# วิธีตั้งค่ากันมือถือถูกขโมยบน iPhone และ Android พร้อมสิ่งที่ต้องทำเมื่อเครื่องหายในไทย

> คู่มือกันมือถือถูกขโมย เปิด Stolen Device Protection บน iPhone และ Theft protection บน Android ล่วงหน้า พร้อมขั้นตอนล็อกเครื่อง ระงับเบอร์ และแจ้งความในไทย

- ประเภท: คู่มือ · หมวด: Cybersecurity
- เผยแพร่: 2026-10-22T12:47:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T13:07:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/security/stolen-phone-protection-iphone-android-guide/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **Stolen Device Protection** ใช้ได้กับ iOS 17.3 ขึ้นไปและต้องเปิดก่อนมือถือถูกขโมย เมื่อ iPhone อยู่นอกสถานที่ที่คุ้นเคย การเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple ต้องรอ **1 ชั่วโมง** แล้วยืนยันด้วย Face ID หรือ Touch ID อีกครั้ง
- **Theft protection** ของ Android อยู่ที่การตั้งค่า > Google > บริการทั้งหมด > การป้องกันการขโมย บางขั้นตอนใช้ได้เฉพาะ **Android 10** ขึ้นไป และไม่รองรับอุปกรณ์ Android Go แท็บเล็ต และอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้
- เมื่อมือถือถูกขโมย ให้ระบุว่าสูญหายที่ **iCloud.com/find** หรือล็อกเครื่อง Android ที่ **android.com/lock** ซึ่งล็อกจากระยะไกลได้ 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง และอย่าลบ iPhone ออกจากค้นหาของฉัน
- ลูกค้า AIS ขอระงับสัญญาณชั่วคราวได้ทาง **1175** หรือ AIS Shop นานสูงสุด 60 วัน ส่วนลูกค้า my by NT ติดต่อ NT Contact Center **1888** ซึ่งให้บริการ 24 ชั่วโมง
- ถ้ามีคนใช้เครื่องที่หายหลอกลวงหรือโอนเงินออกไป ศปอส.ตร. ให้โทร **1441** เพื่อระงับบัญชีคนร้ายไว้ 72 ชั่วโมง แล้วแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th หรือสถานีตำรวจ

ถ้ามือถือถูกขโมย สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือฟีเจอร์ที่เปิดไว้ก่อนเครื่องหาย ได้แก่ Stolen Device Protection บน iPhone (iOS 17.3 ขึ้นไป) Theft protection บน Android และ Find My กับ Find Hub ที่ใช้ล็อกและลบข้อมูลจากระยะไกล คู่มือนี้พาตั้งค่าทีละขั้น แล้วสรุปสิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อเครื่องหายในไทย

ขั้นตอนทั้งหมดตรวจกับหน้าช่วยเหลือของ Apple และ Google ณ 22 ตุลาคม 2026 ซึ่ง Apple ระบุว่า iOS เวอร์ชันล่าสุดคือ [iOS 27.0.1](https://support.apple.com/en-us/100100) ชื่อเมนูภาษาไทยเขียนตามหน้าช่วยเหลือภาษาไทยของแต่ละบริษัท เมนูในเครื่อง Android อาจต่างไปตามรุ่นและผู้ผลิต

## ก่อนเริ่ม: สิ่งที่ต้องเตรียมกันมือถือถูกขโมย

ฟีเจอร์กันขโมยใช้ได้เฉพาะเมื่อเปิดไว้ก่อน Apple เขียนไว้ชัดว่าต้องเปิด "ก่อนที่อุปกรณ์จะสูญหายหรือถูกขโมย" และถ้าไม่ได้เปิดค้นหาของฉันไว้ จะระบุว่าเครื่องสูญหายหรือลบข้อมูลจากระยะไกลไม่ได้เลย

| สิ่งที่ต้องมี | iPhone | Android |
| --- | --- | --- |
| ระบบปฏิบัติการ | iOS 17.3 ขึ้นไป | บางขั้นตอน Android 10 ขึ้นไป บางขั้นตอน Android 15 ขึ้นไป |
| ล็อกหน้าจอ | รหัสอุปกรณ์ | PIN รูปแบบ หรือรหัสผ่าน |
| ไบโอเมตริก | Face ID หรือ Touch ID | ลายนิ้วมือหรือใบหน้า |
| บัญชี | บัญชี Apple ที่เปิดการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย | บัญชี Google พร้อมรหัสสำรองของการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน |
| ระบบหาเครื่อง | ค้นหาของฉัน (Find My) | Find Hub (หน้าภาษาไทยเรียกว่า ศูนย์การค้นหา) |

