# วิธีเข้ารหัสดิสก์โน้ตบุ๊กด้วย BitLocker และ FileVault พร้อมเก็บ Recovery Key

> คู่มือเข้ารหัสดิสก์โน้ตบุ๊ก Windows ด้วย BitLocker หรือ Device Encryption และ Mac ด้วย FileVault พร้อมวิธีเก็บและหา recovery key และสิ่งที่ต้องทำเมื่อเครื่องหาย

- ประเภท: คู่มือ · หมวด: Cybersecurity
- เผยแพร่: 2026-10-22T12:21:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T12:21:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/security/laptop-disk-encryption-bitlocker-filevault-guide/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **Device Encryption** เข้ารหัสดิสก์ให้อัตโนมัติและใช้ได้กับ Windows Home ส่วน **BitLocker** แบบตั้งค่าเองมีเฉพาะ Windows Pro, Enterprise, Pro Education/SE และ Education
- BitLocker recovery key เป็นตัวเลข **48 หลัก** และ Microsoft Support กู้คืน ให้ หรือสร้างคีย์ที่หายใหม่ไม่ได้ ถ้าหาไม่เจอต้องรีเซ็ตเครื่องซึ่งลบไฟล์ทั้งหมด
- คีย์ที่ผูกกับบัญชี Microsoft ดูได้ที่ **aka.ms/myrecoverykey** ส่วนเครื่องขององค์กรดูที่ **aka.ms/aadrecoverykey** หรือขอจากฝ่ายไอที
- Mac ที่มี Apple silicon หรือชิป T2 เข้ารหัสข้อมูลอัตโนมัติ การเปิด **FileVault** เพื่อเข้ารหัสดิสก์เพิ่มอีกชั้นใน macOS 27 ทำที่เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > FileVault
- **PDPA มาตรา 37** ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการป้องกันการสูญหายและการเข้าถึงโดยมิชอบ และแจ้งเหตุละเมิดต่อ สคส. ภายใน **72 ชั่วโมง** เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

เข้ารหัสดิสก์โน้ตบุ๊กทำให้ข้อมูลในเครื่องที่หายหรือถูกขโมยอ่านไม่ได้ถ้าไม่มีรหัสผ่านหรือ recovery key โดย Windows 11 Home ใช้ Device Encryption รุ่น Pro, Enterprise และ Education เปิด BitLocker เองได้ ส่วน Mac ใช้ FileVault สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเปิดคือการเก็บ recovery key เพราะ BitLocker recovery key เป็นตัวเลข 48 หลักที่ Microsoft กู้คืนให้ไม่ได้ถ้าทำหาย

คู่มือนี้เรียงตั้งแต่เลือกเครื่องมือตามรุ่นของระบบ เปิดการเข้ารหัสดิสก์ทีละขั้น เก็บและหา recovery key ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อเครื่องหายและหน้าที่ตาม PDPA ขั้นตอนตรวจกับหน้าช่วยเหลือของ Microsoft สำหรับ Windows 11 และ Windows 10 และคู่มือผู้ใช้ Mac ของ macOS 27 Golden Gate ณ ตุลาคม 2026 เครื่องที่ฝ่ายไอทีขององค์กรดูแล การเข้ารหัสมักถูกกำหนดผ่านนโยบายขององค์กร ควรสอบถามฝ่ายไอทีก่อน

## เข้ารหัสดิสก์ช่วยอะไรเมื่อโน้ตบุ๊กหาย

Microsoft อธิบายว่าข้อมูลในอุปกรณ์ที่หายหรือถูกขโมยเสี่ยงถูกเข้าถึงได้สองทาง คือใช้เครื่องมือโจมตีด้วยซอฟต์แวร์ หรือถอดไดรฟ์ไปต่อกับเครื่องอื่น การเข้ารหัสดิสก์ทั้งก้อนด้วย BitLocker ช่วยลดความเสี่ยงนี้ และทำให้ข้อมูลเข้าถึงไม่ได้เมื่อเครื่องถูกปลดระวางหรือนำไปรีไซเคิล

