# พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2504 สถาปัตยกรรม สวนกุหลาบ และการเข้าชม

> พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ บนดอยบวกห้า เชียงใหม่ สร้างใน พ.ศ. 2504 เป็น ที่ประทับ ในภาคเหนือและที่ รับรองพระราชอาคันตุกะ มีสวนกุหลาบและเปิดให้เข้าชม

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-08T18:54:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T18:54:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/bhubing-palace-history/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์** ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ สูงจากระดับน้ำทะเล **1,373.197 เมตร** มีเนื้อที่โดยรอบประมาณ **400 ไร่** เปิดให้ชมประมาณ 200 ไร่
- วางศิลาฤกษ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ **24 สิงหาคม พ.ศ. 2504** การก่อสร้างใช้เวลา **5 เดือน** แปลนออกแบบโดยหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร รูปด้านออกแบบโดย หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี
- ใช้ รับรองพระราชอาคันตุกะ เป็นครั้งแรกเมื่อ **มกราคม พ.ศ. 2505** คือ สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดริคที่ 9 และ สมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งเดนมาร์ก
- สำนักพระราชวังปิดการเข้าชมเพื่อปรับปรุงตั้งแต่ **24 มีนาคม 2566** และเปิดอีกครั้งตั้งแต่ **15 มกราคม 2568** ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 50 บาท

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ใน พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961) เพื่อเป็น ที่ประทับ เมื่อ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อ รับรองพระราชอาคันตุกะ จากต่างประเทศ

บทความนี้รวบรวมประวัติ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จากหน้าข้อมูลการเยี่ยมชม พระราชประวัติ และประกาศของหน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับข้อมูลของเทศบาลเมืองสุเทพ ตั้งแต่ที่มาของชื่อ ผู้ออกแบบ ห้องสำคัญ การรับรองประมุขต่างประเทศ ไปจนถึงสวนดอกไม้และการเข้าชมในปัจจุบัน ส่วน พระราชวัง แห่งอื่นอยู่ในหมวด [ พระราชวัง และ พระที่นั่ง ](/royal/palaces/)

## พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

- ที่ตั้ง: ดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากวัดพระธาตุดอยสุเทพประมาณ 4 กิโลเมตร ตามข้อมูลของเทศบาลเมืองสุเทพ
- ความสูง: 1,373.197 เมตร จากระดับน้ำทะเล
- เนื้อที่: โดยรอบประมาณ 400 ไร่ เป็นบริเวณที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมประมาณ 200 ไร่
- ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2504 ตามหน่วยราชการในพระองค์ (เทศบาลเมืองสุเทพระบุ พ.ศ. 2503)
- วางศิลาฤกษ์: วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2504 เวลา 10 นาฬิกา 49 นาที การก่อสร้างใช้เวลา 5 เดือน
- รูปแบบ: แผนผังแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า "เรือนหมู่" สถาปัตยกรรมไทยประเพณีประยุกต์
- ผู้ออกแบบ: หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร (แปลน) และ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี (รูปด้านและการตกแต่งภายใน)
- พระราชอาคันตุกะ ชุดแรก: สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดริคที่ 9 และ สมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งเดนมาร์ก เดือนมกราคม พ.ศ. 2505
- ประกาศการเข้าชม: สำนักพระราชวัง

## ดอยบวกห้า: ที่ตั้งและความหมายของชื่อดอย

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนยอดดอยที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า "ดอยบวกห้า" หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่าเป็นชื่อตามคำพื้นเมือง ดอย หมายถึงภูเขา บวก หมายถึงหนองน้ำ และ ห้า หมายถึงต้นหว้า รวมความว่ายอดดอยแห่งนี้มีหนองน้ำที่มีต้นหว้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ

ยอดดอยที่ตั้ง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,373.197 เมตร เนื้อที่โดยรอบประมาณ 400 ไร่ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นบริเวณที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมประมาณ 200 ไร่ เทศบาลเมืองสุเทพ ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่ตั้ง ระบุว่าที่นี่อยู่บนดอยสุเทพ ห่างจากวัดพระธาตุดอยสุเทพประมาณ 4 กิโลเมตร

