# Arelion ทดสอบอุปกรณ์ Nokia บนเส้นทาง 500 กม. เพิ่มสเปกตรัมไฟเบอร์ราว 21% รับทราฟฟิก AI

> Arelion ประกาศ 8 ต.ค. 2026 ทดสอบระบบ Nokia 1830 GX Super C/L และออปติก 800G ZR+ บนเส้นทางอัมสเตอร์ดัม–ลอนดอน 500 กม. เพิ่มสเปกตรัมที่ใช้ได้ราว 21%

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Networking
- เผยแพร่: 2026-10-08T15:06:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T15:06:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/network/arelion-nokia-optical-spectrum-800g-trial/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **Arelion** ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแกนหลักระดับโลก ประกาศเมื่อ **8 ตุลาคม 2026** ว่าทดสอบภาคสนามบนเครือข่ายจริงระยะ **500 กิโลเมตร** ระหว่างอัมสเตอร์ดัมกับลอนดอนสำเร็จ
- การใช้ระบบไลน์ออปติก **Nokia 1830 Global Express (GX)** แบบ Super C และ Super L ขยายสเปกตรัมแสงที่ใช้งานได้ราว **21%** บนไฟเบอร์เส้นเดิม
- การทดสอบใช้โมดูล CHMQ6 แบบบาง และออปติกแบบเสียบได้ **ICE-X 400G และ 800G ZR+** ซึ่ง Nokia ระบุว่าใช้พลังงานต่ำกว่าและต่อยอดเป็นโมดูลได้
- Cignal AI รายงานเมื่อ 21 เมษายน 2026 ว่าออปติก 400ZR/ZR+ คิดเป็น **เกือบครึ่งหนึ่ง** ของแบนด์วิดท์โทรคมนาคมที่ติดตั้งในปี 2025 และ 800G จะโตเร็วที่สุดในปี 2026

Arelion ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแกนหลัก (IP backbone) ระดับโลก ประกาศเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่าทดสอบอุปกรณ์ออปติกของ Nokia บนเส้นทางไฟเบอร์จริงระยะ 500 กิโลเมตรระหว่างอัมสเตอร์ดัมกับลอนดอนสำเร็จ และขยายสเปกตรัมแสงที่ใช้งานได้ราว 21% บนไฟเบอร์เส้นเดิม เพื่อรองรับความต้องการแบนด์วิดท์จากงาน AI

## Arelion ทดสอบอะไรบนเส้นทางอัมสเตอร์ดัม–ลอนดอน

การทดสอบภาคสนามครั้งนี้ทำบนเครือข่ายที่ใช้งานจริงของ Arelion โดยใช้อุปกรณ์ของ Nokia สามส่วน

- **ระบบไลน์ออปติก Nokia 1830 Global Express (GX)** แบบ Super C และ Super L ซึ่งเป็น open line system ที่ขยายช่วงความยาวคลื่นที่ใช้ส่งข้อมูลได้
- **โมดูลทรานสพอนเดอร์แบบบาง CHMQ6** ที่ติดตั้งในแชสซีของระบบ GX
- **ออปติกแบบเสียบได้ ICE-X 400G และ 800G ZR+** ซึ่งเป็นออปติกแบบ coherent ขนาดเล็ก

![ระบบ Nokia 1830 Global Express (GX) รุ่นต่าง ๆ ตระกูลเดียวกับที่ Arelion ใช้ทดสอบบนเส้นทางอัมสเตอร์ดัม–ลอนดอน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arelion-nokia-optical-spectrum-800g-trial/nokia-1830-gx-series.webp?v=27136494) _(ภาพ: Nokia)_

ผลสำคัญคือสเปกตรัมแสงที่ใช้งานได้เพิ่มขึ้นราว 21% ด้วยเทคโนโลยี Super C และ Super L หมายความว่าผู้ให้บริการเพิ่มความจุได้โดยไม่ต้องวางไฟเบอร์ใหม่ นอกจากนี้การแบ่งไคลเอนต์ (client splitting) ยังช่วยให้ใช้ความจุของแต่ละความยาวคลื่นกับบริการความเร็วสูงหลายแบบได้คุ้มขึ้น

| รายการ | ตัวเลขหรือรายละเอียด |
| --- | --- |
| เส้นทางทดสอบ | อัมสเตอร์ดัม–ลอนดอน ราว 500 กิโลเมตร บนเครือข่ายจริง |
| สเปกตรัมที่ใช้งานได้เพิ่มขึ้น | ราว 21% ด้วย Super C และ Super L |
| ออปติกที่ทดสอบ | ICE-X 400G และ 800G ZR+ |
| ขีดความสามารถของระบบ GX ตามสเปกของ Nokia | สูงสุด 100 Tb/s ต่อไฟเบอร์ และสเปกตรัมสูงสุด 11.6 THz |

