# สมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี: พระราชประวัติ งานอดิเรก พอ.สว. และดอยตุง

> พระราชประวัติ สมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งแต่ พ.ศ. 2443 นักเรียนพยาบาลศิริราช ชีวิตที่โลซาน งานอดิเรก ดอกไม้และดวงดาว ถึง พอ.สว. และดอยตุง

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-08T17:46:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T17:46:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/princess-mother-srinagarindra-biography/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **สมเด็จย่า** หรือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามเดิม สังวาลย์ ตะละภัฏ พระราชสมภพเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 และ เสด็จสวรรคต วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สิริพระชนมายุ 94 พรรษา
- พ.ศ. 2456 เข้าเรียนโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราชขณะอายุยังไม่ครบ 13 ปี และได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาใน พ.ศ. 2460
- วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2507 ขณะมีพระชนมายุ 64 พรรษา **สมเด็จย่า** มีพระราชดำริในการพิชิตยอดดอยอินทนนท์ และ โปรดเกล้าฯ จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี (พอ.สว.) ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2512
- โครงการพัฒนาดอยตุงเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2531 ภายใต้แนวทาง “ปลูกป่า ปลูกคน” บนพื้นที่ 93,515 ไร่ ในจังหวัดเชียงราย
- วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันพยาบาลแห่งชาติ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ และวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” พระนามเดิม สังวาลย์ ตะละภัฏ พระราชสมภพเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) เป็น พระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ พระราชชนนี ของรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เคยเป็นนักเรียนพยาบาลศิริราช ต่อมา โปรดเกล้าฯ จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี (พอ.สว.) ใน พ.ศ. 2512 และโครงการพัฒนาดอยตุงใน พ.ศ. 2531 ก่อน เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538

## สมเด็จย่า คือใคร: พระราชประวัติ โดยสรุป

- พระนามเดิม: สังวาลย์ ตะละภัฏ
- พระราชสมภพเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 ทรงเป็นบุตรคนที่ 3 ใน พระชนกชู และ พระชนนีคำ
- เป็น พระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ ทรงเป็นพระบรมราชชนนีของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงพระมารดาของ [เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา](/royal/princess-galyani-vadhana-biography/)
- 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481: สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์
- 9 มิถุนายน พ.ศ. 2513: พระนาม ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- ในวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 เสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ 94 พรรษา

สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า สมเด็จย่า และยังมีพระสมัญญานามว่า แม่ฟ้าหลวง ที่ชาวไทยภูเขาจากภาคเหนือถวายแด่พระองค์ เนื่องจาก ทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และ ได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง กรมศิลปากรและกองทัพเรือก็ใช้คำว่า สมเด็จย่า ในเอกสารเผยแพร่เช่นกัน

## วัยเยาว์ของ สมเด็จย่า ที่ฝั่งธนบุรี

อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บันทึกว่า สมเด็จย่า มีพระภคินีและพระเชษฐา 2 คนที่ถึงแก่กรรมตั้งแต่เยาว์วัย คงเหลือแต่พระอนุชาอ่อนกว่าพระองค์ 2 ปี คือ คุณถมยา พระชนกชูถึงแก่กรรมเมื่อ สมเด็จย่า ยังเล็กมาก และพระชนนีคำถึงแก่กรรมเมื่อ สมเด็จย่า มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา จากนั้นอยู่ในความอุปการะของป้าซ้วย พี่สาวของพระชนนีคำ ซึ่งรับจ้างมวนบุหรี่และทำขนมขาย บ้านอยู่ในซอยข้างวัดอนงคาราม

พระชนนีคำเป็นคนเดียวในพี่น้องที่อ่านออกเขียนได้และสอนหนังสือให้ ต่อมาได้เรียนที่โรงเรียนสำหรับเด็กหญิงที่วัดอนงคารามไม่ถึงปีโรงเรียนก็ปิด เข้าโรงเรียนศึกษานารีได้เดือนกว่าก็ต้องออกเพราะทางบ้านไม่มีเงินค่าเล่าเรียน ขณะมีพระชนมายุ 7–8 พรรษา ได้เป็นข้าหลวงชั้นสองใน สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และ พระราชธิดา คือ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร แล้วไปเรียนที่โรงเรียนสตรีวิทยา โดยพักที่บ้านคุณหวน หงสกุล ข้างวัดมหรรณพาราม