หน้าข้อมูลการเยี่ยมชมของหน่วยราชการในพระองค์บรรยายภาพของที่นี่ในยามเช้าฤดูหนาวไว้ว่า กลุ่มสายหมอกจะลอยพาดผ่านยอดดอย ไม้ดอกนานาพันธุ์คลี่กลีบรับแสงตะวัน และดอกกุหลาบหลากสีเบ่งบาน ซึ่งเป็นภาพที่หาได้ยากในที่อื่นของประเทศไทย

![ถนนภายในพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่และหมอกปกคลุม ภาพเผยแพร่เมื่อพฤษภาคม 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-misty-road.webp?v=6bb0bcc7) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

## การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ และวัตถุประสงค์ของการสร้าง

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็น ที่ประทับ ในโอกาสที่ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อ รับรองพระราชอาคันตุกะ ที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่าง ๆ

สำหรับเหตุผล การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งเดียวกันให้ไว้ดังนี้

- อากาศเย็นสบาย
- ภูมิประเทศสวยงาม
- เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน
- ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีต ขนบธรรมเนียม และประเพณีไว้

พระราชประวัติ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ระบุว่า ในชุดการเยี่ยมราษฎรอย่างเป็นทางการที่เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2498 การ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ มีขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 17 มีนาคม พ.ศ. 2501 เป็นเวลา 19 วัน ส่วนการสร้าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ บนดอยบวกห้าเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2504

## ที่มาของนาม "ภูพิงคราชนิเวศน์"

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่า "ภูพิงคราชนิเวศน์" โดย ทรงเลือกจาก หนึ่งในสองชื่อซึ่ง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย ได้แก่

- "พิงคัมพร"
- "ภูพิงคราชนิเวศน์"

ชื่อที่ใช้ในเอกสารทางการมีหลายแบบ หน้าข้อมูลการเยี่ยมชมเขียนเต็มว่า พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และเขียนย่อว่า พระตำหนักภูพิงค์ฯ ส่วนประกาศของสำนักพระราชวังเรื่องการเปิดและปิดการเข้าชมเขียนว่า พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ผู้ค้นข้อมูลจึงอาจพบทั้งสามแบบ บทความนี้ใช้ชื่อตามหน้าข้อมูลการเยี่ยมชม

## ผู้ออกแบบ การก่อสร้าง และการวางศิลาฤกษ์ พ.ศ. 2504

แปลนของ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ออกแบบโดยหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร สถาปนิกพิเศษ กรมศิลปากร ส่วนรูปด้านออกแบบโดย หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี การก่อสร้างนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ดำเนินการ โดยมีหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง และมี หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี กับนายประดิษฐ์ ยุวพุกกะ จากกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เป็นผู้ช่วย

พิธีวางศิลาฤกษ์มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2504 เวลา 10 นาฬิกา 49 นาที โดย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกหลวงกัมปนาทแสนยากร องคมนตรี เป็น ผู้แทนพระองค์ การก่อสร้างใช้เวลา 5 เดือนก็แล้วเสร็จ

เมื่อตัวอาคารเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เป็นทั้งสถาปนิกและมัณฑนากร ออกแบบตกแต่งภายใน ทั้งในส่วนที่ประทับและส่วนที่ใช้รับรอง พระราชอาคันตุกะทั้งหมด ในแบบไทยประยุกต์ที่ดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานแบบสากลมากขึ้น

ปีที่สร้าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ในแหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน เทศบาลเมืองสุเทพระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 ขณะที่หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ใน พ.ศ. 2504 และวางศิลาฤกษ์ในปีเดียวกัน บทความนี้ใช้ปีตามหน่วยราชการในพระองค์

## สถาปัตยกรรมแบบ "เรือนหมู่" ของ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ มีแผนผังแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า "เรือนหมู่" รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นไทยประเพณีประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูง และมี หลังคาทรงไทย ภายในประกอบด้วย

- ท้องพระโรง
- ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องสรง
- ส่วนของ พระราชอาคันตุกะ ซึ่งตั้งอยู่คนละด้าน
- เฉลียงใหญ่ และพลับพลาหอนก ซึ่ง เป็นที่ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่

