# เรือรูปสัตว์: เรือครุฑ เรือกระบี่ เรือพาลี และเรืออสูรปักษา ประวัติ ขนาด และฝีพาย

> เรือรูปสัตว์คือ เรือพระราชพิธี ที่หัวเรือเป็นรูปครุฑ วานร หรืออสูรปักษา ส่วนใหญ่สร้างครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 1 เสียหายจากระเบิดปี 2487 และบูรณะใหม่ปี 2508

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-22T14:01:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T14:01:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- กรมศิลปากรระบุว่า **เรืออสุรวายุภักษ์ จัดว่าเป็นเรือรูปสัตว์** โขนเรือสลักเป็นรูปยักษ์ กายเป็นนก ส่วนเรือคู่อื่นมีโขนเรือรูปครุฑจับนาค และรูปวานรจากเรื่องรามเกียรติ์
- เรือครุฑ เรือกระบี่ เรือพาลีและสุครีพ และเรืออสูรปักษา **สร้างครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พ.ศ. 2325–2352)** ตามข้อมูลกรมศิลปากร
- ระเบิดจากอากาศยานสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เรือเสียหายมาก ใน **พ.ศ. 2508** กองทัพเรือและกรมศิลปากรร่วมกันบูรณะ โดยหลายลำใช้หัวเรือเดิมมาประกอบ
- เรือที่ยาวที่สุดในกลุ่มคือ**เรืออสุรวายุภักษ์และเรืออสุรปักษี ยาว 31 เมตร** ใช้ฝีพาย 40 คน ส่วนเรือครุฑยาว 28.58 เมตร ใช้ฝีพาย 34 คน
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ยกฐานะจากอู่เก็บเรือเมื่อ **พ.ศ. 2517** และเปิด **09.00–17.00 น. ทุกวัน** ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และสงกรานต์ (ตรวจเมื่อ 22 ต.ค. 2569)

**เรือรูปสัตว์** คือ เรือพระราชพิธี ที่หัวเรือหรือโขนเรือทำเป็นรูปสัตว์และตัวละครในตำนาน เช่น ครุฑจับนาค วานรจากเรื่องรามเกียรติ์ และอสูรที่มีร่างกายเป็นนก กรมศิลปากรระบุว่าเรือคู่หลักในกลุ่มนี้สร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 (พ.ศ. 2325–2352 หรือ ค.ศ. 1782–1809) เสียหายจากระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965)

## เรือรูปสัตว์ คืออะไร และใช้ทำอะไรในขบวนเรือ

หน้าประวัติพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ของกรมศิลปากรเขียนถึงเรืออสุรวายุภักษ์ว่า "จัดว่าเป็นเรือรูปสัตว์ โขนเรือสลักเป็นรูปยักษ์ กายเป็นนกสีครามปิดทองประดับกระจก" เรือรูปสัตว์เป็นเรือที่แล่นร่วมในกระบวนเรือ มีฝีพาย นายเรือ นายท้าย คนถือธงท้าย และพลสัญญาณประจำทุกลำ บางคู่มีคนกระทุ้งเส้าให้จังหวะและคนตีกลองชนะด้วย

เรือรูปสัตว์ทำเป็นคู่ ลำหนึ่งกับอีกลำมีรูปแบบคล้ายกันแต่ต่างสีหรือต่างตัวละคร เช่น ครุฑกายสีแดงกับครุฑกายสีชมพู หรือวานรสีขาวกับวานรสีดำ ชื่อเรือหลายคู่สะท้อนวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย อ่านภาพรวมของขบวนเรือทั้งหมดได้ใน[กระบวนพยุหยาตราชลมารค](/royal/royal-barge-procession-history/)

![โขนเรือรูปหนุมานของเรือกระบี่ปราบเมืองมาร ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/pc-barge-hanuman-figurehead-2012.webp?v=36d379e4) _(ภาพ: Mark Fischer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0))_

