# รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว: พระราชประวัติ พระราชนิพนธ์ ดุสิตธานี

> รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษา ที่อังกฤษ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 15 ปี ทรงพระราชนิพนธ์ กว่า 1,200 เรื่อง และ ทรงสร้าง ดุสิตธานี

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-08T17:32:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T17:32:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/rama-6-vajiravudh/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- รัชกาลที่ 6 พระราชสมภพ วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็น **พระราชโอรสองค์ที่ 29** ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อ **23 ตุลาคม พ.ศ. 2453**
- ระหว่าง **พ.ศ. 2440–2445** รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา วิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ แล้ว ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง
- กรมศิลปากรระบุว่า ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า **1,236 เรื่อง** และ พระนามแฝง ที่ ทรงใช้ มีทั้ง ศรีอยุธยา อัศวพาหุ พันแหลม และ รามจิตติ
- ใน พ.ศ. 2454 ทรงสถาปนากองเสือป่า (**6 พฤษภาคม**) และกิจการลูกเสือ (**1 กรกฎาคม**) ส่วนเมืองจำลอง **ดุสิตธานี** เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2461
- ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลกใน **พ.ศ. 2524** และหน่วยราชการในพระองค์จัด พระราชพิธี ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ใน **พ.ศ. 2568**

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า หรือ รัชกาลที่ 6 เป็น พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี เป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 15 ปี ทรงศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง ทรงสร้าง เมืองจำลองดุสิตธานี และ ทรงสถาปนากองเสือป่า กับกิจการลูกเสือ

บทความนี้รวบรวม พระราชประวัติ ของรัชกาลที่ 6 จากแหล่งทางการ ได้แก่ หน่วยราชการในพระองค์ กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลข้อมูล พระราชวัง ครอบคลุมทั้ง พระราชกรณียกิจ และด้าน ส่วนพระองค์ เช่น การละคร งานพระราชนิพนธ์ และ ที่ประทับ ยาม แปรพระราชฐาน จุดที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบ

## พระราชสมภพ และวัยเยาว์ของรัชกาลที่ 6

คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) บันทึกว่า รัชกาลที่ 6 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 2 ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประสูติ ณ วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 หน่วยราชการในพระองค์อธิบายตราสัญลักษณ์ครบ 100 ปีว่าใช้พื้นสีดำ อันเป็นสีประจำกายแห่งพระเสาร์ เทพนพเคราะห์ประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็น วันพระบรมราชสมภพ

ในวัยเยาว์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ [สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ](https://www.nat.go.th/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8/ArticleId/861/-2-1-2-3-4-5-6-7-8-9-10-11-12-13-14-15-16) บันทึกว่าเมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2431 ได้รับการสถาปนาเป็น กรมขุนเทพทวาราวดี และ ตั้งการ พระราชพิธี โสกันต์ ในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2435 ส่วน อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ที่ปรากฏบนตราสัญลักษณ์ หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่าหมายถึง วชิราวุธ ปรมราชาธิราช

![ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในวัยเยาว์ จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-childhood-portrait-nat.webp?v=7e31bdab) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

## รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ: แซนด์เฮิร์สต์และออกซฟอร์ด

ตามบันทึกของคลังจดหมายเหตุ อว. รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวังเมื่อพระชนมายุ 10 พรรษา และ เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ส่วนหน้าองค์ความรู้ของ[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่](https://www.finearts.go.th/chiangmailibrary/view/45399) ระบุว่าเป็นเมื่อ พระชนมายุ 13 พรรษา

- พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์
- ทรงเข้าอบรม วิชาปืนเล็ก และวิชาทหารปืนใหญ่ภูเขา และ ได้ทรงเข้าประจำการในกองพันที่ 1 กรมทหารราบเบาเดอรัม
- พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง

ความผูกพันของรัชกาลที่ 6 กับกรมทหารราบเบาเดอรัมยังปรากฏในภายหลัง กรมศิลปากรเล่าว่าเมื่อเกิดสงครามในยุโรป พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์แก่ทายาทของทหาร ในกรมทหารราบเบาเดอรัมที่เสียชีวิตในสงคราม และ สมเด็จพระเจ้ายอร์ชที่ 5 แห่งอังกฤษ ได้ถวายพระยศนายพลเอกพิเศษแห่งกองทัพบกอังกฤษ

สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติคัด พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงนั้นไว้ว่า “...ยังไม่อยากจะให้กลับเข้ามาโดยเร็ว เพราะเหตุว่าการที่เรียนในกรุงเทพฯ นี้ ช้ากว่าเรียนที่นอกมาก...”

![ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร คราวเสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2440](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-with-rama-5-europe-1897-nat.webp?v=eaaf3eef) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

## รัชกาลที่ 6 ขณะเป็น สยามมกุฎราชกุมาร: เสด็จประพาส ต่างประเทศ ทรงผนวช และหัวเมือง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา ให้เป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ใน พ.ศ. 2437 และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2437 มีการประชุมอ่านประกาศสถาปนาพระฐานันดรยศมกุฎราชกุมาร ณ สถานราชทูตสยาม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึก

- สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2445 แล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักและผู้นำนานาประเทศ อาทิ ประเทศในยุโรป รัสเซีย และอียิปต์ ก่อน เสด็จนิวัติประเทศไทย
- ทรงรับราชการเป็นนายพลเอก ราชองครักษ์ ตำแหน่งจเรทัพบก และ ทรงบัญชาการกรมทหารมหาดเล็ก
- พ.ศ. 2447 ได้ทรงผนวชระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึงวันที่ 11 ธันวาคม มีสมณฉายา วชิราวุโธ และ เสด็จประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
- เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ 2 ครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2448 และ พ.ศ. 2450 และ เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อ พ.ศ. 2452

กรมศิลปากรเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยเรื่องราวในประวัติศาสตร์และในวรรณคดี มาแต่ครั้งนั้น โดยเฉพาะ ในคราวเสด็จประพาสสวรรคโลก ได้ทอดพระเนตรเตาทุเรียง แหล่งเผาเครื่องถ้วยสังคโลก ต่อมาเมื่อ เสด็จเถลิงราชสมบัติ แล้ว พระองค์โปรดเกล้าฯ ตั้งกองโบราณคดีขึ้นเป็นหน่วยงานหนึ่งของหอสมุดสำหรับพระนคร

![ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับพระเก้าอี้ ที่สถานทูตไทย กรุงลอนดอน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-london-legation-nat.webp?v=2b67e671) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

## รัชกาลที่ 6 เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง

สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 6 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

กรมศิลปากรอธิบายว่า รัชกาลที่ 6 ทรงประกอบพิธีพระบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2453 ตามขัตติยโบราณราชประเพณี แต่งดการแห่และการรื่นเริงไว้ก่อน เมื่อครบกำหนดการไว้ทุกข์ 1 ปีแล้ว จึง โปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชอีกครั้งหนึ่ง มีผู้แทนจากนานาประเทศมาร่วมงานถึง 14 ประเทศ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติระบุวัน พระราชพิธี ครั้งนี้ว่า 2 ธันวาคม พ.ศ. 2454

![ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-king-regalia-nat.webp?v=24d99edc) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

## พระราชกรณียกิจ สำคัญในรัชกาลที่ 6

หน่วยราชการในพระองค์สรุปว่า ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 จนได้รับชัยชนะ และ ทรงกำหนดพระบรมราชวิเทโศบาย ยกเลิกแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กับนานาประเทศ แหล่งทางการอื่นให้รายละเอียดดังนี้