จดหมายเลขประจำเครื่อง (serial) และ IMEI เก็บไว้นอกเครื่องด้วย เพราะทั้ง Apple และ Google ระบุว่าตำรวจอาจขอข้อมูลนี้เมื่อแจ้งความมือถือถูกขโมย บน Android ดู IMEI ได้ที่การตั้งค่า > เกี่ยวกับโทรศัพท์

## Stolen Device Protection กันมือถือถูกขโมยได้อย่างไร

หน้าภาษาไทยของ Apple เรียกฟีเจอร์นี้ว่า "คุณสมบัติการปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย" ออกแบบมาสำหรับกรณีที่มือถือถูกขโมยและขโมยรู้รหัสเครื่องของเรา เมื่อ iPhone อยู่ห่างจากสถานที่ที่คุ้นเคย เช่น บ้านหรือที่ทำงาน การทำบางอย่างต้องยืนยันด้วย Face ID หรือ Touch ID เท่านั้น ป้อนรหัสแทนไม่ได้ เช่น ใช้รหัสผ่านหรือพาสคีย์ในพวงกุญแจ ปิดโหมดสูญหาย ลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมด และตั้งค่าหรือถ่ายโอน eSIM

การเปลี่ยนการตั้งค่าสำคัญยังมี "การรอเวลาเพื่อความปลอดภัย" (Security Delay) คือยืนยันด้วย Face ID หรือ Touch ID รอ 1 ชั่วโมง แล้วยืนยันอีกครั้ง ใช้กับการเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple การลงชื่อออกจากบัญชี การเพิ่มหรือลบอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ การเปลี่ยนรหัส การรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด และการปิดฟีเจอร์นี้เอง Apple อธิบายว่าช่วงรอนี้กันขโมยไม่ให้แก้การตั้งค่าสำคัญ เจ้าของจึงยังมีเวลาระบุว่าเครื่องสูญหาย การตั้งค่าเหล่านี้แก้บนเว็บ account.apple.com ไม่ได้

## เปิด Find My บน iPhone ก่อนมือถือถูกขโมย

Stolen Device Protection บังคับให้เปิดค้นหาของฉันไว้ และปิดไม่ได้ระหว่างที่ฟีเจอร์นี้เปิดอยู่ ขั้นตอนตาม[คู่มือผู้ใช้ iPhone ของ Apple](https://support.apple.com/th-th/guide/iphone/iph9a847efc7/ios)

### ขั้นตอนที่ 1: เปิด "ค้นหา iPhone ของฉัน"

1. ไปที่ การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > ค้นหาของฉัน (Settings > [your name] > Find My)
2. แตะ "ค้นหา iPhone ของฉัน" แล้วเปิดใช้ "ค้นหา iPhone ของฉัน"
3. เปิดเครือข่าย "ค้นหาของฉัน" ซึ่งบน iPhone ที่รองรับช่วยหาเครื่องได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมงหลังปิดเครื่อง หรือ 5 ชั่วโมงเมื่ออยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน (power reserve mode)
4. เปิด "ส่งตำแหน่งที่ตั้งล่าสุด" เพื่อส่งตำแหน่งไปที่ Apple อัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่ต่ำถึงขั้นวิกฤต

iPhone มีการล็อคการเข้าใช้เครื่อง (Activation Lock) ที่ทำให้คนอื่นเปิดใช้งานเครื่องไม่ได้ แม้จะลบข้อมูลออกหมดแล้ว และ Apple ระบุว่าการลบเครื่องออกจากค้นหาของฉันจะลบการล็อคนี้ไปด้วย

## เปิด Stolen Device Protection กันมือถือถูกขโมยทีละขั้น

ก่อนเปิด ต้องใช้การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยสำหรับบัญชี Apple ตั้งรหัสอุปกรณ์ Face ID หรือ Touch ID และเปิดตำแหน่งที่ตั้งสำคัญ ที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง > บริการระบบ > ตำแหน่งที่ตั้งและเส้นทางสำคัญ Apple ระบุว่าฟีเจอร์นี้อาจเปิดอยู่แล้วตามค่าเริ่มต้น