ฝั่ง Apple ระบุว่า Mac ที่มี Apple silicon หรือชิป Apple T2 Security เข้ารหัสข้อมูลอยู่แล้วโดยอัตโนมัติ การเปิด FileVault เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง คือไม่มีใครถอดรหัสหรือเข้าถึงข้อมูลได้ถ้าไม่ใส่รหัสผ่านเข้าสู่ระบบ ส่วน Mac ที่ไม่มี Apple silicon หรือชิป T2 ต้องเปิด FileVault จึงจะเข้ารหัสข้อมูล

การเข้ารหัสดิสก์ไม่ได้แทนการสำรองข้อมูล และถ้าลืมทั้งรหัสผ่านและ recovery key ทั้ง Microsoft และ Apple ระบุว่าข้อมูลจะกลับมาไม่ได้

## BitLocker กับ Device Encryption ต่างกันอย่างไร ใช้กับ Windows รุ่นไหน

ทั้งสองแบบใช้เทคโนโลยี BitLocker ตัวเดียวกัน ต่างกันที่วิธีเปิดและรุ่นของ Windows

| | Device Encryption | BitLocker Drive Encryption |
| --- | --- | --- |
| รุ่น Windows | ทุกรุ่น รวม Windows Home | Pro, Enterprise, Pro Education/SE และ Education |
| วิธีเปิด | อัตโนมัติเมื่อตั้งค่าเครื่องด้วยบัญชี Microsoft หรือบัญชีงาน/โรงเรียน หรือเปิดเองใน Settings | เปิดเองที่หน้า Manage BitLocker ใน Control Panel |
| ไดรฟ์ที่เข้ารหัส | ไดรฟ์ระบบและไดรฟ์ภายในเครื่อง ไม่รวม USB | เลือกได้ทีละไดรฟ์ รวมไดรฟ์ถอดได้ผ่าน BitLocker To Go |

Device Encryption ใช้วิธีเข้ารหัส XTS-AES 128 บิตเป็นค่าเริ่มต้น และตั้งแต่ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Microsoft ตัดเงื่อนไขเรื่อง DMA และ Modern Standby/HSTI ออก เครื่องที่เปิด Device Encryption ได้จึงมีมากขึ้น

## ก่อนเริ่มเข้ารหัสดิสก์: สิ่งที่ต้องเตรียม

- บัญชีผู้ดูแลระบบ (administrator) ทั้ง Windows และ Mac
- บน Windows Home ใช้บัญชี Microsoft ที่มีสิทธิ์ผู้ดูแล เพราะ Microsoft ระบุว่าเครื่องที่ใช้แต่บัญชีภายในเครื่อง (local account) ยังไม่ได้รับการป้องกัน แม้ข้อมูลจะถูกเข้ารหัสแล้วก็ตาม
- TPM: BitLocker ป้องกันได้ดีที่สุดเมื่อใช้กับ TPM ถ้าเครื่องไม่มี TPM ต้องเก็บ startup key ไว้ในไดรฟ์ถอดได้
- ที่เก็บ recovery key อย่างน้อยสองที่ ที่ไม่ใช่ตัวโน้ตบุ๊กเครื่องนั้น
- เสียบสายชาร์จไว้ เพราะ Microsoft ระบุว่าการเข้ารหัสอัตโนมัติอาจช้าลงหรือหยุดชั่วคราวเมื่อเครื่องใช้แบตเตอรี่และมีการใช้งานอยู่
- สำรองไฟล์สำคัญก่อน

## วิธีเข้ารหัสดิสก์ด้วย Device Encryption บน Windows Home

### ขั้นตอนที่ 1: ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ

ลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชีที่เป็นผู้ดูแลระบบ ถ้าใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐานอาจไม่เห็นหัวข้อ Device encryption