- **สงครามโลกครั้งที่ 1:** มีพระบรมราชโองการประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 กองทหารอาสาสมัครกลับถึงกรุงเทพมหานคร 21 กันยายน 2462 (กรมศิลปากร)
- **นามสกุล:** โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2455 (กรมศิลปากร) ประกาศใช้ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 และ ทรงพระราชอุตสาหะคิดนามสกุลพระราชทาน ถึง 6,432 นามสกุล (คลังจดหมายเหตุ อว.)
- **การศึกษา:** พ.ศ. 2453 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” ซึ่งพัฒนาเป็นวชิราวุธวิทยาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เมื่อ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 และ พ.ศ. 2464 โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา
- **การทหาร:** ทรงตั้งแผนกการบินขึ้นในกองทัพบก ซึ่งขยายเป็นกองทัพอากาศในที่สุด
- **สาธารณูปโภค:** ทรงเปิดการประปา กรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2457 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระรามหก ทรงเริ่มการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศระหว่างกรุงเทพฯ-จันทบุรี และ พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ให้สร้างสวนลุมพินี
- **สัญลักษณ์และเวลา:** ทรงสร้างธงไตรรงค์ ให้เป็นสัญลักษณ์ของชาติ และ ทรงเปลี่ยนการนับเวลาจากแบบไทยให้เป็นไปตามแบบสากล (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา)

![ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1914 รัชกาลที่ 6 ที่โรงเก็บเครื่องบิน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-aircraft-hangar-1914.webp?v=c579b004) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

กรมศิลปากรยกข้อความที่ ทรงพระราชดำริว่า “...การศึกษาย่อมเป็นการสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นต้นเหตุแห่งความเจริญของชาติบ้านเมือง ผู้ใดอุดหนุนการศึกษา ผู้นั้นได้ชื่อว่าอุดหนุนชาติบ้านเมือง...”

## พระราชนิพนธ์ ของรัชกาลที่ 6 กว่า 1,200 เรื่อง และ พระนามแฝง

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า รัชกาลที่ 6 มี พระปรีชาสามารถยอดเยี่ยมทางอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานมากกว่า 1,200 เรื่อง ทรงเชี่ยวชาญในการนิพนธ์ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี เนื้อหาครอบคลุมปรัชญาชีวิต ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง การทหาร ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ไปจนถึงเรื่องขบขันล้อเลียน และ ทรงนิยม นำวรรณคดีของชาติต่าง ๆ มาแปลหรือเรียบเรียงใหม่ กรมศิลปากรให้ตัวเลขว่า ได้ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง

พระนามแฝง ของรัชกาลที่ 6 ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในงานพระราชนิพนธ์ ตามที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่าง ได้แก่

- ศรีอยุธยา
- อัศวพาหุ
- นายแก้วนายขวัญ
- พันแหลม
- พระขรรค์เพชร
- น้อยลา
- รามจิตติ
- M.V. และ Carlton H. Terris

ในยุคนั้นหนังสือพิมพ์เฟื่องฟู กรมศิลปากรนับได้ 147 ฉบับ ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ และ ทรงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนทางหนังสือพิมพ์ตลอดรัชกาล ใน พ.ศ. 2524 ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละคร

## รัชกาลที่ 6 กับการละคร: ทรงเป็นผู้กำกับการแสดง และ ทรงร่วมแสดง

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่า รัชกาลที่ 6 มี พระอัธยาศัยโปรดการละครเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงพระราชนิพนธ์บทละคร ไว้ทุกประเภท ทรงมีคณะละคร ของพระองค์ และ บางครั้งทรงร่วมแสดงด้วย ละครประเภทต่าง ๆ จึงได้รับความนิยมแพร่หลายในรัชสมัย

- คลังจดหมายเหตุ อว. ระบุว่า ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูด และโปรดให้คณะโขนบรรดาศักดิ์เปลี่ยนมาเล่นละครพูดแทน และ พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมมหรสพ ขึ้นในสังกัดกรมมหาดเล็กหลวง
- กรมศิลปากรเล่าว่า ในบางคราว ทรงเป็นผู้กำกับการแสดง และ ทรงแสดงเป็นนายมั่น ปืนยาว ชาวป่าในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระร่วง เพื่อปลูกฝังความรักชาติ

![ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1924 รัชกาลที่ 6 ในเครื่องแต่งกายละครเรื่องพระร่วง ถือคันธนู](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-phra-ruang-1924.webp?v=84cb73fe) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย (สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) / Wikimedia Commons (PD-old-70))_

## ดุสิตธานี เมืองจำลองในรัชกาลที่ 6

คลังจดหมายเหตุ อว. บันทึกว่า พ.ศ. 2461 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองจำลอง “ดุสิตธานี” ขึ้นภายในพระราชวังดุสิต แล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปสร้างใหม่ ในพื้นที่ว่างหลังพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานและพระที่นั่งพิมานจักรี ในพระราชวังพญาไทเมื่อ พ.ศ. 2462

กรมศิลปากรอธิบายว่าดุสิตธานีของรัชกาลที่ 6 ประกอบด้วย 6 อำเภอ บ้านเรือน 300 หลังคาเรือน มีถนน วัด ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ประชุม และสวนสาธารณะ มีนคราภิบาลทำหน้าที่บริหาร มีพรรคการเมือง 2 พรรค และทดลองการเลือกตั้งทั้งแบบเลือกนคราภิบาลโดยตรง และแบบเลือกเชษฐบุรุษของอำเภอก่อนแล้วจึงเลือกนคราภิบาล [พิพิธภัณฑ์รัฐสภา](https://parliamentmuseum.go.th/ar63-dusit.html) ให้รายละเอียดเพิ่มว่าสิ่งก่อสร้างจำลองสูงราว 2–3 ฟุต

อาคารจำลองส่วนใหญ่สูญหายไปแล้ว ที่ยังจัดแสดงอยู่ตามที่กรมศิลปากรระบุ คือ พระตำหนักลักษมีวิลาศ (พระตำหนักแขก) และอาคารจำลองวัดราชประดิษฐ์

![ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1924 อาคารจำลองขนาดเล็กในเมืองดุสิตธานี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-dusit-thani-miniature-city.webp?v=a7c2454b) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

![ภาพถ่ายเก่า รัชกาลที่ 6 กับสมาชิกพรรคฝ่ายขวาของดุสิตธานี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-dusit-thani-party.webp?v=8b696675) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## รัชกาลที่ 6 กับกองเสือป่าและลูกเสือ

กรมศิลปากรระบุว่า รัชกาลที่ 6 ได้ทรงสถาปนากองเสือป่าขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 เป็นกองอาสาสมัครฝึกพลเรือนให้มีความรู้อย่างทหาร ขณะที่[หน้าองค์ความรู้อีกหน้าของกรมศิลปากร](https://www.finearts.go.th/chiangmailibrary/view/45399) ระบุว่าตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 และจัดพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาแก่สมาชิกเสือป่าครั้งแรกวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า พระราชทานกำเนิด ทั้งกองทัพอากาศ และกองเสือป่า

ต่อมา ทรงสถาปนากิจการลูกเสือขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2454 กรมศิลปากรระบุว่าไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย และเป็นประเทศที่สามของโลกที่มีกิจการลูกเสือรองจากประเทศอังกฤษ และอเมริกา และ ได้พระราชทาน คติพจน์สำหรับคณะลูกเสือไทยว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”

ด้านที่ไม่เป็นทางการ กรมศิลปากรเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงนำเสือป่า ลูกเสือ ทหารและตำรวจเดินทางไกลรอนแรมไปตามทุ่งนาป่าเขา ด้วยพระองค์เอง บางครั้งดินฟ้าอากาศแปรปรวน ได้โปรดเกล้าฯ ให้เรียกลูกเสือมาพักนอนใน เต้นท์ที่ประทับ ของพระองค์ และ พระองค์เสด็จไปประทับศาลา วัดห่างไปอีก 20 เส้น