### ขั้นตอนที่ 2: เปิดปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย

1. ไปที่ การตั้งค่า > Face ID และรหัส (Settings > Face ID & Passcode)
2. ป้อนรหัสของอุปกรณ์
3. แตะ "ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย" แล้วเปิด "ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย" (Stolen Device Protection)

![หน้าช่วยเหลือภาษาไทยของ Apple ระบุสิ่งที่ต้องมีก่อนเปิดและ 3 ขั้นตอนเปิดปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/stolen-phone-protection-iphone-android-guide/apple-stolen-device-protection-th-steps.webp?v=ac091b65) _(ภาพ: Apple (ภาพหน้าจอ))_

### ขั้นตอนที่ 3: ให้รอเวลาทุกสถานที่ (ไม่บังคับ)

ค่าเริ่มต้นเข้มงวดเฉพาะเมื่ออยู่นอกสถานที่ที่คุ้นเคย ถ้าต้องการให้ใช้ทุกที่ ให้ไปที่ การตั้งค่า > Face ID และรหัส แตะ "การปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย" แล้วเลือก "เปิดตลอด" ภายใต้ "ต้องรอเวลาเพื่อความปลอดภัย" (Always ภายใต้ Require Security Delay)

## Android กันมือถือถูกขโมยด้วย Theft protection ที่ไหน

หน้าภาษาไทยของ Google เรียกชุดฟีเจอร์นี้ว่า "การป้องกันการขโมย" Google ระบุว่าบางขั้นตอนใช้ได้เฉพาะ Android 10 ขึ้นไป ไม่รองรับอุปกรณ์ Android Go แท็บเล็ต และอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ และการรองรับต่างกันไปตามรุ่น หน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุข้อจำกัดตามประเทศ

### ขั้นตอนที่ 4: เปิดหน้าการป้องกันการขโมย

1. เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์
2. แตะ Google > บริการทั้งหมด (Google > All services)
3. ในส่วน "ความปลอดภัยส่วนบุคคลและของอุปกรณ์" ให้แตะการป้องกันการขโมย (Theft protection)

![Google ระบุว่าฟีเจอร์การป้องกันการขโมยใช้ได้บางขั้นตอนกับ Android 10 ขึ้นไป และเปิดได้จาก Google > บริการทั้งหมด](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/stolen-phone-protection-iphone-android-guide/android-theft-protection-th-steps.webp?v=39bd1cd2) _(ภาพ: Google (ภาพหน้าจอ))_

## ฟีเจอร์กันมือถือถูกขโมยของ Android แต่ละตัวทำอะไร

### ขั้นตอนที่ 5: เปิดฟีเจอร์ที่เครื่องรองรับ

ในหน้าการป้องกันการขโมย ให้เปิดสวิตช์ของแต่ละฟีเจอร์ ถ้าสวิตช์เป็นสีเทาหรือไม่มีรายการนั้น แปลว่าเครื่องไม่รองรับ

| ฟีเจอร์ | ทำงานอย่างไร | ข้อจำกัดที่ Google ระบุ |
| --- | --- | --- |
| ล็อกเมื่อตรวจพบการขโมย (Theft Detection Lock) | ใช้ AI เซ็นเซอร์การเคลื่อนไหว Wi-Fi และบลูทูธตรวจว่ามีคนคว้าเครื่องแล้วหนี แล้วล็อกหน้าจอ | ไม่ทำงานขณะหน้าจอล็อกอยู่ และอาจไม่ทำงานเมื่อต่อ Wi-Fi หรือบลูทูธที่เสถียร |
| การล็อกอุปกรณ์ที่ออฟไลน์ (Offline Device Lock) | ล็อกหน้าจอเมื่อเครื่องถูกใช้แบบออฟไลน์ไปสักพัก | เครื่องต้องปลดล็อกอยู่ตอนขาดการเชื่อมต่อ ล็อกได้ 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง |
| การล็อกเมื่อตรวจสอบสิทธิ์ไม่สำเร็จ | ล็อกเมื่อยืนยันตัวตนไม่สำเร็จซ้ำ ๆ | เปิดตามค่าเริ่มต้นเมื่อมีหน้าจอล็อก |
| การล็อกระยะไกล (Remote Lock) | ล็อกหน้าจอจาก android.com/lock ด้วยหมายเลขโทรศัพท์ | ต้องมีซิมที่ใช้งานอยู่ หมายเลขที่ยืนยันแล้ว เปิด Find Hub ต่ออินเทอร์เน็ต ล็อกได้ 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง |
| การตรวจสอบตัวตน (Identity Check) | นอกสถานที่ที่เชื่อถือได้ การกระทำสำคัญต้องใช้ลายนิ้วมือหรือใบหน้าเท่านั้น | มีในอุปกรณ์บางรุ่น |

