ข้ามไปยังเนื้อหา
Software & DevOps

OpenCode 2.0 ออกแล้ว AI coding agent โอเพนซอร์สรันเป็นบริการเบื้องหลัง เพิ่ม Code Mode

OpenCode 2.0 ประกาศ 12 ต.ค. 2026 ย้าย AI coding agent โอเพนซอร์สไปรันเป็นบริการเบื้องหลัง เพิ่ม Code Mode ให้ MCP และเขียน API กับปลั๊กอินใหม่ทั้งชุด

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพประกาศ OpenCode 2.0 จากบล็อก opencode notes ของ Anomaly ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2026
ภาพ: Anomaly

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Anomaly ผู้พัฒนา OpenCode ประกาศ OpenCode 2.0 ในบล็อกเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 หลังรุ่น 1.19.0 (11 ต.ค.) เพิ่มคำสั่ง opencode upgrade --major และเลิกติดตั้งอัปเดตให้อัตโนมัติ
  • เซิร์ฟเวอร์ของ OpenCode 2.0 รันเป็น บริการเบื้องหลังตัวเดียว บนเครื่อง ให้ TUI เว็บ แอปเดสก์ท็อป และสคริปต์ที่ใช้ @opencode/client เชื่อมกับโปรเซสเดียวกัน
  • Code Mode แปลง MCP server และ OpenAPI เป็นฟังก์ชันที่ agent เขียนสคริปต์เรียกต่อกันได้ในรอบเดียว และ MCP server ทุกตัวใน 2.0 เปิด Code Mode เป็นค่าเริ่มต้น
  • มี breaking change 3 จุด: ปลั๊กอินของรุ่น 1 ใช้ไม่ได้ API ของเซิร์ฟเวอร์เปลี่ยนทั้งหมด และ tui.json ย้ายไปเป็นไฟล์ cli.json ไฟล์เดียว
  • รุ่นแก้ไขออกต่อเนื่องถึง 2.0.29 เมื่อ 14 ตุลาคม 2026 เพิ่มการจับคู่อุปกรณ์ระยะไกลผ่าน OpenTunnel และให้ค่าตั้งที่องค์กรกำหนดจากส่วนกลางมีลำดับเหนือค่าของผู้ใช้

OpenCode 2.0 รุ่นใหญ่ของ AI coding agent แบบโอเพนซอร์สจากบริษัท Anomaly ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 โดยเปลี่ยนให้เซิร์ฟเวอร์ของ OpenCode รันเป็นบริการเบื้องหลังตัวเดียวบนเครื่อง เขียน API ใหม่ทั้งชุด และเพิ่ม Code Mode ที่ให้ agent เขียนสคริปต์เรียก MCP server หลายตัวในรอบเดียว ผู้ใช้รุ่น 1 อัปเกรดได้แล้ว แต่ปลั๊กอินและโค้ดที่เรียก API เดิมต้องแก้ใหม่

OpenCode เป็นโปรเจกต์ใน GitHub ภายใต้ anomalyco/opencode ใช้สัญญาอนุญาต MIT และมีผู้กดดาวกว่า 213,000 ครั้ง ณ 15 ตุลาคม ในบล็อกประกาศ Anomaly ระบุว่าการออกแบบรุ่นนี้อาศัยประสบการณ์จาก "ผู้ใช้หลายล้านคนต่อวัน" กระทู้บน Hacker News ที่พูดถึงประกาศนี้ขึ้นหน้าแรกเมื่อ 14–15 ตุลาคม

OpenCode 2.0 เปลี่ยนอะไรบ้าง

ส่วน สิ่งที่เปลี่ยนใน OpenCode 2.0
บริการเบื้องหลัง เซิร์ฟเวอร์รันเป็นโปรเซสเบื้องหลังตัวเดียวโดยอัตโนมัติ TUI เว็บ และแอปเดสก์ท็อปคุยกับโปรเซสเดียวกัน
API เขียนใหม่ทั้งหมด พร้อมแพ็กเกจ @opencode/client สำหรับ JavaScript และ Effect
Code Mode แพ็กเกจ @opencode/codemode แปลง MCP server หรือ OpenAPI เป็นฟังก์ชันให้ agent เรียกในสคริปต์
งานเบื้องหลัง subagent และคำสั่ง shell รันแบบไม่ขวางงานหลักได้ กดปุ่มลัดย้ายงานที่ช้าไปเบื้องหลัง
ปลั๊กอิน ฟีเจอร์เกือบทั้งหมดเขียนเป็นปลั๊กอินภายในกว่า 80 ตัว ปลั๊กอินของ TUI ขยับเป็นสถานะ stable
SDK @opencode/sdk ใช้ OpenCode เป็นไลบรารีได้ ด้วยโค้ดชุดเดียวกับตัว CLI

