# EU เสนอกฎหมายมาตรฐานฉบับใหม่ ตั้งเป้าลดเวลาออก harmonised standard จาก 6 ปีเหลือ 4 ปี

> คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอกฎหมายมาตรฐาน EU ฉบับใหม่ 6 ต.ค. 2026 ตั้งเป้าลดเวลาพัฒนา harmonised standard จาก 6 ปีเหลือ 4 ปี และเปิดมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิงให้อ่านฟรี

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Policy & Law
- เผยแพร่: 2026-10-08T14:54:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T14:54:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/policy/eu-standardisation-regulation-proposal-harmonised-standards/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่าง **Standardisation Regulation** (COM(2026) 780) เมื่อ **6 ตุลาคม 2026** เพื่อแทนที่ Regulation (EU) No 1025/2012 ซึ่งเป็นกรอบระบบมาตรฐานของ EU ที่ออกเมื่อปี 2012
- เป้าหมายคือลดเวลาเฉลี่ยในการพัฒนา harmonised standard จาก **6 ปีเหลือ 4 ปี** ด้วยกรอบเวลาที่ชัดขึ้น common specifications เป็นทางสำรอง และเอกสารชั่วคราวที่ให้ presumption of conformity ระหว่างรอมาตรฐานฉบับเต็ม
- harmonised standard และมาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงราว **3,650 ฉบับ** จากราว 27,000 ฉบับในแคตตาล็อกขององค์กรมาตรฐานยุโรปจะเปิดให้อ่านฟรี ตามแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป
- การประเมินผลกระทบคาดว่าภาคธุรกิจจะประหยัดต้นทุนราว **295 ล้านยูโรต่อปี** จากมาตรฐานที่ออกเร็วขึ้น และอีก 30 ล้านยูโรต่อปีจากการเข้าถึงมาตรฐานฟรี
- ร่างต้องผ่านรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีก่อน และเริ่มใช้บังคับ **6 เดือน**หลังมีผล เอกสารงบประมาณที่แนบมาคาดว่ากฎหมายจะมีผลในปี 2028

คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่าง Standardisation Regulation เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 เพื่อแทนที่กฎหมายมาตรฐานของ EU ที่ออกเมื่อปี 2012 โดยตั้งเป้าลดเวลาพัฒนา harmonised standard จากเฉลี่ย 6 ปีเหลือ 4 ปี และเปิดมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิงให้อ่านฟรี เรื่องนี้กระทบผู้ผลิตและผู้ให้บริการทุกรายที่ต้องพิสูจน์ว่าสินค้าเป็นไปตามกฎหมาย EU รวมถึง AI Act และ Cyber Resilience Act

## ทำไม EU ต้องรื้อระบบ harmonised standard

harmonised standard คือมาตรฐานที่คณะกรรมาธิการยุโรปขอให้องค์กรมาตรฐานยุโรป 3 แห่ง ได้แก่ CEN, CENELEC และ ETSI จัดทำขึ้นเพื่อแปลงข้อกำหนดในกฎหมายเป็นข้อกำหนดทางเทคนิค เมื่ออ้างอิงในราชกิจจานุเบกษาของ EU แล้ว สินค้าที่ทำตามจะได้ presumption of conformity คือถือว่าเป็นไปตามกฎหมายฉบับนั้น จึงเป็นทางลัดของผู้ผลิตในการพิสูจน์ว่าสินค้าวางขายได้ทั่วตลาดเดียวของยุโรป

ผลประเมิน Regulation (EU) No 1025/2012 ที่อ้างในร่างกฎหมายพบว่าระบบเดิมเร็วขึ้นจากกว่า 9 ปีเหลือ 6 ปี แต่ยังช้าเกินไปและมักไม่ทันกำหนดเวลาของกฎหมาย เอกสารถาม-ตอบของคณะกรรมาธิการระบุตรง ๆ ว่า EU พึ่งมาตรฐานที่ให้ presumption of conformity ในเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ไซเบอร์ และแบตเตอรี่ได้น้อยลง ขณะที่เศรษฐกิจอื่นเดินเร็วกว่า ร่างกฎหมายยกตัวอย่าง AI Act (Regulation (EU) 2024/1689) และ Cyber Resilience Act (Regulation (EU) 2024/2847) ว่าเป็นกฎหมายดิจิทัลที่ต้องอาศัยมาตรฐาน