ช่วงนั้นพระยาดำรงแพทยาคุณถามว่าอยากเรียนเป็นนางพยาบาลหรือไม่ หนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” ซึ่งอุทยานฯ ยกมาอ้าง เล่าว่าโรงเรียนพยาบาลศิริราชเวลานั้นให้เงินนักเรียนเดือนละ 15 บาท พอเป็นค่าอาหารทั้งเดือน

## สมเด็จย่า สมัยนักเรียนพยาบาลศิริราช และทุนไปสหรัฐอเมริกา

เมื่อปี พ.ศ. 2456 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตัดสินพระทัยเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช ขณะอายุยังไม่ครบ 13 ปี ต่ำกว่าเกณฑ์ 2 ปี จึงเป็นนักเรียนอายุน้อยที่สุดในรุ่น อุทยานฯ ระบุว่าเป็น “นักเรียนหลวง” ที่รับเงินบำรุงเดือนละ 15 บาท และต้องทำงานให้โรงเรียนอย่างน้อย 3 ปีหลังจบ หลักสูตรจบใน พ.ศ. 2459 แล้วทำงานต่อที่โรงพยาบาลศิริราช

พ.ศ. 2460 สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชทาน ทุนนักเรียนพยาบาล 2 ทุน ผู้ได้รับคัดเลือกคือนางสาวอุบล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา และ สมเด็จย่า ก่อนเดินทางได้เรียนภาษาอังกฤษ 6 เดือนกับมิสเอ็ดนา ซาราห์ โคล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง และใช้นามสกุลของขุนสงขลานครินทร์ (หลี ตะละภัฏ) ในหนังสือเดินทาง

- 23 สิงหาคม พ.ศ. 2460 ลงเรือ “กัวลา” พร้อมนักเรียน 18 คน ใช้เวลา 6 สัปดาห์ถึงซานฟรานซิสโก
- พักกับครอบครัวนายแพทย์อดัมเสนเกือบ 1 ปี และเรียนที่โรงเรียนประถมเอเมอร์สัน
- 21 กันยายน พ.ศ. 2461 นั่งรถไฟไปเมืองบอสตันกับนักเรียนไทยอีก 8 คน
- เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 4 ดอลลาร์ครั้งแรกนำไปซื้อกล้อง Brownie Box ซึ่งเป็นจุดเริ่มของงานถ่ายรูปที่ โปรด มาตลอด

![ภาพถ่ายเก่า สมเด็จย่า กับเพื่อนนักเรียน คำอธิบายในคลังภาพระบุว่าถ่ายช่วงศึกษาวิชาพยาบาลที่สหรัฐอเมริกา](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-nursing-student-friends.webp?v=3daaa43e) _(ภาพ: สำนักพระราชวัง / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## อภิเษกสมรส และชีวิตครอบครัวในต่างแดน

คลังข้อมูลของอุทยานฯ บันทึกว่า ทั้งสองพระองค์ สนใจเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเหมือนกัน และอภิเษกสมรสที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2463 โดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานในพิธี อ่านต่อที่ [สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก](/royal/prince-mahidol-biography/)

- พ.ศ. 2463–2464 เรียนหลักสูตรเตรียมพยาบาลที่วิทยาลัยซิมมอนส์ เมืองบอสตัน และวิชาสาธารณสุขภาคฤดูร้อนที่ MIT ทั้งสองพระองค์ ใช้ชื่อแบบสามัญชนว่า “นายและนางมหิดล สงขลา”
- ระหว่างเดินทางกลับผ่านยุโรป ดูงานโรงพยาบาลผดุงครรภ์ควีนแมรี่ที่อังกฤษ 1 สัปดาห์
- 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ได้ประสูติพระราชธิดาพระองค์แรก ที่กรุงลอนดอน
- 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ได้ประสูติพระราชโอรสพระองค์แรก ที่เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมนี
- พ.ศ. 2469 ครอบครัวเช่าแฟลตเลขที่ 63 ถนนลองวูด บรูคลายน์ ชานเมืองบอสตัน ซึ่งกลายเป็นที่พบปะของนักเรียนไทย และ สมเด็จย่า เรียนจิตวิทยา การทำอาหารและโภชนาการที่วิทยาลัยซิมมอนส์อีกช่วงหนึ่ง
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ได้ประสูติพระราชโอรสองค์ที่สองที่ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์

