# Margaret Hamilton ผู้นำทีมซอฟต์แวร์ Apollo และผู้บุกเบิก software engineering เสียชีวิต

> Margaret Hamilton ผู้นำทีมเขียนซอฟต์แวร์การบินของยาน Apollo ที่ MIT และผู้ผลักดันให้ software engineering เป็นสาขาวิชา เสียชีวิต 30 ก.ย. 2026 วัย 90 ปี

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Software & DevOps
- เผยแพร่: 2026-10-08T06:31:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-08T06:31:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/software/margaret-hamilton-apollo-software-pioneer-dies-at-90/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- MIT News ประกาศเมื่อ **7 ตุลาคม 2026** ว่า Margaret Hamilton เสียชีวิตเมื่อ **30 กันยายน 2026** ด้วยวัย 90 ปี
- Margaret Hamilton เข้า MIT Instrumentation Laboratory ในปี **1965** ในฐานะโปรแกรมเมอร์คนแรกของโครงการ Apollo ที่ MIT และภายในปี 1968 ซอฟต์แวร์ของ Apollo มีคนทำงานอยู่มากกว่า **400 คน**
- ระหว่างที่ยาน Eagle ของ **Apollo 11** ลงจอดเมื่อ 20 กรกฎาคม 1969 คอมพิวเตอร์แจ้งสัญญาณเตือน **1202** และ **1201** เพราะงานล้นมือ แต่ซอฟต์แวร์เลือกทำงานที่สำคัญต่อการลงจอดก่อน ภารกิจจึงเดินหน้าต่อได้
- Margaret Hamilton ได้รับ **Presidential Medal of Freedom** จาก Barack Obama เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2016 และรางวัล NASA Exceptional Space Act Award ในปี 2003
- แนวคิดของ Margaret Hamilton อย่าง priority scheduling, การทดสอบแบบ end-to-end และการให้มนุษย์ร่วมตัดสินใจ (human-in-the-loop) ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าเป็นฐานของการออกแบบซอฟต์แวร์ที่น่าเชื่อถือสูงในปัจจุบัน

Margaret Hamilton นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้นำทีมเขียนซอฟต์แวร์การบินบนยานของโครงการ Apollo ที่ MIT Instrumentation Laboratory เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 ด้วยวัย 90 ปี MIT News ประกาศข่าวนี้เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 โดยระบุว่าเธอเป็นผู้ช่วยวางรากฐานให้ software engineering กลายเป็นสาขาวิชาเฉพาะ

MIT ระบุว่า Margaret Hamilton มีผลงานตีพิมพ์มากกว่า 130 ชิ้น ทำงานที่ MIT ตั้งแต่ปี 1959 จนถึงกลางทศวรรษ 1970 แล้วจึงออกไปเป็นผู้ประกอบการและซีอีโอบริษัทซอฟต์แวร์ คำประกาศเกียรติคุณของเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) ที่เธอได้รับในปี 2016 สรุปว่าเธอนิยามรูปแบบใหม่ของ software engineering และเขียนโค้ดที่ช่วยให้สหรัฐฯ ส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์

## เส้นทางของ Margaret Hamilton จากโปรแกรมพยากรณ์อากาศสู่ Apollo

Margaret Hamilton เกิดที่เมือง Paoli รัฐอินดีแอนา ในปี 1936 จบปริญญาตรีคณิตศาสตร์จาก Earlham College ในปี 1958 และย้ายมาบอสตันในปี 1959 งานแรกที่ MIT คือเขียนซอฟต์แวร์พยากรณ์อากาศให้ศาสตราจารย์ Edward N. Lorenz ก่อนย้ายไป MIT Lincoln Laboratory ในปี 1961 เพื่อเขียนซอฟต์แวร์ให้ SAGE ระบบป้องกันภัยทางอากาศระบบแรกของสหรัฐฯ ช่วงนั้นเองที่เธอเริ่มสนใจเรื่องความน่าเชื่อถือของซอฟต์แวร์ ซึ่งยังเป็นแนวคิดใหม่มาก

