# CVE-2026-112816 ช่องโหว่ LXD และ MicroCloud ปลอมเป็นไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ ต้องอัปเดต

> Canonical แจ้ง CVE-2026-112816 ช่องโหว่วิกฤตใน LXD และ MicroCloud ให้ผู้โจมตีปลอมเป็นไคลเอนต์ TLS ที่เชื่อถือได้ แก้ในรุ่น 6.10.1 5.21.9 5.0.11 4.0.15

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Cybersecurity
- เผยแพร่: 2026-11-01T11:23:00.000Z · อัปเดต: 2026-11-01T11:23:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/security/cve-2026-112816-lxd-microcloud-client-certificate-bypass/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- Canonical ประกาศคำแนะนำความปลอดภัยเมื่อ **28 ตุลาคม 2026** และออกรุ่นแก้เมื่อ **29 ตุลาคม 2026** สำหรับ **CVE-2026-112816** ช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตนในการตรวจใบรับรองไคลเอนต์ของ **LXD** และ **MicroCloud**
- ผู้โจมตีที่เข้าถึง **LXD HTTPS API** ได้ และมีใบรับรองสาธารณะของไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ ปลอมตัวเป็นไคลเอนต์นั้นได้โดยไม่ต้องมีกุญแจส่วนตัว ด้วยการใส่ใบรับรองนั้นเป็นใบกลางในสายใบรับรอง
- รุ่นที่แก้แล้วคือ **LXD 6.10.1, 5.21.9, 5.0.11, 4.0.15** และ **MicroCloud 2.1.5, 3.4.1** ผู้ใช้อัปเดตด้วย `sudo snap refresh lxd` และ `sudo snap refresh microcloud`
- ฐานข้อมูลช่องโหว่ของ GitHub ให้คะแนน **CVSS v4 สูงสุด 10.0** โดยโจมตีผ่านเครือข่าย ไม่ต้องยืนยันตัวตน ไม่ต้องให้ผู้ใช้ทำอะไร และ Canonical ระบุว่าอาจได้สิทธิ์ root บนโฮสต์
- ณ วันที่เขียน Canonical ไม่ได้ระบุว่ามีการโจมตีจริง และ CVE นี้ยังไม่อยู่ในรายการ Known Exploited Vulnerabilities ของ CISA

Canonical แจ้งเมื่อ 28 ตุลาคม 2026 ว่าพบช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE-2026-112816 ใน LXD ตัวจัดการคอนเทนเนอร์และเครื่องเสมือน และ MicroCloud ชุดสร้างคลาวด์ขนาดเล็ก ผู้โจมตีที่เข้าถึง LXD HTTPS API ได้และมีใบรับรองสาธารณะของไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ ปลอมตัวเป็นไคลเอนต์นั้นได้โดยไม่ต้องมีกุญแจส่วนตัว Canonical ออกรุ่นแก้เมื่อ 29 ตุลาคม ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตเป็น LXD 6.10.1, 5.21.9, 5.0.11 หรือ 4.0.15 และ MicroCloud 2.1.5 หรือ 3.4.1 ทันที

![หน้ารายการ CVE-2026-112816 ในฐานข้อมูลช่องโหว่ของ GitHub ระบุระดับ Critical คะแนน CVSS v4 10.0 และรุ่นของ LXD ที่ได้รับผลกระทบ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/cve-2026-112816-lxd-microcloud-client-certificate-bypass/cve-2026-112816-github-advisory-page.webp?v=e554650a) _(ภาพ: GitHub Advisory Database (ภาพหน้าจอ))_

## CVE-2026-112816 เกิดจากอะไร

ตามคำอธิบายของ Canonical ตรรกะยืนยันตัวตนของ Remote API ที่ใช้ mutual TLS นำใบรับรองทุกใบที่ไคลเอนต์ส่งมาไปเทียบกับรายการที่เชื่อถือ ทั้งที่มีเพียงใบรับรองปลายสาย (leaf) เท่านั้นที่พิสูจน์ได้ว่าไคลเอนต์ถือกุญแจส่วนตัวจริง ผู้โจมตีจึงเอาใบรับรองสาธารณะของผู้ใช้ที่ระบบเชื่อถือ ไปวางเป็นใบกลาง (intermediate) ในสายใบรับรองของตัวเอง แล้วระบบจะนับว่าเป็นผู้ใช้คนนั้น