ช่วงเดียวกัน หนังสือ “เวลาเป็นของมีค่า” เล่าว่าเมื่อ พ.ศ. 2471 สมเด็จย่า ซื้อกล้องถ่ายภาพยนตร์พร้อมเครื่องฉายด้วยตนเองที่อังกฤษ

## สมเด็จย่า กับการอบรมเลี้ยงดู พระราชโอรสธิดา หลัง พ.ศ. 2472

ในขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนกสิ้นพระชนม์ เมื่อ พ.ศ. 2472 สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงมีพระชนมายุเพียง 29 พรรษา และ ทรงต้องรับหน้าที่อบรมเลี้ยงดูพระราชโอรสธิดาทั้งสามพระองค์ตามลำพัง ด้านการศึกษา พระราชโอรส ทั้งสองเริ่มชั้นอนุบาลที่โรงเรียนมาแตร์เดอี และองค์ใหญ่ย้ายไปโรงเรียนเทพศิรินทร์

ต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2476 สมเด็จย่า พา พระราชโอรสธิดา ไปเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอุทยานฯ บันทึกว่าเป็นเมืองที่ สมเด็จพระบรมราชชนก โปรด มาก ช่วงแรกพักที่แฟลตเลขที่ 16 ถนนติสโซต์ และให้ พระราชโอรสธิดา เข้าโรงเรียนประถมเมียร์มองต์ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2476

สมเด็จย่า ปลูกฝังให้ใช้เวลาเป็นประโยชน์ เช่น ให้ พระราชโอรส ช่วยกันล้างเฉลียง ล้างรถ และทำสวน ระหว่างมื้ออาหารเล่นเกมทายปัญหาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ ส่วนที่วังสระปทุม พระราชโอรสธิดา ได้เล่นปลูกต้นไม้ และขุดคลองให้น้ำไหล

![ภาพถ่ายเก่า เดือนตุลาคม ค.ศ. 1945 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ตามคำอธิบายในคลังภาพ คือ รัชกาลที่ 8 สมเด็จย่า และ พระอนุชา](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-switzerland-1945.webp?v=7fc193eb) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-old-70))_

## วิลล่าวัฒนา: ชีวิตแบบสามัญของ สมเด็จย่า ที่เมืองโลซาน

ต่อมาย้ายไปบ้านเช่าที่เมืองปุยยี (Pully) ใกล้โลซาน ตั้งชื่อว่า “วิลล่าวัฒนา” อุทยานฯ บันทึกว่าชีวิตในบ้านนี้เป็นไปอย่างสามัญ ไม่มีพิธีรีตอง พระราชโอรส เข้าโรงเรียนเอกอล นูเวล เดอ ลาสวิส โรมองด์ และที่โรงเรียนเรียกพระมารดาว่า “มาดาม ส.มหิดล”

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482–2488) บ้านนี้รับบัตรปันส่วนเหมือนครอบครัวชาวสวิส สมเด็จย่า ใช้ขี้เถ้าแทนสบู่ ทำเนยและเก็บผลไม้ในสวนมาทำแยม ยังคงจัดอาหารไทยเลี้ยงนักเรียนไทยในวันเสาร์ตามธรรมเนียมเดิมของ สมเด็จพระบรมราชชนก และช่วยเหลือนักเรียนที่เงินจากบ้านมาไม่ถึง

หลัง 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 ที่กลับไปสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง อุทยานฯ เล่าว่าตอนเช้า สมเด็จย่า ขับรถไปจ่ายตลาดเอง บ่ายทำสวน พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ตัดกิ่งไม้ แล้วไปฟังบรรยายที่มหาวิทยาลัยโลซาน บางครั้งเดินทางไปชนบทอิตาลี ฝรั่งเศส และลิกเตนสไตน์ และมักจอดรถเก็บดอกไม้ป่าริมทางกลับบ้าน