## ตั้ง Remote Lock และ Identity Check ไว้ก่อนมือถือถูกขโมย

### ขั้นตอนที่ 6: เปิดการล็อกระยะไกล

1. ไปที่ การตั้งค่า > Google > บริการทั้งหมด > การป้องกันการขโมย แล้วแตะการล็อกระยะไกล
2. เปิดการล็อกระยะไกล ถ้าหมายเลขยังไม่ได้ยืนยัน ให้แตะยืนยันหมายเลข แล้วเปิดยืนยันหมายเลขโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ
3. (ไม่บังคับ) แตะคำถามด้านความปลอดภัย (ไม่บังคับ) เพื่อให้คนที่ตอบไม่ถูกล็อกเครื่องของเราไม่ได้

### ขั้นตอนที่ 7: เปิดการตรวจสอบตัวตน

ในหน้าเดียวกัน แตะการตรวจสอบตัวตน แล้วทำให้ครบ ได้แก่ ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เพิ่มการล็อกหน้าจอ เพิ่มการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือหรือใบหน้า เพิ่มสถานที่ที่เชื่อถือได้ เช่น บ้านหรือที่ทำงาน และยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ แล้วแตะเสร็จสิ้น Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้ทำให้คนที่ไม่ได้รับอนุญาตยึดบัญชี Google ในเครื่องได้ยากขึ้นเมื่อมือถือถูกขโมย เมื่ออยู่นอกสถานที่ที่เชื่อถือได้ การเข้าถึงรหัสผ่านและพาสคีย์ การรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น การปิดศูนย์การค้นหา และการเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Google จะต้องใช้ไบโอเมตริก ใช้ PIN แทนไม่ได้

## เปิด Find Hub และล็อกซิมก่อนมือถือถูกขโมย

Google ระบุว่า Find Hub เปิดเองเมื่อเพิ่มบัญชี Google ในเครื่อง แต่ควรตรวจตามหน้า[เตรียมพร้อมสำหรับการค้นหาอุปกรณ์ Android ที่สูญหาย](https://support.google.com/android/answer/3265955?hl=th) ซึ่งระบุว่าบางขั้นตอนใช้ได้เฉพาะ Android 14 ขึ้นไป ถ้ามือถือถูกขโมยตอนที่ Find Hub ปิดอยู่ จะล็อกหรือลบข้อมูลจากระยะไกลไม่ได้

### ขั้นตอนที่ 8: ตรวจ Find Hub รหัสสำรอง และ PIN ของซิม

1. การตั้งค่า > ความปลอดภัย > ศูนย์การค้นหา แล้วตรวจว่า "อนุญาตให้ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์" เปิดอยู่
2. การตั้งค่า > ตำแหน่ง แล้วเปิดใช้ตำแหน่ง
3. ที่บัญชี Google แตะความปลอดภัยและการลงชื่อเข้าใช้ > การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน > รหัสสำรอง เพราะเครื่องหลักที่หายอาจเป็นช่องทางรับรหัสยืนยันเสียเอง
4. การตั้งค่า > ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว > การตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม > การล็อกซิม > ล็อกซิม เพื่อไม่ให้คนอื่นนำซิมไปควบคุมเบอร์ของเรา

## มือถือถูกขโมย (iPhone) ต้องทำอะไรทันที

Apple ให้ตั้งเครื่องเข้าโหมดสูญหายให้เร็วที่สุดเมื่อมือถือถูกขโมย โหมดนี้ล็อกเครื่องด้วยรหัสและระงับบัตรที่ใช้กับ Apple Pay ถ้าเปิด Stolen Device Protection ไว้ การปิดโหมดสูญหายต้องใช้ Face ID หรือ Touch ID คนที่รู้รหัสก็ยังเข้าเครื่องไม่ได้

