# รถม้าพระที่นั่ง: ประวัติรถม้าในราชสำนักสยาม จากรัชกาลที่ 5 ถึง พ.ศ. 2481

> บันทึกประวัติ รถม้าพระที่นั่ง ในราชสำนักสยาม การเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446 โรงรถม้า รถม้าหลวงของนาคหลวง การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ และกระบวนรถม้า พ.ศ. 2481

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-09T05:11:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-09T05:11:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/royal-carriages-history/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- วันที่ **19 มิถุนายน 2446** รัชกาลที่ 5 ทรงรถม้าพระที่นั่ง พร้อมกระบวนทหารราชองครักษ์จาก พระบรมมหาราชวัง ไปท่าราชวรดิฐ เพื่อเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรีระยะทาง 150 กิโลเมตร
- พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่งใช้รับราชทูตโปรตุเกสเมื่อ **16 กุมภาพันธ์ 2420** มี **โรงรถม้า** อยู่เชิงเขา
- หลังรถยนต์ "แก้วจักรพรรดิ" เข้ามาเมื่อ **พ.ศ. 2447** และมีการสั่งรถยนต์อีก 10 คัน ราชสำนักก็ใช้รถยนต์แทน รถม้าพระที่นั่ง ตามหนังสือของกรมศิลปากร
- ใน **พ.ศ. 2481** กระบวนรถม้าพระที่นั่ง เชิญ เสด็จ จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตามบันทึกของกรมประชาสัมพันธ์

รถม้าพระที่นั่ง คือรถเทียมม้าที่ใช้เป็นพาหนะของ พระมหากษัตริย์ ในราชสำนักสยาม เอกสารของกรมศิลปากรบันทึกว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถม้าพระที่นั่ง ออกจาก พระบรมมหาราชวัง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี และหลังรถยนต์เข้ามาในรัชกาลที่ 5 ราชสำนักก็หันมาใช้รถยนต์เป็นหลักแทน รถม้าพระที่นั่ง

บทความนี้รวบรวมเฉพาะหลักฐานที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ไว้ ได้แก่ กรมศิลปากร สำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักพระราชวัง และกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อบันทึกว่ารถม้าเข้ามาเป็นพาหนะของราชสำนักอย่างไร ใช้ในโอกาสใด และเหลืออะไรให้ชมในปัจจุบัน ส่วนยานที่ใช้คนชักลากหรือแบกหามอ่านได้ที่ [ราชรถ](/royal/royal-chariots-history/) และ [พระราชยาน](/royal/royal-palanquins-history/)

## รถม้าพระที่นั่ง คืออะไร

หน้า "โรงราชรถ" ในพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรอธิบายว่า ราชรถ หรือรถหลวงมีวิธีขับเคลื่อนสองแบบ ราชรถขนาดใหญ่ที่มีซุ้มเครื่องยอดสูงใช้คนลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนอีกวิธีหนึ่งใช้สัตว์ เช่น ม้า เป็นกำลังชักลาก มีด้านหน้าด้านเดียว เพราะส่วนมากเป็นรถขนาดเล็ก มีเครื่องหลังคาหรือซุ้มไม่สูงใหญ่ และน้ำหนักไม่มาก เมื่อจะหยุดรถจึงไม่ต้องฉุดด้านหลัง

รถม้าพระที่นั่ง จึงเป็นรถหลวงในกลุ่มหลังนี้ เอกสารทางการที่อ้างในบทความเรียกพาหนะชนิดนี้ไว้หลายแบบ ดังนี้

- **รถม้าพระที่นั่ง** ใช้เรียกรถที่ พระมหากษัตริย์ ประทับ ในเอกสารของสำนักหอสมุดแห่งชาติและกรมประชาสัมพันธ์
- **รถพระประเทียบ** ปรากฏในคำว่า "กระบวนรถพระประเทียบ" จากจดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ที่กรมศิลปากรอ้างไว้
- **รถม้าหลวง** ใช้เรียกรถม้าที่ราชสำนักจัดให้ผู้อื่นใช้ ตามบันทึกของสำนักพระราชวังเรื่องนาคหลวง
- **กระบวนรถม้า** ใช้เรียกขบวนรถม้า เช่น ขบวนที่ใช้ในการรับแขกเมือง