อาคาร พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ แบ่งการใช้งานตามชั้น ชั้นบนเป็นที่ประทับ ส่วนชั้นล่างเป็นที่อยู่ของมหาดเล็กและคุณข้าหลวง

![อาคาร พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ หลังคาทรงไทย ชื่ออาคารตามป้ายในภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-main-building.webp?v=b735e848) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

## พระราชอาคันตุกะ ที่ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ได้ใช้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ในการรับรอง พระราชอาคันตุกะเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) คือ สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดริคที่ 9 และ สมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งเดนมาร์ก

หลังจากนั้นมีประมุขของประเทศต่าง ๆ เป็น พระราชอาคันตุกะ มาประทับและพักที่ พระตำหนักแห่งนี้ อีกหลายประเทศ ตัวอย่างที่แหล่งทางการระบุชื่อไว้ ได้แก่

- สมเด็จพระนางเจ้าจูเลียน่า และเจ้าชายเบอร์ฮาร์ท จากประเทศเนเธอร์แลนด์
- สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง และ พระราชินีฟาบิโอล่า แห่งประเทศเบลเยียม

แหล่งเดียวกันระบุด้วยว่า อาคารอื่น ๆ ในพื้นที่ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นภายหลัง

![เรือนรับรอง ใน พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และแปลงกุหลาบด้านหน้า ชื่ออาคารตามป้ายในภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-ruen-rab-rong.webp?v=0a8fbf29) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

## ที่ประทับ ในภาคเหนือ และจุดเริ่มของโครงการหลวง

พระราชประวัติ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ระบุว่า หลังการเยี่ยมราษฎรทุกภูมิภาคในช่วง พ.ศ. 2498–2502 ทรงถือเป็นธรรมเนียมที่จะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภูพิงคราชนิเวศน์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [ภูพานราชนิเวศน์](/royal/phu-phan-palace-history/) ภาคใต้ [ทักษิณราชนิเวศน์](/royal/thaksin-palace-history/) รวมทั้ง พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน เพื่อทรงงานช่วยเหลือพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารเป็นประจำทุกปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยราชการในพระองค์เรื่องงานโครงการหลวงระบุว่า นับตั้งแต่ พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชาวไทยภูเขา ที่หมู่บ้านดอยปุยใกล้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และ ทรงทราบ ว่าชาวไทยภูเขามีรายได้จากการปลูกท้อพื้นเมืองพอ ๆ กับการปลูกฝิ่น

จากนั้นได้ พระราชทานเงิน จำนวน 200,000 บาท ให้จัดหาแปลงศึกษาทดลองไม้ผลเขตหนาว ซึ่งต่อมาเรียกว่า "สวนสองแสน" และ โปรดเกล้าฯ ตั้ง "โครงการพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา" โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้อำนวยการโครงการ ต่อมาใน พ.ศ. 2535 โครงการหลวงเปลี่ยนสถานภาพเป็น "มูลนิธิโครงการหลวง" ซึ่งดำเนินงานมาถึงปัจจุบัน

## ศิลปาชีพ และการรักษาป่ารอบ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

ข้อมูล พระราชกรณียกิจ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ระบุว่า ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับชาวไทยภูเขา จากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพแผนกช่างเงิน ช่างทอง เพราะเครื่องเงินและเครื่องประดับแบบชาวเขาขายไม่คล่อง

ชาวไทยภูเขากลุ่มนี้ได้เข้าฝึกงานที่โรงฝึกศิลปาชีพ ในบริเวณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โดย ทรงแนะนำรูปแบบใหม่ ๆ แต่ยังคงลวดลายของแต่ละเผ่าพันธุ์ไว้ และโปรดให้ปั้นรูปสัตว์เป็นตัวอย่างให้ชาวไทยภูเขาทำขึ้นด้วยเนื้อเงิน