## งานอดิเรกของ สมเด็จย่า

คำปรารภในหนังสือ “เวลาเป็นของมีค่า” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เล่าว่าคนส่วนมากเล่าถึงการงานของแม่ “แต่ข้าพเจ้าคิดว่าท่านก็ “เล่น” ดีเหมือนกัน” อุทยานฯ รวบรวมงานอดิเรกและกีฬาที่บันทึกไว้ดังนี้

- กีฬา: แบดมินตัน ขี่ม้า เดินขึ้นเขาเก็บดอกไม้ สกีซึ่งยังเล่นอยู่ ขณะมีพระชนมายุ 80 พรรษา และเปตองซึ่งโปรดมากในช่วงหลัง
- งานฝีมือ: ปั้นพระพุทธรูป เขียนเครื่องกระเบื้อง ทำเครื่องเคลือบดินเผา ปักภาพ งานโครเชต์ ถักไหมพรม และอัดดอกไม้ภูเขาให้แห้ง
- อื่น ๆ: อ่านหนังสือ ถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ ทำครัว และหาเงินเพื่อการกุศล

ที่สวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จย่า ปั้นพระพุทธรูปได้ปีละ 3–4 องค์ ดอกไม้แห้งนำมาทำรูปภาพ บัตรอวยพร และที่คั่นหนังสือ บางครั้งมีผู้สั่งบัตรถึง 500 ใบ รายได้ส่วนหนึ่งให้สภากาชาดไทย ที่คั่นหนังสือดอกไม้ยังเป็นรางวัลพิเศษของผู้ชนะการแข่งเปตอง เมื่อดอกไม้จากสวิตเซอร์แลนด์หมดก็ลองใช้ดอกไม้ไทย เช่น ดอกเข็มและดอกพวงชมพู ครั้งหนึ่งเมื่อมีการจำลองพระพุทธรูปที่ปั้น อุทยานฯ บันทึกข้อความว่า “ฉันขออย่าไปแก้อะไรเลย ฉันกลัวว่าจะทำดีกว่าที่ฉันทำ”

## ดอกไม้และดวงดาว: ความสนใจของ สมเด็จย่า

อุทยานฯ ยกข้อความจากหนังสือ “เวลาเป็นของมีค่า” ว่าเมื่ออายุราว 10 ขวบ สมเด็จย่า ขุดดินหลังบ้านปลูกพริกเองโดยไม่มีใครสั่ง เมื่ออยู่เมืองฮาร์ตฟอร์ดได้ที่ดินเล็ก ๆ ปลูกดอกคอสมอส ที่วิลล่าวัฒนาทำสวนเอง และดอกไม้ที่ชอบที่สุดคือดอกไม้ภูเขาของสวิตเซอร์แลนด์ เช่น นาร์ซิสซัสและเจนเชียน ดอกไม้ที่เก็บมาจะทับแห้งในกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วทำอัลบั้มที่จดชื่อภาษาฝรั่งเศสและละติน สถานที่เก็บ ความสูงของพื้นที่ และวันที่

ด้านดาราศาสตร์ สมเด็จย่า มีหนังสือดาราศาสตร์ตั้งแต่อยู่สหรัฐฯ และเปิดแผนที่ดาวในหนังสือ Le Ciel ของสำนักพิมพ์ Larousse จนแผนที่หลุดออกมา 3 แผ่น กลุ่มดาวถูกวาดลงบนโคม ถ้วยชาม และจานกระเบื้อง บางครั้งใช้ดอกไม้แทนดาว โดยจำนวนกลีบและสีบอกความสว่าง นายทหารเรือที่ ตามเสด็จ ทางทะเลตั้งแต่ พ.ศ. 2510 เล่าว่าบางคืน ทอดพระเนตร ดาวบนดาดฟ้าเรือด้วยตาเปล่าจนดึก และบอกชื่อกลุ่มดาวเป็นภาษาฝรั่งเศสและละติน

![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2505 คำอธิบายในคลังภาพระบุว่าเป็นการชมผลงานของศิลป พีระศรี ในงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ที่กรมศิลปากร](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-national-art-exhibition-1962.webp?v=85cb4cfb) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## สมเด็จย่า พิชิตยอดดอยอินทนนท์ พ.ศ. 2507