### ขั้นตอนที่ 9: ระบุว่าสูญหายที่ iCloud.com/find

1. ไปที่ iCloud.com/find จากเครื่องอื่น ไม่ต้องใช้รหัสยืนยันในการลงชื่อเข้าใช้ จึงทำได้แม้อุปกรณ์ที่เชื่อถือจะถูกขโมยไปด้วย
2. ภายใต้อุปกรณ์ทั้งหมด ให้เลือก iPhone ของคุณ
3. เลือกระบุว่าสูญหาย (Mark as Lost) แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

![ขั้นตอนระบุว่าสูญหายบน iCloud.com/find ที่ Apple ให้ทำเร็วที่สุดเมื่อ iPhone ถูกขโมย](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/stolen-phone-protection-iphone-android-guide/icloud-find-mark-as-lost-th-steps.webp?v=a3dd7105) _(ภาพ: Apple (ภาพหน้าจอ))_

Apple แนะนำต่อว่าไม่ต้องใส่เบอร์โทรหรือข้อความติดต่อเมื่อเครื่องถูกขโมย เพราะขโมยอาจใช้หลอกเรา อย่าลบอุปกรณ์ออกจากค้นหาของฉัน และถ้าเห็นตำแหน่งบนแผนที่ อย่าตามไปเอาคืนเอง ให้ติดต่อตำรวจ Apple จะไม่ติดต่อมาบอกว่าพบเครื่องแล้ว ใครขอรหัสเครื่องหรือรหัสยืนยัน อย่าให้เด็ดขาด

## หา iPhone ไม่เจอหลังมือถือถูกขโมย ต้องทำอะไรต่อ

- **ลบข้อมูลจากระยะไกล** ด้วยแอปค้นหาของฉันบนเครื่องอื่นหรือที่ iCloud.com/find เมื่อลองทุกทางแล้ว เพราะย้อนกลับไม่ได้ เครื่องที่ใช้ iOS 15 ขึ้นไปยังหาตำแหน่งได้หลังลบ และต้องไม่ลบเครื่องออกจากค้นหาของฉัน
- **ตรวจบัญชี Apple** บน iPad หรือ Mac ที่ลงชื่อบัญชีเดียวกัน ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] เอาเครื่องที่ถูกขโมยและอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักออกจากรายการ แล้วแตะลงชื่อเข้าและความปลอดภัยเพื่อตรวจอีเมล เบอร์โทร และวิธีกู้คืนบัญชี ถ้าเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ทำเอง ให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple
- **ไม่ได้เปิดค้นหาของฉันไว้** Apple ให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple ทันที

## มือถือถูกขโมย (Android) ต้องทำอะไรทันที

เมื่อมือถือถูกขโมย ให้ล็อกเครื่องก่อน Google ระบุว่าถ้าจะล้างหรือลบข้อมูลหลังล็อกแล้ว ต้องลงชื่อเข้าใช้ Find Hub

### ขั้นตอนที่ 10: ล็อกเครื่องที่ android.com/lock หรือ Find Hub

1. ไปที่ android.com/lock ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ ทำ reCAPTCHA แล้วขอให้ล็อกเครื่อง (ใช้ได้เมื่อเปิดการล็อกระยะไกลไว้)
2. หรือเปิดแอปศูนย์การค้นหาบนเครื่อง Android อื่น หรือ Find Hub ในเบราว์เซอร์ ลงชื่อเข้าใช้ แล้วเลือกเครื่องที่หาย
3. เลือกระบุว่าหาย (Mark as lost) เพื่อล็อกเครื่องด้วย PIN รูปแบบ หรือรหัสผ่าน เครื่องที่ใช้ Android 17 ขึ้นไปและมีการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือหรือใบหน้าจะต้องใช้ทั้งรหัสและไบโอเมตริก
4. ถ้าหาคืนไม่ได้ เลือกการตั้งค่า > รีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น ข้อมูลจะถูกลบถาวร และเครื่องจะไม่อยู่ในศูนย์การค้นหาอีก