![ภาพถ่ายเก่า กองเสือป่าที่สนามหลวง ตามคำบรรยายของแหล่งภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-wild-tiger-sanam-luang.webp?v=fbfa363b) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## พระราชวังสนามจันทร์: ที่ประทับ ของรัชกาลที่ 6 และค่ายหลวงเสือป่า

ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ระบุว่า ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงรับพระราชภาระ ในการปูกระเบื้องประดับองค์พระปฐมเจดีย์ ทำให้ทรงมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้ และ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับ ไว้ แปรพระราชฐาน

- เริ่มสร้าง พ.ศ. 2450 บนที่ดิน 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ออกแบบโดยหลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาคือ พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) และ ได้พระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ว่า “พระราชวังสนามจันทร์”
- เมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า ได้ทรงเปลี่ยนบทบาทของพระราชวังสนามจันทร์ จากที่ประทับเป็นค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์
- พระตำหนักทับขวัญ เป็นหมู่เรือนไทย ใช้วิธีเข้าไม้แบบโบราณ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา 1 คืน
- พระตำหนักทับแก้ว เป็นที่ประทับในฤดูหนาว ส่วน พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ สร้างราว พ.ศ. 2459 ด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง ภายในมี ห้องทรงพระอักษร อยู่ทางทิศเหนือ
- วันที่ 16 ธันวาคม 2546 มีการส่งมอบพื้นที่ให้สำนักพระราชวังดูแล

![พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-sanam-chandra-chalee-mongkol-asana.webp?v=9e91d418) _(ภาพ: Chusak Vijakkhana / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0))_

## พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน: ที่ประทับ ฤดูร้อนของรัชกาลที่ 6

เทศบาลเมืองชะอำระบุว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็น พระราชฐาน ที่ รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 สำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทอง ใต้ถุนสูง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด มี พระที่นั่ง ขนาดใหญ่ 3 องค์ คือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ หน้าภาษาอังกฤษของเทศบาลระบุว่าใช้วัสดุจาก พระราชวัง หาดเจ้าสำราญที่รื้อลง และเรียกที่นี่ว่า “the palace of love and hope”

ก่อนหน้านั้น กรมศิลปากรบันทึกว่าใน พ.ศ. 2461 เสด็จไปประทับ ณ ค่ายหลวงหาดเจ้าสำราญ และ ทรงแสดงพระบรมราชานุศาสนีย์ เนื่องในวันวิสาขบูชาแก่ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน

![ระเบียงทางเดินไม้และอาคารใต้ถุนสูงริมชายหาด พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2562](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-mrigadayavan-beach-pavilion.webp?v=95823d2d) _(ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0))_

![ท้องพระโรง ใน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2560](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-mrigadayavan-throne-hall.webp?v=798f74d4) _(ภาพ: Dominic.choa / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_

## ชีวิต ส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 6 ตามที่บันทึกไว้

- **กิจวัตรประจำวัน:** หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่หนังสือ เรื่อง พระราชานุกิจ ซึ่งคัดตัดตอน พระราชานุกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียบเรียงโดย พระยาอนิรุธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) จางวางมหาดเล็ก
- **ศิลปะทุกแขนง:** หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ทรงพระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ส่วนสำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า ทรงส่งเสริมให้มีการสร้างศิลปะแขนงต่าง ๆ ทั้งแบบตะวันตกและแบบไทย
- **พระราชปณิธาน:** กรมศิลปากรอัญเชิญข้อความที่ พระราชทานแก่พระอนุชาเมื่อต้นรัชกาล ว่า “...ฉันหวังว่าฉันจะยังมีชีวิตอยู่นานพอ จะได้เห็นประเทศสยามได้เข้าร่วมอยู่ในหมู่ชาติต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติและความเสมอภาคอย่างจริง ๆ...”

