ศึกขอบเขตอำนาจ กมธ.: ประธานสภาฯ ถก 35 คณะ ฝ่ายรัฐบาลวอล์กเอาต์ กมธ.กฎหมายฯ ของรังสิมันต์
ขอบเขตอำนาจ กมธ. กลายเป็นข้อพิพาทในสภา หลังประธานสภาฯ ถกประธาน 35 คณะ 21 ต.ค. 2569 และวันต่อมา สส.ฝ่ายรัฐบาล 7 คนวอล์กเอาต์ กมธ.กฎหมายฯ ของรังสิมันต์
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- 21 ตุลาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประชุมประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะ หารือขอบเขตอำนาจ กมธ. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 90 วรรคสี่ ให้ฝ่ายกฎหมายทำหนังสือแนวทางปฏิบัติแจ้งทุกคณะ
- นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน มองว่าเป็นการลิดรอนกลไกตรวจสอบของฝ่ายค้าน และเสนอให้ยุบรวมกรรมาธิการจาก 35 คณะเหลือ 20 คณะตามจำนวนกระทรวงแทน
- นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่ายื่นหนังสือขอให้วางแนวทางตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2569 มอบทนายแจ้งความนางสาวรักชนกกับสื่อ 3–4 สำนัก และยื่น ป.ป.ช. ตรวจจริยธรรมนายรังสิมันต์ โรม
- 22 ตุลาคม 2569 กรรมาธิการสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล 7 คน วอล์กเอาต์จากที่ประชุม กมธ.การกฎหมายฯ ขณะที่นายรังสิมันต์ยืนยันว่าใช้อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ 22 โดยอนุโลม
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เพื่อหารือขอบเขตอำนาจ กมธ. และลดงานซ้ำซ้อน แต่การประชุมกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างฝ่ายค้านกับพรรคร่วมรัฐบาล วันต่อมา กรรมาธิการสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล 7 คนวอล์กเอาต์จากคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เป็นประธาน
ประธานสภาฯ หารือขอบเขตอำนาจ กมธ. 21 ตุลาคม 2569
สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภารายงานว่า การประชุมจัดที่ห้องกรรมาธิการ CB 406 อาคารรัฐสภา วาระคือขอบเขตอำนาจ กมธ. สามัญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 วรรคสี่ ข้อสรุปหลักมี 3 ข้อ
- ให้แต่ละคณะทำงานตามภารกิจของตนและหลีกเลี่ยงงานที่ซ้ำกับคณะอื่น
- ให้ฝ่ายกฎหมายของสภาฯ ทำหนังสือข้อหารือแจ้งทุกคณะเป็นแนวทางเดียวกัน
- ถ้าตีความกฎหมายไม่ตรงกัน ให้หน่วยงานกลางที่มีหน้าที่ตีความเป็นผู้วินิจฉัย
นายโสภณระบุว่าระหว่างประชุมมีความเห็นต่างในบางประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของข้อกฎหมายที่ตีความได้หลายทาง ส่วน THE STANDARD รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายโสภณว่า การหารือครั้งนี้มาจากคำขอของส่วนราชการและกรรมาธิการเอง เพราะข้าราชการต้องเดินทางมาชี้แจงหลายคณะในเรื่องเดียวกันจนกระทบงานประจำ

ฝ่ายค้านมองว่าการตีกรอบขอบเขตอำนาจ กมธ. จำกัดการตรวจสอบ
นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD วันเดียวกันว่า วาระนี้สืบเนื่องจากที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ร้องเรียนนายรังสิมันต์ ซึ่งบรรจุวาระเชิญนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย มาให้ข้อมูลโดยไม่ผ่านมติที่ประชุม เธอเห็นว่าการตีกรอบขอบเขตอำนาจ กมธ. แบบนี้ลิดรอนกลไกตรวจสอบของฝ่ายค้าน เพราะการบรรจุวาระและการเรียกประชุมเป็นอำนาจของประธานคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ถ้าต้องขอมติก่อน กรรมาธิการซีกรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากจะสกัดการตรวจสอบได้
นางสาวรักชนกเสนอว่า ถ้าต้องการแก้งานซ้ำซ้อนจริง ควรแก้ข้อบังคับให้ยุบรวมกรรมาธิการจาก 35 คณะเหลือ 20 คณะตามจำนวนกระทรวง แทนการตีกรอบอำนาจ
ฝ่ายรัฐบาลตอบเรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. อย่างไร
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ว่า ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2569 ขอให้วางแนวทางเรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. และลดงานซ้ำซ้อน ก่อนเกิดกรณีเชิญนางสาวสุชาดา จึงไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการตรวจสอบ เขาระบุว่าการเรียกประชุม 35 คณะเป็นแนวดำริของประธานสภาฯ เอง