### ขั้นตอนที่ 11: ออกจากระบบบัญชี Google และเปลี่ยนรหัสผ่าน

ตามหน้า[ล็อกหรือลบข้อมูลโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่สูญหาย](https://support.google.com/accounts/answer/7177579?hl=th) ของ Google ให้เปิดบัญชี Google ในส่วน "ความปลอดภัย" หา "อุปกรณ์ของคุณ" เลือกจัดการอุปกรณ์ เลือกเครื่องที่หาย แล้วเลือกออกจากระบบข้าง "การเข้าถึงบัญชี" จากนั้นเปลี่ยนรหัสผ่านที่การลงชื่อเข้าใช้ Google > รหัสผ่าน และเปิด passwords.google.com เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านของแอปและเว็บที่บันทึกไว้ทีละรายการ

## มือถือถูกขโมย ระงับเบอร์กับ AIS, TRUE, NT อย่างไร

Apple ให้ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อแจ้งว่าเครื่องถูกขโมยและขอระงับบัญชี ส่วน Google ระบุว่าค่ายอาจช่วยปิดซิมการ์ดไม่ให้คนอื่นโทรออกหรือส่งข้อความ และสั่งซิมการ์ดใหม่ ไม่ว่าเบอร์จะอยู่บนซิมการ์ดหรือ eSIM ให้แจ้งค่าย ช่องทางที่ค่ายเผยแพร่ไว้สำหรับกรณีมือถือถูกขโมยหรือหาย ณ วันที่ตรวจมีดังนี้

| ค่าย | ช่องทางบนเว็บของค่าย | เงื่อนไขที่ควรรู้ |
| --- | --- | --- |
| AIS | โทร 1175 หรือ AIS Shop ส่งเอกสารทาง [LINE @aiscontactcenter](https://aiscallcenter.ais.co.th/ikm/acc/index.php?kmid=KM1093780) | ระงับสูงสุด 60 วัน (ติดสัญญาซื้อเครื่อง 29 วัน) รับสายได้ 2 วันแรก ใช้อินเทอร์เน็ตและ SMS ไม่ได้ ไม่คิดค่ารักษาเลขหมายกรณีเครื่องหาย |
| my by NT | [NT Contact Center 1888](https://www.ntplc.co.th/resident/mobile/mobile) (24 ชั่วโมง) หรือศูนย์บริการ NT | ไม่ได้ระบุขั้นตอนเฉพาะกรณีเครื่องหาย |
| ทรู และดีแทค | [ศูนย์บริการทรูและดีแทค](https://www.true.th/services/shop-locations) | ไม่พบหน้าบน true.th ที่อธิบายการระงับเบอร์เมื่อเครื่องหาย จึงไม่ระบุเบอร์โทร |

![AIS ระบุ 2 ช่องทางขอระงับสัญญาณชั่วคราวเมื่อมือถือหาย คือโทร 1175 และ AIS Shop พร้อมผลของการระงับ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/stolen-phone-protection-iphone-android-guide/ais-suspend-lost-phone-channels.webp?v=28477cfe) _(ภาพ: AIS (ภาพหน้าจอ))_

AIS เตือนว่าถ้าครบกำหนดระงับแล้วไม่ติดต่อเปิดใช้ เลขหมายจะถูกยกเลิกออกจากระบบทันที

## แจ้งความมือถือถูกขโมยในไทยที่ไหน

Apple ให้แจ้งความต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่อาจขอหมายเลขประจำเครื่อง เมื่อมือถือถูกขโมยในไทยจึงไปแจ้งที่สถานีตำรวจพร้อมหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI

ถ้ามีคนใช้เครื่องหรือบัญชีของเราหลอกลวงหรือโอนเงินออกไป ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ตอบไว้ในคำถามที่พบบ่อยข้อ "หากตกเป็นเหยื่อต้องดำเนินการอย่างไร" บน[หน้าแรกของ thaipoliceonline.go.th](https://www.thaipoliceonline.go.th/) (กดที่คำถามเพื่อเปิดคำตอบ) ว่าให้โทรสายด่วน 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายไว้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง แล้วรีบเข้าพบพนักงานสอบสวน ช่องทางแจ้งความมี 3 ทาง คือ สายด่วน 1441 ระบบแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.go.th และสถานีตำรวจใกล้บ้าน

มือถือขององค์กรที่มีข้อมูลลูกค้า ให้แจ้งฝ่ายไอทีทันที และดูหลักการแจ้งเหตุตาม PDPA ใน[คู่มือเข้ารหัสดิสก์โน้ตบุ๊กและเก็บ Recovery Key](/security/laptop-disk-encryption-bitlocker-filevault-guide/)

