# ช้างเผือก ช้างสำคัญ ช้างต้น: มงคล 7 ประการ พระราชพิธี ขึ้นระวาง และ 10 ช้างในรัชกาลที่ 9

> ช้างเผือก หรือ ช้างสำคัญ คือ พระราชพาหนะ ที่ต้องมีมงคล 7 ประการตามกฎหมาย รัชกาลที่ 9 มีช้างต้น 10 ช้าง ช้างแรกขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ. 2502 ที่ พระราชวังดุสิต

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Royal
- เผยแพร่: 2026-10-09T04:52:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-09T04:52:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/royal/royal-white-elephants/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- ตามกฎหมาย ช้างสำคัญ ต้องมีมงคลลักษณะ **7 ประการ** คือ ตาขาว เพดานปากขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาว ขนหางขาว และอัณฑโกศขาว
- พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างสำคัญช้างแรกในรัชกาลที่ 9 ได้ น้อมเกล้าฯ ถวาย เมื่อ **10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501** และขึ้นระวางเมื่อ **10–11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502**
- ในรัชกาลที่ 9 มีช้างสำคัญที่ขึ้นระวางเป็นช้างต้น **10 ช้าง** ตามหนังสือของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น
- ธงช้างเผือกเปล่าบนพื้นแดงเป็นธงของสยามในช่วง **พ.ศ. 2394–2459** ครอบคลุมรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และต้นรัชกาลที่ 6

ช้างเผือก หรือที่ทางราชการเรียกว่า ช้างสำคัญ คือช้างที่ต้องตามคชลักษณ์ และถือเป็น พระราชพาหนะ คู่พระบารมีของ พระมหากษัตริย์ ตามกฎหมายต้องมีมงคลลักษณะ 7 ประการ ในรัชกาลที่ 9 มีช้างสำคัญขึ้นระวางเป็นช้างต้น 10 ช้าง ช้างแรกคือ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ซึ่งขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) ที่ พระราชวังดุสิต

## ช้างเผือก โดยสรุป

- **ชื่อเรียกทางราชการ:** ช้างสำคัญ และเมื่อขึ้นระวางแล้วเป็นช้างต้น คือช้างหลวงของ พระมหากษัตริย์
- **เกณฑ์ตามกฎหมาย:** มงคลลักษณะ 7 ประการ ตั้งแต่ตาขาวจนถึงอัณฑโกศขาว
- **ฐานะ:** กรมศิลปากรระบุว่ามีฐานะเทียบเท่า เจ้านายชั้นเจ้าฟ้า และเมื่อขึ้นระวางจะได้ พระราชทานนาม เป็นพระยาช้างต้นหรือนางพระยาช้างต้น
- **ขั้นตอนเมื่อพบ:** แจ้งนายอำเภอ แล้วส่งต่อถึงกระทรวงมหาดไทยและสำนักพระราชวัง เพื่อให้ผู้ชำนาญคชลักษณ์ตรวจ
- **รัชกาลที่ 9:** ช้างต้น 10 ช้าง เริ่มจาก พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ
- **ที่เก็บเรื่องราว:** พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น ในเขต พระราชวังดุสิต

## ช้างเผือก ช้างสำคัญ และช้างต้น ต่างกันอย่างไร

คำว่า ช้างเผือก ที่คนทั่วไปใช้มักชวนให้เข้าใจว่าเป็นช้างสีขาว แต่กรมศิลปากรอธิบายว่าตามลักษณะของกรมพระคชบาล ซึ่งถือตามตำราพระคชศาสตร์ ช้างเผือกมีหลายสี ได้แก่ ขาว เหลือง เขียว แดง ดำ ม่วง และเมฆ และต้องประกอบด้วยคชลักษณ์อื่นอีก เช่น ตา เพดาน อัณฑโกศ เล็บ ขน คางใน ไรเล็บ สนับงา และช่องแมลงภู่ กรมคชบาลจึงไม่เรียกว่า ช้างเผือก แต่เรียกว่า "ช้างสำคัญ"