ตัวเลขรุ่นในฝั่ง GitHub ยืนยันลำดับการปล่อย รุ่น 1.19.0 ซึ่งออกวันที่ 11 ตุลาคม 2026 มีบรรทัดเดียวในหมวด Core ว่าให้รัน opencode upgrade --major เพื่อขึ้นรุ่น 2 และหน้าจอ TUI เปลี่ยนมาใช้คำสั่ง /update โดย "ไม่ติดตั้งอัปเดตให้อัตโนมัติอีกต่อไป" ส่วนแพ็กเกจ @opencode/client รุ่น 2.0.0 ขึ้น npm ตั้งแต่ 11 กันยายน 2026 ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการราวหนึ่งเดือน

หน้า release v1.19.0 ของ anomalyco/opencode บน GitHub ระบุให้รัน opencode upgrade --major เพื่ออัปเกรดเป็น OpenCode 2.0 และเลิกติดตั้งอัปเดตอัตโนมัติ
หน้า release v1.19.0 ของ anomalyco/opencode บน GitHub ระบุให้รัน opencode upgrade --major เพื่ออัปเกรดเป็น OpenCode 2 ภาพ: GitHub (ภาพหน้าจอ)

บริการเบื้องหลังและ API ใหม่ของ OpenCode 2.0

Anomaly เล่าว่า OpenCode ใช้สถาปัตยกรรม client/server มาตั้งแต่ต้น แต่ที่ผ่านมามีแต่ผู้ใช้ขั้นสูงที่ใช้ประโยชน์จากมัน ใน OpenCode 2.0 เซิร์ฟเวอร์จะเริ่มเองเป็นโปรเซสเบื้องหลังตัวเดียว สคริปต์ที่เขียนด้วย @opencode/client จะค้นหาบริการในเครื่องเองโดยไม่ต้องตั้งค่า ซึ่งบล็อกยกตัวอย่างงานตั้งเวลา (scheduled task) และเรียกผ่านคำสั่ง opencode api ได้ ผู้ใช้ยังเปิดให้เครื่องอื่นเชื่อมเข้ามาแล้วจับคู่ด้วย /pair หรือ opencode pair

ทีมพัฒนายอมรับตรง ๆ ว่า API เดิม "โตแบบไร้ทิศทาง" จึงเริ่มใหม่จากการไล่ดูกรณีใช้งานแปลก ๆ ของผู้ใช้ทั้งหมด และบอกว่า API ใหม่รองรับแทบทุกอย่างที่ต้องทำ ตัว agent เองก็รู้จักและเรียก API นี้ได้ เช่น สร้าง git worktree ใหม่ ตั้งชื่อเซสชัน แล้วย้ายเซสชันไปทำงานในโฟลเดอร์นั้นเมื่อผู้ใช้สั่งเริ่มงานอีกชิ้น หรือหยุดเซสชันที่ค้างแล้วสั่งงานใหม่แทนผู้ใช้

เอกสาร Network ของรุ่น 2 อธิบายผลข้างเคียงที่ฝ่ายไอทีควรรู้ CLI คุยกับบริการเบื้องหลังผ่าน HTTP ภายในเครื่อง องค์กรที่ตั้ง proxy จึงต้องยกเว้น localhost,127.0.0.1,::1 ใน NO_PROXY และค่า environment ที่ export ในเชลล์จะมีผลกับบริการก็ต่อเมื่อบริการเริ่มจากเชลล์นั้นเท่านั้น ค่าที่ต้องการให้คงอยู่ต้องตั้งผ่าน opencode service set env ซึ่งเก็บไว้ในค่าตั้งส่วนตัวของบริการ ถ้าไม่อยากใช้บริการเบื้องหลังก็รันแบบ foreground ได้ด้วย opencode --standalone