![ภาพถ่ายเก่าราวทศวรรษ 1920 รัชกาลที่ 6 กับสุนัขชื่อย่าเหล](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-with-dog-yalae.webp?v=e83951a5) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_

## ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 6

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 2423 | 1 มกราคม พระราชสมภพ (คลังจดหมายเหตุ อว.) |
| 2437 | 8 มีนาคม ประชุมอ่านประกาศสถาปนาพระฐานันดรยศมกุฎราชกุมาร ที่กรุงลอนดอน |
| 2440 (1897) | ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ |
| 2442 (1899) | ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด |
| 2445 (1902) | สำเร็จการศึกษา และ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยุโรป รัสเซีย และอียิปต์ |
| 2447 (1904) | ทรงผนวช ระหว่าง 21 สิงหาคม ถึง 11 ธันวาคม ที่วัดบวรนิเวศวิหาร |
| 2450 (1907) | เริ่มการก่อสร้าง พระราชวังสนามจันทร์ |
| 2453 (1910) | 23 ตุลาคม เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรก 11 พฤศจิกายน |
| 2454 (1911) | การสถาปนากองเสือป่า (6 พฤษภาคม) กิจการลูกเสือ (1 กรกฎาคม) การตั้งกรมมหรสพ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช 2 ธันวาคม |
| 2455 | 22 มีนาคม พระราชบัญญัตินามสกุล |
| 2459 | 26 มีนาคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| 2460 (1917) | 22 กรกฎาคม การประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี |
| 2461 (1918) | การสร้างเมืองจำลองดุสิตธานีใน พระราชวังดุสิต |
| 2462 (1919) | การย้ายดุสิตธานีไป พระราชวังพญาไท และกองทหารอาสากลับถึงพระนคร 21 กันยายน |
| 2464 (1921) | พระราชบัญญัติประถมศึกษา |
| 2466 (1923) | การสร้าง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน |
| 2468 (1925) | เสด็จสวรรคต หน่วยราชการในพระองค์ถือวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ส่วนคลังจดหมายเหตุ อว. ระบุวันที่ 26 พฤศจิกายน |
| 2524 (1981) | ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลก |
| 2568 (2025) | พระราชพิธี ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต |

## ภาพบันทึก

![ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1892 ใน พระราชพิธี โสกันต์ แหล่งภาพระบุว่าเด็กชายด้านซ้ายคือ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ และด้านขวาคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-tonsure-1892.webp?v=6b660e95) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 19 พฤษภาคม 2437](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-crown-prince-1894-nat.webp?v=a626121b) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_
![ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-with-parents-nat.webp?v=f8d8ae34) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_
![ภาพถ่ายเก่าราว ค.ศ. 1920 รัชกาลที่ 6 ฉายโดยร้านถ่ายรูปหลวงฉายานรสิงห์](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-portrait-1920.webp?v=596451f6) _(ภาพ: ร้านถ่ายรูปหลวงฉายานรสิงห์ / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![ภาพถ่ายเก่า ธันวาคม ค.ศ. 1914 รัชกาลที่ 6 บนเรือมหาจักรี ที่มณฑลจันทบุรี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-maha-chakri-yacht-1914.webp?v=4bb80987) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand))_
![พระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2559](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/rama-6-vajiravudh/rama-6-sanam-chandra-thap-khwan.webp?v=46c80fca) _(ภาพ: Panuwat Tansui / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0))_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