### ขั้นตอนที่ 2: เปิดหน้า Device encryption

เปิดแอป Settings แล้วไปที่ Privacy & security > Device encryption (หน้าภาษาไทยของ Microsoft เรียกว่า "การเข้ารหัสลับอุปกรณ์") ถ้าไม่มีหัวข้อนี้ แปลว่าเครื่องไม่รองรับหรือบัญชีไม่ใช่ผู้ดูแลระบบ

### ขั้นตอนที่ 3: เปิดสวิตช์เพื่อเริ่มเข้ารหัสดิสก์

เปิดสวิตช์ Device encryption เป็น On หน้า Settings จะแสดงว่าเปิดแล้วเมื่อการเข้ารหัสดิสก์เสร็จ ถ้าปิด Device Encryption เอง ระบบจะไม่เปิดกลับให้อัตโนมัติอีก

![ขั้นตอน Enable Device Encryption จากหน้าช่วยเหลือของ Microsoft: ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ เปิดหน้า Device encryption แล้วเปิดสวิตช์](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/laptop-disk-encryption-bitlocker-filevault-guide/windows-device-encryption-enable-steps.webp?v=24290a7c) _(ภาพ: Microsoft Support (ภาพหน้าจอ))_

## ทำไม Device Encryption ไม่ขึ้นใน Settings

ถ้าไม่มีหัวข้อ Device encryption ให้กด Start พิมพ์ System Information คลิกขวาแล้วเลือก Run as administrator จากนั้นดูค่า Automatic Device Encryption Support หรือ Device Encryption Support

| ค่าที่เห็น | ความหมายตามหน้าของ Microsoft |
| --- | --- |
| Meets prerequisites | เปิด Device Encryption ได้ |
| TPM is not usable | ไม่มี TPM หรือ TPM ยังไม่ได้เปิดใน BIOS/UEFI |
| WinRE is not configured | ยังไม่ได้ตั้งค่า Windows Recovery Environment |
| PCR7 binding is not supported | Secure Boot ถูกปิด หรือมีอุปกรณ์ต่อพ่วงเสียบอยู่ตอนบูต เช่น docking station หรือการ์ดจอภายนอก |

## วิธีเข้ารหัสดิสก์ด้วย BitLocker บน Windows Pro

### ขั้นตอนที่ 1: เปิดหน้า Manage BitLocker

ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ กด Start พิมพ์ BitLocker แล้วเลือก **Manage BitLocker** (จัดการ BitLocker) ถ้าไม่มีหัวข้อนี้ แปลว่า Windows ไม่ใช่รุ่นที่มี BitLocker ให้ใช้ Device Encryption แทน

### ขั้นตอนที่ 2: เลือกไดรฟ์ที่จะเข้ารหัสดิสก์แล้วกด Turn on BitLocker

หน้า BitLocker Drive Encryption แสดงไดรฟ์ทั้งหมด แบ่งเป็น Operating system drive (ไดรฟ์ที่ติดตั้ง Windows), Fixed data drives (ไดรฟ์ภายในอื่น) และ Removable data drives - BitLocker To Go (เช่น แฟลชไดรฟ์) เลือก **Turn on BitLocker** (เปิด BitLocker) ที่ไดรฟ์ที่ต้องการ

### ขั้นตอนที่ 3: เลือกวิธีปลดล็อกและสำรอง recovery key

ทำตามหน้าจอเพื่อเลือกวิธีปลดล็อกไดรฟ์และสำรอง recovery key (ดูหัวข้อถัดไปว่าเก็บที่ใดได้บ้าง) จากนั้นระบบจะเริ่มเข้ารหัสดิสก์ ซึ่งอาจใช้เวลาพักหนึ่ง แต่ใช้เครื่องต่อได้ระหว่างนั้น

