# Safari บล็อก Identity Resolution ใน iOS และ macOS 27 ตัดทางติดตามผู้ใช้ด้วยอีเมล

> WebKit ประกาศ 19 ต.ค. 2026 ว่า Safari บล็อก Identity Resolution ใน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 ตัดทางบุคคลที่สามที่เอาอีเมลผู้ใช้ไปติดตามข้ามเว็บ

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Software
- เผยแพร่: 2026-10-22T13:17:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T13:17:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/software/safari-email-tracking-identity-resolution-block/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- WebKit ประกาศเมื่อ **19 ตุลาคม 2026** ว่า Safari บล็อก Identity Resolution ใน **iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27** โดยตัดการเชื่อมต่อไปยังโครงสร้างของบุคคลที่สามที่เก็บอีเมลผู้ใช้ไปทำรหัสติดตาม
- การบล็อกทำที่ **ระดับโดเมน** จึงเลี่ยงด้วยการเปลี่ยนรูปแบบคำขอไม่ได้ ส่วนการปรับเนื้อหาด้วยข้อมูลของเว็บไซต์เองไม่ถูกบล็อก
- Safari บล็อกคุกกี้ข้ามเว็บเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ **24 มีนาคม 2020** (Safari 13.1 และ iOS 13.4) และ WebKit มองว่า identity resolution คือการติดตามยุค post-cookie ที่เกิดขึ้นแทน
- **Hide My Email** ของ iCloud+ สร้างอีเมลสุ่มแยกต่อเว็บได้ หน้าราคาของ Apple ระบุ iCloud+ ในไทยเริ่ม **35 บาทต่อเดือน** (50 GB รวมภาษี)

ทีม WebKit ของ Apple ประกาศเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ว่า Safari บล็อก Identity Resolution แล้วใน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 โดยตัดการเชื่อมต่อไปยังโดเมนของบุคคลที่สามที่แอบเก็บอีเมลตอนผู้ใช้ล็อกอินหรือสมัครจดหมายข่าวไปสร้างรหัสติดตามข้ามเว็บ ผลคือสคริปต์เหล่านี้ส่งอีเมลออกไปไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนรูปแบบคำขอก็ตาม

ประกาศนี้มาจากบทความ Blocking Identity Resolution Infrastructure บนบล็อก WebKit ที่ John Wilander, Charlie Wolfe และ Matthew Finkel ร่วมเขียน ทีมงานเรียกวิธีนี้ว่าการติดตามยุค "post-cookie" ที่เกิดขึ้นหลัง Safari ปิดทางคุกกี้ข้ามเว็บไปแล้ว

## Safari บล็อก Identity Resolution อย่างไร

WebKit อธิบายว่ามีบริษัทกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ identity resolution โดยเฉพาะ ฝังตัวอยู่บนหลายเว็บไซต์ตรงจุดที่ผู้ใช้กรอกอีเมล แต่ผู้ใช้มองไม่เห็น บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ให้บริการล็อกอินหรือส่งจดหมายข่าว มีอยู่เพื่อติดตามผู้ใช้เท่านั้น

![แผนภาพของ WebKit: เว็บไซต์ 4 แห่งส่งอีเมลเดียวกัน jane@mail.example ไปยังเซิร์ฟเวอร์ identity resolution และได้รหัสติดตามของ Jane กลับมาคนละรหัสในแต่ละเว็บ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/safari-email-tracking-identity-resolution-block/swb-apps-safari-identity-resolution-tracking-ids.webp?v=34f3812d) _(ภาพ: WebKit (Apple))_

ในรุ่น 27 Safari บล็อก Identity Resolution ด้วยการให้ Safari และ WebKit ตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังโครงสร้างเหล่านี้ อีเมลจึงไม่ถูกส่งไปถึงเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่สามตั้งแต่ต้น การบล็อกทำที่ระดับโดเมน ผู้ให้บริการจึงเลี่ยงด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างของคำขอไม่ได้

ประกาศเรื่อง Safari บล็อก Identity Resolution ไม่ได้ระบุรายชื่อบริษัทหรือโดเมนที่ถูกบล็อก รุ่นย่อยที่เริ่มใช้ ว่าผู้ใช้ปิดเองได้หรือไม่ และว่าเบราว์เซอร์อื่นที่ใช้ WebKit ได้การป้องกันเดียวกันหรือไม่ เพราะพูดถึงเพียง "Safari และ WebKit"