![ตัวเลขสำคัญจากการทดสอบของ Arelion และสัดส่วนของออปติก 400ZR/ZR+ ในปี 2025](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arelion-nokia-optical-spectrum-800g-trial/arelion-nokia-trial-key-numbers.webp?v=3a6143be) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Arelion, Cignal AI))_

## Arelion ประเมินออปติกแบบเสียบได้เพื่อประหยัดพลังงาน

Nokia ระบุในหน้าผลิตภัณฑ์ว่าระบบ 1830 GX รองรับออปติกหลายรุ่น ตั้งแต่ 200G ถึง 2.4 Tb/s (2 x 1.2 Tb/s ต่อความยาวคลื่น) และใช้ได้ตั้งแต่การเชื่อมดาต้าเซ็นเตอร์ (DCI) เครือข่ายในเมือง ไปจนถึงเส้นทางระยะไกลและเคเบิลใต้น้ำ ส่วนโมดูล CHMQ6 กับออปติก ICE-X ถูกวางให้เป็นทางเลือกแบบโมดูลาร์ที่ใช้พลังงานต่ำกว่า

Dariusz Solowiej รองประธานฝ่ายเครือข่ายและปฏิบัติการของ Arelion ระบุว่าการรวมสเปกตรัมที่ขยายแล้วเข้ากับออปติกแบบเสียบได้ของ Nokia เป็นแนวทางเพิ่มความจุเครือข่ายแกนหลักที่ขยายได้และประหยัดพลังงานกว่า ซึ่งบริษัทกำลังประเมินอยู่ ด้าน Ron Johnson รองประธานอาวุโสฝ่าย Optical Networks ของ Nokia กล่าวว่าการจับคู่สองเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการเพิ่มความจุไฟเบอร์ได้ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมประหยัดพลังงานและต้นทุน

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

Arelion ระบุว่าความจุที่เพิ่มขึ้นจะรองรับบริการ Managed Optical Fiber Network (MOFN) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อออปติกเฉพาะระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าเป้าหมายคือผู้ให้บริการขายส่ง neoscaler หรือผู้ให้บริการคลาวด์ AI รายใหม่ และองค์กรที่กระจายงาน AI ไปหลายดาต้าเซ็นเตอร์และหลายคลาวด์

ตลาดออปติกกำลังเปลี่ยนทิศทางเดียวกัน Cignal AI รายงานเมื่อ 21 เมษายน 2026 ว่าออปติก 400ZR/ZR+ แบบเสียบได้คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของแบนด์วิดท์โทรคมนาคมที่ติดตั้งทั้งหมดในปี 2025 และคาดว่าออปติก 800G จะเป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุดของอินเทอร์เฟซแบบ coherent ในปี 2026 การทดสอบของ Arelion จึงเป็นตัวอย่างว่าผู้ให้บริการเครือข่ายแกนหลักจะรับทราฟฟิก AI ด้วยการรีดความจุจากไฟเบอร์เดิมก่อนลงทุนวางสายใหม่ แนวคิดเดียวกับที่ผู้ให้บริการเคเบิลใต้น้ำพยายามเพิ่มความจุต่อเส้น เช่น[เคเบิล Petal ของ Meta ที่รองรับ 1 เพตะบิตต่อวินาที](/network/meta-petal-petabit-subsea-cable/)

Arelion ระบุว่าตนให้บริการลูกค้าในเกือบ 130 ประเทศ เชื่อมต่อผู้ให้บริการคลาวด์ ความปลอดภัย และคอนเทนต์มากกว่า 700 ราย และมีบริการ Cloud Connect ที่ต่อตรงกับ AWS, Microsoft Azure, Google Cloud, IBM Cloud และ Oracle Cloud ในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย

![หน้าข่าวประชาสัมพันธ์ของ Arelion ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2026 เรื่องการทดสอบร่วมกับ Nokia](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/arelion-nokia-optical-spectrum-800g-trial/arelion-nokia-press-release-page.webp?v=ba05e18c) _(ภาพ: Arelion (ภาพหน้าจอ))_