นายศุภชัยยังดำเนินการทางกฎหมาย 2 เรื่อง
| เรื่อง | สิ่งที่นายศุภชัยระบุว่าทำแล้ว |
|---|---|
| ข้อความของนางสาวรักชนก | มอบอำนาจให้ทนายแจ้งความกล่าวโทษนางสาวรักชนกและสื่อ 3–4 สำนักที่เขาเห็นว่าเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน |
| การทำหน้าที่ของนายรังสิมันต์ | ยื่น ป.ป.ช. พร้อมกรรมาธิการอีก 6–7 คน ให้วินิจฉัยว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ |
ส่วนนางสาวสุชาดาให้สัมภาษณ์เมื่อ 20 ตุลาคม 2569 หลังไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นเพื่อนสามีที่ถูกเชิญให้ข้อมูล ว่ามั่นใจในความบริสุทธิ์ พร้อมให้ความร่วมมือทุกหน่วยงาน และระบุว่าประเด็นทั้งหมดมาจากการนำเอกสารเก่ามาบิดเบือนเพื่อสร้างประเด็นทางการเมือง

วอล์กเอาต์ใน กมธ.การกฎหมายฯ 22 ตุลาคม 2569
THE STANDARD รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน วันที่ 22 ตุลาคม นายศุภชัยเสนอญัตติให้ที่ประชุมลงมติก่อนว่าจะรับเรื่องที่บรรจุไว้หรือไม่ โดยอ้างแนวทางเรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. จากการประชุมกับประธานสภาฯ วันก่อน ฝ่ายประธานตอบดังนี้
- นายปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน รองประธานกรรมาธิการ ระบุว่าหนังสือเชิญถูกส่งไปตั้งแต่ 9 ตุลาคม 2569 ก่อนจะมีการขอมติ
- พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการ ระบุว่าเรื่องนี้ประชุมต่อเนื่องมาแล้ว 8 ครั้ง ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ต้องลงมติรับอีก
- นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย สนับสนุนนายศุภชัย และท้วงว่าคณะกรรมาธิการกำลังสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งเกินหน้าที่ของคณะที่ควรศึกษาเพื่อแก้กฎหมาย
เมื่อนายรังสิมันต์ตัดบทและเชิญผู้ให้ข้อมูลเริ่มชี้แจง นายศุภชัยลุกขึ้นประท้วงแต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงประกาศวอล์กเอาต์ กรรมาธิการสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล 7 คนเดินออกจากห้อง และคณะที่เหลือประชุมตามวาระต่อ
นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาว่า การตรวจสอบทั้งหมดเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง อำนาจบรรจุวาระและเรียกบุคคลมาชี้แจงมาจากข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 22 ที่ใช้กับกรรมาธิการโดยอนุโลม การวอล์กเอาต์เป็นสิทธิของแต่ละคนและขอให้ประชาชนตัดสินเอง เขาเตือนว่าการขัดขวางงานของกรรมาธิการเท่ากับทำลายระบบตรวจสอบของสภาและกลไกของฝ่ายค้าน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
คณะกรรมาธิการสามัญเป็นช่องทางหลักที่ สส. เรียกหน่วยงานรัฐ เอกชน และบุคคลมาให้ข้อมูลระหว่างสมัยประชุม คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ มีประธานจากพรรคประชาชน ขณะที่นางสาวรักชนกระบุว่ากรรมาธิการซีกรัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก คำถามว่าประธานบรรจุวาระเองได้หรือต้องผ่านมติก่อน จึงกำหนดว่าเรื่องใดจะได้ขึ้นโต๊ะ ข้อพิพาทนี้เกิดในช่วงเดียวกับที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 18 คน ทั้งสองฝ่ายจึงใช้เรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. เป็นข้อโต้แย้งว่าอีกฝ่ายใช้อำนาจเกินหรือกำลังปิดกั้นการตรวจสอบ ขณะที่หนังสือแนวทางของฝ่ายกฎหมายสภาฯ ยังไม่ออก
ผลต่อหน่วยงานรัฐและองค์กรไทย
- หน่วยงานรัฐ ที่ถูกเชิญชี้แจงหลายคณะในเรื่องเดียวกัน ควรติดตามหนังสือแนวทางของฝ่ายกฎหมายสภาฯ ที่จะกำหนดว่าคณะใดรับเรื่องใด
- บริษัทและองค์กรเอกชน ที่ได้หนังสือเชิญจากคณะกรรมาธิการ ควรตรวจว่าเรื่องอยู่ในขอบเขตอำนาจ กมธ. คณะนั้นหรือไม่ และเตรียมเอกสารให้ตรงประเด็นที่ระบุในหนังสือ
- ฝ่ายกฎหมายองค์กร ควรเก็บบันทึกการให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการทุกครั้ง เพราะข้อมูลที่ให้ไว้อาจถูกอ้างต่อในชั้นหน่วยงานตรวจสอบอื่น
- ติดตามความคืบหน้าในหมวดการเมือง ซึ่งรวมข่าวสภาและรัฐบาลทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
ขอบเขตอำนาจ กมธ. ที่ประธานสภาฯ หารือเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 คืออะไร?