## Identity Resolution ทำงานอย่างไร ทำไมออกจากระบบแล้วยังถูกติดตาม

ตามคำอธิบายของ WebKit ขั้นตอนมีดังนี้

1. ผู้ใช้กรอกอีเมลเพื่อล็อกอินหรือสมัครจดหมายข่าว
2. สคริปต์ของบุคคลที่สามเก็บอีเมลไปโดยผู้ใช้ไม่เห็น แล้วส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง
3. เซิร์ฟเวอร์สร้างรหัสติดตามที่ผูกกับอีเมลนั้นถาวร แล้วส่งกลับมาเก็บไว้บนเว็บไซต์
4. รหัสนี้ใช้รวบรวมประวัติการท่องเว็บหรือยิงโฆษณาข้ามเว็บไซต์

การออกจากระบบหรือยกเลิกรับจดหมายข่าวไม่ได้ลบรหัสหรืออีเมลที่บุคคลที่สามเก็บไว้ นานวันเข้าข้อมูลจะสะสมเป็นโปรไฟล์ที่เรียกว่า identity graph WebKit ให้เหตุผลว่าอีเมลแทบทุกกรณีเป็นข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ (PII) เช่นเดียวกับหมายเลขโทรศัพท์ และคนส่วนใหญ่ใช้อีเมลเดิมเป็นปีหรือเป็นสิบปี จึงใช้ติดตามได้ทั้งข้ามเว็บและข้ามอุปกรณ์

![ตัวอย่าง identity graph ของ WebKit: โปรไฟล์ของ Jane เชื่อมกับอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน ชื่อและนามสกุล ครัวเรือน หมายเลข IP บัญชีเว็บไซต์ และ first-party cookies](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/safari-email-tracking-identity-resolution-block/swb-apps-safari-identity-graph-example.webp?v=590edefc) _(ภาพ: WebKit (Apple))_

## อะไรที่ Safari 27 บล็อกและไม่บล็อก

WebKit ขีดเส้นว่าการปรับเนื้อหาด้วยข้อมูลของเว็บไซต์เอง (first-party personalization) ไม่ใช่การติดตาม แต่ตัวกลางที่ทำ identity resolution เป็นบุคคลที่สามที่ถือข้อมูลข้ามเว็บ ข้ามอุปกรณ์ และข้ามบริษัท และจับคู่ผู้ใช้ให้ลูกค้าหลายรายได้แบบสำนักหักบัญชี สรุปผลของฟีเจอร์ Safari บล็อก Identity Resolution ได้ดังนี้

| กรณี | ใน Safari 27 |
| --- | --- |
| สคริปต์บุคคลที่สามส่งอีเมลผู้ใช้ไปยังโดเมนของผู้ให้บริการ identity resolution | ถูกบล็อกที่ระดับโดเมน |
| เปลี่ยนรูปแบบคำขอเครือข่ายเพื่อหลบ | ใช้ไม่ได้ |
| เว็บไซต์ใช้ข้อมูลลูกค้าของตัวเองปรับเนื้อหา | ไม่ถูกบล็อก |
| คุกกี้ข้ามเว็บ (third-party cookies) | ถูกบล็อกเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2020 |

![แผนภาพของ WebKit: ร้านค้าออนไลน์ถามว่าควรโปรโมตรองเท้าสเกตให้ใคร และตัวกลาง identity resolution จับคู่ Jane ในข้อมูลของร้านค้ากับ Jane ในข้อมูลของเว็บไซต์ฮอกกี้น้ำแข็ง](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/safari-email-tracking-identity-resolution-block/swb-apps-safari-identity-resolver-matching.webp?v=3b1c9390) _(ภาพ: WebKit (Apple))_

## ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

- **การติดตามย้ายจากคุกกี้มาที่อีเมล** บทความ WebKit วันที่ 24 มีนาคม 2020 ประกาศว่า Safari 13.1 และ iOS/iPadOS 13.4 บล็อกคุกกี้ข้ามเว็บเป็นค่าเริ่มต้นทั้งหมด เป็นเบราว์เซอร์กระแสหลักรายแรกที่ทำเช่นนั้น รอบนี้ WebKit ระบุว่าอุตสาหกรรมการติดตามหันมาใช้ identity resolution แทน Safari บล็อก Identity Resolution จึงเป็นการปิดทางรอบถัดมา
- **ไม่มีข้อยกเว้น** [Tracking Prevention Policy](https://webkit.org/tracking-prevention-policy/) ระบุว่า WebKit ถือว่าการหลบเลี่ยงมาตรการกันการติดตามร้ายแรงเท่ากับการใช้ช่องโหว่ความปลอดภัย อาจเพิ่มข้อจำกัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และไม่ยกเว้นให้บริษัทใดเป็นรายราย

## ผลต่อเว็บไซต์และทีมการตลาดไทย

เว็บไซต์ที่ติดตั้งสคริปต์ของบุคคลที่สามซึ่งรับอีเมลจากฟอร์มล็อกอินหรือฟอร์มสมัครจดหมายข่าวไปจับคู่ตัวตน ควรคาดว่าเมื่อ Safari บล็อก Identity Resolution คำขอเหล่านั้นจะไม่ทำงานกับผู้ใช้ iPhone, iPad และ Mac ที่อัปเดตเป็นรุ่น 27