ปี 1965 Instrumentation Laboratory ของ MIT ซึ่งได้สัญญากับ NASA ให้สร้างซอฟต์แวร์การบินบนยาน Apollo ลงประกาศหาคนมาเขียนซอฟต์แวร์เพื่อ "ส่งคนไปดวงจันทร์" Hamilton สมัครและได้เป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโครงการ Apollo ที่ MIT และเป็นโปรแกรมเมอร์หญิงคนแรกของโครงการ เธอเริ่มจากซอฟต์แวร์ของภารกิจไร้คนขับ ก่อนขึ้นนำทีมซอฟต์แวร์ของภารกิจที่มีนักบินอวกาศ ภายในปี 1968 เธอเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการที่ดูแลทีม Command and Service Module ขณะที่ซอฟต์แวร์ของ Apollo มีคนทำงานอยู่มากกว่า 400 คน

![ภาพประชาสัมพันธ์ที่ถ่ายที่ MIT ขณะ Hamilton กดสวิตช์ในแบบจำลองยานบังคับการ (command module) ของ Apollo 12](https://thaidata.co.th/images/articles/margaret-hamilton-apollo-software-pioneer-dies-at-90/margaret-hamilton-apollo-command-module-mockup.webp?v=a144b1c9) _(ภาพ: NASA (Wikimedia Commons, สาธารณสมบัติ))_

## บทเรียนจาก P01: ความผิดพลาดที่ "ไม่มีทางเกิด"

MIT เล่าเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า "Lauren error" วันหนึ่ง Lauren ลูกสาววัย 4 ขวบของ Margaret Hamilton เล่นเครื่องจำลองยานบังคับการ แล้วเรียกโปรแกรม P01 ซึ่งใช้ก่อนปล่อยยานขึ้นมาระหว่างที่เครื่องจำลองอยู่กลางเที่ยวบิน จนเครื่องจำลองล่ม Hamilton เพิ่มคำเตือนในเอกสารว่าห้ามเรียก P01 ระหว่างบิน และเสนอให้แก้ซอฟต์แวร์กันไว้ แต่ถูกปัดตกด้วยเหตุผลว่านักบินอวกาศที่ฝึกมาอย่างดีไม่มีทางพลาดแบบนั้น

ในภารกิจ Apollo 8 ปี 1968 Jim Lovell เรียก P01 โดยไม่ตั้งใจระหว่างบินจริง ข้อมูลนำร่องในเครื่องหายไป ทีมของเธอถูกเรียกมาแก้ และหลังจากนั้นการแก้ไขที่เธอเสนอไว้ก็ถูกใส่เข้าไปในโปรแกรม MIT ยกเรื่องนี้เป็นตัวอย่างแรก ๆ ของ defensive programming หรือการเขียนซอฟต์แวร์ที่คาดการณ์และรับมือกับความผิดพลาดได้เอง

## นาทีที่สัญญาณเตือน 1202 ดังขึ้นก่อน Eagle แตะพื้น

Apollo 11 ขึ้นจากโลกเมื่อ 16 กรกฎาคม 1969 พร้อม Neil Armstrong, Michael Collins และ Edwin "Buzz" Aldrin วันที่ 20 กรกฎาคม Armstrong และ Aldrin ลงสู่ผิวดวงจันทร์ด้วยยานลงจอด Eagle ขณะที่ Collins โคจรรออยู่กับยานบังคับการ

![ยานลงจอด Eagle ของ Apollo 11 ในท่าพร้อมลงจอด ถ่ายจากยานบังคับการขณะโคจรรอบดวงจันทร์ 20 กรกฎาคม 1969](https://thaidata.co.th/images/articles/margaret-hamilton-apollo-software-pioneer-dies-at-90/apollo-11-eagle-lunar-orbit.webp?v=ceedc266) _(ภาพ: NASA)_