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เชิญประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะมาหารือขอบเขตอำนาจ กมธ. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 90 วรรคสี่ เพื่อลดงานซ้ำซ้อนระหว่างคณะ และให้ฝ่ายกฎหมายทำหนังสือแนวทางปฏิบัติแจ้งทุกคณะ
ทำไมฝ่ายค้านมองว่าการหารือขอบเขตอำนาจ กมธ. เป็นการจำกัดการตรวจสอบ?
นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน มองว่าการตีกรอบขอบเขตอำนาจ กมธ. ครั้งนี้มาจากข้อร้องเรียนต่อ กมธ.การกฎหมายฯ และระบุว่าการบรรจุวาระและเรียกประชุมเป็นอำนาจของประธานคณะกรรมาธิการ ถ้าต้องขอมติที่ประชุมก่อน กรรมาธิการซีกรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากจะใช้เสียงนั้นสกัดการตรวจสอบได้
นายศุภชัย ใจสมุทร ชี้แจงเรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. ว่าอย่างไร?
นายศุภชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่ายื่นหนังสือขอให้ประธานสภาฯ วางแนวทางเรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. ตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2569 ก่อนกรณีเชิญนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ มาให้ข้อมูล จึงไม่ได้ตั้งใจขัดขวางการตรวจสอบ และเห็นว่าการบรรจุวาระควรผ่านมติของคณะกรรมาธิการ
ใครวอล์กเอาต์จาก กมธ.การกฎหมายฯ เมื่อ 22 ตุลาคม 2569?
กรรมาธิการสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล 7 คน นำโดยนายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานกรรมาธิการ เดินออกจากห้องประชุมหลังถกเถียงเรื่องขอบเขตอำนาจ กมธ. และประธานไม่อนุญาตให้ประท้วงต่อ ส่วนกรรมาธิการที่เหลือประชุมตามวาระต่อไป
แหล่งอ้างอิง
- ประธานสภาผู้แทนราษฎร หารือประธาน กมธ.สามัญ กำหนดแนวทางทำงานตามขอบเขตอำนาจ ลดภารกิจซ้ำซ้อน — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
- สส.ศุภชัย แจงยื่นข้อหารือขอบเขตอำนาจ กมธ. ตั้งแต่เดือน ส.ค. ยืนยันไม่เกี่ยวปมเชิญ สส.สุชาดา ให้ข้อมูล — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
- ปธ.กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันตรวจสอบคดีสินบน-เส้นทางเงินเว็บพนันตามหลักฐาน ย้ำอำนาจเรียกบุคคลให้ข้อมูลเป็นไปตามข้อบังคับ — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
- รักชนกโวยฝ่ายค้านถูกลิดรอนกลไกตรวจสอบ หลังประธานสภาฯ เรียกถกจำกัดอำนาจ กมธ. อ้างเหตุทำงานซ้ำซ้อน — THE STANDARD
- ศุภชัยนำ สส. วอล์กเอาต์ กมธ.การกฎหมายฯ หลังโวยรังสิมันต์ใช้อำนาจประธานบรรจุวาระไม่ขอมติ — THE STANDARD
- ‘สส.ไอเดียร์’ ควงสามีแจง DSI ปัดเอี่ยวเว็บพนัน-สแกมเมอร์ ซัดเกมการเมืองนำข้อมูลเก่าจับแพะชนแกะ — THE STANDARD
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