อีกด้านหนึ่งของชีวิตบนดอยคือการรักษาป่า ข้อมูลชุดเดียวกันเล่าว่า ระหว่างที่เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ หากทรงว่างพระราชกิจ ในช่วงบ่าย จะทรงพระราชดำเนินไปตามทางเท้าขึ้นเขาเข้าป่าไปเสมอ ถ้าทรงพบ ก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งบนกองใบไม้แห้งจนไฟเริ่มคุ จะ รับสั่งกับข้าราชบริพาร ว่าไม่ควรทิ้งเชื้อไฟลงในป่า และเมื่อพบไฟลุก จะทรงหยุดขบวนและมีพระราชเสาวนีย์ให้คนในขบวนไปดับไฟ

## อาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ตามภาพของหน่วยราชการในพระองค์

นอกจากองค์ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ แล้ว ภาพที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่และใช้ประกอบบทความนี้ มีป้ายระบุชื่ออาคารและจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ไว้ ได้แก่

- เรือนรับรอง (Ruen Rab Rong)
- หอพระ (Hor Phra) อาคารแบบไทยกลางสวนดอกไม้
- เรือนปีกไม้ (Ruen Peek Mai หรือ Log cabin)
- อาคารที่ป้ายภาษาอังกฤษระบุว่า Phrueksa Wisuthikhun Mansion และ The Eucalyptus Cottage 1
- พลับพลาผาหมอน ศาลาไม้ที่อยู่ท่ามกลางไม้ใหญ่
- อ่างเก็บน้ำ ที่มีน้ำพุอยู่กลางน้ำ

แหล่งข้อมูลทางการที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ระบุปีสร้างของอาคารเหล่านี้แยกแต่ละหลัง บอกไว้เพียงว่าอาคารอื่น ๆ ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นภายหลังองค์ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

![หอพระ อาคารแบบไทยท่ามกลางสวนดอกไม้ ชื่ออาคารตามป้ายในภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-hor-phra.webp?v=04d8dd6e) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

![เรือนปีกไม้ หรือ Log cabin อาคารแบบตะวันตกกลางสวน ชื่ออาคารตามป้ายในภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-log-cabin.webp?v=7178e495) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

## สวนกุหลาบ และไม้ดอกเมืองหนาว

ดอกกุหลาบเป็นภาพจำของ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ หน้าข้อมูลการเยี่ยมชมบรรยายว่าดอกกุหลาบหลากสีเบ่งบานบนยอดดอยในยามเช้าฤดูหนาว และประกาศของสำนักพระราชวังเมื่อเดือนมกราคม 2568 ระบุว่าผู้เข้าชมจะได้ชมความสวยงามของ ดอกกุหลาบ ไม้ดอกเมืองหนาว และ องค์พระตำหนักต่างๆ (เฉพาะบริเวณด้านนอก)

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ภาพจาก พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นประจำทุกสัปดาห์ ภาพเหล่านี้บันทึกพันธุ์ไม้และสัตว์ที่พบในสวน เช่น

- กุหลาบพันธุ์ต่าง ๆ เช่น Double Delight และ Sea Foam
- ดอกนางพญาเสือโคร่งริมอ่างเก็บน้ำ
- ไผ่บงใหญ่ ต้นแคแสด และว่านมหาบัวขาว
- ผีเสื้อถุงทองป่าสูง และผีเสื้อหางติ่งปารีส

![อ่างเก็บน้ำและน้ำพุ มองผ่านกิ่งดอกไม้สีชมพู ภาพเผยแพร่เมื่อมกราคม 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-reservoir.webp?v=e0a8bc1c) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

![กุหลาบพันธุ์ Double Delight หน้าอาคารแบบไทย ภาพเผยแพร่เมื่อกุมภาพันธ์ 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-double-delight-rose.webp?v=d7d06d7a) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

## ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 2501 (1958) | 27 กุมภาพันธ์ – 17 มีนาคม เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ เป็นเวลา 19 วัน |
| 2503 (1960) | ปีสร้างตามข้อมูลของเทศบาลเมืองสุเทพ |
| 2504 (1961) | ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น และวันที่ 24 สิงหาคม วางศิลาฤกษ์ เวลา 10 นาฬิกา 49 นาที ใช้เวลาก่อสร้าง 5 เดือน |
| 2505 (1962) | มกราคม รับรอง สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดริคที่ 9 และ สมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งเดนมาร์ก |
| 2512 (1969) | เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชาวไทยภูเขา ที่หมู่บ้านดอยปุย นำไปสู่สวนสองแสนและ โครงการพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา |
| 2535 (1992) | โครงการหลวงเปลี่ยนสถานภาพเป็นมูลนิธิโครงการหลวง |
| 2566 (2023) | 24 มีนาคม สำนักพระราชวังปิดการเข้าชมเพื่อปรับปรุง |
| 2568 (2025) | 15 มกราคม เปิดการเข้าชมอีกครั้ง (เฉพาะบริเวณด้านนอก) และตั้งแต่พฤษภาคม เริ่มเผยแพร่ภาพประจำสัปดาห์ |