บันทึกถอดเทปใน Apollo Lunar Surface Journal (ALSJ) แสดงว่าที่เวลา 102:38:26 นับจากปล่อยยาน Armstrong รายงาน "Program Alarm" ตามด้วยรหัส 1202 ขณะยานอยู่สูงราว 33,500 ฟุต (ประมาณ 10 กิโลเมตร) และเป็นรหัสที่นักบินไม่เคยเจอในการซ้อม ที่ฮิวสตัน Steve Bales ผู้เชี่ยวชาญระบบนำร่องของยานลงจอดวัย 26 ปี ประเมินว่าการลงจอดยังไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง Charlie Duke จึงตอบกลับว่า "We're Go on that alarm" ตอน 102:38:53

ที่ความสูงราว 3,000 ฟุต Aldrin รายงานรหัส 1201 ตอน 102:42:19 และ Duke ตอบว่าเป็นสัญญาณประเภทเดียวกัน ให้ลงต่อ จนเวลา 102:45:58 Armstrong แจ้งว่า "Houston, Tranquility Base here. The Eagle has landed." ห่างจากสัญญาณเตือนครั้งแรกราว 7 นาทีครึ่ง ALSJ ระบุว่าคอมพิวเตอร์รับงานเกินกำลังทั้งหมด 5 ครั้งระหว่างลงจอด ส่วนรายงานภารกิจของ NASA บันทึกเวลาของสัญญาณเตือนต่างจากบันทึกถอดเทปเล็กน้อย

![ลำดับเหตุการณ์จากสัญญาณเตือน 1202 ครั้งแรกจนยาน Eagle แตะพื้น ตามเวลาในบันทึกถอดเทป](https://thaidata.co.th/images/articles/margaret-hamilton-apollo-software-pioneer-dies-at-90/apollo-11-1202-alarm-timeline.webp?v=bbdd7a66) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Apollo Lunar Surface Journal))_

## ซอฟต์แวร์ของ Margaret Hamilton รู้ว่างานไหนต้องมาก่อน

Peter Adler อดีตวิศวกรของ Instrumentation Lab ที่เขียนโปรแกรมช่วงจุดเครื่องยนต์ของยานลงจอด อธิบายใน ALSJ ว่าคอมพิวเตอร์ของยานลงจอดมีหน่วยความจำถาวร 36,864 word (word ละ 15 บิต) และหน่วยความจำที่เขียนได้เพียง 2,048 word งานแต่ละชิ้นที่ระบบจัดคิวต้องจองพื้นที่หน่วยความจำของตัวเอง ถ้าพื้นที่หมดระบบจะส่งสัญญาณเตือน

| รหัส | ความหมายตามคำอธิบายของ Peter Adler | เวลาในบันทึกถอดเทป |
| --- | --- | --- |
| 1202 | ไม่เหลือ core set (ชุดละ 12 word มี 7 ชุด) ให้งานใหม่ | 102:38:26 ที่ราว 33,500 ฟุต |
| 1201 | ไม่เหลือ VAC area (ชุดละ 44 word มี 5 ชุด) ให้งานที่ขอพื้นที่เพิ่ม | 102:42:19 ที่ราว 3,000 ฟุต |

แหล่งข้อมูลเล่าต้นเหตุต่างกันในรายละเอียด MIT ระบุว่าเกิดจากความผิดพลาดของสวิตช์ฮาร์ดแวร์ Adler เล่าว่าสวิตช์ของเรดาร์นัดพบ (rendezvous radar) ถูกตั้งไว้ผิด จึงมีงานประมวลผลข้อมูลเรดาร์ที่ไม่จำเป็นเข้าคิวซ้ำ ๆ ส่วนข่าวของ NASA ปี 2003 ระบุว่าสวิตช์เรดาร์ถูกเปิดด้วยมือตามเอกสารขั้นตอนที่ผิดพลาด แต่ทุกแหล่งตรงกันว่าซอฟต์แวร์เลือกทำงานที่สำคัญต่อภารกิจก่อน MIT เรียกสิ่งนี้ว่าซอฟต์แวร์แบบ priority-driven ส่วน Adler อธิบายว่าทุกครั้งที่เกิดสัญญาณเตือน คอมพิวเตอร์จะเริ่มระบบใหม่แล้วกลับมาทำเฉพาะงานสำคัญอย่างการคุมเครื่องยนต์ลงจอดต่อจากจุดเดิม และศูนย์ควบคุมกล้าสั่งให้ไปต่อเพราะ MIT ทดสอบการเริ่มระบบใหม่มาอย่างหนักแล้ว

