# สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก: พระราชประวัติ การศึกษา และงานการแพทย์

> พระราชประวัติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตั้งแต่ พ.ศ. 2434 การศึกษาที่เยอรมนีและฮาร์วาร์ด งานกับร็อกกี้เฟลเลอร์ ถึง “หมอเจ้าฟ้า” เชียงใหม่

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-08T17:28:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T17:28:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/prince-mahidol-biography/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร** อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 เป็น พระราชโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472
- พ.ศ. 2471 ทรงสำเร็จวิชาแพทย์ ทรงได้รับปริญญา Doctor of Medicine (M.D.) เกียรตินิยมชั้น Cum Laude จากมหาวิทยาลัย Harvard หลังได้ประกาศนียบัตรสาธารณสุข C.P.H. เมื่อ พ.ศ. 2464
- 25 เมษายน – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 ทรงงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ เรียกพระองค์ว่า “หมอเจ้าฟ้า”
- วันที่ 24 กันยายน ของทุกปีคือ **วันมหิดล** และเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 ยูเนสโกประกาศยกย่อง **สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร** เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การแพทย์ การพยาบาลและการสาธารณสุข

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1892) และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 พระชนมายุ 38 พรรษา ทรงศึกษา วิชาทหารเรือที่เยอรมนี และแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้ววางรากฐานการแพทย์และการสาธารณสุขของไทย บุคลากรทางการแพทย์จึง ถวายพระสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”

## พระราชประวัติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร โดยสรุป

- พระนามเดิม: สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช
- พระราชโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ที่ 7 ในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
- พระราชสมภพ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 ในพระบรมมหาราชวัง
- เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472
- ทรงเป็นต้นราชสกุล มหิดล ณ อยุธยา
- พระสมัญญา: “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” “พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย” และ “พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” (กระทรวงศึกษาธิการ ถวาย เมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 วาระครบ 120 ปี)

ปี พระราชสมภพ ของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ในเอกสารทางการเขียนไว้สองแบบ หน่วยราชการในพระองค์ (royaloffice.th) และคลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ระบุ พ.ศ. 2434 ส่วนบทความของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร ระบุว่า ๑ มกราคม ๒๔๓๕ ทั้งนี้ หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นวันครบ 100 ปี วันพระราชสมภพ

## สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร เมื่อทรงพระเยาว์ และกรมขุนสงขลานครินทร์

ตามบทความของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร มีพระเชษฐาและพระเชษฐภคินีที่ประสูติร่วมพระราชมารดา 6 พระองค์ ได้แก่

- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา อดุลยาดิเรกรัตน ขัตติยราชกุมารี
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์
- สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ พิมลรัตนวดี

เมื่อทรงพระเยาว์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงศึกษา ณ โรงเรียนราชกุมาร ใน พระบรมมหาราชวัง ต่อมาใน พ.ศ. 2446 หลังพระราชพิธีโสกันต์ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าต่างกรม มีพระนามตามพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ปีต่อมา พ.ศ. 2447 เข้าโรงเรียนนายร้อยชั้นประถม และ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ บันทึกว่าผนวชเป็นสามเณร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447 และลาผนวชวันที่ 13 ธันวาคม ปีเดียวกัน

![ภาพถ่ายเก่าจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตามคำอธิบายในคลังภาพ คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช ในวัยทารก และเจ้าจอมมารดาเปี่ยม](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-infant-with-vajirunhis.webp?v=8866c2dc) _(ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ / Wikimedia Commons (PD-old))_

## การศึกษาของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ที่อังกฤษและเยอรมนี

พ.ศ. 2448 สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยม Harrow ประเทศอังกฤษ ก่อน เสด็จไปทรงศึกษาวิชาทหารในประเทศเยอรมนี เอกสารของมูลนิธิรางวัลฯ ระบุว่า พ.ศ. 2450 เข้า Royal Prussian Military College เมือง Potsdam แล้วย้ายไป Imperial German Naval College ที่ Flensburg ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ลำดับว่าเริ่มที่โรงเรียนนายร้อยชั้นต้นปอตสดัม ต่อด้วยโรงเรียนนายร้อยชั้นสูงที่โกรสลิชเตอร์เฟลเด้ แล้ว ทรงศึกษาวิชาทหารเรือที่ โรงเรียนนายเรือเฟลนส์บูร์ก มุรวิก