## มีเงินถูกโอนออกหลังมือถือถูกขโมย แจ้งธนาคารอย่างไร

หน้าแรกของ thaipoliceonline.go.th รวมเบอร์ธนาคารสำหรับ "แจ้งอายัดบัญชีด้วยตัวเอง" ไว้ดังนี้ (ตรวจ ณ 22 ตุลาคม 2026)

| ธนาคาร | เบอร์และเมนูที่กด |
| --- | --- |
| กสิกรไทย | 0-2888-8888 กด 001 |
| ไทยพาณิชย์ | 0-2777-7575 |
| กรุงศรีอยุธยา | 1572 กด 5 |
| กรุงเทพ | 0-2645-5555 กด * 3 |
| กรุงไทย | 0-2111-1111 กด 108 |
| ทหารไทยธนชาต | 1428 กด 03 |
| ธนาคารออมสิน | 1115 กด 6 |
| ซีไอเอ็มบี ไทย | 0-2626-7777 กด 12 |

Google แนะนำให้คอยตรวจใบแจ้งยอดบัตรเครดิตหลังมือถือถูกขโมย และแจ้งรายการซื้อที่เป็นการฉ้อโกงต่อบริษัทที่ออกบัตร

## เช็กลิสต์มือถือถูกขโมย: ทำทันที / ภายใน 24 ชม.

ตารางนี้รวมสิ่งที่ต้องทำเมื่อมือถือถูกขโมยจากหน้าของ Apple, Google, AIS และ ศปอส.ตร. ข้างต้น การแบ่งช่วงเวลาเป็นการเรียงลำดับของเราเอง ไม่ใช่กำหนดเวลาของหน่วยงานใด

| ช่วงเวลา | สิ่งที่ทำ |
| --- | --- |
| ทำทันที | iPhone: ระบุว่าสูญหายที่ iCloud.com/find (Apple ให้ทำเร็วที่สุด) ถ้าไม่ได้เปิดค้นหาของฉัน ให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple |
| ทำทันที | Android: ล็อกที่ android.com/lock หรือระบุว่าหายใน Find Hub |
| ทำทันที | ถ้ามีเงินถูกโอนออก โทร 1441 และธนาคาร |
| ทำทันที | ขอค่ายระงับเบอร์ เช่น AIS โทร 1175 |
| ภายใน 24 ชม. | ออกจากระบบบัญชี Google บนเครื่องที่หาย เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีและรหัสผ่านที่บันทึกไว้ ตรวจอุปกรณ์และวิธีกู้คืนในบัญชี Apple |
| ภายใน 24 ชม. | แจ้งความที่สถานีตำรวจพร้อมหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI |
| ภายใน 24 ชม. | ตรวจใบแจ้งยอดบัตรเครดิตและรายการในบัญชีธนาคาร |
| เมื่อหมดทางหาคืน | ลบข้อมูลจากระยะไกล โดยไม่ลบ iPhone ออกจากค้นหาของฉัน |

## ทำไมฟีเจอร์กันมือถือถูกขโมยไม่ทำงาน

อาการที่พบบ่อยตอนตั้งค่าหรือหลังมือถือถูกขโมย และวิธีแก้ที่หน้าช่วยเหลือของ Apple และ Google ระบุไว้

| อาการ | สาเหตุและวิธีแก้ตามหน้าช่วยเหลือ |
| --- | --- |
| ไม่เห็นเครื่องใน iCloud.com/find | ไม่ได้เปิดค้นหาของฉันก่อนเครื่องหาย ให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple ทันที |
| iPhone ไม่ขึ้นบนแผนที่ | ถ้ามีคนพยายามเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี Apple ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ตำแหน่งอาจไม่แสดงชั่วคราว แต่ยังระบุว่าสูญหายได้ |
| สั่งโหมดสูญหายแล้วยังไม่มีผล | เครื่องต้องเปิดอยู่และเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือเซลลูลาร์ |
| android.com/lock ล็อกไม่ได้ | ตรวจว่าเปิดการล็อกระยะไกล มีซิมใช้งานอยู่ หมายเลขยืนยันแล้ว เปิด Find Hub และตอบคำถามความปลอดภัยถูก ถ้าเครื่องออฟไลน์จะล็อกเมื่อกลับมาออนไลน์ |
| จะขายหรือยก iPhone ให้คนอื่น | ปิด Stolen Device Protection ก่อน ถ้าอยู่นอกสถานที่ที่คุ้นเคยต้องรอเวลาเพื่อความปลอดภัยก่อน |