ส่วน "ช้างต้น" กรมศิลปากรให้ความหมายว่าคือ ช้างสำคัญที่ได้รับการขึ้นระวางเป็น ช้างหลวงส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์

เมื่อขึ้นระวางแล้ว ช้างจะได้ พระราชทานนาม เป็นพระยาช้างต้นหรือนางพระยาช้างต้น กรมศิลปากรยังระบุว่า ช้างเผือก มีฐานะเทียบเท่า เจ้านายชั้นเจ้าฟ้า และเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเพราะพระบารมีของ พระมหากษัตริย์ การได้ ช้างเผือก จึงเป็นมงคลแก่บ้านเมือง

## มงคล 7 ประการ: ช้างเผือก ตามกฎหมาย

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่าในทางกฎหมาย ช้างสำคัญคือช้างที่มีมงคลลักษณะ 7 ประการ ดังนี้

1. ตาขาว
2. เพดานปากขาว
3. เล็บขาว
4. ขนขาว
5. พื้นหนังขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่
6. ขนหางขาว
7. อัณฑโกศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่

![แผนภาพ 7 ลักษณะ ช้างสำคัญ ตามกฎหมาย](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-seven-signs.webp?v=27df0e6a) _(ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์)_

ช้างที่มีมงคลลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดใน 7 อย่างนี้ ในทางกฎหมายเรียกว่า "ช้างสีปลาด" ส่วน "ช้างเนียม" คือช้างที่มีลักษณะ 3 ประการ คือ พื้นหนังดำ งามีลักษณะดังรูปปลีกล้วย และเล็บดำ

หน้าที่ของผู้พบช้างก็กำหนดไว้ในกฎหมายเช่นกัน กรมศิลปากรระบุว่าผู้ที่จับ ช้างเผือก ได้ หรือช้างที่เลี้ยงไว้ตกลูกออกมาเป็น ช้างเผือก ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ตาม พระราชบัญญัติ รักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 มาตรา 12

## ตระกูลช้างตามตำราคชลักษณ์

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายว่า ช้างเผือก เป็นช้างในตระกูล 4 ตระกูล ได้แก่

- พรหมพงศ์
- อิศวรพงศ์
- พิษณุพงศ์
- อัคนิพงศ์

และมีลักษณะ 7 สี คือ ขาว เหลือง เขียว แดง ดำ ม่วง เมฆ พร้อมคชลักษณ์อื่นประกอบ ตัวอย่างที่กรมศิลปากรบันทึกไว้คือ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ซึ่งอยู่ในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวกอัฐทิศ ชื่อ "กมุท" สีกายดังดอกโกมุท เสียงเป็นสรรพแห่งแตรงอน ประจำทิศหรดี

การตรวจว่าช้างตัวใดต้องตามคชลักษณ์หรือไม่ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ในกรณีของ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ผู้ตรวจคือ พระราชวังเมืองสุริยชาติ สมุห (ปุ้ย คชาชีวะ) ผู้เชี่ยวชาญการดูลักษณะช้าง

## ขั้นตอนเมื่อพบ ช้างเผือก ในปัจจุบัน

หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ขั้นตอนการ น้อมเกล้าฯ ถวาย ช้างสำคัญไว้ 7 ขั้นตอน สรุปได้ดังนี้

1. เจ้าของช้างทำหนังสือถึงนายอำเภอว่าสงสัยว่าช้างของตนอาจเป็นช้างสำคัญ ทั้งช้างเลี้ยงและช้างป่า
2. นายอำเภอแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย
3. กระทรวงมหาดไทยแจ้งสำนักพระราชวัง เพื่อขอผู้ชำนาญคชลักษณ์ไปตรวจ และรายงานผลต่อ เลขาธิการพระราชวัง
4. การตรวจคชลักษณ์เป็นหน้าที่ของผู้ชำนาญคชลักษณ์ที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเท่านั้น
5. เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูล เพื่อ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย
6. สำนักพระราชวังกับกระทรวงมหาดไทยพิจารณาร่วมกันเรื่องการ กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับการน้อมเกล้า ฯ ถวาย และ พระราชพิธีขึ้นระวางสมโภช ช้างสำคัญ ที่จังหวัดหรือที่กรุงเทพฯ
7. เมื่อกระทำพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญแล้ว จึงนำช้างเข้ายืนโรงในโรงช้างต้น

## พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ

กรมศิลปากรเล่าธรรมเนียมเดิมว่า เมื่อตรวจแล้วว่าต้องตามคชลักษณ์ จะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวาง พระราชทานนาม เป็นพระยาช้างต้นหรือนางพระยาช้างต้น ณ เมืองที่ได้ช้าง หรือนำมากรุงเทพฯ แล้วแต่ พระราชประสงค์ ระหว่างเดินทาง ทุกเมืองที่พักแรมจะมีพระสงฆ์สวดมนต์ เวียนเทียน และมหรสพสมโภช

![ภาพถ่ายเก่า พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-archive-ceremony.webp?v=cee2c03c) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

พระราชพิธี ครั้งแรกในรัชกาลที่ 9 จัดที่โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต วันที่ 10–11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 ตามบันทึกของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

- **10 พฤศจิกายน 2502 เวลา 15.00 น.** ขบวนแห่ช้างสำคัญออกจากสวนสัตว์ดุสิตเข้าสู่โรงพระราชพิธี พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์ พราหมณ์ทำพิธีบูชาพระเทวกรรม
- **11 พฤศจิกายน 2502** ช้างสำคัญอาบน้ำ มีการตักบาตรและเลี้ยงพระขึ้นระวาง เมื่อได้พระฤกษ์ โหรหลวงลั่นฆ้องชัย
- จากนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินขึ้นประทับเกยข้างเบญจพาษ ทรงหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระเต้าเทวบิฐและน้ำพระมหาสังข์พระราชทานแก่ช้างสำคัญ และ ทรงเจิมอ้อยแดงจารึกนามพระราชทานช้างสำคัญ
- พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณรดน้ำสังข์ แล้ว พระราชทานเครื่องคชาภรณ์ให้แต่งช้างสำคัญ พราหมณ์อ่านฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภช และเจิมพระยาช้างต้น เป็นอันเสร็จพิธี

![พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ แต่งเครื่องคชาภรณ์ ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-regalia.webp?v=eb710c70) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

## พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างสำคัญช้างแรกในรัชกาลที่ 9

กรมศิลปากรบันทึกว่า หลังจาก พระเศวตคชเดชน์ดิลก ช้างคู่พระบารมีในรัชกาลที่ 7 ล้มลง ประเทศไทยไม่พบ ช้างเผือก อีกเลย จนใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร องค์การสวนสัตว์ทราบว่ามีช้างสีประหลาดเข้าคอกของนายแปลก ฟุ้งเฟื่อง ที่จังหวัดกระบี่

ผลการตรวจพบว่าเป็นช้างพลายอายุประมาณ 3 ขวบ สูง 154 เซนติเมตร งายาว 29.5 เซนติเมตร ตาขาวเจือเหลือง เพดานขาวเจือชมพู เล็บขาวเจือเหลืองอ่อน ขนหางสีน้ำผึ้งแก่เจือแดงแก่ และสีกายสีบัวแดง องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย น้อมเกล้าฯ ถวาย ที่สวนสัตว์ดุสิต (ขณะนั้นชื่อสวนสัตว์เขาดินวนา) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 เวลา 15.20 น.

![พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ในโรงช้างต้น ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-stable-archive.webp?v=426f394a) _(ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)_

หลัง พระราชพิธี พ.ศ. 2502 ได้ พระราชทานพระนามว่า "พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวมนาถบารมี ทุติยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์ สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาต สยามราษฎรสวัสดิประสิทธิ์ รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรบพิตรสารศักดิเลิศฟ้า"

หลัง พระราชพิธี ช้างยืนโรงที่โรงช้างต้น สวนสัตว์ดุสิต จนเมื่อ พ.ศ. 2519 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวณีย์ ให้นำเข้าไปยืนโรงในโรงช้างต้น พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ต่อมาย้ายไปยืนโรง ณ โรงช้างต้น พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ 17–18 มีนาคม พ.ศ. 2547 และ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีสมโภชโรงช้างต้น เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2547 พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ล้มลงเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553 ณ โรงช้างต้นแห่งนั้น อ่านเรื่องพื้นที่นี้ได้ที่ [พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน](/royal/chitralada-palace-history/)

## ช้างต้น 10 ช้าง ในรัชกาลที่ 9

หนังสือ "ช้างต้นคู่พระบารมี" ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น จัดทำเมื่อ พ.ศ. 2552 และหอสมุดแห่งชาติเผยแพร่ในคลังดิจิทัล รวบรวมช้างสำคัญที่ขึ้นระวางเป็นช้างต้นในรัชกาลที่ 9 ไว้ 10 ช้าง ได้แก่

1. พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ
2. พระเศวตวรรัตนกรีฯ
3. พระเศวตสุรคชาธารฯ
4. พระศรีเศวตศุภลักษณ์ฯ
5. พระเศวตศุทธวิลาสฯ
6. พระวิมลรัตนกิริณีฯ
7. พระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ
8. พระเศวตภาสุรคเชนทร์ฯ
9. พระเทพวัชรกิริณีฯ
10. พระบรมนขทัศฯ

หน่วยราชการในพระองค์อธิบายความหมายของ พระราชพิธี นี้ในรัชกาลที่ 9 ว่า พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ช้างที่อยู่ตามธรรมชาติ และเป็นหนึ่งใน พระราชพิธี ที่ ทรงให้ฟื้นฟู ขึ้นใหม่

## ช้างต้นที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่าในปี 2538 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นำช้างสำคัญ จากพระตำหนักสวนจิตรลดา 2 ช้าง มาอยู่ที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร และให้ออกหาอาหารตามธรรมชาติ ในบริเวณรอบนอกพระตำหนัก

ปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าชายฟิลิป ได้ ทอดพระเนตรช้างสำคัญ ณ บริเวณโรงช้างต้น พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อ เสด็จ ฯ เยือนจังหวัดสกลนคร ต่อมาเดือนกันยายน พ.ศ. 2540 ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นำช้างอีก 2 ช้างมาไว้ที่นั่น

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าการนำ ช้างเผือก มาไว้ที่ภูพานครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติในอีกหลายพื้นที่ เช่น บ้านปางหละ อำเภองาว จังหวัดลำปาง และห้วยเวียนไพร ระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์](/royal/phu-phan-palace-history/)

## ช้างเผือก ในรัชกาลก่อน ๆ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น บันทึกช้างสำคัญของรัชกาลก่อนที่ผูกกับโรงช้างต้นใน พระราชวังดุสิต ไว้ดังนี้

| รัชกาล | ช้างสำคัญ | ข้อมูลที่บันทึกไว้ |
| --- | --- | --- |
| รัชกาลที่ 5 | พระเศวตอุดมวารณ์ | สมโภชขึ้นระวาง พ.ศ. 2449 และ ล้ม พ.ศ. 2452 |
| รัชกาลที่ 6 | พระเศวตวชิรพาหฯ | พระยาเพ็ชรพิไลยศรีสวัสดิ์ คล้องได้ราว พ.ศ. 2454 สมโภชที่สวนมิสกวัน ล้ม พ.ศ. 2488 |
| รัชกาลที่ 7 | พระเศวตคชเดชน์ดิลก | มาสู่พระบารมีในช่วง พ.ศ. 2470 และมีการสร้างโรงช้างต้นเพิ่มอีกหลังหนึ่ง |
| รัชกาลที่ 9 | พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ | ขึ้นระวาง พ.ศ. 2502 เป็นช้างแรกจาก 10 ช้าง |

ชื่อช้างของรัชกาลที่ 7 สะกดต่างกันในสองแหล่ง คือ "พระเศวตคชเดชน์ดิลก" ในบทความของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และ "พระเศวตคชเดชดิลกฯ" ในหน้าพิพิธภัณฑ์ บทความนี้ใช้ตัวสะกดแบบแรก