## ก่อนยุครถม้า: กระบวนม้าและ เรือพระที่นั่งกลไฟ

กรมศิลปากรเล่าไว้ในบทความชุด "160 ปี พระนครคีรี จิรกาล" ว่าการเดินทางไปเมืองเพชรบุรีในสมัยก่อนนิยมใช้ทางน้ำ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ เรือพระที่นั่งกลไฟ เป็น พระราชพาหนะ ไปยังหัวเมือง เช่น เรืออรรคราชวรเดช และเมื่อขึ้นบกแล้วอาจเปลี่ยนเป็นกระบวนม้าเดินบกต่อไปจนถึงเขามหาสวรรค์

ในช่วงต้นรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การเดินทางไปเมืองเพชรบุรียังใช้ทางน้ำเป็นหลัก จดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ภาค 23 ที่กรมศิลปากรอ้างไว้บันทึกว่า เสด็จ ด้วย เรือพระที่นั่งเวสาตรี ถึงอ่าวบ้านแหลม แล้วเปลี่ยนมา ประทับ ม้าพระที่นั่ง เดินบกพร้อมด้วย กระบวนรถพระประเทียบ ถึงพระนครคีรี จนถึง พ.ศ. 2446 เมื่อทางรถไฟสายใต้มาถึงเมืองเพชรบุรี จึงเปลี่ยนมาใช้รถไฟตลอดมา

## โรงรถม้าใน พระราชวัง สมัยรัชกาลที่ 5

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี บันทึกเรื่อง พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นหลังจากเคย เสด็จประพาส เขาลูกนี้เมื่อ พ.ศ. 2414 ผังของ พระราชวัง สะท้อนว่ารถม้าเป็นส่วนหนึ่งของ พระราชฐาน ในสมัยนั้น

- เชิงเขาด้านตะวันออกมีโรงทหารรักษาพระองค์ 1 โรง
- อีกฟากหนึ่งมี **โรงรถม้า**
- ตรงทางสองแพร่งมีกระโจมสำหรับทหารยามรักษาการณ์ และถัดขึ้นไปเป็นโรงทหารมหาดเล็กและทิมดาบตำรวจหน้าท้องพระโรง

พระราชวัง แห่งนี้ใช้รับราชทูตโปรตุเกสเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2420 และเอกสารของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าหลังจากนั้นไม่ได้ใช้เป็นที่ ประทับ อีก

## รถม้าพระที่นั่ง ในการเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446

สำนักหอสมุดแห่งชาติเรียบเรียง "เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา" ว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน เปิดการเดินรถไฟสายเพชรบุรี ระยะทาง 150 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปลาย พ.ศ. 2442 และเปิดทดลองเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2446 ลำดับการเดินทางในเช้าวันนั้นมีดังนี้

1. เวลาเช้าโมงเศษ (7 นาฬิกาเศษ) ทรงเครื่องอย่างจอมพลทหารบก แล้ว ทรงรถม้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยกระบวนทหารราชองครักษ์และมหาดเล็กแห่นำ ตามเสด็จ ออกจาก พระบรมมหาราชวัง
2. กระบวนรถเลี้ยวเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวที่ป้อมอินทรังสรรค์ ไปตามถนนริมกำแพงพระนคร แล้วหยุด รถพระที่นั่ง ที่ชาลา พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย
3. จากนั้นลงเรือกลไฟชื่อชลยุทธ์ที่ท่าราชวรดิฐ ไปขึ้นที่สถานีปากคลองบางกอกน้อย และ ประทับรถพระที่นั่ง ของกรมรถไฟไปยังสถานีหน้าวัดอมรินทรารามวรวิหาร

บันทึกนี้แสดงว่าในปลายรัชกาลที่ 5 รถม้า เรือกลไฟ และรถไฟ ถูกใช้ต่อกันในการเดินทางครั้งเดียว

## รถม้าหลวง กับประเพณีนาคหลวง

สำนักพระราชวังบันทึกเรื่อง พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง ไว้ว่า ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สามเณรปลด กิตฺติโสภโณ (ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สอบพระปริยัติธรรมได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จึงโปรดให้เป็นนาคหลวงอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และโปรดให้จัด **รถม้าหลวง** ไปส่งยังวัดที่จำพรรษา