## 4 เครื่องมือเร่งมาตรฐานในร่างกฎหมาย EU

| เครื่องมือ | สาระในร่างกฎหมาย |
| --- | --- |
| กรอบเวลาที่ชัดขึ้น | คณะกรรมาธิการต้องพยายามออกคำขอให้จัดทำมาตรฐาน (standardisation request) ภายใน 12 เดือนหลังได้รับคำตอบจากองค์กรมาตรฐานยุโรป และตรวจมาตรฐานที่ส่งมอบภายใน 6 เดือน |
| common specifications | ระบุให้ชัดว่าเป็นทางสำรองแบบเจาะจง เมื่อระบบมาตรฐานยุโรปส่งมาตรฐานที่มีคุณภาพไม่ทันเวลา |
| เอกสารชั่วคราว | เอกสารมาตรฐานระหว่างทางให้ presumption of conformity ได้ชั่วคราว จนกว่า harmonised standard ฉบับเต็มจะเสร็จและเข้ามาแทน |
| องค์กรมาตรฐานอื่น | เมื่อต้องการงานเร่งด่วนหรือเฉพาะทาง คณะกรรมาธิการส่งคำขอให้องค์กรพัฒนามาตรฐานที่ได้รับแต่งตั้ง (designated standards development organisations) ได้ ภายใต้เงื่อนไขเข้มงวดและความเห็นชอบของรัฐสมาชิก |

นอกจากนี้ คำขอให้จัดทำมาตรฐานอาจกำหนดให้องค์กรมาตรฐานยุโรปนำ technical specification ที่มีอยู่แล้วจากองค์กรอื่นหรือหน่วยงานของ EU มาใช้เป็นฐาน และจะตั้งศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานยุโรป (Expert Centre on European Standardisation) ขึ้นกำกับทิศทาง การประเมินผลกระทบที่แนบมาคาดว่ามาตรฐานที่ออกเร็วขึ้นจะช่วยภาคธุรกิจประหยัดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายราว 295 ล้านยูโรต่อปี ในจำนวนนี้ 52 ล้านยูโรมาจากการใช้องค์กรมาตรฐานทางเลือก เอกสารถาม-ตอบสรุปว่าเวลาพัฒนามาตรฐานจะสั้นลงราวหนึ่งในสาม ขณะที่ตัวเลขในการประเมินผลกระทบอยู่ที่ราว 4.2 ปี

![หน้าเอกสารของคณะกรรมาธิการยุโรป แสดงร่าง COM(2026)780 Proposal for a Regulation on European standardisation เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2026 พร้อมเอกสารประกอบ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/eu-standardisation-regulation-proposal-harmonised-standards/ec-standardisation-regulation-proposal-documents.webp?v=23b14da9) _(ภาพ: European Commission (ภาพหน้าจอ))_

## มาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงจะอ่านได้ฟรี

ปัจจุบันผู้ผลิตต้องซื้อเอกสารมาตรฐานจากองค์กรมาตรฐานระดับชาติ แต่คำพิพากษาของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปวางหลักว่ามาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย จึงต้องเปิดให้เข้าถึงได้ฟรี ร่างกฎหมายจึงกำหนดให้ harmonised standard และมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิง ซึ่งคณะกรรมาธิการประเมินว่ามีราว 3,650 ฉบับ จากมาตรฐานราว 27,000 ฉบับในแคตตาล็อก เปิดให้อ่านฟรี ส่วนมาตรฐานของ ETSI นั้นเปิดฟรีอยู่แล้ว

- ผู้ประกอบการในสหภาพเข้าถึงได้ในรูปแบบที่ค้นหา พิมพ์ และอ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ส่วนผู้ประกอบการจากนอกสหภาพที่มีส่วนได้เสียโดยชอบเข้าถึงผ่านผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ (authorised representative)
- การประเมินผลกระทบคาดว่าการเปิดฟรีช่วยภาคธุรกิจประหยัดอีกราว 30 ล้านยูโรต่อปี และ SME จะได้ประโยชน์ราว 78% ของทั้งหมด หรือ 253 ล้านยูโรต่อปี
- องค์กรมาตรฐานระดับชาติต้องลดต้นทุนการเข้าร่วมร่างมาตรฐานของ SME และคณะกรรมาธิการจะช่วยหน่วยงานที่พึ่งรายได้จากการขายมาตรฐานราว 6 ล้านยูโรต่อปี