## เข้ารหัสดิสก์แล้ว เก็บ BitLocker recovery key ไว้ที่ไหนดี

ในกรณีส่วนใหญ่ Windows สำรอง recovery key ให้เองตอนเปิด BitLocker ครั้งแรก ถ้าใช้บัญชี Microsoft คีย์มักผูกกับบัญชีนั้น ถ้าเป็นเครื่องขององค์กร ฝ่ายไอทีมักเป็นผู้สำรองและดูแล Microsoft แนะนำให้ตรวจว่าสำเนานั้นมีอยู่จริงและเปิดได้ หรือสำรองเพิ่มเอง

สำรองเพิ่มได้ที่ Start > พิมพ์ BitLocker > Manage BitLocker แล้วเลือก **Back up your recovery key** (สำรองข้อมูลคีย์การกู้คืนของคุณ) ข้างไดรฟ์ที่ต้องการ จากนั้นเลือกที่เก็บ แล้วกด Finish

| ตัวเลือก | ข้อควรรู้จาก Microsoft |
| --- | --- |
| Save to your Microsoft account (บันทึกไปยังบัญชี Microsoft) | เก็บในคลัง recovery key ของบัญชี เครื่ององค์กรอาจขึ้นเป็น Save to your Azure AD account |
| Save to a USB flash drive (บันทึกลงใน USB แฟลชไดรฟ์) | คีย์ใช้พื้นที่ไม่กี่ KB ห้ามเก็บแฟลชไดรฟ์ไว้กับคอมพิวเตอร์ |
| Save to a file (บันทึกเป็นไฟล์) | เป็นไฟล์ข้อความ บันทึกลงไดรฟ์ที่กำลังเข้ารหัสไม่ได้ |
| Print the recovery key (พิมพ์คีย์การกู้คืน) | เก็บกระดาษไว้ในที่ปลอดภัย ไม่เก็บไว้กับเครื่อง |

![ขั้นตอน Back up your recovery key และ 4 ตัวเลือกที่เก็บ BitLocker recovery key จากหน้าช่วยเหลือของ Microsoft](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/laptop-disk-encryption-bitlocker-filevault-guide/bitlocker-recovery-key-backup-options.webp?v=011ccc77) _(ภาพ: Microsoft Support (ภาพหน้าจอ))_

Microsoft เตือนว่าถ้าขโมยได้ทั้งโน้ตบุ๊กและแฟลชไดรฟ์หรือกระดาษที่มีคีย์ ก็เลี่ยงการเข้ารหัสดิสก์ได้ และแนะนำว่าสำรองไว้กี่ชุดก็ได้ มากกว่าหนึ่งชุดยิ่งปลอดภัย ไฟล์คีย์อาจคัดลอกไปเก็บใน OneDrive Personal Vault ตามคำแนะนำของ Microsoft

## เครื่องถาม BitLocker recovery key จะหาได้จากที่ไหน

เครื่องอาจขอ recovery key ตอนบูตเมื่อมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ หรือขอเมื่อลืมรหัสปลดล็อกไดรฟ์ข้อมูล

### ขั้นตอนที่ 1: จดเลข 8 หลักแรกของ recovery key ID

หน้าจอ BitLocker recovery แสดง recovery key ID ไว้ จด 8 หลักแรกไว้ใช้จับคู่ว่าคีย์ไหนคือคีย์ของไดรฟ์นี้ ตั้งแต่ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หน้าจอนี้ยังแสดงคำใบ้ของบัญชี Microsoft ที่ผูกกับคีย์ด้วย

![หัวข้อ Step 1 ในหน้า Find your BitLocker recovery key ของ Microsoft แสดงตำแหน่ง recovery key ID บนหน้าจอ BitLocker recovery](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/laptop-disk-encryption-bitlocker-filevault-guide/bitlocker-recovery-key-id-screen.webp?v=d892573f) _(ภาพ: Microsoft Support (ภาพหน้าจอ))_

### ขั้นตอนที่ 2: เปิดดูคีย์จากอุปกรณ์อื่น

- **บัญชี Microsoft**: เปิดเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์อื่นไปที่ aka.ms/myrecoverykey ลงชื่อเข้าใช้ แล้วหาคีย์ที่ ID ตรงกัน ถ้าคนอื่นเป็นผู้ตั้งค่าเครื่องหรือเปิด BitLocker คีย์อาจอยู่ในบัญชีของคนนั้น
- **บัญชีงานหรือโรงเรียน**: ไปที่ aka.ms/aadrecoverykey ลงชื่อเข้าใช้ เลือก Devices ขยายรายการเครื่อง แล้วเลือก View BitLocker Keys หรือติดต่อฝ่ายไอทีขององค์กร
- **กระดาษที่พิมพ์ไว้** หรือ **แฟลชไดรฟ์**: เสียบแฟลชไดรฟ์แล้วทำตามหน้าจอ ถ้าเก็บเป็นไฟล์ข้อความให้เปิดอ่านจากเครื่องอื่น

ถ้าหาไม่พบและย้อนการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เครื่องถามคีย์ไม่ได้ ต้องรีเซ็ตเครื่องด้วยตัวเลือก recovery ของ Windows ซึ่งจะลบไฟล์ทั้งหมด

## วิธีเข้ารหัสดิสก์ Mac ด้วย FileVault

### ขั้นตอนที่ 1: เปิดหน้า FileVault

บน Mac เลือกเมนู Apple > การตั้งค่าระบบ แล้วคลิก **ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย** ในแถบด้านข้าง จากนั้นคลิก FileVault (อาจต้องเลื่อนลง) ต้องเป็นผู้ดูแลระบบจึงจะตั้งค่าได้

### ขั้นตอนที่ 2: เปิดใช้ FileVault

คลิก **เปิดใช้ FileVault** ระบบอาจขอให้ใส่รหัสผ่านก่อนเริ่มเข้ารหัสดิสก์

### ขั้นตอนที่ 3: เลือกวิธีปลดล็อกดิสก์เมื่อลืมรหัสผ่าน

- ใช้บัญชี iCloud: คลิก "อนุญาตบัญชี iCloud ของฉันเพื่อปลดล็อคดิสก์ของฉัน" ถ้าใช้ iCloud อยู่แล้ว ส่วนตัวเลือก "ตั้งค่าบัญชี iCloud ของฉันเพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านของฉัน" หน้าภาษาอังกฤษของ Apple ระบุว่าใช้เมื่อยังไม่ได้ใช้ iCloud
- ใช้ recovery key: คลิก "สร้างคีย์กู้คืนและไม่ใช้บัญชี iCloud ของฉัน" แล้วจดคีย์เก็บไว้ในที่ปลอดภัย

### ขั้นตอนที่ 4: คลิกดำเนินการต่อ

คลิก **ดำเนินการต่อ** ถ้า Mac มีผู้ใช้หลายคน ข้อมูลของทุกคนจะถูกเข้ารหัสด้วย ถ้ามีปุ่ม **เปิดใช้งานผู้ใช้** ต้องใส่รหัสผ่านของผู้ใช้แต่ละคนก่อน เขาจึงจะปลดล็อกดิสก์ได้

![ขั้นตอนเปิด FileVault ในคู่มือผู้ใช้ Mac ภาษาไทยของ Apple: เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > FileVault และตัวเลือกบัญชี iCloud หรือคีย์กู้คืน](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/laptop-disk-encryption-bitlocker-filevault-guide/macos-filevault-turn-on-steps-th.webp?v=a539c144) _(ภาพ: Apple (ภาพหน้าจอ))_

