# REIC: หน่วยขายที่อยู่อาศัยใหม่อยุธยา-สระบุรีครึ่งแรกปี 2026 โต 108.4% ภาคตะวันตกลด 25%

> REIC รายงานครึ่งแรกปี 2026 หน่วยขายได้ใหม่ที่อยู่อาศัยในอยุธยาและสระบุรีเพิ่มขึ้น 108.4% จากแรงซื้อคนทำงานนิคมฯ ขณะที่ประจวบฯ และเพชรบุรีลดลง 25%

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Property & Construction
- เผยแพร่: 2026-10-08T18:07:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T18:07:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/property/reic-central-western-housing-h1-2026-ayutthaya/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **REIC** รายงานเมื่อ **7 ตุลาคม 2026** ว่าครึ่งแรกปี 2026 หน่วยขายได้ใหม่ของที่อยู่อาศัยในภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยาและสระบุรี) เพิ่มขึ้น **108.4%** จากปีก่อน ส่วนภาคตะวันตก (ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี) ลดลง **25%**
- พระนครศรีอยุธยามีหน่วยขายได้ใหม่โต **121.9%** อุปทานคงเหลือลดลง 12.3% เหลือ 7,648 หน่วย และคาดว่าจะขายหมดในราว **44 เดือน**
- เพชรบุรี (ไม่รวมวิลล่า) หน่วยขายได้ใหม่ลดลง 45.6% และอาคารชุดมีอัตราดูดซับเพียง 0.4% ต่อเดือน คาดต้องใช้เวลาขายสต็อกถึง **232 เดือน**
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ–ปริมณฑลของ REIC ไตรมาส 3 ปี 2026 ในภาวะปัจจุบันอยู่ที่ **51.3** สูงกว่าค่ากลาง 50.0 แต่ดัชนีอีก 6 เดือนข้างหน้าลดลงเหลือ **49.8**

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าครึ่งแรกปี 2026 (H1/2569) หน่วยขายได้ใหม่ของที่อยู่อาศัยในพระนครศรีอยุธยาและสระบุรีเพิ่มขึ้น 108.4% จากปีก่อน ด้วยแรงซื้อของคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีซึ่งพึ่งผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศลดลง 25%

วันเดียวกัน REIC เผยแพร่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ไตรมาส 3 ปี 2026 ดัชนีภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) อยู่ที่ 51.3 สูงกว่าค่ากลาง 50.0 แต่ดัชนีอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) อยู่ที่ 49.8 ต่ำกว่าค่ากลาง เมื่ออ่านสองชุดข้อมูลคู่กัน ตลาดที่อยู่อาศัยยังฟื้นไม่ทั่วถึง ทั้งระหว่างพื้นที่และระหว่างมุมมองวันนี้กับอีก 6 เดือนข้างหน้า

## ตัวเลขรายจังหวัดจาก REIC

| จังหวัด | อุปทานรวม (หน่วย) | หน่วยขายได้ใหม่ | อุปทานคงเหลือ (หน่วย) | เวลาขายสต็อกที่เหลือ |
| --- | --- | --- | --- | --- |
| พระนครศรีอยุธยา | 8,691 (−5.4%) | +121.9% | 7,648 (−12.3%) | ราว 44 เดือน |
| สระบุรี | 3,991 (+40.0%) | +80.8% | 3,577 (+36.4%) | 52 เดือน |
| ประจวบคีรีขันธ์* | 2,439 (−12.9%) | −33.26% | 2,116 (−8.7%) | 66 เดือน |
| เพชรบุรี* | 2,371 (+4.5%) | −45.6% | 2,235 (+10.8%) | 98 เดือน |

*ไม่รวมที่อยู่อาศัยประเภทวิลล่า ตัวเลขในวงเล็บเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อุปทานรวมของอยุธยามีมูลค่า 29,653 ล้านบาท และอุปทานคงเหลือมีมูลค่า 26,336 ล้านบาท ส่วนสระบุรีมีอุปทานรวม 13,252 ล้านบาท และอุปทานคงเหลือ 12,042 ล้านบาท

![ตัวเลขหน่วยขายได้ใหม่รายจังหวัดครึ่งแรกปี 2026 จากรายงานของ REIC](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/reic-central-western-housing-h1-2026-ayutthaya/reic-new-sales-h1-2026-tiles.webp?v=519edd91) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)))_

## ภาคกลาง: นิคมอุตสาหกรรมดันตลาดอยุธยาและสระบุรี

REIC ระบุว่าตลาดอยุธยาเติบโตจากผู้ใช้แรงงานและพนักงานในนิคมอุตสาหกรรม แม้อุปทานรวมลดลง 5.4% เพราะผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่ แต่หน่วยขายได้ใหม่ที่โต 121.9% ทำให้อุปทานคงเหลือลดลง 12.3% และอัตราดูดซับดีขึ้น ส่วนสระบุรีขับเคลื่อนด้วยบ้านจัดสรรเป็นหลัก อุปทานรวมเพิ่มขึ้น 40.0% หน่วยขายได้ใหม่เพิ่ม 80.8% อัตราดูดซับรวมขยับขึ้นเป็น 1.7% ต่อเดือน แต่อุปทานคงเหลือก็เพิ่มขึ้น 36.4%

ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการ REIC อธิบายว่าการเติบโตของสองจังหวัดนี้ไม่ได้มาจากแรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปเท่านั้น แต่มาจากการกระจายฐานการผลิตระดับโลกและการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งดึงวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ เขามองว่าการเปิดทางยกระดับอุตราภิมุขส่วนต่อขยายรังสิต–บางปะอิน (M5) และรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา (ระยะที่ 1) จะเปลี่ยนอยุธยาเป็น "Bangkok Neighbor" ที่เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ ได้สะดวก เกิดความต้องการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่สำหรับคนทำงานในกรุงเทพฯ และคอนโดมิเนียมให้เช่าสำหรับวิศวกรและผู้บริหาร

## ภาคตะวันตก: สต็อกคอนโดเพชรบุรีต้องใช้ 232 เดือน

ฝั่งตะวันตกพึ่งผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศและนักลงทุน ประจวบคีรีขันธ์ (ไม่รวมวิลล่า) มีอุปทานรวมลดลง 12.9% เพราะหน่วยเสนอขายอาคารชุดลดลง 45.59% หน่วยขายได้ใหม่ลดลง 33.26% อัตราดูดซับเฉลี่ย 2.20% ต่อเดือน (บ้านจัดสรร 1.0% อาคารชุด 3.9%)

เพชรบุรีหนักกว่า มีโครงการใหม่เข้าตลาด 246 หน่วย ทั้งหมดเป็นบ้านจัดสรรในโซนชะอำ ขณะที่หน่วยขายได้ใหม่ลดลง 45.6% และอาคารชุดลดลงถึง 81.9% อุปทานคงเหลือแยกเป็นบ้านจัดสรร 1,346 หน่วย (เพิ่ม 27.9%) และอาคารชุด 889 หน่วย (ลด 8.0%) อัตราดูดซับรวมเพียง 1.0% ต่อเดือน อาคารชุดเหลือ 0.4% ต่อเดือน ซึ่ง REIC คาดว่าต้องใช้เวลาขายถึง 232 เดือน เทียบกับบ้านจัดสรร 71 เดือน

![ระยะเวลาที่คาดว่าจะขายอุปทานคงเหลือหมดของแต่ละจังหวัด โดยอาคารชุดเพชรบุรีสูงสุดที่ 232 เดือน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/reic-central-western-housing-h1-2026-ayutthaya/reic-months-to-sell-remaining-supply.webp?v=d93e1ba3) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)))_

REIC ยังมองเห็นโอกาสจากโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M82 ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้วที่เปิดทดลองให้บริการ และรถไฟทางคู่สายใต้ช่วงนครปฐม–หัวหิน–ชุมพร ซึ่งช่วยลดเวลาเดินทางสู่ชะอำ–หัวหิน ทำเลนี้ยังดึงดูดผู้เกษียณทั้งไทยและต่างชาติและกลุ่มพำนักระยะยาว (Long-Stay) และ REIC มองว่าการชะลอเปิดโครงการใหม่ช่วยให้ตลาดปรับสมดุลได้

## ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการกรุงเทพฯ ไตรมาส 3

ตัวเลขดัชนีของ REIC ไตรมาส 3 ปี 2026 สะท้อนภาพที่ปะปนกัน ดัชนีภาวะปัจจุบันขึ้นจาก 46.9 ในไตรมาส 2 เป็น 51.3 และสูงกว่า 45.8 ในไตรมาส 3 ปี 2025 แต่ดัชนีอีก 6 เดือนข้างหน้าลดลงจาก 53.5 เป็น 49.8 และต่ำกว่า 54.4 ของช่วงเดียวกันปีก่อน REIC ใช้ 50.0 เป็นค่ากลาง ค่าที่ต่ำกว่านี้หมายถึงผู้ประกอบการยังขาดความเชื่อมั่น

| ดัชนี | ไตรมาส 3/2025 | ไตรมาส 2/2026 | ไตรมาส 3/2026 |
| --- | --- | --- | --- |
| ภาวะปัจจุบัน | 45.8 | 46.9 | 51.3 |
| อีก 6 เดือนข้างหน้า | 54.4 | 53.5 | 49.8 |

![ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ภาวะปัจจุบันเทียบกับอีก 6 เดือนข้างหน้า](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/reic-central-western-housing-h1-2026-ayutthaya/reic-developer-sentiment-q3-2026.webp?v=829421ce) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)))_

หน้ารายงานสาธารณะของ REIC ยังไม่ได้อธิบายสาเหตุของตัวเลขไตรมาสนี้ รายละเอียดอยู่ในรายงานฉบับเต็มสำหรับสมาชิก ขณะที่ฝั่งผู้บริโภค [ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2026 ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน](/economy/thailand-consumer-confidence-index-september-2026-utcc/) จากน้ำท่วมและราคาดีเซล