Code Mode งานเบื้องหลัง และปลั๊กอินใน OpenCode 2.0

Code Mode คือจุดที่ Anomaly ชูว่าใช้ความถนัดของโมเดลในการเขียนโค้ด "มากกว่า coding agent ตัวอื่น" แพ็กเกจ @opencode/codemode เป็นตัวแปลภาษา JavaScript ขนาดเล็กที่รันสคริปต์ได้เองโดยไม่ต้องพึ่ง VM ของ Node.js หรือ QuickJS เมื่อนำ MCP server หรือ OpenAPI endpoint เข้ามา มันจะถูกแปลงเป็นฟังก์ชันที่ agent เรียกในสคริปต์ได้ เช่น ดึงรายการ issue จาก GitHub แล้ววนสร้างงานใน Linear ทั้งหมดในรอบเดียว แทนการเรียกเครื่องมือทีละครั้ง MCP server ทุกตัวใน OpenCode 2.0 เปิด Code Mode เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่ง Anomaly อ้างว่าเพิ่ม MCP server ได้นับพันตัวโดย context แทบไม่บวม

ด้านงานเบื้องหลังของ OpenCode 2.0 agent หลักส่งงานให้ subagent ทำต่อเบื้องหลังได้ทั้งแบบอัตโนมัติและสั่งเอง และคำสั่ง shell ที่ใช้เวลานาน เช่น รันชุดทดสอบหรือ build ก็รันแบบ asynchronous แล้วแจ้งเมื่อเสร็จ ส่วนปลั๊กอิน ทีมพัฒนาบังคับตัวเองให้เขียนฟีเจอร์เกือบทั้งหมดของรุ่น 2 เป็นปลั๊กอินภายใน จนมีกว่า 80 ตัว เพื่อให้ Plugin API ได้รับการดูแลจริง และทุกอย่างโหลดซ้ำขณะรันได้ (hot reload) agent จึงเขียนปลั๊กอินให้ตัวเองแล้วใช้ต่อในเซสชันเดิมได้ทันที

หน้า Changelog ของ OpenCode รุ่น 2.0.29 วันที่ 14 ตุลาคม 2026 ไฮไลต์ Remote Device Pairing ผ่าน OpenTunnel และ Provider Account Management
หน้า Changelog ของ OpenCode รุ่น 2.0.29 วันที่ 14 ตุลาคม 2026 ไฮไลต์การจับคู่อุปกรณ์ระยะไกลผ่าน OpenTunnel และการจัดการบัญชีผู้ให้บริการโมเดล ภาพ: OpenCode (ภาพหน้าจอ)

หลังประกาศ OpenCode 2.0 ทีมยังปล่อยรุ่นแก้ไขเกือบทุกวัน หน้า Changelog แสดงรุ่น 2.0.27 (12 ต.ค.) 2.0.28 (13 ต.ค.) และ 2.0.29 (14 ต.ค.) รุ่นล่าสุดเพิ่มเมนู Pair device ที่เปิดการเข้าถึงระยะไกลผ่าน OpenTunnel ด้วย QR code หรือลิงก์ ทำให้คำตอบที่ชนเพดาน output token ต่อเนื่องเองอัตโนมัติ และแก้ให้ค่าตั้งที่จัดการจากส่วนกลางมีลำดับเหนือค่าตั้งของผู้ใช้

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนอัปเกรดเป็น OpenCode 2.0

เอกสาร Migrate from V1 ระบุ breaking change ที่ตั้งใจไว้ 3 จุด

  1. ปลั๊กอิน ใช้ plugin API ใหม่ ปลั๊กอินที่เขียนให้รุ่น 1 จะไม่ทำงาน
  2. API ของเซิร์ฟเวอร์และไคลเอนต์ เปลี่ยนสัญญาใหม่ทั้งหมด สคริปต์หรือระบบที่เชื่อมกับ API เดิมต้องเขียนใหม่
  3. ค่าตั้งของเทอร์มินัล ย้ายจากไฟล์ tui.json(c) หลายชั้นไปเป็น cli.json ไฟล์เดียว ซึ่งระบบย้ายให้อัตโนมัติ
หน้าเอกสาร Migrate from V1 ของ OpenCode 2.0 ระบุว่ารุ่น 1 และ 2 ใช้คำสั่ง opencode เดียวกัน พร้อม breaking change สามจุด: ปลั๊กอิน API ของเซิร์ฟเวอร์ และไฟล์ cli.json
หน้าเอกสาร Migrate from V1 ของ OpenCode อธิบายว่ารุ่น 1 และ 2 ใช้คำสั่ง opencode เดียวกัน และระบุ breaking change สามจุด ภาพ: OpenCode (ภาพหน้าจอ)