## การเข้าชม พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ในปัจจุบัน

สำนักพระราชวังประกาศปิดการเข้าชม พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เพื่อปรับปรุงตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2566 จนกว่าจะแล้วเสร็จ และประกาศเปิดการเข้าชมอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โดยเปิดให้ชมเฉพาะบริเวณด้านนอก

ข้อมูลในหน้าคำถามที่พบบ่อยของหน่วยราชการในพระองค์ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้

- เวลาเปิดเข้าชม 08.30–16.00 น. ทุกวัน (ติดตามประกาศเพิ่มเติม) และจำหน่ายบัตร 08.30–15.30 น.
- ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 50 บาท
- ผู้พิการ พระสงฆ์ และเด็กส่วนสูงน้อยกว่า 120 เซนติเมตร ไม่มีค่าใช้จ่าย
- โทรศัพท์ 05-329-4599
- การแต่งกาย: เสื้อที่มีแขน กางเกงขายาวหรือกระโปรงคลุมเข่า และรองเท้าสุภาพ ไม่ควรสวมเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้น

ข้อมูลของเทศบาลเมืองสุเทพระบุว่า พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดให้ประชาชนเข้าชมในช่วงที่ไม่มีการ เสด็จแปรพระราชฐาน ผู้ที่จะเดินทางจึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสำนักพระราชวังก่อนทุกครั้ง

![ภาพประกาศสำนักพระราชวังเรื่องเปิดการเข้าชม ตั้งแต่ 15 มกราคม 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-reopening-notice-2025.webp?v=2a18886b) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

## ภาพบันทึก

![อาคารหลังคาจั่วและสวนดอกไม้ ภาพจากหน้าข้อมูลการเยี่ยมชมของหน่วยราชการในพระองค์](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-visitor-page.webp?v=fd7d913e) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![อาคารที่ป้ายภาษาอังกฤษระบุว่า Phrueksa Wisuthikhun Mansion ภาพเผยแพร่เมื่อมิถุนายน 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-phrueksa-wisuthikhun.webp?v=85b4d0e7) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![อาคารที่ป้ายภาษาอังกฤษระบุว่า The Eucalyptus Cottage 1 ภาพเผยแพร่เมื่อพฤษภาคม 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-eucalyptus-cottage.webp?v=8729b78e) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![พลับพลาผาหมอน ศาลาไม้ท่ามกลางไม้ใหญ่ ภาพเผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-phala-pha-mon.webp?v=294fbc91) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![ศาลาไม้หลังคาซ้อนชั้นบนสนามหญ้าริมทางเดิน ภาพเผยแพร่เมื่อตุลาคม 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-garden-pavilion.webp?v=7d588778) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![แปลงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวริมถนนภายใน ภาพเผยแพร่เมื่อมีนาคม 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-winter-flower-beds.webp?v=c30d0c73) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![ดอกกุหลาบที่ป้ายในภาพระบุชื่อพันธุ์ว่า ควีนสิริกิติ์ ภาพเผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-rose-queen-sirikit.webp?v=e2fd721a) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![กอไผ่บงใหญ่ มองจากโคนต้นขึ้นไป ภาพเผยแพร่เมื่อมิถุนายน 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-giant-bamboo.webp?v=a468ccc8) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![ผีเสื้อถุงทองป่าสูงเกาะดอกไม้ในสวน ภาพเผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2569](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-golden-birdwing.webp?v=78ef81fd) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_
![แปลงดอกไม้หน้าอาคารแบบไทย ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2550](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-rose-garden-2007.webp?v=0ac61f30) _(ภาพ: FredTC / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_
![เสาไม้แกะสลักใกล้อ่างเก็บน้ำ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2550](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/bhubing-palace-history/bhubing-palace-wood-carving-2007.webp?v=1af4b79d) _(ภาพ: FredTC / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ยังตั้งอยู่บนดอยบวกห้าพร้อมอาคารที่สร้างเพิ่มในภายหลัง สวนกุหลาบ ไม้ดอกเมืองหนาว และอ่างเก็บน้ำ สำนักพระราชวังยังจัดเตรียม พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นหนึ่งใน สถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร เช่น ในวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2569 ร่วมกับ พระบรมมหาราชวัง พระราชวังบางปะอิน วังไกลกังวล พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