ปีที่จบการศึกษาด้านนี้ก็เขียนต่างกัน มูลนิธิรางวัลฯ ระบุ พ.ศ. 2454 ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาทหารเรือ โดยทรงสอบไล่ปีสุดท้ายได้ที่ 2 และทรงชนะการประกวดออกแบบเรือดำน้ำ และประจำราชนาวีเยอรมันช่วง พ.ศ. 2454–2457 ขณะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุช่วงเรียนที่เฟลนส์บูร์ก มุรวิก ว่า ๒๔๕๖–๒๔๕๗ กรมศิลปากรอีกบทความหนึ่งบันทึกว่า ทรงสำเร็จการศึกษาได้รับพระยศเป็นนายเรือตรีและนายเรือโทในกองทัพเรือเยอรมนี

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้น พระบรมเชษฐาธิราช โปรดให้เสด็จกลับเข้ามายังราชอาณาจักร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร รับราชการในกรมเสนาธิการทหารเรือตั้งแต่ 3 เมษายน พ.ศ. 2458 และประจำกองอาจารย์โรงเรียนนายเรือ แผนกแต่งตำรา ตั้งแต่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2458 จนถึง 19 มกราคม พ.ศ. 2459 (ทรงลาออกจากทหารเรือ)

![ภาพถ่ายเก่าในเครื่องแบบทหารเรือ คำบรรยายในหนังสือต้นฉบับระบุว่าถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2459 สมัยรับราชการในราชนาวีสยาม](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-navy-1916.webp?v=14f3d6db) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร กับวิชาแพทย์ที่ฮาร์วาร์ดและ MIT

กรมศิลปากรบันทึกเหตุผลที่เปลี่ยนจากทหารเรือมาเป็นแพทย์ว่า “ด้วยทรงเห็นว่าการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยในเวลานั้นยังล้าหลังอยู่มาก” ลำดับการศึกษาของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ตามคลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นดังนี้

- พ.ศ. 2460 ทรงศึกษาเตรียมแพทย์ ณ มหาวิทยาลัย Harvard สหรัฐอเมริกา
- พ.ศ. 2462 ทรงศึกษาวิชาสาธารณสุขและวิชาปรีคลินิคบางส่วน ที่ School of Health Officer ของมหาวิทยาลัย Harvard ร่วมกับ M.I.T.
- พ.ศ. 2464 ทรงสำเร็จการศึกษาสาธารณสุข ทรงได้รับประกาศนียบัตร C.P.H.
- พ.ศ. 2466 ทรงศึกษาวิชาแพทย์ต่อ ที่มหาวิทยาลัย Edinburgh, Scotland ก่อน เสด็จนิวัติพระนคร อีกครั้ง
- พ.ศ. 2469 ทรงศึกษาวิชาแพทย์ต่อ ที่มหาวิทยาลัย Harvard
- มิถุนายน พ.ศ. 2471 ทรงสำเร็จวิชาแพทย์ ทรงได้รับปริญญา Doctor of Medicine (M.D.) เกียรตินิยมชั้น Cum Laude และเป็นสมาชิกสมาคมเกียรตินิยม Alpha Omega Alpha

ระหว่างนั้นยังมีผลงานวิชาการในต่างประเทศ มูลนิธิรางวัลฯ บันทึกรายงาน “Diphyllobothrium Latum in Massachusetts: A Report of Two Indigenous Cases” ในวารสาร JAMA ฉบับวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1928 และ เสด็จกลับ ถึงกรุงเทพฯ วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2471

![ป้าย Trail of Thai Royalty in Massachusetts ที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2018](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-cambridge-trail-plaque.webp?v=60c436fb) _(ภาพ: Daderot / Wikimedia Commons (CC0))_

## สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร กับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และโรงเรียนแพทย์