## มรดกของ Margaret Hamilton: ทำให้ซอฟต์แวร์เป็นงานวิศวกรรม

Margaret Hamilton ให้สัมภาษณ์ El País ในปี 2018 (อ้างใน MIT News) ว่าเธอเริ่มใช้คำว่า "software engineering" เพื่อให้งานซอฟต์แวร์และคนที่สร้างมันได้รับความเคารพเท่าวิศวกรรมแขนงอื่น ช่วงแรกคำนี้ถูกมองว่าขำขันและเธอถูกล้อเรื่องนี้อยู่นาน ก่อนที่ซอฟต์แวร์จะได้รับการยอมรับเป็นสาขาวิชาในที่สุด

ทำเนียบขาวสรุปเมื่อมอบเหรียญอิสรภาพปี 2016 ว่าเธอมีส่วนสร้างแนวคิด asynchronous software, priority scheduling, priority displays และการให้มนุษย์ร่วมตัดสินใจ (human-in-the-loop) ซึ่งเป็นฐานของการออกแบบซอฟต์แวร์ที่น่าเชื่อถือสูงในปัจจุบัน ข่าวของ NASA ปี 2003 เพิ่มการทดสอบแบบ end-to-end เข้าไปในรายการนี้ หลังโครงการ Apollo เธอตั้งบริษัท Higher Order Software ในปี 1976 บนแนวคิดการป้องกันความผิดพลาดและ fault tolerance และอีกราวสิบปีต่อมาก่อตั้ง Hamilton Technologies ผู้พัฒนา Universal Systems Language (USL) ภาษาสร้างแบบจำลองสำหรับวิศวกรรมระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน

![Barack Obama มอบ Presidential Medal of Freedom ให้ Hamilton ที่ห้อง East Room ของทำเนียบขาว 22 พฤศจิกายน 2016](https://thaidata.co.th/images/articles/margaret-hamilton-apollo-software-pioneer-dies-at-90/margaret-hamilton-medal-of-freedom-2016.webp?v=2554827a) _(ภาพ: Official White House Photo โดย Lawrence Jackson (สาธารณสมบัติ))_

## รางวัลที่ Margaret Hamilton ได้รับ

- **2003** NASA Exceptional Space Act Award โดย Sean O'Keefe ผู้บริหาร NASA ในขณะนั้นกล่าวว่าแนวคิดของเธอและทีมกลายเป็นรากฐานของ "software engineering" สมัยใหม่
- **2016** Presidential Medal of Freedom จาก Barack Obama มอบเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2016
- **2017** Computer History Museum Fellow Award และได้เป็นมินิฟิกเกอร์ในชุด Lego Women of NASA
- **2019** Intrepid Lifetime Achievement Award
- **2022** ได้รับเลือกเข้าหอเกียรติยศ National Aviation Hall of Fame

ในปี 2015 ซอฟต์แวร์ Apollo ที่เธอร่วมพัฒนายังถูกนำขึ้น GitHub ทั้งชุด Olivier de Weck รักษาการหัวหน้าภาควิชา Aeronautics and Astronautics ของ MIT กล่าวว่าอาชีพของเธอทุ่มเทให้การป้องกันความผิดพลาดและสิ่งที่เธอเรียกว่า "handling the unknown" Margaret Hamilton มีลูกสาวคือ Lauren Hamilton ลูกเขย หลานชาย 2 คน เหลน 4 คน และพี่น้องอีก 3 คน พิธีรำลึกจะจัดขึ้นที่เมือง Cambridge รัฐแมสซาชูเซตส์ ในฤดูใบไม้ผลิ