เรื่องราวที่ผูกกับที่นี่ยังสืบต่อมาในสถาบันที่เกิดขึ้นใกล้เคียง ทั้งมูลนิธิโครงการหลวงที่เริ่มจากการเยี่ยมชาวไทยภูเขาที่หมู่บ้านดอยปุย และงานศิลปาชีพด้านเครื่องเงินของชาวไทยภูเขา อ่าน พระราชประวัติ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ที่บทความ [รัชกาลที่ 9](/royal/rama-9-bhumibol-adulyadej/) ส่วน พระราชวัง แห่งอื่นอยู่ในหมวด [ พระราชวัง และ พระที่นั่ง ](/royal/palaces/)

## คำถามที่พบบ่อย

### พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สร้างเมื่อไรและสร้างเพื่ออะไร?

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ใน พ.ศ. 2504 เพื่อใช้เป็น ที่ประทับ ในโอกาสที่ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อ รับรองพระราชอาคันตุกะ ส่วนเทศบาลเมืองสุเทพระบุปีสร้างเป็น พ.ศ. 2503

### ชื่อ ภูพิงคราชนิเวศน์ มีที่มาอย่างไร?

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนาม พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โดย ทรงเลือกจาก หนึ่งในสองชื่อที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ “พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์”

### ใครเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์?

แปลนออกแบบโดยหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร สถาปนิกพิเศษ กรมศิลปากร รูปด้านออกแบบโดย หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ดำเนินการก่อสร้าง โดยมี หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี และนายประดิษฐ์ ยุวพุกกะ จากกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เป็นผู้ช่วย การก่อสร้างใช้เวลา 5 เดือน

### เข้าชม พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ได้เวลาใดและค่าเข้าชมเท่าไร?

หน่วยราชการในพระองค์ระบุเวลาเปิดเข้าชม 08.30–16.00 น. ทุกวัน และจำหน่ายบัตร 08.30–15.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 50 บาท ผู้พิการ พระสงฆ์ และเด็กสูงน้อยกว่า 120 เซนติเมตร ไม่มีค่าใช้จ่าย ควรติดตามประกาศเพิ่มเติม หรือโทร 05-329-4599


## แหล่งอ้างอิง

- [พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ | ข้อมูลการเยี่ยมชม](https://www.royaloffice.th/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a7/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a1/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [คำถามที่พบบ่อย](https://www.royaloffice.th/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ](https://www.royaloffice.th/01/10/2025/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-2489-2559/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ศิลปาชีพ)](https://www.royaloffice.th/03/11/2025/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-3/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ทรงพิทักษ์รักษาสรรพสิ่ง)](https://www.royaloffice.th/30/10/2025/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [เชิญชวนเที่ยวงาน “โครงการหลวง 55” Love for the Earth](https://www.royaloffice.th/02/08/2024/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-55-love-for-the-earth/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [สำนักพระราชวัง แจ้งปิดการเข้าชม พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เพื่อปรับปรุง](https://www.royaloffice.th/23/03/2023/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a1-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-2566/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [สำนักพระราชวัง ขอแจ้งเปิดการเข้าชม พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป](https://www.royaloffice.th/10/01/2025/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-2568/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช ๒๕๖๙ แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่](https://www.royaloffice.th/24/12/2025/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-2569/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ (ข้อมูลท่องเที่ยว)](http://www.suthep.go.th/travel_view.php?cateid=1&id=42) — เทศบาลเมืองสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