จากครั้งนั้นจึงถือเป็นราชประเพณีว่า สามเณรที่สอบได้เปรียญ 9 ประโยคเมื่ออายุครบอุปสมบทจะได้เป็นนาคหลวง ข้อความของสำนักพระราชวังที่อธิบายธรรมเนียมนี้ระบุว่า ราชสำนักจัด **รถยนต์หลวง** ไปส่งยังวัดที่จำพรรษา ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนพาหนะจากรถม้ามาเป็นรถยนต์

## กระบวนรถม้าในการรับแขกเมือง ร.ศ. 128

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อ้างราชกิจจานุเบกษาเรื่องการรับดยุคโยฮันอัลเบิร์ต ผู้สำเร็จราชการเมืองบรันสวิก และพระชายา เมื่อเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ร.ศ. 128 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2452 ตามการนับปีขณะนั้น (ค.ศ. 1910) ในการเดินทางครั้งนั้น คณะเดินทางใช้ทั้งรถยนต์ เรือยนต์ รถไฟ และเก้าอี้หาม ส่วนที่เมืองเพชรบุรี ราชกิจจานุเบกษาบันทึกว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลาเช้า คณะเดินทางโดยกระบวนรถม้าจากเชิงเขาไปยังถ้ำเขาหลวง

ในบทความเดียวกัน กรมศิลปากรเล่าว่าดยุคผู้นี้เคยรับรอง รัชกาลที่ 5 ที่ พระราชวัง เมืองบรันสวิกหลายราตรี ในคราวที่ เสด็จพระราชดำเนิน เยือนยุโรป ภาพถ่ายเก่าที่เผยแพร่เป็นสาธารณสมบัติใน Wikimedia Commons ระบุว่าบันทึกการเยือนเมืองบรันสวิกเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1907 ซึ่งแสดงรถม้าที่ใช้รับรองในครั้งนั้น

![ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 กับดยุคโยฮันอัลเบิร์ตในรถม้า ที่เมืองบรันสวิก เยอรมนี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-carriages-history/royal-carriages-braunschweig-1907.webp?v=39b4e296) _(ภาพ: A. Grohs, Braunschweig / Wikimedia Commons (Public domain))_

## จาก รถม้าพระที่นั่ง สู่รถยนต์

หนังสือ "รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕" ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2566 โดยใช้เอกสารของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เล่าลำดับการเข้ามาของรถยนต์ไว้ดังนี้

- รถยนต์คันแรกในเมืองไทยสั่งเข้ามาใน พ.ศ. 2440 โดยจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ
- พ.ศ. 2447 กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงนำ รถยนต์เมอร์ซิเดส เดมเลอร์สีแดงจากยุโรปมาน้อมเกล้าฯ ถวาย และได้รับ พระราชทาน นามว่า "แก้วจักรพรรดิ"
- จากนั้นมีการสั่งรถยนต์เข้ามาอีก 10 คันเพื่อ พระราชทาน แก่ พระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดี และสั่งเพิ่มอีกหลายสิบคันในเวลาต่อมา

หนังสือเล่มเดียวกันสรุปว่า นับตั้งแต่นั้นมาราชสำนักได้ใช้รถยนต์เป็นราชพาหนะแทน รถม้าพระที่นั่ง ดังที่เคยใช้มาแต่ก่อน

![รถยนต์ยุคแรกในสยามจอดเรียงหน้าอาคาร ภาพจากหนังสือรถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากร](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-carriages-history/royal-carriages-early-cars.webp?v=73ce8699) _(ภาพ: กรมศิลปากร (หอจดหมายเหตุแห่งชาติ))_

## กรมราชพาหนะ ในราชสำนัก

สำนักพระราชวังอธิบายประวัติหน่วยงานของตนว่า กรมวังซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสำนักพระราชวังเคยแบ่งงานออกเป็นกรมย่อยหลายกรม เช่น กรมพระตำรวจวัง กรมพระราชยาน กรมอาวุธหลวง กรมฉางข้าวหลวง และกรมสวนหลวง

ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ. 2476 ศาลาว่าการพระราชวัง แบ่งออกเป็น 10 กรม หนึ่งในนั้นคือ **กรมราชพาหนะ** แต่ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 หน่วยงานนี้กลับเป็นกระทรวงวังและแบ่งเป็น 7 กรม ซึ่งไม่มีกรมราชพาหนะอยู่ในรายชื่อ ต่อมาใน พ.ศ. 2478 กระทรวงวังเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวัง ส่วนบันทึกของกรมประชาสัมพันธ์ใน พ.ศ. 2481 ยังกล่าวถึง กระบวนรถม้าพระที่นั่ง ในพระนคร