ค่าตั้งอื่นของรุ่น 1 รวมถึง agent คำสั่ง และ skill ในโฟลเดอร์ .opencode/ ยังอ่านได้ตามเดิม รุ่น 2 แปลงค่าเหล่านี้ในหน่วยความจำโดยไม่เขียนทับไฟล์ แต่รูปแบบค่าตั้งแบบใหม่เปลี่ยนชื่อหลายจุด เช่น สิทธิ์ bash กลายเป็น shell และ task กลายเป็น subagent และเปลี่ยนจากการจัดกลุ่มสิทธิ์ตามเครื่องมือเป็นรายการ permissions ที่เรียงลำดับ เอกสารเตือนด้วยว่ารุ่น 1 กับรุ่น 2 ใช้ไฟล์ค่าตั้งที่เดียวกัน เมื่อแปลงไฟล์เป็นรูปแบบของรุ่น 2 แล้ว ห้ามให้รุ่น 1 อ่านไฟล์นั้นอีก

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

OpenCode 2.0 เดินทางเดียวกับเครื่องมือฝั่งผู้ให้บริการโมเดล คือเปลี่ยน AI coding agent จากโปรแกรมที่เปิดปิดในเทอร์มินัล ไปเป็นบริการที่รันค้างบนเครื่องและเปิดให้หลายไคลเอนต์หรืออุปกรณ์อื่นเชื่อมเข้ามา เมื่อต้นสัปดาห์ Codex CLI ของ OpenAI ก็ถูกนักพัฒนาวิจารณ์เรื่อง daemon เบื้องหลังที่รันค้างและอัปเดตตัวเอง ข้อต่างที่เห็นได้จากเอกสาร คือ OpenCode อธิบายผลของบริการเบื้องหลังต่อ proxy และ environment variable ไว้ในหน้าทางการ มีโหมด --standalone ให้เลือก และรุ่น 1.19.0 เลิกติดตั้งอัปเดตให้อัตโนมัติ

สำหรับองค์กร จุดที่ควรสนใจที่สุดอาจเป็นชุด policies ที่ "ทำให้เข้มขึ้นได้เท่านั้น" เช่น ห้ามทุกผู้ให้บริการโมเดลแล้วเปิดเฉพาะ endpoint ภายในองค์กร ห้ามคำสั่ง git push หรือห้ามแก้ไฟล์ .env และค่าตั้งระดับระบบหรือ managed preferences ของ macOS มีลำดับเหนือค่าของผู้ใช้ ซึ่งทำให้ฝ่ายไอทีคุมเครื่องมือโอเพนซอร์สตัวนี้ผ่าน MDM ได้

หน้าเอกสาร Policies ของ OpenCode แสดงตัวอย่างค่า provider.use ที่ปิดผู้ให้บริการ openai ด้วย effect deny ในไฟล์ opencode.jsonc
หน้าเอกสาร Policies ของ OpenCode แสดงตัวอย่างการปิดผู้ให้บริการ openai ด้วยค่า provider.use และ effect deny ในไฟล์ opencode.jsonc ภาพ: OpenCode (ภาพหน้าจอ)