## ทำไมงานของ Margaret Hamilton ยังสำคัญกับระบบไอทีวันนี้

เรื่อง 1202 มักถูกเล่าผ่านมุมของนักบินและศูนย์ควบคุม แต่สิ่งที่ทำให้ภารกิจไปต่อได้ยังรวมถึงการออกแบบที่ทำไว้ก่อนหน้าหลายปี ระบบรู้ว่างานไหนสำคัญที่สุด ทิ้งงานรองเมื่อทรัพยากรไม่พอ กลับมาทำงานหลักต่อจากจุดเดิม และแจ้งสถานะด้วยรหัสที่ฮิวสตันตีความได้ภายในไม่ถึงนาที (ครั้งแรกใช้ 27 วินาทีจากรายงานของ Armstrong ถึงคำว่า Go) หลักเดียวกันนี้คือสิ่งที่ระบบคลาวด์ ระบบชำระเงิน และบริการดิจิทัลที่ต้องเปิดตลอดเวลายังต้องทำให้ได้

อีกด้านคือการสื่อสาร ALSJ บันทึกคำของ Aldrin ว่าเขาไม่เคยได้รับแจ้งว่าสัญญาณเตือนแบบไหนที่ไปต่อได้ และมองว่าเป็นช่องโหว่ด้านการสื่อสาร ซอฟต์แวร์ที่ดีจึงยังต้องการเอกสารและการซ้อมที่ทำให้ทุกคนที่อยู่หน้าจอรู้ว่าต้องทำอะไร

## สิ่งที่ทีมไอทีในองค์กรไทยเรียนรู้ได้จาก Margaret Hamilton

- **จัดลำดับความสำคัญไว้ล่วงหน้า** กำหนดว่าฟังก์ชันใดต้องอยู่รอดเมื่อโหลดเกิน เช่น การรับชำระเงินต้องมาก่อนรายงาน แล้วออกแบบให้ระบบตัดงานรองทิ้งได้เองแทนการล่มทั้งระบบ
- **ทดสอบเส้นทางกู้คืน ไม่ใช่แค่เส้นทางปกติ** ซ้อม restart, failover และกู้คืนข้อมูลตามรอบ และวัดเวลาที่ใช้จริง
- **ทำให้ทุก alert มีความหมาย** ทุกรหัสควรมี runbook ที่บอกว่าแปลว่าอะไร กระทบผู้ใช้หรือไม่ และใครเป็นผู้ตัดสินใจ แล้วแจกให้คนอยู่เวรอ่านก่อนเกิดเหตุ
- **อย่าฝากความปลอดภัยไว้กับคำว่า "ผู้ใช้ไม่มีทางพลาด"** ความผิดพลาดที่ป้องกันได้ด้วยโค้ดควรป้องกันด้วยโค้ด เช่น การยืนยันก่อนคำสั่งที่ลบข้อมูลหรือแก้ระบบ production
- **ให้ทีมซอฟต์แวร์ร่วมออกแบบระบบตั้งแต่ต้น** สิ่งที่ Margaret Hamilton ผลักดันมาตลอดคือการให้ซอฟต์แวร์เป็นงานวิศวกรรมเต็มตัว ทีมที่ได้ร่วมตัดสินใจระดับระบบจะเห็นปัญหาเชิงระบบได้เร็วกว่า

ติดตามข่าวด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่มเติมได้ที่[หมวดซอฟต์แวร์](/software/)

## คำถามที่พบบ่อย

### Margaret Hamilton คือใคร?

Margaret Hamilton คือนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่นำทีมเขียนซอฟต์แวร์การบินบนยานของโครงการ Apollo ที่ MIT Instrumentation Laboratory เธอเป็นผู้ผลักดันให้ software engineering ได้รับการยอมรับเป็นสาขาวิศวกรรมเฉพาะ และต่อมาก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ Higher Order Software และ Hamilton Technologies