ใน MicroCloud ผู้โจมตีดักใบรับรองสาธารณะของสมาชิกคลัสเตอร์ที่กำลังเข้าร่วม แล้วยืนยันตัวตนเป็นสมาชิกนั้นได้ รายการของ GitHub ที่มาจาก NVD สรุปว่าผู้โจมตีที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนใช้สายใบรับรองที่สร้างขึ้นเพื่อเข้าถึงคลัสเตอร์และเครื่องเสมือนที่จัดการอยู่ได้เต็มรูปแบบ Canonical ระบุว่า ถ้าเหยื่อมีสิทธิ์สูง ผู้โจมตีอาจได้สิทธิ์ root บนเครื่องโฮสต์ Canonical บอกด้วยว่าช่องโหว่นี้ส่งต่อมาจากโครงการ Incus แล้วยืนยันว่ากระทบ LXD ด้วย

## รุ่นที่กระทบ CVE-2026-112816 และรุ่นที่แก้แล้ว

| ผลิตภัณฑ์ | ช่อง snap | รุ่นที่แก้ | วันที่ออก |
| --- | --- | --- | --- |
| LXD | 6/stable | 6.10.1 | 29 ต.ค. 2026 |
| LXD | 5.21/stable | 5.21.9 | 29 ต.ค. 2026 |
| LXD | 5.0/stable | 5.0.11 | 29 ต.ค. 2026 |
| LXD | 4.0/stable | 4.0.15 | 29 ต.ค. 2026 |
| MicroCloud | 2/stable | 2.1.5 | 29 ต.ค. 2026 |
| MicroCloud | 3/stable | 3.4.1 | 29 ต.ค. 2026 |

รายการ CVE-2026-112816 ของ GitHub ระบุว่ารุ่นของ LXD ที่ได้รับผลกระทบคือ 4.0.14, 5.0.10, 5.21.8 และ 6.9 ก่อนรุ่นแก้ข้างต้น ฐานข้อมูลของ GitHub ให้คะแนน CVSS v4 สูงสุด 10.0 ด้วยเวกเตอร์ที่โจมตีผ่านเครือข่าย ความซับซ้อนต่ำ ไม่ต้องมีสิทธิ์ และไม่ต้องให้ผู้ใช้ทำอะไร ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงจริงขึ้นอยู่กับว่า API เปิดให้ใครเข้าถึงได้ ประกาศของ Canonical และหน้ารุ่น LXD 5.21.9 ระบุให้ผู้ใช้ทุกคนอัปเดตทันที และระบุว่ารุ่นแก้ของ LXD กำลังทยอยเปิดจาก candidate ไป stable

![ภาพหน้าจอ MicroCloud และ LXD UI แสดงรายการอินสแตนซ์ทั้งคอนเทนเนอร์และเครื่องเสมือนในโปรเจกต์ default](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/cve-2026-112816-lxd-microcloud-client-certificate-bypass/lxd-microcloud-ui-instances.webp?v=4f9677e4) _(ภาพ: Canonical (หน้า MicroCloud))_

## วิธีอัปเดต CVE-2026-112816 และตรวจสอบ

Canonical ให้คำสั่งสองบรรทัด

```bash
sudo snap refresh lxd
sudo snap refresh microcloud
```

หลังอัปเดต CVE-2026-112816 ให้ตรวจเลขรุ่นด้วย `snap list lxd microcloud` เพราะรุ่นแก้ยังอยู่ระหว่างทยอยเปิดสู่ช่อง stable และให้เทียบกับตารางด้านบนตามช่องที่เครื่องใช้อยู่ ประกาศไม่ได้ให้ทางเลี่ยงอื่นนอกจากการอัปเดต