## กระบวนรถม้าพระที่นั่ง พ.ศ. 2481

กรมประชาสัมพันธ์บันทึกว่า ใน พ.ศ. 2481 รัชกาลที่ 8 เสด็จนิวัติสยามครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญของรัฐบาล เรือหลวงศรีอยุธยาเทียบท่าราชวรดิฐ หลังพิธี รับเสด็จ ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และระหว่างที่ เสด็จโดย กระบวนรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มีประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สองข้างทางอย่างเนืองแน่น

สำนักพระราชวังออก พระนาม รัชกาลนี้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และบันทึกว่าในรัชกาลนี้เองที่กระทรวงวังเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวังเมื่อ พ.ศ. 2478

## ลำดับเหตุการณ์ของ รถม้าพระที่นั่ง

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| รัชกาลที่ 4 | การเดินทางไปหัวเมืองใช้ เรือพระที่นั่งกลไฟ และเปลี่ยนเป็นกระบวนม้าเมื่อเดินทางบก |
| ต้นรัชกาลที่ 5 | การเดินทางไปเมืองเพชรบุรีใช้ ม้าพระที่นั่ง พร้อม กระบวนรถพระประเทียบ |
| 2420 (1878) | พระราชวังบนเขาสัตนารถ ซึ่งมีโรงรถม้า ใช้รับราชทูตโปรตุเกส |
| 2440 (1897) | รถยนต์คันแรกเข้ามาในเมืองไทย |
| 2446 (1903) | 19 มิถุนายน: รัชกาลที่ 5 ทรงรถม้าพระที่นั่ง ออกจาก พระบรมมหาราชวัง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี |
| 2447 (1904) | รถยนต์ "แก้วจักรพรรดิ" เข้ามา ต่อมาราชสำนักใช้รถยนต์แทน รถม้าพระที่นั่ง |
| 2452 (1910) | กระบวนรถม้ารับคณะดยุคโยฮันอัลเบิร์ตที่เมืองเพชรบุรี |
| 2476 (1933) | ศาลาว่าการพระราชวัง มีกรมราชพาหนะเป็น 1 ใน 10 กรม |
| 2481 (1938) | กระบวนรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ไป พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน |

## ภาพบันทึก

![ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1897 รัชกาลที่ 5 ในรถม้าหน้าโรงแรมสเตฟานี เมืองบาเดิน-บาเดิน เยอรมนี](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-carriages-history/royal-carriages-baden-1897.webp?v=e246e462) _(ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (Public domain))_
![โปสการ์ดเก่า วันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 ในรถม้าเมื่อเดินทางถึงกรุงคริสเตียเนีย นอร์เวย์](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-carriages-history/royal-carriages-kristiania-1907.webp?v=a9727471) _(ภาพ: National Library of Norway / Wikimedia Commons (No known copyright restrictions))_
![รถยนต์ยุคแรกในสยาม ภาพจากหนังสือรถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากร](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-carriages-history/royal-carriages-early-car-2.webp?v=e1336f15) _(ภาพ: กรมศิลปากร (หอจดหมายเหตุแห่งชาติ))_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

- **พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง พระราชวังดุสิต** และ **พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่ง พระราชวังดุสิต** อยู่ในรายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยที่ห้องสมุดของกรมศิลปากรรวบรวมไว้ ผู้ที่จะเข้าชมควรตรวจสอบประกาศเวลาเปิดของสำนักพระราชวังก่อน
- **พระราชวังบนเขาสัตนารถ** จังหวัดราชบุรี ซึ่งเคยมีโรงรถม้า ยังมีประวัติบันทึกไว้โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
- **ราชประเพณีนาคหลวง** ซึ่งเริ่มด้วยการจัดรถม้าหลวงไปส่งนาคหลวง ยังเป็น พระราชพิธี ที่สำนักพระราชวังบันทึกไว้ โดยปัจจุบันใช้รถยนต์หลวง
- **บันทึกในราชกิจจานุเบกษา** เรื่องการเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446 ซึ่งสำนักหอสมุดแห่งชาติเผยแพร่ซ้ำ เป็นหลักฐานชั้นต้นของการใช้ รถม้าพระที่นั่ง ในพระราชพิธี

อ่านเรื่องเรือ ราชรถ และยานในงานพิธีอื่น ๆ ได้ที่ [หมวดยานพาหนะใน พระราชพิธี](/royal/royal-vehicles/)

## คำถามที่พบบ่อย

### รถม้าพระที่นั่ง คืออะไร?

รถม้าพระที่นั่ง คือรถเทียมม้าที่ใช้เป็นพาหนะของ พระมหากษัตริย์ หน้าโรงราชรถของกรมศิลปากรอธิบายว่ารถหลวงที่ใช้สัตว์อย่างม้าลากมักเป็นรถขนาดเล็ก มีด้านหน้าด้านเดียว น้ำหนักไม่มาก ต่างจากราชรถขนาดใหญ่ที่ใช้คนชักลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

### มีบันทึกการใช้ รถม้าพระที่นั่ง ในโอกาสใดบ้าง?

สำนักหอสมุดแห่งชาติสรุปจากราชกิจจานุเบกษาว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถม้าพระที่นั่ง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี และกรมประชาสัมพันธ์บันทึก กระบวนรถม้าพระที่นั่ง เมื่อ พ.ศ. 2481 จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

### ราชสำนักเลิกใช้รถม้าเมื่อไร?

หนังสือ รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากรระบุว่า หลังจากรถยนต์แก้วจักรพรรดิเข้ามาใน พ.ศ. 2447 และมีการสั่งรถยนต์เข้ามาอีกหลายสิบคัน ราชสำนักก็ใช้รถยนต์เป็นราชพาหนะแทนรถม้าที่เคยใช้มาแต่ก่อน แต่ยังมีบันทึกการใช้กระบวนรถม้าในโอกาสพิเศษถึง พ.ศ. 2481

### ชม รถม้าพระที่นั่ง ได้ที่ไหน?

รายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยที่หอสมุดแห่งชาติ จันทบุรี ของกรมศิลปากรรวบรวมไว้ มี พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง และ พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่ง ใน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ที่จะเข้าชมควรตรวจสอบประกาศเวลาเปิดของสำนักพระราชวังก่อนเดินทาง


## แหล่งอ้างอิง

- [โรงราชรถ — พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร](http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/bangkoknationalmuseums/index.php/th/virtual-museum/65-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%96.html) — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
- [๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล ตอนที่ ๓ ราชมรรคาสู่เมืองเพ็ชร์](https://www.finearts.go.th/promotion/view/13807-%E0%B9%91%E0%B9%96%E0%B9%90-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%93-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C) — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
- [ราชบุรีก็มีพระราชวังบนเขา](https://www.finearts.go.th/ratchaburimuseum/view/28945-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2) — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี)
- [เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา : การเปิดเส้นทางรถไฟสายเพชรบุรี ปฐมบททางรถไฟสายใต้](https://www.finearts.go.th/nlt/view/50280-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2----%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-) — สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
- [พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง](https://www.royaloffice.th/01/07/2025/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/) — สำนักพระราชวัง
- [สารคดี ๑๑๒ ปี ไพรัชไมตรี ณ เมืองเพชรบุรี ตอนที่ ๗ การรับเจ้า และเสด็จเมืองเพชรบุรี](https://www.finearts.go.th/pranakornkeereemuseum/view/26237-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%91%E0%B9%91%E0%B9%92-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%93-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%97-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5) — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
- [รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ (หนังสือ พ.ศ. ๒๕๖๖)](https://www.finearts.go.th/storage/contents/2025/01/detail_file/vnkHo6IdBcHdjFCWbpBoKp0At2aMgeJUAiCsjD3N.pdf) — กรมศิลปากร
- [สำนักพระราชวัง — ประวัติความเป็นมา](https://www.royaloffice.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-2/) — สำนักพระราชวัง
- [ยุวกษัตริย์รัชกาลที่ ๘ ครอบครัวเล็ก ๆ ราชสกุลมหิดล](https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/420439) — กรมประชาสัมพันธ์ (สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2)
- [รายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย](https://www.finearts.go.th/chantaburilibrary/view/20010-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2) — กรมศิลปากร (หอสมุดแห่งชาติ จันทบุรี)
