีโอไอ” ผนึกพันธมิตรไทย–ญี่ปุ่น ชูสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน — สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
  2. Thailand and Japan Cement $11.7 Billion Industrial Alliance in High-Tech Shift (Press Release No. 178/2569) — The Office of the Board of Investment (BOI)
  3. รัฐบาลชี้ฐานผลิตญี่ปุ่นในไทยเข้าสู่รอบยกระดับ 59% เตรียมเปลี่ยนเครื่องจักร–เพิ่มเทคโนโลยี — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
ญี่ปุ่น41กรุงเทพฯ77
เหตุการณ์และงาน
การประชุมประจำปี IMF4
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