กรมศิลปากรบันทึกว่า ระหว่างที่ทรงศึกษา สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนากิจการแพทย์สยามควบคู่กันไป ทั้งส่งนักเรียนแพทย์ไทยไปเรียนต่างประเทศ จัดหาอาคารเรียน อาคารรับผู้ป่วย และอุปกรณ์การแพทย์ และ ทรงเจรจาติดต่อขอความร่วมมือและความช่วยเหลือในกิจการแพทย์กับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ข้อตกลงที่มูลนิธิรางวัลฯ บันทึกไว้มีสาระดังนี้

- มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ส่งศาสตราจารย์ 6 คนมาจัดหลักสูตรวิชากายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พยาธิวิทยา อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ของคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล
- ให้ทุนก่อสร้างและซื้ออุปกรณ์ 130,000 เหรียญ โดยรัฐบาลสยามออกเงินสมทบประมาณเท่ากัน
- ให้ทุนอาจารย์ไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศ และเลือกคนไทยไปเตรียมเป็นหัวหน้าแผนกแทนศาสตราจารย์ของมูลนิธิ
- ส่งศาสตราจารย์มาปรับการสอนเตรียมแพทย์ที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ
- ส่งอาจารย์พยาบาลมาช่วยปรับหลักสูตรโรงเรียนพยาบาล

นอกจากนี้ ทรงช่วยจัดการเรื่องการศึกษาวิชาแพทย์ให้เจริญขึ้น ด้วยการยกพื้นความรู้ของนักเรียนแพทย์จากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 และ ทรงสอนนักเรียนแพทย์ด้วยพระองค์เอง ในวิชากายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ (Comparative Vertebrate Anatomy)

## ทรัพย์ส่วนพระองค์ ของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร เพื่อศิริราชและโรงพยาบาลอื่น

หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและพระหฤทัย ตลอดจนทรัพย์สินส่วนพระองค์เพื่อการแพทย์ไทยอย่างมากมาย ทรงเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ทรงช่วยเหลือในการขยายกิจการของโรงพยาบาลศิริราช พระราชทานเงินสร้างตึกคนไข้ และ พระราชทานทุนส่งนักเรียนแพทย์และนักเรียนพยาบาลไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ทุนที่มูลนิธิรางวัลฯ บันทึกว่ามาจาก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร เช่น

- ตึกมหิดลบำเพ็ญ 83,584.14 บาท และตึกอำนวยการ 97,452.94 บาท (ครึ่งหนึ่งของค่าก่อสร้างแทนรัฐบาล)
- ซื้อโรงเรียนกุลสตรีวังหลังพร้อมซ่อมแซม ให้เป็นโรงเรียนพยาบาลและที่พักพยาบาลของศิริราช 85,000 บาท
- จ้างพยาบาลชาวต่างประเทศมาช่วยสอน 25,000 บาท
- ทุนแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 200,000 บาท และอีก 500,000 บาทตามพินัยกรรม เป็นทุนส่งอาจารย์ไปศึกษาต่างประเทศ มีผู้ได้รับทุนนี้ 23 คน
- ทุนแก่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค 16,000 บาท เพื่อจ้างแพทย์ชาวต่างประเทศ และอีก 6,750 บาท สำหรับเครื่องเอ็กซเรย์
- เงินปีละ 5,000 บาท ให้โรงพยาบาลสงขลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2468

ที่วชิรพยาบาล ซึ่งเป็นประธานอำนวยการ มูลนิธิรางวัลฯ บันทึกว่ามีโครงการปรับปรุง 4 โครงการ รวมถึงแปลนก่อสร้างเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2472

## งานสาธารณสุข การสอน และตำแหน่งราชการของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร

ช่วงที่ เสด็จนิวัติพระนคร ระหว่างการศึกษา มีตำแหน่งทางการศึกษาและการแพทย์หลายตำแหน่ง คือ อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ (ผู้บังคับบัญชาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) จนถึง 25 มิถุนายน พ.ศ. 2467 ข้าหลวงตรวจการศึกษาทั่วไปตั้งแต่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2467 และนายกกรรมการคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาลใน พ.ศ. 2468 ส่วนงานสาธารณสุขของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ที่คลังจดหมายเหตุบันทึกไว้ ได้แก่