สิ่งที่องค์กรควรทำ

  • สำรวจว่าใครใช้ OpenCode อยู่ และติดตั้งผ่านช่องทางไหน เพราะรุ่น 1 กับ 2 ใช้คำสั่งเดียวกัน ถ้าติดตั้งรุ่น 1 ผ่านตัวจัดการแพ็กเกจต้องถอนออกก่อนลงรุ่น 2
  • ทดสอบกับกลุ่มเล็กก่อนอัปเกรด ตรวจว่าโมเดล credential agent สิทธิ์ และ MCP server ยังทำงาน แล้วจึงพอร์ตปลั๊กอินและระบบที่เรียก API เดิม ตามขั้นตอนในเอกสาร Migrate from V1
  • ตั้ง policies จากส่วนกลาง จำกัดผู้ให้บริการโมเดลที่อนุมัติ และห้ามคำสั่งเสี่ยง เช่น git push หรือการแก้ไฟล์ลับ ผ่านค่าตั้งระดับระบบหรือ managed preferences แทนการพึ่งค่าตั้งของผู้ใช้
  • ตั้งค่า proxy ให้บริการเบื้องหลัง ยกเว้น loopback ใน NO_PROXY และตั้ง opencode service set env สำหรับ proxy และใบรับรองขององค์กร หรือกำหนดให้ใช้โหมด --standalone บนเครื่องที่ต้องคุมเข้ม
  • ทบทวนการจับคู่อุปกรณ์ระยะไกล ฟีเจอร์ Pair device และ opencode pair เปิดทางให้เครื่องอื่นสั่งงาน agent ได้ ควรกำหนดว่าอนุญาตหรือไม่ก่อนเปิดใช้ทั้งองค์กร

อ่านข่าวเครื่องมือนักพัฒนาและโอเพนซอร์สอื่น ๆ ได้ที่หมวด Software

คำถามที่พบบ่อย

OpenCode 2.0 คืออะไร?

OpenCode 2.0 คือรุ่นใหญ่ของ OpenCode เครื่องมือ AI coding agent แบบโอเพนซอร์ส (สัญญาอนุญาต MIT) ที่บริษัท Anomaly ประกาศเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 จุดเปลี่ยนหลักคือเซิร์ฟเวอร์รันเป็นบริการเบื้องหลังตัวเดียว API เขียนใหม่ เพิ่ม Code Mode ให้ MCP server และงานเบื้องหลังสำหรับ subagent กับคำสั่ง shell

อัปเกรดจาก OpenCode 1 เป็น OpenCode 2.0 อย่างไร?

Anomaly ให้อัปเดตเป็นรุ่น 1.x ล่าสุดก่อน แล้วรัน opencode upgrade --major เพื่อขึ้น OpenCode 2.0 ส่วนแอปเดสก์ท็อปให้ดาวน์โหลดรุ่นใหม่ เอกสาร Migrate from V1 เตือนว่ารุ่น 1 กับ 2 ใช้คำสั่ง opencode เดียวกันและไม่ติดตั้งคู่กันโดยปริยาย ถ้าติดตั้งรุ่น 1 ผ่านตัวจัดการแพ็กเกจควรถอนออกก่อน

OpenCode 2.0 มี breaking change อะไรบ้าง?

เอกสารของ OpenCode ระบุ 3 จุด คือปลั๊กอินใช้ plugin API ใหม่ ทำให้ปลั๊กอินของรุ่น 1 ไม่ทำงาน API ของเซิร์ฟเวอร์และไคลเอนต์เปลี่ยนสัญญาใหม่ทั้งหมด และค่าตั้งของเทอร์มินัลย้ายจากไฟล์ tui.json หลายชั้นไปเป็นไฟล์ cli.json ไฟล์เดียวซึ่งย้ายให้อัตโนมัติ ค่าตั้งอื่นของรุ่น 1 ยังอ่านได้

องค์กรคุมการใช้ OpenCode 2.0 ได้อย่างไร?

OpenCode 2.0 มีค่า policies ที่อนุญาตหรือห้ามผู้ให้บริการโมเดล เครื่องมือ และ integration ได้แบบไม่ถามผู้ใช้ เช่น ปิดทุกผู้ให้บริการแล้วเปิดเฉพาะ endpoint ขององค์กร และอ่านค่าตั้งระดับระบบหรือ managed preferences ของ macOS ซึ่งมีลำดับเหนือค่าของผู้ใช้และโปรเจกต์

แหล่งอ้างอิง

  1. OpenCode 2.0 — Anomaly (opencode notes)
  2. Release v1.19.0 · anomalyco/opencode — GitHub (anomalyco/opencode)
  3. Migrate from V1 | OpenCode — OpenCode
  4. Policies | OpenCode — OpenCode
  5. Network | OpenCode — OpenCode
  6. OpenCode | Changelog — OpenCode

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
MIT11GitHub18OpenAI28
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
OpenCode2Node.js6Codex CLI2
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