![ภาพถ่ายเก่า พระเศวตวชิรพาหฯ ช้างเผือกในรัชกาลที่ 6](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-rama6-elephant.webp?v=e442c1ec) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ))_
![ภาพถ่ายเก่า พระเศวตคชเดชน์ดิลก ช้างสำคัญในรัชกาลที่ 7 หน้า พระที่นั่งอนันตสมาคม](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-rama7-elephant.webp?v=6028535b) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ))_

## โรงช้างต้น จาก พระราชวังดุสิต สู่พิพิธภัณฑ์

กรมศิลปากรบันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงช้างต้น ในพระราชวังดุสิต พระราชทาน แก่ พระเศวตอุดมวารณ์ ยืนโรง ในรัชกาลที่ 7 สร้างโรงช้างต้นอีกโรงหนึ่งคู่กัน

พ.ศ. 2502 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์โรงเดิมเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นสถานที่ประกอบ พระราชพิธี สมโภชขึ้นระวางของ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงช้างต้นขึ้นในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อให้โรงช้างต้นอยู่ในเขตพระราชฐานใกล้ที่ประทับ

โรงช้างต้นเดิมอยู่ในบริเวณที่ทำการรัฐสภา เมื่อรัฐบาลสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ด้านหลัง พระที่นั่งอนันตสมาคม รัฐสภาจึงขอความเห็นชอบเพื่อรื้อโรงช้างต้นที่ชำรุด แต่สำนักพระราชวังกับกรมศิลปากรเห็นว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย จึงอนุรักษ์ไว้

- **28 มีนาคม พ.ศ. 2517** ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
- **12 มกราคม พ.ศ. 2531** กระทรวงศึกษาธิการประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น
- **พ.ศ. 2535** เปิดให้เข้าชมอย่างไม่เป็นทางการ

อาคารโรงช้างต้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย ก่ออิฐถือปูน กว้าง 12.50 เมตร ยาว 15 เมตร มีหน้าต่าง 17 บาน ภายในมีแท่นเบญพาดสำหรับช้างยืนโรง ทำจากเสาตะลุง 2 ต้น ฝังดินครึ่งหนึ่งของความยาวเพื่อรับกำลังช้าง

![โรงช้างต้นเดิมในเขต พระราชวังดุสิต ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น ภาพถ่าย พ.ศ. 2546](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-elephant-stable-museum.webp?v=326eb6b9) _(ภาพ: Hdamm / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0))_

## ธงช้าง: ช้างเผือก บนธงของสยาม

กองโบราณคดี กรมศิลปากรอธิบายว่า ช้างเผือก เป็นสัตว์มงคลที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของแผ่นดินสยาม "ธงช้างเผือกเปล่าบนพื้นแดง" ใช้ในช่วงปี พ.ศ. 2394–2459 ตลอดรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และต้นรัชกาลที่ 6

ในรัชกาลที่ 5 มี พระราชบัญญัติ ธงที่กำหนดธงแบบอย่างสยามเป็นพื้นแดง ตรงกลางเป็นรูป ช้างเผือก ไม่ ทรงเครื่อง หันหน้าเข้าหาเสา เพื่อเป็นสัญลักษณ์การเดินเรือสินค้าของชาวสยามและเป็นสัญลักษณ์ของสยามในระดับนานาชาติ

![ภาพจำลองแบบดิจิทัลของธงช้างเผือกบนพื้นแดง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-flag-of-siam.webp?v=089a3dfa) _(ภาพ: Xiengyod & Sodacan / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ))_

ภาพประกอบที่กรมศิลปากรใช้คือจิตรกรรมฝาผนังในวิหารวัดม่วง ตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2444 มีภาพเรือกลไฟและเสาธงที่ชักธงช้างไว้