- ทรงร่วมในการพิจารณาพระราชบัญญัติการแพทย์ พ.ศ. 2466 ซึ่งเป็นกฎหมายการแพทย์ฉบับแรกของไทย
- ทรงส่งเสริมการมารดาและทารกสงเคราะห์ โดยวางโครงการให้วชิรพยาบาลเป็นโรงพยาบาลคลอดบุตรและศูนย์อบรมพยาบาลผดุงครรภ์ พยาบาลสาธารณสุข และหมอตำแย
- ทรงช่วยในการอบรมแพทย์สาธารณสุขมณฑล ในปี พ.ศ. 2467 โดยสอนวิชาปฏิบัติการสุขาภิบาลทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนาม
- ทรงสนับสนุน ม.จ. พูนศรีเกษม เกษมศรี ในการรับนิสิตแพทย์หญิง และ ทรงมีพระดำริจะสร้างโรงเรียนสาธารณสุข ในโอกาสต่อไป

ในฐานะพระอาจารย์พิเศษ สอนวิชากายวิภาคเปรียบเทียบ ประวัติศาสตร์ และจุลกายวิภาคศาสตร์ ที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิชาสุขาภิบาลกับมารดาทารกสงเคราะห์ที่คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล งานเขียนด้านการแพทย์ที่มูลนิธิรางวัลฯ รวบรวมไว้มีเรื่อง “โรคทูเบอร์คูโลสิส” (พ.ศ. 2463) และ “วิธีปฏิบัติการสุขาภิบาล” (พ.ศ. 2467)

![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2467 คำบรรยายในหนังสือต้นฉบับระบุว่าเป็นกรมหลวงสงขลานครินทร์กับคณะทำงานด้านสาธารณสุข](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-public-health-team-1924.webp?v=7663b00b) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## “หมอเจ้าฟ้า”: สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่

หลังสำเร็จการศึกษา สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงตั้งพระทัยที่จะนำความรู้มาใช้ประโยชน์ด้วยการเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาล การวิจัยเรื่องเชื้อโรค และการสำรวจสุขาภิบาลของประชาชน แต่กรมศิลปากรบันทึกว่า ด้วยฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ทำให้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานทางการแพทย์ เนื่องจากประเพณีปฏิบัติบางประการของราชสำนัก จึงแจ้งพระประสงค์ที่จะเสด็จไปทำงานในหน้าที่แพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว นายแพทย์เอ็ดวิน ซี. คอร์ท ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ก็ตอบรับ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2472 สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร เสด็จไปทรงงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เรียกว่า ทรงงานในฐานะแพทย์ประจำบ้าน ) กรมศิลปากรบันทึกถึง พระจริยวัตรที่ทรงปฏิบัติกับคนไข้ ว่า ทรงแสดงออกถึงความเอาพระทัยใส่ ดูแลและให้ความเห็นใจในความทุกข์ร้อนของผู้ป่วยและญาติ ทำให้ทรงเป็นที่ประทับใจของชาวเชียงใหม่ในสมัยนั้น และ เรียกพระองค์ว่า “หมอเจ้าฟ้า”

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงษาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472

![ภาพถ่ายเก่าจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ที่กรมศิลปากรใช้ประกอบบทความ หมอเจ้าฟ้า (ตอนที่ ๒)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-archive-portrait-uniform.webp?v=c18e7381) _(ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ / กรมศิลปากร)_

## ครอบครัวของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร

คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ บันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ อภิเษกสมรสกับ นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฎ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2463 ณ วังสระปทุม อ่านต่อที่ [สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี](/royal/princess-mother-srinagarindra-biography/)

ตาม พระราชประวัติ ของมูลนิธิรางวัลฯ การประสูติของ 3 พระองค์ ในครอบครัวของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อยู่ในต่างประเทศ ดังนี้

| พระนาม | วันประสูติ / พระราชสมภพ | สถานที่ |
| --- | --- | --- |
| [เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา](/royal/princess-galyani-vadhana-biography/) | 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 | กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ |
| พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร | 20 กันยายน พ.ศ. 2468 | เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี |
| พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร | 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 | เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา |

![ภาพถ่ายเก่าของ Bain News Service ราว ค.ศ. 1921 ซึ่งหอสมุดรัฐสภาสหรัฐอเมริกาบันทึกชื่อภาพว่า Prince & Princess Mahidol](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-bain-news-1921.webp?v=d943e909) _(ภาพ: Bain News Service / Library of Congress / Wikimedia Commons (PD))_

## ความสนใจของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร นอกห้องเรียนแพทย์

บันทึก พระราชประวัติ แสดงความสนใจที่กว้างกว่าการแพทย์ ตั้งแต่สมัยเรียนทหารเรือที่ ทรงชนะการประกวดออกแบบเรือดำน้ำ ไปจนถึงงานด้านอื่นที่คลังจดหมายเหตุบันทึกไว้

- การประมง: ทุน 100,000 บาท ให้กรมประมงส่งคนไปเรียนวิชาการประมง 3 คน ต่อมา Dr. H. M. Smith ที่ปรึกษากรมประมง ตั้งชื่อปลาบู่พันธุ์ใหม่ที่จับได้ที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ว่า Mahidolia Normani เมื่อ พ.ศ. 2475
- ทันตแพทยศาสตร์: ทุนศึกษาทันตแพทย์ 1 ทุน ผู้รับทุนภายหลังเป็นบุคคลสำคัญในการตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์
- การศึกษาทั่วไป: ทุนให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยจ้างครูชาวต่างประเทศ 1 คน

มูลนิธิรางวัลฯ ยังบันทึกว่าหลังจบแพทย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร มีพระประสงค์จะ ทรงศึกษา และปฏิบัติงานต่อทางวิชากุมารเวชศาสตร์ ในสหรัฐอเมริกาอีกระยะหนึ่ง ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี บันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า “สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชฯ เป็นพระราชภราดาพระองค์หนึ่งที่สนิทชิดชอบพระราชอัธยาศัยมาแต่ยังทรงพระเยาว์”

![ภาพถ่ายเก่าในเครื่องแบบทหารเรือ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ที่กรมศิลปากรใช้ประกอบบทความ หมอเจ้าฟ้า (ตอนที่ ๑)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-archive-naval-uniform.webp?v=5ce0a935) _(ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ / กรมศิลปากร)_

## ลำดับพระอิสริยยศ จากกรมขุนสงขลานครินทร์ถึง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร

เมื่อ เสด็จสวรรคต แล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า “อันคุณความดีไม่มีเวลาที่จะจืดจาง แม้สิ้นพระชนม์แล้วก็จะทรงสถาปนาให้สมพระราชประสงค์” ลำดับพระอิสริยยศตามเอกสารของกรมศิลปากรและมูลนิธิรางวัลฯ มีดังนี้

- พ.ศ. 2446: สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร์
- 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472: สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช … กรมหลวงสงขลานครินทร์
- 25 มีนาคม พ.ศ. 2477 (รัชกาลที่ 8): สมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์
- 9 มิถุนายน พ.ศ. 2513 (รัชกาลที่ 9): โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามพระอัฐิ เป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
- พ.ศ. 2541: พระราชทานยศ จอมพลเรือ (มูลนิธิรางวัลฯ ระบุวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2541)

ส่วนยศทหารก่อนหน้านั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุว่า ได้รับพระราชทานยศ นายพันเอกทหารบก และนายนาวาเอกทหารเรือ เป็นราชองครักษ์พิเศษ