## เข้ารหัสดิสก์ด้วย FileVault ควรใช้ iCloud หรือ recovery key

Apple ระบุว่าแบบบัญชี iCloud สะดวกสำหรับคนที่ใช้ iCloud เพราะไม่ต้องเก็บคีย์แยก ส่วน recovery key เป็นชุดตัวอักษรและตัวเลข ต้องจดให้ตรงทุกตัว เก็บไว้ในที่ที่จำได้ แต่ไม่ใช่ที่เดียวกับ Mac และไม่เก็บไว้ในดิสก์ที่ถูกเข้ารหัส Mac ของธุรกิจหรือโรงเรียน สถาบันตั้ง recovery key ไว้ปลดล็อกได้อีกทางหนึ่ง

คำเตือนของ Apple ชัดเจนว่า ถ้าเปิด FileVault แล้วลืมรหัสผ่านเข้าสู่ระบบ รีเซ็ตไม่ได้ และลืม recovery key ด้วย จะเข้าสู่ระบบไม่ได้ และไฟล์กับการตั้งค่าจะหายไปตลอดกาล

เมื่อเปิด FileVault แล้ว macOS จะให้ใส่รหัสผ่านเมื่อ Mac ตื่นจากโหมดพักเครื่องหรือออกจากภาพพักหน้าจอด้วย

## เทียบการเข้ารหัสดิสก์ BitLocker, Device Encryption และ FileVault

| | Device Encryption | BitLocker | FileVault |
| --- | --- | --- | --- |
| ระบบ | Windows ทุกรุ่น รวม Home | Windows Pro, Enterprise, Education | macOS |
| เปิดที่ | Settings > Privacy & security > Device encryption | Manage BitLocker | เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > FileVault |
| ค่าเริ่มต้น | เปิดอัตโนมัติเมื่อใช้บัญชี Microsoft หรือบัญชีงาน | ต้องเปิดเอง | Mac ที่มี Apple silicon หรือ T2 เข้ารหัสอัตโนมัติ แต่ FileVault ต้องเปิดเอง |
| กุญแจสำรอง | recovery key 48 หลัก สำรองอัตโนมัติ | recovery key 48 หลัก เลือกที่เก็บเอง | บัญชี iCloud หรือ recovery key ตัวอักษรและตัวเลข |
| ถ้าเสียกุญแจทั้งหมด | ต้องรีเซ็ตเครื่อง ไฟล์หาย | ต้องรีเซ็ตเครื่อง ไฟล์หาย | ไฟล์และการตั้งค่าหายถาวร |

## ปัญหาที่พบบ่อยตอนเข้ารหัสดิสก์และวิธีแก้

| อาการ | วิธีแก้ |
| --- | --- |
| ไม่มีหัวข้อ Device encryption ใน Settings | ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ แล้วตรวจค่า Device Encryption Support ใน System Information |
| ไม่มี Manage BitLocker | Windows เป็นรุ่น Home ใช้ Device Encryption แทน |
| ไดรฟ์ขึ้นไอคอนเตือนสีเหลือง (Device Encryption) | การเข้ารหัสยังไม่ถูกผูกกับ TPM และยังไม่ได้สำรองคีย์ ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ที่เป็นผู้ดูแลระบบ |
| PCR7 binding is not supported | เปิด Secure Boot และถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงตอนบูต |
| บันทึกไฟล์คีย์ไม่ได้ | บันทึกลงไดรฟ์ที่กำลังเข้ารหัสไม่ได้ ให้บันทึกลงแฟลชไดรฟ์หรือไดรฟ์อื่นที่ไม่ได้เข้ารหัส |
| มีหลายคีย์ ไม่รู้ว่าอันไหน | ใช้ 8 หลักแรกของ recovery key ID บนหน้าจอเทียบกับรายการคีย์ |
| ผู้ใช้อีกคนเปิด Mac ที่เปิด FileVault ไม่ได้ | ผู้ดูแลระบบกด เปิดใช้งานผู้ใช้ แล้วใส่รหัสผ่านของผู้ใช้นั้น |

## โน้ตบุ๊กหายหรือถูกขโมยต้องทำอะไร

**Windows**: ตาม[หน้า Find or lock a lost Windows device](https://support.microsoft.com/en-us/account-billing/find-and-lock-a-lost-windows-device-890bf25e-b8ba-d3fe-8253-e98a12f26316) ถ้าเปิด Find My Device ไว้ล่วงหน้า (ต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนตัวที่เป็นผู้ดูแลระบบ) ไปที่ account.microsoft.com/devices เลือกแท็บ Find My Device เพื่อดูตำแหน่ง แล้วกด Lock > Next เพื่อล็อกเครื่องจากระยะไกล จากนั้นรีเซ็ตรหัสผ่าน Microsoft แนะนำให้แจ้งตำรวจและบริษัทประกัน หมายเลขเครื่องดูได้ที่ Info and support ในหน้าเดียวกัน

**Mac**: ตาม[หน้า หาก Mac ของคุณสูญหายหรือถูกขโมย](https://support.apple.com/th-th/102481) ของ Apple ถ้าตั้งค่า "ค้นหา Mac ของฉัน" ไว้ ให้เปิดแอปค้นหาของฉันบนอุปกรณ์ Apple เครื่องอื่นหรือที่ icloud.com/find เปิดโหมดสูญหาย และถ้าคิดว่าคงไม่ได้คืน ให้ลบ Mac จากระยะไกล ซึ่งเครื่องต้องเปิดและต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ ถ้าไม่ได้ตั้งค่าไว้ Apple แนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple และบัญชีอื่นที่ใช้บนเครื่อง และแจ้งความพร้อมหมายเลขประจำเครื่อง

ทั้งสองระบบ การเข้ารหัสดิสก์ที่เปิดไว้ก่อนเครื่องหายคือสิ่งที่ทำให้ข้อมูลในไดรฟ์ยังอ่านไม่ได้ แม้ผู้อื่นจะถอดไดรฟ์ออกไป

## เข้ารหัสดิสก์เกี่ยวกับ PDPA อย่างไร

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (1) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน ตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศ ตัวบทมาตรานี้ไม่ได้ระบุเครื่องมือเฉพาะ แต่โน้ตบุ๊กที่เก็บข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานเป็นอุปกรณ์ที่หายหรือถูกขโมยได้ การเข้ารหัสดิสก์จึงเป็นมาตรการที่องค์กรควรพิจารณา

มาตรา 37 (4) ให้แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้ เว้นแต่การละเมิดไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ถ้ามีความเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาด้วย การแจ้งและข้อยกเว้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ เมื่อเครื่องหาย ให้แจ้ง DPO หรือฝ่ายกฎหมายทันทีพร้อมข้อมูลว่าเครื่องเข้ารหัสดิสก์ไว้หรือไม่ และเก็บ recovery key ไว้ที่ใด

## สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

1. ตรวจทุกโน้ตบุ๊กว่าเข้ารหัสดิสก์แล้วหรือยัง โดยเฉพาะเครื่อง Windows Home ที่ใช้บัญชีภายในเครื่อง ซึ่งยังไม่ได้รับการป้องกันแม้ข้อมูลจะถูกเข้ารหัส
2. กำหนดว่า recovery key ของเครื่ององค์กรเก็บที่ใด เช่น Microsoft Entra ID หรือ AD DS แทนบัญชีส่วนตัวของพนักงาน
3. เปิด Find My Device หรือค้นหา Mac ของฉันไว้ล่วงหน้า และจดหมายเลขเครื่องไว้
4. ซักซ้อมขั้นตอนเมื่อเครื่องหายให้ทันกรอบ 72 ชั่วโมงของ PDPA

ข่าวและคู่มือด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมอยู่ใน[หมวด Security](/security/) และเรื่องกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ใน[หมวด Policy](/policy/)

## คำถามที่พบบ่อย

### Windows 11 Home เข้ารหัสดิสก์ได้ไหม?

ได้ Windows 11 Home เข้ารหัสดิสก์ด้วย Device Encryption ซึ่งเปิด BitLocker ให้ไดรฟ์ระบบและไดรฟ์ภายในอัตโนมัติเมื่อตั้งค่าเครื่องด้วยบัญชี Microsoft ถ้ายังไม่เปิด ให้ไปที่ Settings > Privacy & security > Device encryption แล้วเปิดสวิตช์ ส่วนหน้าจัดการ BitLocker แบบตั้งค่าเองมีเฉพาะรุ่น Pro, Enterprise และ Education

### BitLocker recovery key อยู่ที่ไหน?

ขึ้นกับตอนเปิด BitLocker ว่าเก็บไว้ที่ใด ถ้าผูกกับบัญชี Microsoft ให้เปิด aka.ms/myrecoverykey จากอุปกรณ์อื่น ถ้าเป็นเครื่ององค์กรให้ดูที่ aka.ms/aadrecoverykey หรือถามฝ่ายไอที นอกจากนั้นอาจอยู่ในกระดาษที่พิมพ์ไว้หรือแฟลชไดรฟ์ ให้จับคู่ด้วยเลข 8 หลักแรกของ recovery key ID

### ลืม BitLocker recovery key ขอจาก Microsoft ได้ไหม?

ไม่ได้ Microsoft ระบุว่าฝ่ายสนับสนุนไม่สามารถกู้คืน ให้ หรือสร้าง BitLocker recovery key ที่หายใหม่ได้ ถ้าหาคีย์ไม่พบและย้อนการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เครื่องถามคีย์ไม่ได้ ต้องรีเซ็ตเครื่อง ซึ่งจะลบไฟล์ทั้งหมด จึงควรสำรองคีย์ไว้มากกว่าหนึ่งที่ตั้งแต่วันที่เข้ารหัสดิสก์

### เปิด FileVault ควรเลือก iCloud หรือ recovery key?

ทั้งสองแบบใช้ปลดล็อกดิสก์และรีเซ็ตรหัสผ่านเมื่อลืม Apple ระบุว่าแบบบัญชี iCloud สะดวกเพราะไม่ต้องเก็บคีย์แยก ส่วน recovery key เป็นชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ต้องจดให้ถูกทุกตัวและเก็บไว้คนละที่กับ Mac ถ้าลืมทั้งรหัสผ่านและคีย์ ไฟล์จะสูญหายถาวร

### เข้ารหัสดิสก์แล้ว โน้ตบุ๊กหายยังต้องแจ้งเหตุตาม PDPA ไหม?

PDPA มาตรา 37 (4) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งเหตุละเมิดต่อ สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่การละเมิดไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล การเข้ารหัสดิสก์เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างหนึ่ง แต่จะต้องแจ้งหรือไม่ต้องประเมินตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ ควรให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) ประเมินทันที


## แหล่งอ้างอิง

- [Device Encryption in Windows](https://support.microsoft.com/en-us/windows/device-encryption-in-windows-cf7e2b6f-3e70-4882-9532-18633605b7df) — Microsoft Support
- [Back Up Your BitLocker Recovery Key](https://support.microsoft.com/en-us/windows/back-up-your-bitlocker-recovery-key-e63607b4-77fb-4ad3-8022-d6dc428fbd0d) — Microsoft Support
- [Find your BitLocker recovery key](https://support.microsoft.com/en-us/windows/find-your-bitlocker-recovery-key-6b71ad27-0b89-ea08-f143-056f5ab347d6) — Microsoft Support
- [BitLocker overview](https://learn.microsoft.com/en-us/windows/security/operating-system-security/data-protection/bitlocker/) — Microsoft Learn
- [ปกป้องข้อมูลบน Mac ของคุณด้วย FileVault](https://support.apple.com/th-th/guide/mac-help/mh11785/mac) — Apple
- [พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1_Personal-Data-Protection-2562.pdf) — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