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเชิญสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีให้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรมที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมศิลปากรระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จประพาสหัวเมืองในประเทศไทย

วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2507 ขณะมีพระชนมายุ 64 พรรษา มีพระราชดำริในการพิชิตยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งยังไม่มีถนน ต้องเดินตามทางของช้างป่า เส้นทางเริ่มจากบ้านผาหมอน ประทับแรมที่ปางสมเด็จ แล้วขึ้นสู่ยอดดอย ขาลง ประทับแรม ที่บ้านผาหมอน แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อกลับถึง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ จัดขบวนเล่นมาร์ชชิ่งแบนด์คอยรับเสด็จ ที่กองรักษาการตำรวจภูธร

![ภาพจากหนังสือ เสด็จฯ พิชิตยอดดอยอินทนนท์ ๒๖ เมษายน ๒๕๐๗ ที่กรมศิลปากรนำมาเผยแพร่ ขบวนเดินป่าระหว่างทางขึ้นดอยอินทนนท์](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-doi-inthanon-1964-trek.webp?v=3f06d8ad) _(ภาพ: สำนักพระราชวัง / หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ กรมศิลปากร)_

## สมเด็จย่า กับหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. และงานสาธารณสุข

ระหว่างการเยี่ยมราษฎรครั้งนั้น ทอดพระเนตร เห็นความทุกข์ยากของราษฎร โดยเฉพาะความเจ็บไข้ได้ป่วย จึงเป็นที่มาของหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ จัดตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก พระราชทานนามว่า “แพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี” มีอักษรย่อว่า “พอ.สว.” กรมศิลปากรระบุว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โปรดเกล้าฯ จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2512 ต่อมาจดทะเบียนหน่วยแพทย์อาสาเป็น “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี”

- อาสาสมัคร พอ.สว. ประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ไม่รับเงินเดือนหรือเบี้ยเลี้ยง
- กองทัพเรือบันทึกว่า ทรงให้ทันตแพทย์ร่วมปฏิบัติงานในหน่วยแพทย์พอ.สว. เพราะโรคฟันเป็นความทุกข์ของคนในถิ่นทุรกันดาร
- มูลนิธิขาเทียม จัดตั้งเมื่อ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2535
- มูลนิธิถันยรักษ์ ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2538 เพื่อตรวจวินิจฉัยเต้านม
- ด้านการศึกษา ทรงบริจาคเงินเพื่อสร้างโรงเรียนกว่า 185 โรงเรียน และ ทรงรับเอาโครงการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไว้ในพระราชูปถัมภ์

## ดอยตุง: “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง”

หลังเยี่ยมชาวไทยภูเขาในพื้นที่ห่างไกล สมเด็จย่า พบการตัดไม้ ทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่น จนดอยหลายแห่งเป็นภูเขาหัวโล้น ที่ดอยตุง ทรงมีพระราชปรารภว่า “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2531 ภายใต้แนวทาง “ปลูกป่า ปลูกคน” บนพื้นที่ 93,515 ไร่ (ราว 150 ตารางกิโลเมตร) ในเขตอำเภอแม่จัน กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง (ชื่อในขณะนั้น) และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเป็นผู้ดูแลและประสานกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และมูลนิธิแพทย์อาสาฯ

ทรงสร้างพระตำหนักดอยตุง บนเนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน ที่บ้านอีก้อป่ากล้วย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เอง บนที่ดินเช่าของกรมป่าไม้ 30 ปี สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,000 เมตร โดยทรงเรียกพระตำหนักนี้ว่า “บ้านที่ดอยตุง” อุทยานฯ บันทึกว่าเพดานห้องโถงใหญ่เป็นไม้แกะรูปสุริยจักรวาล กลุ่มดาวจักรราศี 12 กลุ่ม และกลุ่มดาวฤกษ์ 12 กลุ่ม ออกแบบโดยเจ้าหน้าที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ โดยอุทยานฯ บันทึกข้อความว่า “ฉันอยากได้เพดานห้องโถงที่ไม่แพง” ส่วนงานที่ดอยตุงยังรวมถึงการ ทรงปลูกป่าด้วยพระองค์เอง การนำกาแฟอาราบิกาและไม้ดอกมาปลูก และศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดที่บ้านผาหมี อ่านต่อที่ [พระตำหนักดอยตุง](/royal/doi-tung-royal-villa-history/)

![พระตำหนักดอยตุง จังหวัดเชียงราย ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-doi-tung-royal-villa-2025.webp?v=c09fcdb9) _(ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0))_

## ลำดับเหตุการณ์ใน พระราชประวัติ สมเด็จย่า

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 2443 (1900) | 21 ตุลาคม พระราชสมภพ |
| 2456 (1913/14) | เข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช |
| 2459 (1916/17) | จบหลักสูตรพยาบาล ทำงานที่โรงพยาบาลศิริราช |
| 2460 (1917) | 23 สิงหาคม ออกเดินทางไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา |
| 2463 (1920) | 10 กันยายน อภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม |
| 2466 (1923) | 6 พฤษภาคม ได้ประสูติพระราชธิดาพระองค์แรก ที่กรุงลอนดอน |
| 2468 (1925) | 20 กันยายน ได้ประสูติพระราชโอรสพระองค์แรก ที่ไฮเดลเบอร์ก |
| 2470 (1927) | 5 ธันวาคม ได้ประสูติพระราชโอรสองค์ที่สองที่ เคมบริดจ์ |
| 2476 (1933) | เมษายน ย้ายไปเมืองโลซาน |
| 2481 (1938) | 16 พฤศจิกายน สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ |
| 2507 (1964) | 25 เมษายน พิชิตยอดดอยอินทนนท์ |
| 2512 (1969) | มีนาคม จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. |
| 2513 (1970) | 9 มิถุนายน พระนาม สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี |
| 2531 (1988) | เริ่มโครงการพัฒนาดอยตุง |
| 2535 (1992) | 17 สิงหาคม มูลนิธิขาเทียม |
| 2538 (1995) | 18 กรกฎาคม เสด็จสวรรคต |
| 2542 (1999) | ยูเนสโก ได้ประกาศพระนามให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก |

## ภาพบันทึก

![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2499 คำอธิบายในคลังภาพระบุว่า สมเด็จย่า เริ่มปลงพระเกศาให้รัชกาลที่ 9 ในพิธีผนวช ที่หลังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-ordination-1956.webp?v=2fdbaa09) _(ภาพ: อนันต์ บุนนาค / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2499 คำอธิบายในคลังภาพระบุว่าเป็น สมเด็จย่า กับ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และรัชกาลที่ 9 หลังลาผนวช](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-with-galyani-1956.webp?v=fb28bbdd) _(ภาพ: อนันต์ บุนนาค / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่าจากหนังสือที่พิมพ์ พ.ศ. 2494 คำอธิบายในคลังภาพระบุว่าเป็นรัชกาลที่ 8 กับพระญาติ ชมการแข่งรถที่กรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-berne-car-race.webp?v=7f1d8f3f) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพจากหนังสือ เสด็จฯ พิชิตยอดดอยอินทนนท์ ที่กรมศิลปากรนำมาเผยแพร่ ระหว่างเดินป่าบนดอยอินทนนท์ พ.ศ. 2507](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-doi-inthanon-1964-forest.webp?v=4843a230) _(ภาพ: สำนักพระราชวัง / หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ กรมศิลปากร)_
![ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ที่กรมศิลปากรใช้ประกอบบทความ ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-doi-tung-archive.webp?v=247394ee) _(ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ / กรมศิลปากร)_
![อาคาร พระตำหนักดอยตุง มุมใกล้ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-doi-tung-villa-detail-2025.webp?v=9487bd3b) _(ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0))_
![สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-mae-fah-luang-garden-2012.webp?v=03fae7ff) _(ภาพ: Elgaard / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0))_
![อนุสาวรีย์ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2550](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-rai-mae-fah-luang-monument.webp?v=12920217) _(ภาพ: Oatz / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ))_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