![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2468 ในเครื่องแบบสีขาว จากหนังสือที่พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2472](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-portrait-1925.webp?v=8a3f7b45) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## ลำดับเหตุการณ์ใน พระราชประวัติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 2434 (1892) | 1 มกราคม พระราชสมภพ ในพระบรมมหาราชวัง |
| 2446 (1903/04) | ได้รับสถาปนา เป็น เจ้าฟ้าต่างกรม กรมขุนสงขลานครินทร์ |
| 2447 (1904) | โรงเรียนนายร้อยชั้นประถม และผนวชเป็นสามเณร 20 สิงหาคม – 13 ธันวาคม |
| 2448 (1905/06) | โรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ |
| 2450 (1907/08) | เริ่มศึกษาวิชาทหารที่ Potsdam ประเทศเยอรมนี |
| 2454 (1911/12) | จบวิชาทหารเรือตามบันทึกของมูลนิธิรางวัลฯ |
| 2458 (1915) | รับราชการกรมเสนาธิการทหารเรือ 3 เมษายน |
| 2459 (1916/17) | ลาออกจากทหารเรือ 19 มกราคม |
| 2460 (1917/18) | เตรียมแพทย์ที่มหาวิทยาลัย Harvard |
| 2463 (1920) | 10 กันยายน อภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม |
| 2464 (1921/22) | ได้ประกาศนียบัตรสาธารณสุข C.P.H. |
| 2466 (1923/24) | พระราชบัญญัติการแพทย์ ฉบับแรก และศึกษาที่ Edinburgh |
| 2471 (1928) | ได้ปริญญา M.D. เกียรตินิยม Cum Laude และกลับถึงกรุงเทพฯ 13 ธันวาคม |
| 2472 (1929) | แพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค 25 เมษายน – 18 พฤษภาคม และ เสด็จสวรรคต 24 กันยายน |
| 2493 (1950) | 27 เมษายน เปิดพระราชานุสาวรีย์ ที่โรงพยาบาลศิริราช |
| 2499 (1956) | 24 กันยายน งานวันมหิดลอย่างเป็นทางการครั้งแรก |
| 2513 (1970) | 9 มิถุนายน เฉลิมพระนามพระอัฐิ เป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก |
| 2535 (1992) | 1 มกราคม ยูเนสโกประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก |
| 2541 (1998) | พระราชทานยศ จอมพลเรือ |
| 2555 (2012) | 1 มกราคม “พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” |

## ภาพบันทึก

![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2440 เมื่อพระชันษา 5 ปี จากหนังสือประชุมพงศาวดารที่พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2472](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-age-5-1897.webp?v=b26cb3b0) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2446 ชุดสำหรับวันฟังสวดในพิธีโสกันต์ เมื่อพระชันษา 13 ปี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-tonsure-1903.webp?v=fc2b27c6) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2446 ชุดหลังพิธีโสกันต์ เมื่อพระชันษา 13 ปี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-after-tonsure-1903.webp?v=985e3678) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่าในเครื่องแบบทหาร นั่งที่โต๊ะทำงาน จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ที่กรมศิลปากรใช้ประกอบบทความ หมอเจ้าฟ้า (ตอนที่ ๑)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-archive-desk.webp?v=702f5a69) _(ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ / กรมศิลปากร)_
![ภาพถ่ายหมู่เก่า จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ที่กรมศิลปากรใช้ประกอบบทความ หมอเจ้าฟ้า (ตอนที่ ๑)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-archive-group.webp?v=1791e0bd) _(ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ / กรมศิลปากร)_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

- **วันมหิดล 24 กันยายน**: วันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร นักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาลโรงพยาบาลศิริราชจัดกิจกรรม เช่น จำหน่ายธงและจัดบริการทางการแพทย์ และคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะเป็นการประจำปีตลอดมา
- **พระราชานุสาวรีย์ ที่โรงพยาบาลศิริราช**: ตั้งที่ลานหน้าตึก ศิริราช 100 ปี กรมศิลปากรเป็นผู้สร้าง มีศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ควบคุมงาน และ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2493
- **พระราชกุศล**: เดิมจัดที่ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในวันที่ 24 กันยายน ภายหลังรวมกับ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย ในวันที่ 9 มิถุนายน ที่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
- **การยกย่องระดับโลกและระดับชาติ**: ยูเนสโกประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 และกระทรวงศึกษาธิการ ถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” เมื่อ พ.ศ. 2555
- **มูลนิธิและรางวัล**: มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุที่ตั้งสำนักงานไว้ที่อาคารมหิดลบำเพ็ญ (Mahidol-Bumpen Building) โรงพยาบาลศิริราช และดูแลการเสนอชื่อและตัดสิน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล การประชุมวิชาการ และทุนการศึกษาที่ทรินิตี้คอลเลจ เคมบริดจ์
- **ราชสกุลมหิดล**: สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงเป็นต้นราชสกุล มหิดล ณ อยุธยา

![พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่โรงพยาบาลศิริราช ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2550](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/prince-mahidol-biography/prince-mahidol-siriraj-monument-2007.webp?v=6be270fb) _(ภาพ: Sry85 / Wikimedia Commons (CC BY 2.5))_

อ่านบันทึก พระราชประวัติ บุคคลอื่นในชุดเดียวกันได้ที่ [หมวดบันทึกประวัติ](/royal/chakri-dynasty/) และข่าวปัจจุบันใน [ข่าวในพระราชสำนัก](/royal/)

## คำถามที่พบบ่อย

### สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร คือใคร?

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือ สมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ เป็น พระราชโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 ทรงเป็นต้นราชสกุล มหิดล ณ อยุธยา และบุคลากรทางการแพทย์ ถวายพระสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”

### ทำไม สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร จึงเป็นพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย?

เพราะ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ทรงช่วยเหลือในการขยายกิจการของโรงพยาบาลศิริราช พระราชทานทุนส่งนักเรียนแพทย์และนักเรียนพยาบาลไปศึกษาต่อในต่างประเทศ และ ทรงเจรจาติดต่อขอความร่วมมือและความช่วยเหลือในกิจการแพทย์กับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งกรมศิลปากรระบุว่าเป็นประโยชน์ต่อกิจการแพทย์สยามและสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

### วันมหิดล ตรงกับวันที่เท่าไร และมีที่มาอย่างไร?

วันมหิดลตรงกับวันที่ 24 กันยายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก นักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาลโรงพยาบาลศิริราชเริ่มจัดกิจกรรม เช่น จำหน่ายธงและจัดบริการทางการแพทย์ ส่วนกรมศิลปากรระบุว่างานวันมหิดลจัดอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2499

### สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงศึกษา ที่ไหนบ้าง?

เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษา ณ โรงเรียนราชกุมาร ใน พระบรมมหาราชวัง พ.ศ. 2448 ไปโรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ แล้ว ทรงศึกษาวิชาทหาร ในเยอรมนีจนสำเร็จวิชาทหารเรือ จากนั้นศึกษาสาธารณสุขและแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Harvard ร่วมกับ M.I.T. และ ทรงสำเร็จวิชาแพทย์ เกียรตินิยมใน พ.ศ. 2471

### สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร ทรงงาน ที่เชียงใหม่เมื่อไร?

วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2472 เสด็จไปทรงงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 จึง เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร ชาวเชียงใหม่ในเวลานั้น เรียกพระองค์ว่า “หมอเจ้าฟ้า” เพราะ พระจริยวัตรที่ทรงปฏิบัติกับคนไข้ ที่ดูแลและเห็นใจผู้ป่วยกับญาติ


## แหล่งอ้างอิง

- [วันมหิดล](https://www.royaloffice.th/24/09/2025/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5-2/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [หมอเจ้าฟ้า (ตอนที่ ๑)](https://www.finearts.go.th/promotion/view/30211) — กรมศิลปากร
- [หมอเจ้าฟ้า (ตอนที่ ๒)](https://www.finearts.go.th/promotion/view/30212) — กรมศิลปากร
- [มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๑ มกราคม ๒๔๓๕ วันพระราชสมภพสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก](https://www.finearts.go.th/promotion/view/24662) — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
- [สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก](https://mhesi.nrct.go.th/archives/s/mhesi_archives/item/3737) — คลังจดหมายเหตุการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
- [พระราชประวัติสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฉบับสมบูรณ์](https://www.princemahidolaward.org/th/a-complete-biography-of-prince-mahidol/) — มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์