อ่านคู่มือและข่าวความปลอดภัยไซเบอร์อื่น ๆ ได้ที่[หมวดความปลอดภัย](/security/)

## คำถามที่พบบ่อย

### มือถือถูกขโมยต้องทำอะไรก่อน?

ล็อกเครื่องให้เร็วที่สุด iPhone ให้ระบุว่าสูญหายที่ iCloud.com/find ซึ่งลงชื่อเข้าใช้ได้โดยไม่ต้องใช้รหัสยืนยัน ส่วน Android ใช้ android.com/lock หรือ Find Hub จากนั้นขอค่ายระงับเบอร์ เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี และแจ้งความ ถ้ามีเงินถูกโอนออกหลังมือถือถูกขโมย ให้โทร 1441 และธนาคารทันที

### Stolen Device Protection เปิดที่ไหนและต้องใช้ iOS เวอร์ชันไหน?

ใช้ได้กับ iOS 17.3 ขึ้นไป เปิดที่การตั้งค่า > Face ID และรหัส ป้อนรหัสเครื่อง แล้วแตะปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย ก่อนเปิดต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยของบัญชี Apple รหัสอุปกรณ์ Face ID หรือ Touch ID ตำแหน่งที่ตั้งสำคัญ และต้องเปิดค้นหาของฉัน จึงควรเปิดไว้ตั้งแต่วันนี้ก่อนมือถือถูกขโมย

### มือถือถูกขโมย ระงับเบอร์ AIS อย่างไร?

AIS ระบุว่าขอระงับสัญญาณชั่วคราวได้ 2 ช่องทาง คือโทร 1175 หรือไปที่ AIS Shop และส่งเอกสารยืนยันตัวตนทาง LINE @aiscontactcenter ได้ ระงับได้สูงสุด 60 วัน (ติดสัญญาซื้อเครื่อง 29 วัน) และรับสายได้เฉพาะ 2 วันแรก ถ้าครบกำหนดแล้วไม่ติดต่อเปิดใช้ เลขหมายจะถูกยกเลิก

### Android ล็อกเครื่องจากระยะไกลด้วยเบอร์โทรได้ไหม?

ได้ ถ้าเปิดการล็อกระยะไกล (Remote Lock) ไว้ก่อนมือถือถูกขโมย ให้ไปที่ android.com/lock ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ ทำ reCAPTCHA แล้วขอให้ล็อกเครื่อง เครื่องต้องมีซิมที่ใช้งานอยู่ หมายเลขที่ยืนยันแล้ว เปิด Find Hub และต่ออินเทอร์เน็ต และล็อกจากระยะไกลได้ 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง

### ควรลบ iPhone ที่ถูกขโมยออกจาก Find My หรือไม่?

ไม่ควร Apple ระบุว่าการลบอุปกรณ์ออกจากรายการค้นหาของฉันจะลบการล็อคการเข้าใช้เครื่อง (Activation Lock) ทำให้ขโมยลบข้อมูลและนำเครื่องไปขายต่อได้ง่ายขึ้น แม้มือถือถูกขโมยไปแล้วและสั่งลบข้อมูลจากระยะไกล ก็ต้องคงเครื่องไว้ในค้นหาของฉัน


## แหล่งอ้างอิง

- [เกี่ยวกับคุณสมบัติการปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมยสำหรับ iPhone](https://support.apple.com/th-th/120340) — Apple
- [If your iPhone or iPad was stolen](https://support.apple.com/en-us/120837) — Apple
- [ปกป้องข้อมูลส่วนตัวจากการขโมย](https://support.google.com/android/answer/15146908?hl=th) — Google
- [ค้นหา รักษาความปลอดภัย หรือลบข้อมูลในอุปกรณ์ Android ที่สูญหาย](https://support.google.com/android/answer/6160491?hl=th) — Google
- [วิธีการขอระงับสัญญาณชั่วคราว กรณีโทรศัพท์หาย](https://aiscallcenter.ais.co.th/cus-cat07-10/) — AIS
- [ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.)](https://www.thaipoliceonline.go.th/) — สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