![หน้าสร้าง Storage pool ในอินเทอร์เฟซเว็บของ LXD บน MicroCloud ให้เลือกไดรเวอร์ เช่น Btrfs, Ceph, ZFS และ LVM](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/cve-2026-112816-lxd-microcloud-client-certificate-bypass/lxd-microcloud-ui-storage-pool.webp?v=e250b0ef) _(ภาพ: Canonical (หน้า MicroCloud))_

## ทำไม CVE-2026-112816 จึงสำคัญ

LXD ถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มเครื่องเสมือนและคอนเทนเนอร์ในศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก ห้องแล็บ และงานพัฒนา และเมื่อรวมเป็นคลัสเตอร์ การยึดตัวตนของไคลเอนต์หนึ่งรายอาจแปลว่าได้สิทธิ์ควบคุมทุกเครื่องในคลัสเตอร์ จุดที่ควรสังเกตคือช่องโหว่เกิดที่ตรรกะตรวจสายใบรับรอง ไม่ใช่ที่ตัวอัลกอริทึมเข้ารหัส และใบรับรองสาธารณะต้องถูกส่งไปมาในกระบวนการเข้าร่วมคลัสเตอร์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Canonical ยกกรณี MicroCloud ที่ผู้โจมตีดักใบรับรองระหว่างการเข้าร่วม

ในสัปดาห์เดียวกับ CVE-2026-112816 โครงการ Incus ซึ่งแตกออกมาจาก LXD เผยแพร่คำแนะนำความปลอดภัยระดับวิกฤตเมื่อ 29 ตุลาคม 2026 หลายรายการ และปล่อย Incus 7.6.0 เมื่อ 30 ตุลาคม ซึ่งมีการแก้ "cluster certificate chain handling" ตามรายการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้ Incus ควรอ่านคำแนะนำของโครงการนั้นเองและเทียบกับรุ่นที่ใช้ เรายังไม่พบข้อมูลทางการว่าการแก้ของสองโครงการอ้างถึงช่องโหว่เดียวกัน ส่วนช่องโหว่ฝั่งผู้ให้บริการอื่นที่เพิ่งถูกใช้โจมตีจริงดูได้ใน[หมวดความปลอดภัย](/security/)

![หน้าตั้งค่าเครือข่าย OVN ใน LXD UI บน MicroCloud แสดงอินสแตนซ์ที่เชื่อมกับเครือข่าย default](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/cve-2026-112816-lxd-microcloud-client-certificate-bypass/lxd-microcloud-ui-network-ovn.webp?v=c9345d39) _(ภาพ: Canonical (หน้า MicroCloud))_

## สิ่งที่ผู้ดูแลระบบควรทำ

- **อัปเดตทุกเครื่องที่รัน LXD หรือ MicroCloud ให้พ้น CVE-2026-112816** ตามตารางด้านบน และตรวจเลขรุ่นหลังอัปเดตด้วย `snap list` ไม่ใช่ดูแค่ว่าคำสั่งสำเร็จ
- **ตรวจว่า LXD HTTPS API เปิดถึงใคร** โดยเฉพาะพอร์ตที่เปิดให้เครือข่ายภายนอก จำกัดด้วยไฟร์วอลล์ให้เฉพาะเครือข่ายจัดการ เพราะการโจมตีต้องเข้าถึง API ได้ก่อน
- **ตรวจรายชื่อไคลเอนต์ที่เชื่อถือ** ใน LXD ลบใบรับรองที่ไม่รู้จักหรือไม่ใช้แล้ว เพื่อลดจำนวนตัวตนที่ผู้โจมตีปลอมได้
- **ตรวจบันทึกการเข้าถึงย้อนหลัง** ดูการเชื่อมต่อจาก IP ที่ไม่คุ้นเคยและการสร้างหรือแก้เครื่องเสมือนที่ไม่มีใครสั่ง Canonical ไม่ได้ระบุตัวบ่งชี้การโจมตี จึงเป็นเพียงข้อแนะนำทั่วไป
- **หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมคลัสเตอร์ MicroCloud ผ่านเครือข่ายที่ไม่เชื่อถือ** ระหว่างที่ยังไม่ได้อัปเดต เพราะผู้โจมตีดักใบรับรองช่วงเข้าร่วมได้ตามคำอธิบายของ Canonical

## บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง

องค์กรไทยที่รัน LXD หรือ MicroCloud เองมักมีเครื่องเสมือนหลายสิบเครื่องอยู่หลังตัวจัดการเดียว และต้องทั้งตามประกาศช่องโหว่และอัปเดตให้ทันเวลา หากต้องการส่งต่องานดูแลคลัสเตอร์และเครื่องเสมือน [Private Cloud](https://thaidata.cloud/private-cloud/) ของ THAI DATA CLOUD ให้บริการบน Proxmox VE โดยเก็บข้อมูลไว้ในประเทศ มีทีมวิศวกรไทยดูแล 24/7 และ SLA 99.9% (THAI DATA CLOUD เป็นผู้ดำเนินงานเว็บไซต์นี้)

ติดตามข่าวช่องโหว่และแพตช์เพิ่มเติมได้ที่[หมวดความปลอดภัย](/security/)

## คำถามที่พบบ่อย

### CVE-2026-112816 คืออะไร?

CVE-2026-112816 คือช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตนใน LXD และ MicroCloud ที่ API ตรวจใบรับรอง TLS ผิดวิธี ทำให้ผู้โจมตีที่ถือใบรับรองสาธารณะของผู้ใช้ที่เชื่อถือได้ ใช้ปลอมตัวเป็นผู้ใช้นั้นได้โดยไม่ต้องมีกุญแจส่วนตัว และอาจได้สิทธิ์ root บนโฮสต์

### CVE-2026-112816 กระทบ LXD รุ่นไหนและแก้ด้วยรุ่นอะไร?

รายการของ GitHub ระบุว่ากระทบ LXD 4.0.14, 5.0.10, 5.21.8 และ 6.9 ส่วนรุ่นที่แก้คือ 4.0.15, 5.0.11, 5.21.9 และ 6.10.1 สำหรับ MicroCloud รุ่นที่แก้คือ 2.1.5 และ 3.4.1 ทั้งหมดออกเมื่อ 29 ตุลาคม 2026

### อัปเดต LXD และ MicroCloud ที่แก้ CVE-2026-112816 อย่างไร?

Canonical แนะนำให้รัน sudo snap refresh lxd และ sudo snap refresh microcloud และระบุว่ารุ่นแก้ของ LXD กำลังทยอยเปิดจากช่อง candidate ไปยัง stable ดังนั้นควรตรวจเลขรุ่นด้วยคำสั่ง snap list หลังอัปเดตเพื่อให้แน่ใจว่าได้รุ่นที่แก้แล้ว

### ลดความเสี่ยงของ CVE-2026-112816 ระหว่างรออัปเดตได้อย่างไร?

ประกาศของ Canonical ไม่ได้ให้ทางเลี่ยงอื่นนอกจากการอัปเดต แต่ช่องโหว่ต้องเข้าถึง LXD HTTPS API ได้ จึงควรตรวจว่า API ไม่เปิดสู่อินเทอร์เน็ตและจำกัดด้วยไฟร์วอลล์ให้เฉพาะเครือข่ายที่จำเป็น


## แหล่งอ้างอิง

- [Security advisory: Critical vulnerability found in Canonical LXD and MicroCloud](https://discourse.ubuntu.com/t/security-advisory-critical-vulnerability-found-in-canonical-lxd-and-microcloud/90557) — Canonical (Ubuntu Discourse)
- [LXD 5.21.9 LTS has been released](https://discourse.ubuntu.com/t/lxd-5-21-9-lts-has-been-released/90565) — Canonical (Ubuntu Discourse)
- [CVE-2026-112816: Improper certificate validation in the HTTPS listener in Canonical LXD](https://github.com/advisories/GHSA-pq55-m3w3-jh54) — GitHub Advisory Database