## ผลต่อองค์กรไทย

1. **องค์กรที่เชื่อมหลายดาต้าเซ็นเตอร์** ควรถามผู้ให้บริการวงจรเช่าหรือ wavelength ว่าใช้ระบบที่ขยายความจุบนไฟเบอร์เดิมได้หรือไม่ เพราะส่งผลต่อราคาและเวลารอเมื่อต้องเพิ่มแบนด์วิดท์ให้งาน AI
2. **ทีมวางแผนเครือข่าย** ควรเริ่มประเมินพอร์ต 400G และ 800G บนเราเตอร์และสวิตช์ใหม่ เพราะออปติก ZR/ZR+ แบบเสียบได้คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของแบนด์วิดท์ที่ติดตั้งใหม่แล้ว
3. **ดูเส้นทางสำรองควบคู่กับความจุ** ไฟเบอร์เส้นเดียวที่จุมากขึ้นก็ยังเป็นจุดล้มเหลวเดียว สัญญาบริการควรระบุเส้นทางสำรองที่แยกกันจริง
4. **ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย** ซึ่งต้องบริหารการใช้ไฟตาม[แนวทางของบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ที่แบ่งประเภทตามการใช้ไฟ](/datacenter/thailand-data-center-board-5-tiers-power-tariff/) ควรนับพลังงานต่อบิตของอุปกรณ์ออปติกรวมไปกับพลังงานของเซิร์ฟเวอร์

ติดตามข่าวเครือข่ายแกนหลักและเคเบิลใต้น้ำได้ที่[หมวดเครือข่าย](/network/)

## คำถามที่พบบ่อย

### Arelion ทดสอบอะไรร่วมกับ Nokia?

Arelion ทดสอบภาคสนามบนเส้นทางไฟเบอร์จริงระยะ 500 กิโลเมตรจากอัมสเตอร์ดัมถึงลอนดอน โดยใช้ระบบไลน์ออปติก Nokia 1830 GX แบบ Super C และ Super L โมดูล CHMQ6 และออปติกแบบเสียบได้ ICE-X 400G กับ 800G ZR+ ผลคือสเปกตรัมแสงที่ใช้งานได้เพิ่มขึ้นราว 21% ตามประกาศวันที่ 8 ตุลาคม 2026

### Super C และ Super L คืออะไร?

เป็นฟังก์ชันของระบบ Nokia 1830 GX ที่ขยายช่วงความยาวคลื่นที่ใช้ส่งข้อมูลในย่าน C และย่าน L ให้กว้างกว่าแบบมาตรฐาน ทำให้ไฟเบอร์เส้นเดิมรับช่องสัญญาณได้มากขึ้น Nokia ระบุว่าระบบนี้รองรับสเปกตรัมได้สูงสุด 11.6 THz และความจุสูงสุด 100 Tb/s ต่อไฟเบอร์

### ออปติก 800G ZR+ ต่างจากทรานสพอนเดอร์แบบเดิมอย่างไร?

ZR+ เป็นออปติกแบบ coherent ขนาดเล็กที่เสียบเข้าพอร์ตอุปกรณ์ได้โดยตรง แทนการใช้กล่องทรานสพอนเดอร์แยกต่างหาก Arelion และ Nokia ระบุว่าแนวทางนี้เป็นแบบโมดูลาร์และใช้พลังงานต่ำกว่า ส่วน Cignal AI คาดว่า 800G จะเป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุดของอินเทอร์เฟซ coherent ในปี 2026

### ผลทดสอบของ Arelion เกี่ยวกับองค์กรไทยอย่างไร?

องค์กรที่เชื่อมดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งหรือใช้คลาวด์ต่างประเทศพึ่งเครือข่ายแกนหลักแบบนี้ Arelion ระบุว่าการเพิ่มความจุบนไฟเบอร์เดิมช่วยให้บริการขยายได้คุ้มค่าขึ้น องค์กรควรถามผู้ให้บริการว่าใช้เทคโนโลยีใดและมีเส้นทางสำรองที่แยกกันจริงหรือไม่


## แหล่งอ้างอิง

- [Arelion partners with Nokia to demonstrate expanded optical spectrum and backbone capacity](https://www.arelion.com/why-arelion/about-us/news/arelion-nokia-field-trial) — Arelion
- [1830 Global Express (GX)](https://www.nokia.com/optical-networks/1830-global-express/) — Nokia
- [Datacom Optical Component Revenue Surpasses $19B in 2025](https://cignal.ai/2026/04/datacom-optical-component-revenue-surpasses-19b-in-2025/) — Cignal AI