![ส่วนหนึ่งของเอกสารถาม-ตอบของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่ามาตรฐานที่จะเปิดให้อ่านฟรีมีราว 3,650 ฉบับจาก 27,000 ฉบับ และมาตรฐานของ ETSI ฟรีอยู่แล้ว](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/eu-standardisation-regulation-proposal-harmonised-standards/ec-standardisation-regulation-free-standards-qa.webp?v=79d726ef) _(ภาพ: European Commission (ภาพหน้าจอ))_

## มาตรฐานกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์

สเตฟาน เซฌูร์เน (Stéphane Séjourné) รองประธานบริหารคณะกรรมาธิการยุโรปด้านความมั่งคั่งและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า มาตรฐานอาจดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่ก็เป็นเรื่องเชิงยุทธศาสตร์ เพราะผู้กำหนดมาตรฐานคือผู้กำหนดเทคโนโลยี สินค้า และตลาดในวันข้างหน้า

ร่างกฎหมายจึงให้เครื่องมือใหม่แก่คณะกรรมาธิการ สำหรับมาตรฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ ความมั่นคง หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหภาพ คำขอให้จัดทำมาตรฐานอาจจำกัดผู้เข้าร่วมเฉพาะผู้เล่นในยุโรปหรือผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกับสหภาพ และอาจกำหนดให้แตกต่างจากมาตรฐานสากลได้ ส่วนองค์กรพัฒนามาตรฐานที่ได้รับแต่งตั้งต้องไม่ใช่องค์กรมาตรฐานสากล หน่วยงานมาตรฐานแห่งชาติ หรือหน่วยงานมาตรฐานของประเทศนอกสหภาพที่เป็นสมาชิกองค์กรมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เอกสารถาม-ตอบย้ำว่ามาตรฐานยุโรปจำนวนมากยังรับมาจากหรือสอดคล้องกับ ISO และ IEC ผ่าน Vienna Agreement และ Frankfurt Agreement ตามหลักขององค์การการค้าโลก

![ภาพสรุปตัวเลขหลักของร่างกฎหมายมาตรฐาน EU: 6 ปีเหลือ 4 ปี, 295 ล้านยูโรต่อปี, มาตรฐานราว 3,650 ฉบับ และเริ่มใช้บังคับ 6 เดือนหลังมีผล](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/eu-standardisation-regulation-proposal-harmonised-standards/eu-standardisation-regulation-key-figures.webp?v=5fff00d7) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: European Commission))_

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

สำหรับกฎหมายดิจิทัลอย่าง AI Act และ Cyber Resilience Act ซึ่งกำหนดหน้าที่ไว้เป็นหลักการ harmonised standard คือเอกสารที่บอกว่าต้องทำแค่ไหนจึงถือว่าทำตามกฎหมาย เมื่อมาตรฐานยังไม่พร้อม ผู้ให้บริการต้องอาศัยเอกสารอื่นประกอบ เช่น ประมวลแนวปฏิบัติ (Code of Practice) ที่ OpenAI อ้างถึงใน[แนวทางติดลายน้ำข้อความตาม AI Act](/policy/openai-eu-ai-act-text-watermarking-chatgpt/) หากร่างนี้ผ่าน มาตรฐานจะออกเร็วขึ้น และเอกสารชั่วคราวหรือ common specifications จะให้ทางพิสูจน์ความสอดคล้องที่ชัดเจนก่อนมาตรฐานฉบับเต็มเสร็จ

อีกด้านหนึ่ง การที่ EU เปิดทางให้แยกมาตรฐานของตัวเองจากมาตรฐานสากลในเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ อาจทำให้ผู้ผลิตที่ออกแบบสินค้าตาม ISO หรือ IEC ต้องตรวจซ้ำว่าข้อกำหนดของยุโรปต่างออกไปหรือไม่ ร่างนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นและอาจเปลี่ยนได้

## สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

- **ทำบัญชีสินค้าและบริการที่ขายเข้า EU** ว่าพึ่ง harmonised standard ฉบับใดในการพิสูจน์ความสอดคล้อง โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ที่เข้าข่าย Cyber Resilience Act และระบบ AI ที่เข้าข่าย AI Act
- **ติดตามคำขอให้จัดทำมาตรฐานและ common specifications** ของคณะกรรมาธิการในสาขาของตน เพราะอาจเป็นเส้นทางพิสูจน์ความสอดคล้องที่มาก่อนมาตรฐานฉบับเต็ม
- **เตรียมผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจใน EU** ไว้ใช้เข้าถึงมาตรฐานฟรีเมื่อกฎหมายใช้บังคับ ระหว่างนี้ยังต้องตั้งงบซื้อมาตรฐานตามเดิม
- **ให้ทีมออกแบบเทียบมาตรฐานยุโรปกับ ISO/IEC** ในสินค้า AI ไซเบอร์ และแบตเตอรี่ เพื่อรู้ก่อนหากข้อกำหนดเริ่มแยกทางกัน
- **ติดตามการพิจารณาในรัฐสภายุโรปและคณะมนตรี** ซึ่งอาจแก้ไขเรื่องการจำกัดผู้เข้าร่วมและการแยกจากมาตรฐานสากลก่อนเป็นกฎหมาย

ดูข่าวกฎหมายและนโยบายดิจิทัลเพิ่มเติมได้ที่[หมวดนโยบาย](/policy/)

## คำถามที่พบบ่อย

### กฎหมายมาตรฐาน EU ฉบับใหม่คืออะไร?

คือร่าง Standardisation Regulation ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเมื่อ 6 ตุลาคม 2026 เพื่อแทนที่ Regulation (EU) No 1025/2012 ร่างนี้ปรับวิธีที่ EU สั่งพัฒนา harmonised standard ให้เร็วขึ้น เปิดมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิงให้อ่านฟรี และเพิ่มบทบาทของ SME ภาคประชาสังคม และนักวิจัยในการร่างมาตรฐาน

### harmonised standard ของ EU สำคัญกับผู้ส่งออกอย่างไร?

harmonised standard แปลงข้อกำหนดในกฎหมาย EU เป็นข้อกำหนดทางเทคนิค เมื่อมีการอ้างอิงในราชกิจจานุเบกษาของ EU สินค้าหรือบริการที่ทำตามจะได้ presumption of conformity คือถือว่าเป็นไปตามกฎหมายนั้น ผู้ผลิตทั้งในและนอกยุโรปจึงใช้เป็นเส้นทางหลักในการพิสูจน์ว่าวางขายในตลาดยุโรปได้

### มาตรฐานที่ EU จะเปิดให้อ่านฟรีมีกี่ฉบับ?

คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า harmonised standard และมาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงมีราว 3,650 ฉบับ จากมาตรฐานราว 27,000 ฉบับในแคตตาล็อกขององค์กรมาตรฐานยุโรป ผู้ประกอบการนอกสหภาพที่มีส่วนได้เสียโดยชอบจะเข้าถึงได้ผ่านผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ (authorised representative)

### กฎหมายมาตรฐาน EU ฉบับใหม่จะมีผลเมื่อไร?

ยังไม่มีวันที่แน่นอน ร่างต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีก่อน ตัวร่างกำหนดให้มีผล 20 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาของ EU และเริ่มใช้บังคับหลังจากนั้น 6 เดือน ส่วนเอกสารงบประมาณที่แนบมาคาดว่ากฎหมายจะมีผลในปี 2028


## แหล่งอ้างอิง

- [Commission adopts proposal to accelerate standards development and improve EU competitiveness](https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_26_2070) — European Commission
- [Questions and answers on the new Standardisation Regulation](https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/qanda_26_2071) — European Commission
- [Proposal for a Regulation on European standardisation](https://single-market-economy.ec.europa.eu/publications/proposal-regulation-european-standardisation_en) — European Commission (DG GROW)