## ตารางเรือรูปสัตว์และเรือคู่ที่กรมศิลปากรบันทึก

| เรือคู่ | หัวเรือหรือโขนเรือ | ความยาวต่อลำ | ฝีพายต่อลำ |
| --- | --- | --- | --- |
| เรือครุฑเหินเห็จ / เรือครุฑเตร็จไตรจักร | ครุฑจับนาค 2 ตัว กายสีแดง / สีชมพู | 28.58 เมตร | 34 คน |
| เรือกระบี่ปราบเมืองมาร / เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ | วานรสีขาว (หนุมาน) / สีดำ (นิลพัท) | 26.80 เมตร | 36 คน |
| เรือพาลีรั้งทวีป / เรือสุครีพครองเมือง | วานรสวมมงกุฎ สีเขียว (พาลี) / สีแดง (สุครีพ) | 27.54 เมตร | 34 คน |
| เรืออสุรวายุภักษ์ / เรืออสุรปักษี | ร่างกายเป็นนก หน้าเป็นยักษ์ | 31 เมตร | 40 คน |
| เรือเอกชัยเหินหาว / เรือเอกชัยหลาวทอง | หัวเรือเชิดสูง เขียนลายรดน้ำรูปเหรา | 27.50 เมตร | 38 คน |
| เรือเสือทะยานชล / เรือเสือคำรณสินธุ์ | วาดลงสีรูปเสือ มีช่องปืนใหญ่ | 22.23 เมตร | 26 คน |

ตัวเลขของเรือรูปสัตว์ทุกตัวในตารางมาจากหน้าความรู้ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ที่อ้างพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากร

## เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร

กรมศิลปากรอธิบายว่าชื่อเรือคู่นี้สะท้อนอิทธิพลคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย ที่ครุฑเป็นเจ้าแห่งนกทั้งหลายและเป็นพาหนะของพระวิษณุ ครุฑเป็นศัตรูกับนาค ศิลปกรรมไทยจึงทำเป็นท่า "ครุฑยุดนาค" โขนเรือทั้งสองลำเป็นไม้จำหลักรูปครุฑจับนาค ๒ ตัวชูขึ้น ลงรักปิดทองประดับกระจก เรือครุฑเหินเห็จ ครุฑกายสีแดง ส่วนเรือครุฑเตร็จไตรจักร ครุฑกายสีชมพู

เรือรูปสัตว์คู่นี้สร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่เดิมเรือครุฑเหินเห็จใช้ชื่อว่า เรือครุฑเหิรระเห็จ หลังเสียหายจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพเรือและกรมศิลปากรบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2508 โดยใช้หัวเรือเดิมมาประกอบ แต่ละลำยาว 28.58 เมตร กว้าง 2.10 เมตร

![โขนเรือครุฑเหินเห็จ รูปครุฑจับนาค ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/pc-barge-garuda-figurehead-2012.webp?v=c73f83ec) _(ภาพ: Mark Fischer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0))_

## เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือกระบี่ราญรอนราพณ์

โขนเรือกระบี่ปราบเมืองมารเป็นรูปวานรร่างกายสีขาว ไม่สวมเครื่องประดับหัว กรมศิลปากรอธิบายว่าเป็นรูปของหนุมาน ทหารเอกของพระราม ส่วนโขนเรือกระบี่ราญรอนราพณ์เป็นรูปวานรร่างกายสีดำ คือนิลพัท ชื่อ "เมืองมาร" หมายถึงกรุงลงกาของทศกัณฐ์ และ "ราพณ์" เป็นอีกชื่อหนึ่งของทศกัณฐ์

ข้อมูลสองหน้าของกรมศิลปากรเรื่องที่มาของเรือคู่นี้ไม่ตรงกัน หน้าความรู้ของเรือคู่นี้ระบุว่าสร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 และปรากฏชื่อชัดเจนในเอกสารสมัยรัชกาลที่ 4 ขณะที่หน้าประวัติพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเรือกระบี่ปราบเมืองมาร "ไม่พบหลักฐานที่สร้าง" ได้รับความเสียหายจากระเบิดใน พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944) และกรมศิลปากรสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) แต่ละลำยาว 26.80 เมตร หนัก 5.62 ตัน มีคนตีกลองชนะ 10 คน

## เรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง

เรือรูปสัตว์คู่นี้มาจากเรื่องรามเกียรติ์เช่นกัน โขนเรือพาลีรั้งทวีปเป็นรูปวานรสวมมงกุฎ ร่างกายสีเขียว คือพาลี พระราชาเมืองขีดขิน ส่วนโขนเรือสุครีพครองเมืองเป็นวานรสวมมงกุฎร่างกายสีแดง คือสุครีพ น้องชายของพาลีที่ขึ้นครองเมืองขีดขิน เดิมเรือพาลีรั้งทวีปใช้ชื่อว่า เรือพาลีล้างทวีป หัวเรือกว้างมีรูกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ แต่ละลำยาว 27.54 เมตร หนัก 6.97 ตัน