- **สถาบันการศึกษา:** จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง ทรงวางศิลาพระฤกษ์ตึกบัญชาการ เมื่อ 3 มกราคม 2458 (ปัจจุบันคือคณะอักษรศาสตร์) และวชิราวุธวิทยาลัย ที่พัฒนามาจากโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
- **ลูกเสือไทย:** กิจการที่รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนา เมื่อ 1 กรกฎาคม 2454 ยังดำเนินอยู่ [สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 6](https://scout.nma6.go.th/history-of-thai-scouting) ระบุว่าวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันลูกเสือแห่งชาติ
- **พระราชวัง:** พระราชวังสนามจันทร์ อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ส่วน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ยังตั้งอยู่ที่ชะอำ อ่านต่อใน [พระราชวังสนามจันทร์](/royal/sanam-chandra-palace-history/) และ [พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน](/royal/mrigadayavan-palace-history/)
- **นิทรรศการ:** กรมศิลปากรจัด นิทรรศการถาวรพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 12 ห้อง ที่ชั้น 4 หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน หน้าประชาสัมพันธ์ของกรมฯ ระบุว่าเปิดวันจันทร์–ศุกร์ วันละ 4 รอบ ควรโทรสอบถามก่อนเข้าชม
- **สิ่งที่สืบมาจากรัชกาลที่ 6:** สวนลุมพินี สะพานพระรามหก การประปากรุงเทพฯ ธงไตรรงค์ และนามสกุลที่คนไทยทุกคนใช้
- **วันที่ระลึก:** วันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 หน่วยราชการในพระองค์จัด พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ใน พ.ศ. 2568

อ่านเรื่องอื่นในหมวด [ราชวงศ์จักรี](/royal/chakri-dynasty/) และ [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5](/royal/rama-5-chulalongkorn/)

## คำถามที่พบบ่อย

### รัชกาลที่ 6 คือใคร และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ กี่ปี?

รัชกาลที่ 6 คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ตลอดเวลา 15 ปี ที่ทรงดำรงสิริราชสมบัติ ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 และ ทรงวางรากฐานระบบกฎหมาย

### รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา ที่ไหน?

คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ระบุว่า เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2440 ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ และ พ.ศ. 2442 ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง

### ดุสิตธานีคืออะไร?

ดุสิตธานีเป็นเมืองจำลองที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ใน พ.ศ. 2461 ภายใน พระราชวังดุสิต แล้วย้ายไป พระราชวังพญาไท ใน พ.ศ. 2462 กรมศิลปากรระบุว่ามี 6 อำเภอ บ้านเรือน 300 หลังคาเรือน มีนคราภิบาล พรรคการเมือง 2 พรรค และการทดลองเลือกตั้ง

### พระนามแฝง ของรัชกาลที่ 6 มีอะไรบ้าง?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่าง พระนามแฝง ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในงานพระราชนิพนธ์ ได้แก่ ศรีอยุธยา อัศวพาหุ นายแก้วนายขวัญ พันแหลม พระขรรค์เพชร น้อยลา รามจิตติ M.V. และ Carlton H. Terris

### วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 ตรงกับวันใด?

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นวาระครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ของรัชกาลที่ 6 ส่วนคลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ บันทึกว่า เสด็จสวรรคต วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468


## แหล่งอ้างอิง

- [พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ ๑๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๘](https://www.royaloffice.th/24/11/2025/%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-2/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระบรมราชะประทรรศนีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว](https://www.finearts.go.th/promotion/view/9774-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7) — กรมศิลปากร
- [สยามมกุฎราชกุมาร: สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (ตอนที่ 2.2 ปัจฉิมบท)](https://www.nat.go.th/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8/ArticleId/860/-2-1-2-3-4-5-6-7-8-9-10-11-12-13-14-15) — สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
- [พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว](https://mhesi.nrct.go.th/archives/s/mhesi_archives/item/3735) — คลังจดหมายเหตุการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- [ประวัติและผลงานของกวี: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (หน้า 362)](https://www.orst.go.th/FILEROOM/CABROYINWEB/DRAWER004/GENERAL/DATA0004/00004229.FLP/html/370/) — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
- [พระราชวังสนามจันทร์](https://sanamjan.go.th/public/list/data/detail/id/185/menu/1173/page/1) — องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
- [พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน](http://www.cha-amcity.go.th/site/index.php?option=com_content&view=article&id=58%3A2014-04-12-17-02-46&catid=42%3A2014-04-07-04-29-33&Itemid=92) — เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