### Margaret Hamilton เสียชีวิตเมื่อไรและอายุเท่าไร?

MIT News รายงานเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่า Margaret Hamilton เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 ด้วยวัย 90 ปี เธอเกิดที่เมือง Paoli รัฐอินดีแอนา ในปี 1936 พิธีรำลึกจะจัดขึ้นที่เมือง Cambridge รัฐแมสซาชูเซตส์ ในฤดูใบไม้ผลิ

### สัญญาณเตือน 1202 และ 1201 ใน Apollo 11 คืออะไร?

เป็นรหัสที่คอมพิวเตอร์นำร่องของยาน Eagle แสดงระหว่างลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อ 20 กรกฎาคม 1969 เพื่อบอกว่าพื้นที่หน่วยความจำสำหรับรับงานใหม่เต็ม เพราะมีงานประมวลผลข้อมูลเรดาร์ที่ไม่จำเป็นเข้ามาซ้ำ ๆ ซอฟต์แวร์ที่ทีมของ Margaret Hamilton พัฒนาจะเริ่มทำงานใหม่และคงไว้เฉพาะงานสำคัญอย่างการคุมเครื่องยนต์ ศูนย์ควบคุมจึงให้ลงจอดต่อได้

### Margaret Hamilton เกี่ยวข้องกับคำว่า software engineering อย่างไร?

Margaret Hamilton เล่าว่าเธอเริ่มใช้คำว่า software engineering เพื่อให้งานซอฟต์แวร์ได้รับการยอมรับเทียบเท่างานวิศวกรรมสาขาอื่น ช่วงแรกคำนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องขำขันอยู่นาน ก่อนที่ซอฟต์แวร์จะได้รับการยอมรับเป็นสาขาวิชาในที่สุด MIT ระบุว่าเธอช่วยวางรากฐานให้ software engineering เป็นสาขาวิชาเฉพาะ

### ทีมไอทีในองค์กรเรียนรู้อะไรจากงานของ Margaret Hamilton ได้บ้าง?

บทเรียนหลักจากซอฟต์แวร์ Apollo ที่ทีมของ Margaret Hamilton พัฒนา คือการออกแบบให้ระบบตัดงานรองทิ้งเมื่อทรัพยากรไม่พอ ทดสอบเส้นทางกู้คืนให้มั่นใจก่อนใช้งานจริง เขียนรหัสแจ้งเตือนที่ทีมปฏิบัติการรู้ความหมาย และป้องกันความผิดพลาดของผู้ใช้ไว้ในซอฟต์แวร์แทนการเชื่อว่าผู้ใช้ที่ผ่านการฝึกมาแล้วจะไม่พลาด


## แหล่งอ้างอิง

- [Margaret Hamilton, computing pioneer who led software development for the Apollo program, dies at 90](https://news.mit.edu/2026/margaret-hamilton-computing-pioneer-dies-1007) — MIT News
- [Celebrating Presidential Medal of Freedom Winners in Science and Tech: Garwin, Hopper, and Hamilton](https://obamawhitehouse.archives.gov/blog/2016/11/22/celebrating-presidential-medal-freedom-winners-science-and-tech-garwin-hopper-and) — The White House (Obama Administration archive)
- [Margaret Hamilton — NASA Press Release, 3 September 2003: NASA Honors Apollo Engineer](https://apollojournals.org/alsj/a11/a11Hamilton.html) — NASA (เผยแพร่ซ้ำใน Apollo Lunar Surface Journal)
- [The First Lunar Landing](https://apollojournals.org/alsj/a11/a11.landing.html) — Apollo Lunar Surface Journal
- [Apollo 11 Program Alarms](https://apollojournals.org/alsj/a11/a11.1201-pa.html) — Apollo Lunar Surface Journal (Peter Adler)
- [Apollo 11](https://www.nasa.gov/mission/apollo-11/) — NASA