## เรืออสุรวายุภักษ์ และ เรืออสุรปักษี

ชื่อเรือคู่นี้มาจากภาษาสันสกฤต อสุรวายุภักษ์ แปลว่า "อสูรผู้มีลมเป็นอาหาร" และอสุรปักษี แปลว่า "อสูรผู้เป็นนก" หัวเรือทั้งสองลำมีร่างกายเป็นนก หน้าเป็นยักษ์ ลงรักปิดทองประดับกระจก อสุรวายุภักษ์ใส่เสื้อสีม่วง มือและเท้าสีคราม ส่วนอสุรปักษีใส่เสื้อด้านหน้าสีม่วง ด้านหลังสีเขียว ในสมัยรัชกาลที่ 4 เรืออสุรปักษีใช้ชื่อว่า อสุรปักษีสมุทร หรือ อสุรปักษา เรือรูปสัตว์คู่นี้ยาวที่สุดในกลุ่ม คือ 31 เมตร ใช้ฝีพาย 40 คน

![โขนเรืออสุรวายุภักษ์ รูปอสูรร่างกายเป็นนก ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/pc-barge-asura-vayuphak-2012.webp?v=56930005) _(ภาพ: Mark Fischer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0))_

## เรือเอกชัย และ เรือเสือ: หัวเรือที่เขียนลายรูปสัตว์

เรือเอกชัยเหินหาวและเรือเอกชัยหลาวทองไม่มีโขนเรือแกะสลัก แต่หัวเรือเชิดสูงงอน ลงรักปิดทองเขียนลายรดน้ำรูปเหรา สัตว์ในตำนานที่คล้ายมังกรแต่มีหัวเป็นงูหรือนาค กรมศิลปากรระบุว่า ชื่อเรือ 2 ลำนี้ปรากฏอยู่ในสมุดภาพเรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199–2231 หรือ ค.ศ. 1656–1688) เรือคู่นี้ถือว่าเป็น "เรือคู่ชัก" ใช้เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เมื่อน้ำเชี่ยวหรือต้องการให้แล่นเร็วขึ้น และเป็นเรือคู่นำหน้าเรือพระที่นั่ง

เรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ดัดแปลงมาจากเรือรบ สมัยโบราณเรียกว่า เรือพิฆาต หัวเรือวาดลงสีรูปเสือและมีช่องปืนใหญ่ยื่นออกมา ชื่อเรือคู่นี้ปรากฏในลิลิตกระบวนแห่ปี พ.ศ. 2387 (ค.ศ. 1844) แต่ไม่ทราบว่าสร้างครั้งแรกเมื่อใด และซ่อมแซมขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991)

## ลำดับเหตุการณ์ของเรือรูปสัตว์

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 2199–2231 (1656–1688) | ชื่อเรือเอกชัยเหินหาวและเอกชัยหลาวทองปรากฏในสมุดภาพเรือ รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช |
| 2325–2352 (1782–1809) | สร้างเรือครุฑ เรือกระบี่ เรือพาลีและสุครีพ เรืออสูรปักษา และเรือเอกชัยตามรูปลักษณ์ปัจจุบันครั้งแรก |
| 2387 (1844) | ชื่อเรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ปรากฏในลิลิตกระบวนแห่ |
| 2394–2411 (1851–1868) | ชื่อเรือกระบี่ปรากฏชัดในเอกสาร เรืออสุรปักษีใช้ชื่อ อสุรปักษีสมุทร หรือ อสุรปักษา |
| 2487 (1944) | ระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้อู่และเรือเสียหาย |
| 2490 (1947) | กรมศิลปากรรับหน้าที่ซ่อมแซมดูแลรักษาเรือ |
| 2508 (1965) | กองทัพเรือและกรมศิลปากรบูรณะเรือครุฑ เรือเอกชัย และเรืออสูรปักษา |
| 2510 (1967) | กรมศิลปากรสร้างเรือกระบี่ปราบเมืองมารขึ้นใหม่ ตามหน้าประวัติพิพิธภัณฑ์ |
| 2517 (1974) | อู่เก็บเรือยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี |
| 2534 (1991) | ซ่อมแซมเรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ |

## ชมเรือรูปสัตว์ได้ที่ไหน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เดิมเป็นอู่หรือโรงเก็บเรือพระราชพิธี และยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อ พ.ศ. 2517 หน้าประวัติของกรมศิลปากรระบุเรือรูปสัตว์ที่เคยจัดแสดงไว้ เช่น เรืออสุรวายุภักษ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือครุฑเหินเห็จ และเรือเอกชัยเหินหาว รวมทั้งโขนเรือที่เสียหายจากสงครามซึ่งเก็บรักษาไว้ในโรงเก็บเรือ