![ธงช้างเผือกในจิตรกรรมฝาผนังวัดม่วง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-flag-mural.webp?v=c7b7be79) _(ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร)_
![เรือกลไฟชักธงช้างในจิตรกรรมฝาผนังวัดม่วง ซึ่งเขียนเมื่อ พ.ศ. 2444](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-flag-ship-mural.webp?v=2d711e74) _(ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร)_

## ลำดับเหตุการณ์ของ ช้างเผือก

| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
| --- | --- |
| 2394–2459 (1851–1916) | ธงช้างเผือกเปล่าบนพื้นแดงเป็นธงของสยาม |
| 2444 (1901) | จิตรกรรมวัดม่วง พระนครศรีอยุธยา บันทึกภาพธงช้าง |
| 2449 (1906) | สมโภชขึ้นระวาง พระเศวตอุดมวารณ์ ในรัชกาลที่ 5 |
| 2454 (1911) | พระยาเพ็ชรพิไลยศรีสวัสดิ์ คล้องช้างเผือกที่ต่อมาได้ พระราชทานนาม ว่า พระเศวตวชิรพาหฯ |
| 2464 (1921) | พระราชบัญญัติ รักษาช้างป่า กำหนดให้แจ้งเมื่อพบ ช้างเผือก |
| 2470 (1927) | ช้างเผือก พระเศวตคชเดชน์ดิลก มาสู่พระบารมีในรัชกาลที่ 7 |
| 2501 (1958) | 10 กุมภาพันธ์ น้อมเกล้าฯ ถวาย ลูกช้างพลายจากจังหวัดกระบี่ |
| 2502 (1959) | 10–11 พฤศจิกายน พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ ที่ พระราชวังดุสิต |
| 2517 (1974) | 28 มีนาคม โรงช้างต้นขึ้นทะเบียนโบราณสถาน |
| 2519 (1976) | พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ย้ายไปยืนโรงที่ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน |
| 2531 (1988) | 12 มกราคม ประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น |
| 2538 (1995) | ช้างสำคัญ 2 ช้างไปอยู่ที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ |
| 2547 (2004) | 17–18 มีนาคม ย้ายไปโรงช้างต้น พระราชวังไกลกังวล |
| 2553 (2010) | 3 เมษายน พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ล้ม |

## ภาพบันทึก

![ภาพถ่ายเก่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร ช้างเผือกในรัชกาลที่ 4 ตามคำอธิบายของคลังภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-rama4-elephant.webp?v=245e600a) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ))_
![ภาพถ่ายเก่า พระเศวตวรรัตนกรีฯ ช้างต้นในรัชกาลที่ 9 ตามคำอธิบายของคลังภาพ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-worarattanakari.webp?v=be4c4cee) _(ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ))_
![อาคารในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น ตามหมวดหมู่ในคลังภาพ ภาพถ่าย พ.ศ. 2557](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-museum-building.webp?v=b2ced27e) _(ภาพ: Immwwi / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0))_
![ภาพมุมกว้างหน้าอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น จากพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-museum-panorama.webp?v=76ad3d90) _(ภาพ: กรมศิลปากร)_
![ธงช้างบนเสาธงในจิตรกรรมฝาผนังวัดม่วง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-flag-pole-mural.webp?v=75ccfbd3) _(ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร)_
![ธงช้างเหนือหลังคาอาคารในจิตรกรรมฝาผนังวัดม่วง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-flag-temple-mural.webp?v=ddd7eade) _(ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร)_
![เรือกลไฟอีกลำในจิตรกรรมฝาผนังวัดม่วง ซึ่งมีธงช้างที่ท้ายเรือ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-flag-ship-mural-2.webp?v=50b54c7a) _(ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร)_

## มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

- **พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น** ในเขต พระราชวังดุสิต ริมถนนอู่ทองใน อาคารหนึ่งจัดแสดงประวัติโรงช้างต้น คชศาสตร์ งาช้างสำคัญ และหนังช้างเผือกดองในรัชกาลที่ 4 อีกอาคารจำลอง พระราชพิธี สมโภชขึ้นระวาง กรมศิลปากรเผยแพร่เป็นพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงด้วย
- **โรงช้างต้นที่จังหวัดลำปาง** สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำปางระบุว่า ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2536 ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลช้างต้นหรือช้างสำคัญของ พระมหากษัตริย์ 6 ช้าง ในพื้นที่ของโรงช้างต้น
- **ขั้นตอนตามกฎหมาย** การ น้อมเกล้าฯ ถวาย ช้างสำคัญยังมีขั้นตอนที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ไว้ ตั้งแต่การแจ้งนายอำเภอจนถึงการนำช้างเข้ายืนโรง

![ป้ายศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/royal-white-elephants/royal-white-tecc-sign.webp?v=ab79e870) _(ภาพ: สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำปาง)_

อ่านเรื่อง พระราชพาหนะ อื่นได้ที่หมวด [พระราชพาหนะ](/royal/royal-vehicles/) และประวัติ พระราชวัง ที่ตั้งโรงช้างต้นเดิมได้ที่ [พระราชวังดุสิต](/royal/dusit-palace-history/)

## คำถามที่พบบ่อย

### ช้างเผือก กับ ช้างสำคัญ ต่างกันอย่างไร?

กรมศิลปากรอธิบายว่า ช้างเผือก ไม่จำเป็นต้องเป็นสีขาว ตำราพระคชศาสตร์กล่าวว่ามีหลายสี และต้องประกอบด้วยคชลักษณ์อื่นอีก เช่น ตา เพดาน เล็บ ขน กรมคชบาลจึงไม่เรียกว่า ช้างเผือก แต่เรียกว่า ช้างสำคัญ ส่วนช้างต้นคือ ช้างสำคัญที่ขึ้นระวางแล้ว

### ช้างเผือก ต้องมีลักษณะอย่างไรตามกฎหมาย?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่าในทางกฎหมาย ช้างสำคัญ ต้องมีมงคลลักษณะ 7 ประการ คือ ตาขาว เพดานปากขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ ขนหางขาว และอัณฑโกศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ ส่วนช้างที่มีลักษณะเหล่านี้เพียงบางอย่างเรียกว่าช้างสีปลาด

### ถ้าพบช้างที่อาจเป็น ช้างเผือก ต้องทำอย่างไร?

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า เจ้าของช้างต้องทำหนังสือถึงนายอำเภอ เรื่องจะส่งต่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย และสำนักพระราชวัง ซึ่งส่งผู้ชำนาญคชลักษณ์ไปตรวจ ก่อน กราบบังคมทูล เพื่อ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย

### ช้างต้น ในรัชกาลที่ 9 มีกี่ช้าง?

หนังสือ ช้างต้นคู่พระบารมี ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น ระบุว่ามี 10 ช้าง เริ่มจาก พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ซึ่งขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ. 2502 และเป็น ช้างเผือก ช้างแรกที่พบหลังรัชกาลที่ 7


## แหล่งอ้างอิง

- [พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ : ช้างสำคัญคู่พระบารมีช้างแรกในรัชกาลที่ 9](https://www.finearts.go.th/nat/view/32843-) — สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
- [ขั้นตอนการน้อมเกล้าฯ ถวายช้างสำคัญ](https://www.royaloffice.th/22/03/2022/%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย](https://www.royaloffice.th/11/10/2025/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์](https://www.royaloffice.th/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%A1/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8/) — หน่วยราชการในพระองค์
- [ช้าง](http://legacy.orst.go.th/?knowledges=%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B9%91%E0%B9%96-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%92) — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
- [นิทรรศการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง)](http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/changton/index.php/th/event.html) — กรมศิลปากร
- [ความเป็นมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง)](http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/changton/index.php/th/about-us/10-about-us.html) — กรมศิลปากร
- [ธงช้างเผือก](https://www.finearts.go.th/archae/view/43778--%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81-) — กองโบราณคดี กรมศิลปากร
- [ช้างต้นคู่พระบารมีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช](http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/6480) — หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร (D-Library)
- [ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย](http://www.lampanglocal.go.th/view_detail.php?boxID=3442&id=47532) — สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำปาง
