ข้ามไปยังเนื้อหา
Softwareอธิบาย

โอเพนซอร์สคืออะไร ไลเซนส์โอเพนซอร์สแบบไหนใช้เชิงพาณิชย์ได้ ตั้งแต่ MIT ถึง GPL และ AGPL

ไลเซนส์โอเพนซอร์สทุกตัวที่ OSI รับรองใช้เชิงพาณิชย์ได้ ต่างกันที่หน้าที่เมื่อแจกจ่าย สรุป MIT, Apache-2.0, GPL, LGPL, AGPL, MPL และ BSL/SSPL ที่ไม่ใช่โอเพนซอร์ส

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 10 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ตาราง SPDX License List รุ่น 3.29.0 ลงวันที่ 2026-09-16 มีคอลัมน์ชื่อไลเซนส์ รหัส SPDX สถานะ FSF Free/Libre และสถานะ OSI Approved ของไลเซนส์โอเพนซอร์สแต่ละตัว
ภาพ: SPDX (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Open Source Definition ของ OSI มี 10 ข้อ (รุ่น 1.9) ข้อ 6 ห้ามไลเซนส์จำกัดการใช้งานในธุรกิจ ไลเซนส์โอเพนซอร์สทุกตัวที่ OSI รับรองจึงใช้เชิงพาณิชย์ได้ ต่างกันที่หน้าที่เมื่อแจกจ่าย
  • ไลเซนส์โอเพนซอร์สแบบ permissive อย่าง MIT, BSD-3-Clause และ Apache-2.0 ขอให้คงประกาศลิขสิทธิ์และข้อความไลเซนส์ ส่วน Apache-2.0 เพิ่มการให้สิทธิบัตรและไฟล์ NOTICE
  • GPL-2.0 ให้แนบซอร์สโค้ดหรือคำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีผลอย่างน้อย 3 ปี เมื่อแจกจ่ายไบนารี ส่วน AGPL-3.0 ขยายหน้าที่ไปถึงผู้ใช้ผ่านเครือข่ายเมื่อมีการแก้ไขโปรแกรม
  • BSL 1.1 และ SSPL ไม่ใช่ไลเซนส์โอเพนซอร์ส: ข้อความ BSL ระบุเองว่าไม่ใช่ และ MongoDB ยอมรับว่า OSI ไม่ถือว่า SSPL เป็นโอเพนซอร์ส ส่วน BSL จะเปลี่ยนเป็นไลเซนส์ที่ใช้ร่วมกับ GPL ได้ภายใน 4 ปี
  • SPDX License List รุ่น 3.29.0 (16 ก.ย. 2026) บอกว่าไลเซนส์ใดผ่าน OSI หรือ FSF องค์กรใช้คู่กับมาตรฐาน ISO/IEC 5962 (SPDX) และ ISO/IEC 5230 (OpenChain) วางระบบตรวจไลเซนส์ได้

ไลเซนส์โอเพนซอร์ส คือสัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์ที่ผ่านนิยาม Open Source Definition 10 ข้อของ Open Source Initiative (OSI) ซึ่งห้ามจำกัดการใช้งานในธุรกิจ ซอฟต์แวร์ภายใต้ไลเซนส์โอเพนซอร์สจึงใช้เชิงพาณิชย์ได้ทุกตัว สิ่งที่ต่างกันคือหน้าที่เมื่อแจกจ่ายหรือให้บริการ ตั้งแต่แค่คงประกาศลิขสิทธิ์ไปจนถึงต้องเปิดซอร์สโค้ดทั้งงาน

บทความนี้สรุปเงื่อนไขจากข้อความไลเซนส์และเอกสารของ OSI, Free Software Foundation (FSF) และ SPDX ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเฉพาะขององค์กรควรปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญา

โอเพนซอร์สคืออะไรตามนิยามของ OSI

OSI ระบุว่าโอเพนซอร์สไม่ได้แปลว่าเปิดให้ดูซอร์สโค้ดเท่านั้น แต่เงื่อนไขการแจกจ่ายต้องผ่านเกณฑ์ 10 ข้อ นิยามนี้ปรับจาก Debian Free Software Guidelines และรุ่นปัจจุบันคือ 1.9 แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22 มีนาคม 2007 ไลเซนส์ที่จะเรียกว่าไลเซนส์โอเพนซอร์สได้เต็มปากต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของ OSI และอยู่ในรายชื่อ OSI Approved Licenses

ข้อ เกณฑ์ ใจความ
1 Free Redistribution ไม่ห้ามขายหรือแจกเป็นส่วนหนึ่งของชุดซอฟต์แวร์ และไม่เรียกค่าสิทธิ
2 Source Code ต้องมีซอร์สโค้ดในรูปที่ใช้แก้ไขจริง ห้ามจงใจทำให้อ่านยาก
3 Derived Works ต้องยอมให้แก้ไขและแจกงานที่ต่อยอดด้วยเงื่อนไขเดิม
4 Integrity of The Author's Source Code อาจบังคับให้แจกการแก้ไขเป็น patch หรือเปลี่ยนชื่อรุ่น
5 No Discrimination Against Persons or Groups ห้ามกีดกันบุคคลหรือกลุ่มใด
6 No Discrimination Against Fields of Endeavor ห้ามจำกัดสาขาการใช้ เช่น ห้ามใช้ในธุรกิจ
7 Distribution of License สิทธิส่งต่อถึงผู้รับทุกทอดโดยไม่ต้องทำสัญญาเพิ่ม
8 License Must Not Be Specific to a Product สิทธิไม่ผูกกับชุดซอฟต์แวร์ชุดใด
9 License Must Not Restrict Other Software ห้ามบังคับซอฟต์แวร์อื่นที่แจกมาด้วยกัน
10 License Must Be Technology-Neutral ห้ามผูกกับเทคโนโลยีหรือรูปแบบอินเทอร์เฟซใด

ไลเซนส์โอเพนซอร์สใช้เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่

ได้ เกณฑ์ข้อ 1 ไม่ให้ไลเซนส์จำกัดการขายหรือแจกจ่าย และข้อ 6 ยกตัวอย่างตรง ๆ ว่าห้ามจำกัดไม่ให้ใช้ในธุรกิจ ฝั่ง FSF ก็ระบุว่า free software ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้เชิงพาณิชย์ และ GPL FAQ ยืนยันว่าขายสำเนาโปรแกรม GPL ได้ และแทบไม่จำกัดราคา ยกเว้นค่าทำสำเนาซอร์สตามคำเสนอที่ต้องแนบกับไบนารี

คำถามที่ถูกจึงเป็น "หน้าที่เกิดขึ้นเมื่อไร" ซึ่งไลเซนส์ส่วนใหญ่ผูกไว้กับการแจกจ่าย

  • ใช้ภายในองค์กร GPL FAQ ระบุว่าองค์กรแก้ไขโปรแกรม GPL และใช้ภายในได้โดยไม่ต้องเผยแพร่ แต่การส่งสำเนาให้องค์กรอื่น รวมถึงผู้รับจ้างที่ใช้นอกสถานที่ ถือเป็นการแจกจ่าย
  • ให้บริการผ่านเครือข่าย GPL-3.0 นิยามว่าการโต้ตอบกับผู้ใช้ผ่านเครือข่ายโดยไม่ได้ส่งสำเนาไม่ถือเป็นการ convey แต่ AGPL-3.0 ปิดช่องนี้ (ดูหัวข้อ AGPL)
  • แจกจ่ายแอป ไบนารี หรืออุปกรณ์ เป็นจุดที่เงื่อนไขของทุกไลเซนส์มีผลเต็มที่

GPL-3.0 ข้อ 9 ยังเขียนไว้ว่าผู้ใช้ไม่ต้องยอมรับไลเซนส์เพื่อรับหรือรันโปรแกรม แต่มีเพียงไลเซนส์นี้ที่ให้สิทธิแก้ไขหรือเผยแพร่ต่อ ถ้าไม่ยอมรับไลเซนส์ การกระทำเหล่านั้นละเมิดลิขสิทธิ์

Free software ของ FSF ต่างจากโอเพนซอร์สอย่างไร

FSF นิยาม free software ด้วยเสรีภาพ 4 ข้อ คือ เสรีภาพในการรันโปรแกรมเพื่อจุดประสงค์ใดก็ได้ (ข้อ 0) ศึกษาและแก้ไขโปรแกรม (ข้อ 1) แจกจ่ายสำเนา (ข้อ 2) และแจกจ่ายฉบับที่แก้ไข (ข้อ 3) โดยข้อ 1 และ 3 ต้องเข้าถึงซอร์สโค้ดได้

OSI และ FSF ประเมินไลเซนส์โอเพนซอร์สแยกกัน ตาราง SPDX License List รุ่น 3.29.0 ลงวันที่ 16 กันยายน 2026 จึงมีทั้งคอลัมน์ "FSF Free/Libre?" และ "OSI Approved?" ไลเซนส์โอเพนซอร์สทุกตัวที่บทความนี้อธิบายได้ทั้งสองสถานะ ขณะที่ BUSL-1.1, SSPL-1.0 และ Elastic-2.0 ไม่ได้สถานะใดเลย

FSF ยังมีข้อสังเกตที่ทีมกฎหมายควรรู้ เช่น เรียก MIT ว่า Expat License เพราะ MIT เคยใช้ไลเซนส์หลายแบบ และแนะนำ Apache-2.0 สำหรับโปรแกรมขนาดใหญ่เพราะมีข้อกำหนดเรื่องสิทธิบัตร

ไลเซนส์โอเพนซอร์สแบบ permissive: MIT, BSD และ Apache-2.0

ไลเซนส์กลุ่มนี้ยอมให้นำโค้ดไปรวมในซอฟต์แวร์ปิดซอร์สได้ โดยมีหน้าที่หลักเรื่องการคงประกาศ

  • MIT ให้สิทธิใช้ คัดลอก แก้ไข รวม เผยแพร่ แจกจ่าย ให้สิทธิช่วง และขายได้ เงื่อนไขคือคงประกาศลิขสิทธิ์และข้อความอนุญาตไว้ในทุกสำเนาหรือส่วนสำคัญของซอฟต์แวร์
  • BSD-3-Clause ซอร์สที่แจกต้องคงประกาศลิขสิทธิ์ ไบนารีที่แจกต้องแสดงประกาศในเอกสารหรือวัสดุที่แจกไปด้วย และห้ามใช้ชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ร่วมพัฒนารับรองผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • Apache-2.0 ข้อ 4 กำหนดให้แนบสำเนาไลเซนส์ ทำเครื่องหมายบนไฟล์ที่แก้ไข คงประกาศลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และการอ้างที่มา และถ้ามีไฟล์ NOTICE ต้องส่งต่อเนื้อหาไว้ในไฟล์ NOTICE เอกสาร หรือหน้าจอที่แสดงประกาศของบุคคลที่สาม

Apache-2.0 ข้อ 3 ยังให้สิทธิบัตรจากผู้ร่วมพัฒนาแก่ผู้ใช้ แต่สิทธินี้สิ้นสุดทันทีถ้าผู้ใช้ฟ้องว่างานนั้นละเมิดสิทธิบัตร FSF ระบุว่า Apache-2.0 ใช้ร่วมกับ GPL รุ่น 3 ได้ แต่ใช้ร่วมกับ GPL รุ่น 2 ไม่ได้

ข้อ 4 Redistribution ของ Apache License 2.0 ระบุเงื่อนไข a ถึง d เรื่องแนบไลเซนส์ ระบุไฟล์ที่แก้ คงประกาศ และไฟล์ NOTICE
ข้อ 4 ของ Apache License 2.0 กำหนดสิ่งที่ต้องทำเมื่อแจกจ่าย: แนบไลเซนส์ ระบุไฟล์ที่แก้ คงประกาศ และส่งต่อไฟล์ NOTICE ภาพ: Apache Software Foundation (ภาพหน้าจอ)

ไลเซนส์โอเพนซอร์สแบบ copyleft: GPL-2.0 และ GPL-3.0

FSF อธิบาย copyleft ว่าเป็นวิธีทำให้โปรแกรมเป็น free software และบังคับให้ฉบับที่แก้ไขหรือต่อยอดเป็น free software ด้วย ต่างจากการปล่อยเป็นสาธารณสมบัติที่ใครก็นำไปปิดซอร์สได้

  • GPL-2.0 งานที่แจกจ่ายซึ่งมีหรือต่อยอดจากโปรแกรมต้องใช้ GPL ทั้งงานโดยไม่คิดค่าสิทธิ เมื่อแจกเป็นไบนารีต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง คือแนบซอร์สโค้ดฉบับสมบูรณ์ แนบคำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีผลอย่างน้อย 3 ปีว่าจะให้ซอร์สในราคาไม่เกินต้นทุนการทำสำเนา หรือส่งต่อคำเสนอที่ได้รับมา (ทางเลือกสุดท้ายใช้ได้เฉพาะการแจกที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)
  • GPL-3.0 ข้อ 5 ให้ใช้ไลเซนส์กับงานทั้งชิ้น ข้อ 6 กำหนดวิธีส่งซอร์สเมื่อแจกไบนารี เช่น แนบซอร์ส แนบคำเสนอที่มีผลอย่างน้อย 3 ปีและตราบที่ยังมีอะไหล่หรือบริการลูกค้าสำหรับรุ่นนั้น หรือเปิดให้ดาวน์โหลดซอร์สจากที่เดียวกันโดยไม่คิดเงินเพิ่ม

GPL-3.0 เพิ่มเรื่อง Installation Information สำหรับ User Product หรืออุปกรณ์ของผู้บริโภค ผู้ผลิตต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดตั้งซอฟต์แวร์ฉบับที่แก้ไขลงอุปกรณ์ เว้นแต่ไม่มีใครติดตั้งโค้ดใหม่ได้ เช่น ฝังไว้ใน ROM ส่วนโปรแกรมแยกที่แจกมารวมกันบนสื่อเดียว (aggregate) ไม่ทำให้ GPL ไปบังคับโปรแกรมอื่น

ข้อ 6 Conveying Non-Source Forms ของ GNU GPL v3.0 ระบุวิธีส่งซอร์สโค้ดเมื่อแจกไบนารี รวมคำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีผลอย่างน้อยสามปี
ข้อ 6 ของ GPL-3.0 กำหนดวิธีส่งซอร์สโค้ดเมื่อแจกไบนารี รวมถึงคำเสนอที่มีผลอย่างน้อย 3 ปี ภาพ: Free Software Foundation (ภาพหน้าจอ)

LGPL และ MPL-2.0: ไลเซนส์โอเพนซอร์สที่ copyleft เฉพาะส่วน

  • LGPL-3.0 ข้อ 4 ยอมให้แจก Combined Work หรือแอปที่ใช้ไลบรารี ด้วยเงื่อนไขของเราเอง ถ้าเงื่อนไขนั้นไม่ห้ามแก้ไขส่วนที่เป็นไลบรารีและไม่ห้ามวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อดีบัก ต้องแจ้งว่าใช้ไลบรารีนั้น แนบสำเนา GPL และ LGPL และเลือกทางใดทางหนึ่ง คือให้ซอร์สของไลบรารีพร้อมโค้ดที่ลิงก์ใหม่ได้ หรือใช้กลไก shared library ที่เรียกไลบรารีบนเครื่องผู้ใช้ตอนรัน
  • MPL-2.0 Mozilla อธิบายว่าเป็น copyleft ระดับไฟล์ อยู่ระหว่าง Apache ที่ไม่บังคับแบ่งปันการแก้ไข กับไลเซนส์ตระกูล GNU ที่บังคับกว้างกว่า ข้อ 3.2 ให้เปิดซอร์สของไฟล์ MPL และบอกผู้รับว่าขอได้อย่างไร ข้อ 3.3 ยอมให้แจก Larger Work ด้วยเงื่อนไขของเราเอง ถ้ายังทำตาม MPL สำหรับไฟล์ที่เป็น MPL

FSF ระบุว่าข้อ 3.3 ของ MPL-2.0 ทำให้ใช้ร่วมกับ GPL-2.0, LGPL-2.1, AGPL-3.0 และรุ่นหลังจากนั้นได้ทางอ้อม ไลเซนส์โอเพนซอร์สสองตัวนี้จึงมักใช้กับไลบรารีที่ต้องการให้แอปเชิงพาณิชย์นำไปใช้ได้

แผนภาพไลเซนส์โอเพนซอร์ส 4 กลุ่ม permissive, weak copyleft, strong copyleft และ network copyleft เทียบกับไลเซนส์ source-available อย่าง BSL 1.1 และ SSPL ที่ไม่ใช่โอเพนซอร์ส
ไลเซนส์โอเพนซอร์สแบ่งตามหน้าที่เมื่อแจกจ่าย จาก permissive ถึง network copyleft และกลุ่ม source-available ที่ไม่ใช่โอเพนซอร์ส ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: OSI, FSF, SPDX และข้อความไลเซนส์)

AGPL-3.0 กับระบบที่ให้บริการผ่านเครือข่าย

GPL ผูกหน้าที่ไว้กับการแจกจ่ายสำเนา บริการที่รันโปรแกรม GPL บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองแล้วให้คนใช้ผ่านเว็บจึงไม่ต้องส่งซอร์ส AGPL-3.0 ข้อ 13 เปลี่ยนเรื่องนี้ ถ้าแก้ไขโปรแกรม ฉบับที่แก้ต้องเสนอซอร์สให้ผู้ใช้ทุกคนที่โต้ตอบกับโปรแกรมผ่านเครือข่ายอย่างชัดเจน โดยให้ดาวน์โหลดจากเซิร์ฟเวอร์ได้ฟรี

สำหรับบริษัทที่ทำ SaaS ไลเซนส์โอเพนซอร์สตัวนี้จึงต้องตรวจละเอียดที่สุด ข้อ 13 ยังอนุญาตให้รวมงาน AGPL-3.0 กับงาน GPL-3.0 เป็นงานเดียวกันได้

ตารางเทียบไลเซนส์โอเพนซอร์สที่พบบ่อย

ไลเซนส์ (SPDX) กลุ่ม หน้าที่หลักเมื่อแจกจ่าย OSI / FSF
MIT permissive คงประกาศลิขสิทธิ์และข้อความอนุญาต ผ่าน / ผ่าน
BSD-3-Clause permissive คงประกาศ แสดงในเอกสารเมื่อแจกไบนารี ผ่าน / ผ่าน
Apache-2.0 permissive แนบไลเซนส์ ระบุไฟล์ที่แก้ ส่งต่อ NOTICE ผ่าน / ผ่าน
LGPL-3.0-only weak copyleft แจ้งการใช้ไลบรารี ลิงก์ใหม่ได้ ผ่าน / ผ่าน
MPL-2.0 weak copyleft เปิดซอร์สไฟล์ MPL ผ่าน / ผ่าน
GPL-2.0-only strong copyleft ทั้งงานใช้ GPL ให้ซอร์สหรือคำเสนอ 3 ปี ผ่าน / ผ่าน
GPL-3.0-only strong copyleft เหมือน GPL-2.0 และ Installation Information ผ่าน / ผ่าน
AGPL-3.0-only network copyleft แก้แล้วให้ใช้ผ่านเครือข่ายต้องเสนอซอร์ส ผ่าน / ผ่าน
BUSL-1.1 source-available ใช้ในระบบจริงตาม Additional Use Grant ไม่ผ่าน / ไม่ผ่าน
SSPL-1.0 source-available ให้บริการต้องเปิดซอร์สทั้งระบบ ไม่ผ่าน / ไม่ผ่าน

สถานะ OSI และ FSF ในตารางมาจาก SPDX License List รุ่น 3.29.0 ไลเซนส์โอเพนซอร์สกลุ่ม permissive และ weak copyleft ยอมให้งานส่วนของเราที่นำมารวมคงเป็นปิดซอร์สได้ ส่วน GPL และ AGPL บังคับเมื่องานนั้นต่อยอดจากโปรแกรมและถูกแจกจ่ายหรือให้บริการ

Source-available: ทำไม SSPL ไม่ใช่ไลเซนส์โอเพนซอร์ส

คณะกรรมการ OSI ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 มกราคม 2021 ว่า Server Side Public License (SSPL) เคยยื่นขอรับรอง แต่ผู้ดูแลไลเซนส์ถอนออกเมื่อเห็นชัดว่าจะไม่ผ่าน OSI เรียกไลเซนส์แบบนี้ว่า "fauxpen source" ที่เปิดให้ดูโค้ดแต่ตัดสิทธิสำคัญ เช่น สิทธิใช้ในทุกสาขาตามเกณฑ์ข้อ 6 OSI ยอมรับว่าบริษัทเลือกไลเซนส์ proprietary หรือ source-available ได้ แต่การเรียกว่าโอเพนซอร์สคือการหลอกลวง

MongoDB ผู้สร้าง SSPL ระบุใน FAQ ว่า SSPL ปรับจาก GPL-3.0 โดยต่างกันในสาระที่ข้อ 13 เท่านั้น ใช้กับ MongoDB Community Server ที่ออกตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2018 และยอมรับว่า OSI ไม่ถือว่าซอฟต์แวร์ภายใต้ SSPL เป็นโอเพนซอร์ส ข้อ 13 บังคับให้ผู้ที่นำโปรแกรมไปให้บริการเปิด Service Source Code ทั้งระบบ รวมซอฟต์แวร์จัดการ API การมอนิเตอร์ การสำรองข้อมูล สตอเรจ และโฮสติ้ง แต่ FAQ ระบุว่าแอป SaaS ทั่วไปที่ใช้ MongoDB เป็นฐานข้อมูลไม่ติดเงื่อนไขนี้

BSL 1.1 และค่ายที่กลับมาใช้ไลเซนส์โอเพนซอร์ส

Business Source License 1.1 ที่ MariaDB ดูแลข้อความ ให้สิทธิคัดลอก แก้ไข แจกจ่าย และใช้ในงานที่ไม่ใช่ระบบจริง ผู้ให้สิทธิอาจเพิ่ม Additional Use Grant ให้ใช้ในระบบจริงได้บางส่วน เมื่อถึง Change Date หรือครบ 4 ปีนับจากเผยแพร่รุ่นนั้น แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน งานจะเปลี่ยนไปใช้ Change License ที่ใช้ร่วมกับ GPL-2.0 ขึ้นไปได้ การใช้นอกเงื่อนไขต้องซื้อไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และข้อความไลเซนส์ระบุเองว่า BSL ไม่ใช่ไลเซนส์โอเพนซอร์ส

ส่วน Notice ของ Business Source License 1.1 บนเว็บไซต์ MariaDB ระบุว่าไลเซนส์นี้ไม่ใช่ Open Source license
ส่วน Notice ของ Business Source License 1.1 ระบุว่า BSL ไม่ใช่ไลเซนส์โอเพนซอร์ส แต่งานจะเปลี่ยนเป็นไลเซนส์โอเพนซอร์สในภายหลัง ภาพ: MariaDB (ภาพหน้าจอ)

บางค่ายกลับมาเพิ่มไลเซนส์ที่ OSI รับรอง Elastic ประกาศเมื่อ 29 สิงหาคม 2024 ว่าจะเพิ่ม AGPL เป็นทางเลือกคู่กับ ELv2 และ SSPL ส่วน Redis ระบุว่าย้ายไป SSPL เมื่อมีนาคม 2024 แล้วเพิ่ม AGPLv3 ตั้งแต่ Redis 8 ตามประกาศ 1 พฤษภาคม 2025 ล่าสุด Bitwarden แจ้งเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ว่าแอปในสโตร์จะเป็นบิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ ขณะที่รุ่น GPLv3 ยังเผยแพร่บน GitHub และฟีเจอร์ใหม่บางส่วนอาจมีเฉพาะในบิลด์เชิงพาณิชย์

ข้อควรระวังและเมื่อไรควรปรึกษาทนายความ

บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ไลเซนส์โอเพนซอร์สอาศัยกฎหมายลิขสิทธิ์ซึ่งต่างกันในแต่ละประเทศ และการตีความว่างานใด "ต่อยอด" จากโปรแกรมอื่นเป็นเรื่องข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี กรณีต่อไปนี้ควรปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนตัดสินใจใช้ไลเซนส์โอเพนซอร์ส

  • แจกจ่ายเฟิร์มแวร์หรืออุปกรณ์ที่มีโค้ด GPL
  • ให้บริการ SaaS บนโค้ด AGPL ที่แก้ไข หรือใช้ซอฟต์แวร์ BSL/SSPL ในระบบจริง
  • รวมไลเซนส์โอเพนซอร์สที่อาจใช้ร่วมกันไม่ได้ เช่น Apache-2.0 กับ GPL-2.0
  • เปลี่ยนไลเซนส์ของโครงการตัวเอง หรือรับโค้ดจากผู้ร่วมพัฒนาภายนอก

ผลต่อองค์กรไทยและทีมพัฒนา

  • ทำบัญชีซอฟต์แวร์และไลเซนส์ทุกตัว ใช้รหัสไลเซนส์ SPDX เช่น บรรทัด SPDX-License-Identifier: MIT ในแต่ละไฟล์ และทำ SBOM ซึ่ง SPDX เป็นมาตรฐาน ISO/IEC 5962:2021 เครื่องมืออย่าง GitHub license compliance ที่ตรวจไลเซนส์ dependency ก่อน merge ช่วยได้
  • ตั้งนโยบายตามกลุ่มไลเซนส์โอเพนซอร์ส permissive ใช้ได้เมื่อเก็บประกาศครบ copyleft และ AGPL ต้องผ่านการตรวจ ส่วน source-available ต้องดูเงื่อนไขการใช้ในระบบจริง
  • เก็บและแสดงประกาศของไลเซนส์โอเพนซอร์สให้ครบ แนบไฟล์ LICENSE และ NOTICE ในแพ็กเกจ และทำหน้ารวมไลเซนส์ในแอปหรือเอกสารสำหรับไบนารี
  • เตรียมซอร์สหรือคำเสนอเมื่อแจกไบนารี GPL เก็บซอร์สตรงรุ่นไว้อย่างน้อย 3 ปี และเตรียม Installation Information สำหรับอุปกรณ์ผู้บริโภคตาม GPL-3.0
  • วางกระบวนการตาม OpenChain ISO/IEC 5230 ซึ่งกำหนดจุดที่ต้องมีขั้นตอนตรวจไลเซนส์ บทบาทผู้รับผิดชอบ และวิธีทำให้ระบบอยู่ได้ต่อเนื่อง

ติดตามข่าวโอเพนซอร์ส ไลเซนส์ และ supply chain ของซอฟต์แวร์เพิ่มเติมได้ที่หมวดซอฟต์แวร์

คำถามที่พบบ่อย

ไลเซนส์โอเพนซอร์สใช้ในงานเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่?

ได้ ไลเซนส์โอเพนซอร์สทุกตัวต้องผ่าน Open Source Definition ของ OSI ซึ่งข้อ 6 ห้ามจำกัดการใช้งานในธุรกิจ และข้อ 1 ไม่ให้ไลเซนส์จำกัดการขายซอฟต์แวร์ สิ่งที่ต่างกันคือหน้าที่เมื่อแจกจ่าย เช่น MIT ขอให้คงประกาศลิขสิทธิ์ ส่วน GPL ให้เปิดซอร์สงานที่ต่อยอดเมื่อแจกจ่าย

ใช้โปรแกรม GPL ในระบบภายในบริษัท ต้องเปิดซอร์สโค้ดหรือไม่?

ไม่ต้อง GPL เป็นไลเซนส์โอเพนซอร์สที่ผูกหน้าที่ไว้กับการแจกจ่าย GPL FAQ ของ FSF ระบุว่าองค์กรแก้ไขโปรแกรม GPL และใช้ภายในได้โดยไม่ต้องเผยแพร่ แต่การส่งสำเนาให้องค์กรอื่นหรือบุคคลภายนอก รวมถึงผู้รับจ้างที่ทำงานนอกสถานที่ ถือเป็นการแจกจ่าย และถ้าโปรแกรมเป็น AGPL-3.0 ที่ถูกแก้ไขแล้วเปิดให้คนภายนอกใช้ผ่านเครือข่าย ต้องเสนอซอร์สให้ผู้ใช้เหล่านั้น

ไลเซนส์ MIT กับ Apache-2.0 ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเป็นไลเซนส์โอเพนซอร์สแบบ permissive ที่ใช้ในซอฟต์แวร์ปิดซอร์สได้ MIT ขอเพียงคงประกาศลิขสิทธิ์และข้อความอนุญาต ส่วน Apache-2.0 ให้แนบไลเซนส์ ระบุไฟล์ที่แก้ ส่งต่อไฟล์ NOTICE และมีการให้สิทธิบัตรจากผู้ร่วมพัฒนาซึ่งสิ้นสุดถ้าผู้ใช้ฟ้องว่างานนั้นละเมิดสิทธิบัตร

BSL และ SSPL เป็นไลเซนส์โอเพนซอร์สหรือไม่?

ไม่ใช่ ข้อความ Business Source License 1.1 ระบุเองว่าไม่ใช่ไลเซนส์โอเพนซอร์ส เพราะใช้ในระบบจริงได้เฉพาะตามที่ผู้ให้สิทธิอนุญาตเพิ่ม ส่วน SSPL ถูกถอนจากการพิจารณาของ OSI และ MongoDB ระบุว่า OSI ไม่ถือว่าซอฟต์แวร์ภายใต้ SSPL เป็นโอเพนซอร์ส ทั้งสองจัดเป็นไลเซนส์แบบ source-available

บทความนี้ใช้แทนคำแนะนำทางกฎหมายได้หรือไม่?

ไม่ได้ บทความสรุปจากข้อความไลเซนส์และเอกสารของ OSI, FSF และ SPDX เพื่อให้เข้าใจหลักการ กรณีที่มีความเสี่ยง เช่น แจกจ่ายเฟิร์มแวร์ที่มีโค้ด GPL ให้บริการ SaaS บนโค้ด AGPL หรือรวมไลเซนส์โอเพนซอร์สหลายแบบในผลิตภัณฑ์เดียว ควรปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญา

แหล่งอ้างอิง

  1. The Open Source Definition — Open Source Initiative
  2. OSI Approved Licenses — Open Source Initiative
  3. The SSPL is Not an Open Source License — Open Source Initiative
  4. SPDX License List — SPDX (Linux Foundation)
  5. Handling License Info — SPDX
  6. What is Free Software? — Free Software Foundation
  7. What is Copyleft? — Free Software Foundation
  8. Frequently Asked Questions about the GNU Licenses — Free Software Foundation
  9. Various Licenses and Comments about Them — Free Software Foundation
  10. GNU General Public License, version 2 — Free Software Foundation
  11. GNU General Public License v3.0 — Free Software Foundation
  12. GNU Lesser General Public License v3.0 — Free Software Foundation
  13. GNU Affero General Public License v3.0 — Free Software Foundation
  14. The MIT License — Open Source Initiative
  15. The 3-Clause BSD License — Open Source Initiative
  16. Apache License, Version 2.0 — Apache Software Foundation
  17. Mozilla Public License, version 2.0 — Mozilla
  18. MPL 2.0 FAQ — Mozilla
  19. Business Source License 1.1 — MariaDB
  20. Server Side Public License (SSPL) — MongoDB
  21. Frequently Asked Questions about the Server Side Public License (SSPL) — MongoDB
  22. Elasticsearch Is Open Source. Again! — Elastic
  23. Redis is now available under the AGPLv3 open source license — Redis
  24. Published version update in app stores — Bitwarden Community
  25. OpenChain ISO/IEC 5230 – License Compliance — OpenChain Project
  26. SPDX Overview — SPDX

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
SPDX2Debian6Redis4
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