- **ที่ตั้ง**: ริมคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เดินทางได้ทั้งทางน้ำและทางบก
- **เวลาเปิด**: 09.00–17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์ ตามพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากร
- **โทรศัพท์**: 02-424-0004
- ข้อมูลนี้ตรวจเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 เรือบางลำอาจถูกนำออกไปเตรียมขบวนเรือ ควรสอบถามพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง

![ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/pc-barge-museum-hall-2015.webp?v=af924e4c) _(ภาพ: Mr.Peerapong Prasutr / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_

## ภาพบันทึก

![พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/pc-barge-museum-2015.webp?v=b47e2772) _(ภาพ: Mr.Peerapong Prasutr / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_
![ภาพหน้าจอหน้าความรู้เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร บนเว็บไซต์กรมศิลปากร](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/animal-figurehead-barges-thai-royal-barge-procession/pc-barge-finearts-krut-page.webp?v=29212971) _(ภาพ: กรมศิลปากร (ภาพหน้าจอ))_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

เรือรูปสัตว์เป็นทั้งเรือที่ยังใช้งานในขบวนเรือ และงานช่างไม้จำหลักลงรักปิดทองประดับกระจกที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 กรมศิลปากรบันทึกว่า "เรือพระราชพิธีเป็นเรือที่มีประวัติสำคัญมาแต่โบราณ" และ "ยังสามารถนำมาใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้" ทั้งยังเก็บโขนเรือเก่าที่เสียหายจากสงครามไว้ให้ผู้สนใจได้เห็นความประณีตของงานช่าง ชื่อเรือแต่ละคู่ยังเป็นบันทึกของวรรณกรรมรามเกียรติ์และคติความเชื่อเรื่องครุฑกับนาคที่อยู่ในศิลปะไทย อ่านเรื่องเรือ ราชรถ และรถไฟลำอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่[หน้ารวมหมวดนี้](/royal/royal-vehicles/)

## คำถามที่พบบ่อย

### เรือรูปสัตว์ในขบวนเรือมีลำใดบ้าง?

เรือรูปสัตว์ที่กรมศิลปากรบันทึกไว้เป็นคู่ เช่น เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง และเรืออสุรวายุภักษ์ และ เรืออสุรปักษี ซึ่งโขนเรือเป็นรูปครุฑ วานร และอสูรที่มีร่างกายเป็นนก

### เรือรูปสัตว์สร้างขึ้นเมื่อไร?

กรมศิลปากรระบุว่าเรือรูปสัตว์หลายคู่ สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พุทธศักราช 2325 - 2352) ต่อมาระเบิดจากอากาศยานในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เรือเสียหายมาก และกองทัพเรือกับกรมศิลปากรร่วมกันบูรณะใน พ.ศ. 2508

### เรือกระบี่ปราบเมืองมารเป็นรูปอะไร?

โขนเรือกระบี่ปราบเมืองมาร เป็นรูปวานร (ลิง) ร่างกายสีขาว ไม่สวมเครื่องประดับหัว กรมศิลปากรอธิบายว่าเป็นรูปของหนุมาน ทหารเอกของพระราม ส่วนเรือกระบี่ราญรอนราพณ์ที่เป็นคู่กันมีโขนเรือรูปวานรร่างกายสีดำ คือนิลพัท

### ชมเรือรูปสัตว์ได้ที่ไหน?

เรือรูปสัตว์บางลำจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมศิลปากรระบุว่าเปิดให้เข้าชมเวลา 09.00 - 17.00 นาฬิกา ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์ ควรตรวจสอบกับพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง


## แหล่งอ้างอิง

- [เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/47583) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
- [เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือกระบี่ราญรอนราพณ์](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/47582) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
- [เรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/47589) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
- [เรืออสุรวายุภักษ์ และ เรืออสุรปักษี](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/47590) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
- [เรือเอกชัยเหินหาว และ เรือเอกชัยหลาวทอง](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/47581) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
- [เรือเสือทะยานชล และ เรือเสือคำรณสินธุ์](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/47580) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
- [พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี](https://www.finearts.go.th/museumroyalbarges/view/9803) — กรมศิลปากร
- [พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง)](http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/royalbarges/index.php/th/about-us.html) — กรมศิลปากร