## ผลต่อองค์กรไทย

- **ผู้พัฒนาอสังหาฯ ควรตามการจ้างงาน** ตัวเลขของ REIC ชี้ว่าทำเลที่ยอดขายโตคือทำเลที่มีนิคมอุตสาหกรรมและการจ้างงานทักษะสูง สินค้าที่ REIC ระบุว่ามีความต้องการคือบ้านจัดสรรขนาดใหญ่สำหรับคนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และคอนโดให้เช่าสำหรับวิศวกรและผู้บริหาร
- **ระวังสระบุรี** หน่วยขายได้ใหม่โต 80.8% แต่อุปทานรวมโต 40.0% และอุปทานคงเหลือโต 36.4% ผู้ที่จะเปิดโครงการเพิ่มควรดูอัตราดูดซับรายทำเลก่อน
- **ฝั่งตะวันตกเน้นระบายสต็อก** อาคารชุดเพชรบุรีที่ต้องใช้ 232 เดือนเป็นสัญญาณชัดว่าไม่ควรเพิ่มอุปทานคอนโด ผู้ประกอบการและสถาบันการเงินที่มีทรัพย์ในพื้นที่ควรเตรียมแผนขายหรือปรับเงื่อนไขสินเชื่อโครงการ
- **นายจ้างในนิคมอุตสาหกรรม** เมื่อมีการจ้างวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติเพิ่มในพื้นที่ ที่พักใกล้โรงงานกลายเป็นเรื่องที่ฝ่ายบุคคลต้องวางแผน บริษัทที่ขยายโรงงานในอยุธยาและสระบุรีอาจพิจารณาความร่วมมือกับผู้พัฒนาโครงการหรือที่พักให้เช่าในพื้นที่
- **ผู้รับเหมาและผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง** ตัวเลขหน่วยขายได้ใหม่ชี้ว่าความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ช่วงนี้อยู่ในภาคกลางมากกว่าภาคตะวันตก ควรจัดสรรกำลังขายและการผลิตตามนั้น ติดตามข่าวอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างเพิ่มเติมได้ที่[หมวดอสังหาริมทรัพย์](/property/)

## คำถามที่พบบ่อย

### REIC รายงานตลาดที่อยู่อาศัยภาคกลางครึ่งแรกปี 2026 ว่าอย่างไร?

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าหน่วยขายได้ใหม่ในพระนครศรีอยุธยาและสระบุรีรวมกันเพิ่มขึ้น 108.4% จากปีก่อน โดยอยุธยาโต 121.9% และสระบุรีโต 80.8% แรงหนุนหลักคือคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรม

### ทำไมตลาดบ้านอยุธยาจึงโตแรงในปี 2026?

REIC อธิบายว่าอยุธยาได้แรงซื้อจากผู้ใช้แรงงานและพนักงานในนิคมอุตสาหกรรม การย้ายฐานการผลิตระดับโลกและการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทำให้มีการจ้างวิศวกรและบุคลากรทักษะสูงเพิ่ม และทางยกระดับ M5 ส่วนต่อขยายกับรถไฟความเร็วสูงไทย–จีนจะทำให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ สะดวกขึ้น

### ตลาดคอนโดเพชรบุรีมีสต็อกเหลือมากแค่ไหน?

REIC ประเมินว่าอาคารชุดในเพชรบุรีมีอัตราดูดซับเพียง 0.4% ต่อเดือน ณ ครึ่งแรกปี 2026 จึงคาดว่าต้องใช้เวลาขายอุปทานคงเหลือถึง 232 เดือน ขณะที่หน่วยขายได้ใหม่ของอาคารชุดในจังหวัดลดลง 81.9% จากปีก่อน

### ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯ ไตรมาส 3 ปี 2026 เท่าไร?

REIC รายงานเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ไตรมาส 3 ปี 2026 ในภาวะปัจจุบันอยู่ที่ 51.3 เพิ่มจาก 46.9 ในไตรมาสก่อน ส่วนดัชนีอีก 6 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 49.8 ลดลงจาก 53.5


## แหล่งอ้างอิง

- [REIC เปิดภาพตลาดที่อยู่อาศัยภาคกลาง–ภาคตะวันตก ครึ่งแรกปี 2569 ภาคกลางดีมานด์นิคมฯ หนุนยอดขายพุ่ง 108.4% ภาคตะวันตกอัตราดูดซับชะลอตัว](https://www.reic.or.th/Activities/PressRelease/297) — ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- [REIC Press Release 7 ตุลาคม 2569 (PDF)](https://www.reic.or.th/Upload/2026-10-07-reic-press-release-central-western-housing-market-h1_32312_1791365818_83672.pdf) — ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- [ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 3 ปี 2569](https://www.reic.or.th/Research/REICReport/1949) — ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- [ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569](https://www.reic.or.th/Research/REICReport/1940) — ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