- **วันที่ 21 ตุลาคม**: วันพยาบาลแห่งชาติตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2533 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติตามมติคณะรัฐมนตรี (กองทัพเรือระบุปี 2532) และ คณะรัฐมนตรี พร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาแก่พระองค์เป็น “พระมารดาแห่งการทันตแพทย์ไทย” วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยที่รัฐบาลกำหนดเมื่อปี 2528 และวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติตามมติคณะรัฐมนตรี 26 มิถุนายน 2533
- **ยูเนสโก**: กองทัพเรือระบุว่าในปี 2542 ยูเนสโก ได้ประกาศพระนามให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคมและสิ่งแวดล้อม ขณะที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุการยกย่องในวาระครบรอบ 100 ปี 21 ตุลาคม พ.ศ. 2543
- **มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)**: หน่วยแพทย์อาสาที่เริ่มจากเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 2512
- **ดอยตุง**: โครงการพัฒนาดอยตุงที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงดูแล และ พระตำหนักดอยตุง “บ้านที่ดอยตุง”
- **อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี**: เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ผู้เผยแพร่ พระราชประวัติ ที่ใช้ในบทความนี้

![พระรูปที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2561](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/princess-mother-srinagarindra-biography/princess-mother-memorial-park-statue-2018.webp?v=24af6064) _(ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0))_

อ่านบันทึก พระราชประวัติ บุคคลอื่นในชุดเดียวกันได้ที่ [หมวดบันทึกประวัติ](/royal/chakri-dynasty/) และข่าวปัจจุบันใน [ข่าวในพระราชสำนัก](/royal/)

## คำถามที่พบบ่อย

### สมเด็จย่า คือใคร?

สมเด็จย่า คือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามเดิม สังวาลย์ ตะละภัฏ พระราชสมภพเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 เป็น พระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ ทรงเป็นพระบรมราชชนนีของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9

### ทำไม สมเด็จย่า จึงมีพระสมัญญาว่า แม่ฟ้าหลวง?

ชาวไทยภูเขาจากภาคเหนือเรียก สมเด็จย่า ว่า แม่ฟ้าหลวง เนื่องจาก ทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และ ได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บันทึกไว้

### พอ.สว. คืออะไร และเริ่มเมื่อไร?

พอ.สว. คือ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี ซึ่ง สมเด็จย่า โปรดเกล้าฯ จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2512 โดยจัดตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก ต่อมาจดทะเบียนหน่วยแพทย์อาสาเป็น “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” อาสาสมัครเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไม่รับค่าตอบแทน

### วันที่ 21 ตุลาคม เป็นวันสำคัญอะไรบ้าง?

วันที่ 21 ตุลาคม วันพระราชสมภพ ของ สมเด็จย่า เป็นวันพยาบาลแห่งชาติตั้งแต่ พ.ศ. 2533 วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยซึ่งรัฐบาลกำหนดเมื่อ พ.ศ. 2528 และวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 มิถุนายน 2533

### สมเด็จย่า มีงานอดิเรกอะไรบ้าง?

อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวบรวมงานอดิเรกของ สมเด็จย่า ไว้หลายด้าน เช่น ปั้นพระพุทธรูป เขียนเครื่องกระเบื้อง ทำเครื่องเคลือบดินเผา ปักภาพ อัดดอกไม้ภูเขาให้แห้ง ถ่ายรูปและถ่ายภาพยนตร์ ดาราศาสตร์ และกีฬาอย่างแบดมินตัน ขี่ม้า สกี และเปตอง


## แหล่งอ้างอิง

- [วันที่ ๒๑ ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี](https://www.opsmoac.go.th/news-preview-452791791688) — สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- [สมเด็จย่า ผู้พิชิตยอดดอยอินทนนท์](https://www.finearts.go.th/promotion/view/30222) — กรมศิลปากร (หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่)
- [ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง](https://www.finearts.go.th/promotion/view/30223) — กรมศิลปากร (หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่)
- [21 ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ของปวงชนชาวไทย](https://www.acdc.navy.mi.th/index.php/8yryiohbaizf) — กองบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ
- [พระราชประวัติ](http://www.theprincessmothermemorialpark.org/page.php?id=6) — อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- [พระราชจริยวัตรและพระราชอัธยาศัย](http://www.theprincessmothermemorialpark.org/page.php?id=8) — อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