- ตรวจว่าสคริปต์บนหน้าที่มีช่องกรอกอีเมลส่งอีเมลผู้ใช้ไปให้ผู้ให้บริการรายใด และใช้ทำอะไร
- ทดสอบการวัดผลโฆษณาและการจับคู่กลุ่มเป้าหมายบน Safari 27 แยกจากเบราว์เซอร์อื่น
- ข้อมูลที่ลูกค้าให้เว็บไซต์โดยตรงยังใช้ปรับเนื้อหาบนเว็บของตัวเองได้ตามปกติ

## ผู้ใช้ควรทำอะไร

1. **อัปเดตเป็นรุ่น 27** อุปกรณ์ที่ยังใช้ iOS, iPadOS, macOS หรือ visionOS รุ่นเก่าจะไม่ได้การป้องกันที่ Safari บล็อก Identity Resolution
2. **ใช้อีเมลแยกต่อเว็บ** WebKit แนะนำ Hide My Email สำหรับสมาชิก iCloud+ หน้าช่วยเหลือของ Apple ระบุว่าแตะช่องอีเมลใน Safari แล้วเลือก Hide My Email เหนือแป้นพิมพ์ได้ทันที และปิดใช้อีเมลที่ไม่ต้องการได้ภายหลัง
3. **ดูราคาก่อนสมัคร** หน้า iCloud+ plans and pricing ระบุราคาในไทยต่อเดือน รวมภาษีแล้ว ทุกแผนมี Hide My Email แต่ Apple หมายเหตุว่าบางฟีเจอร์ไม่มีในทุกประเทศ จึงควรตรวจในการตั้งค่า iCloud ของตัวเองก่อน

| แผน iCloud+ | ราคาต่อเดือนในไทย |
| --- | --- |
| 50 GB | 35 บาท |
| 200 GB | 99 บาท |
| 2 TB | 399 บาท |
| 6 TB | 1,190 บาท |
| 12 TB | 2,390 บาท |

4. **อย่าคิดว่าการออกจากระบบลบข้อมูลเดิม** ประกาศนี้กันการส่งอีเมลออกไปจากนี้ ไม่ได้บอกว่าข้อมูลที่บุคคลที่สามเก็บไว้ก่อนหน้าจะถูกลบ

ติดตามข่าวเบราว์เซอร์และแอปอื่น ๆ ได้ที่หมวด[ซอฟต์แวร์](/software/)

## คำถามที่พบบ่อย

### Safari บล็อก Identity Resolution คืออะไร?

คือการป้องกันใน Safari และ WebKit บน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS 27 ที่ WebKit ประกาศเมื่อ 19 ต.ค. 2026 Safari บล็อก Identity Resolution ด้วยการตัดการเชื่อมต่อไปยังโดเมนของบุคคลที่สามที่รับอีเมลผู้ใช้ไปสร้างรหัสติดตามข้ามเว็บ

### Identity Resolution ติดตามผู้ใช้อย่างไร?

บุคคลที่สามแอบเก็บอีเมลตอนผู้ใช้ล็อกอินหรือสมัครจดหมายข่าว สร้างรหัสติดตามที่ผูกกับอีเมลนั้นถาวรแล้วส่งกลับมาเก็บบนเว็บ เพื่อใช้ยิงโฆษณาและรวบรวมประวัติการท่องเว็บ การออกจากระบบหรือยกเลิกจดหมายข่าวไม่ได้ลบรหัสนี้ เหตุนี้ Safari บล็อก Identity Resolution ตั้งแต่ขั้นส่งอีเมลออกไป

### Hide My Email ในไทยมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

Hide My Email มากับ iCloud+ ซึ่งหน้าราคาของ Apple ระบุราคาในไทยเริ่ม 35 บาทต่อเดือนสำหรับ 50 GB รวมภาษีแล้ว บริการนี้สร้างอีเมลสุ่มแยกต่อเว็บแล้วส่งต่อเข้ากล่องจดหมายจริง แต่ Apple หมายเหตุว่าบางฟีเจอร์ไม่มีในทุกประเทศ

### เว็บไซต์ที่ใช้ข้อมูลลูกค้าของตัวเองจะได้รับผลกระทบหรือไม่?

ไม่ได้รับผลโดยตรง WebKit ระบุว่าการปรับเนื้อหาด้วยข้อมูลของเว็บไซต์เองไม่ใช่การติดตาม Safari บล็อก Identity Resolution เฉพาะการส่งอีเมลผู้ใช้ไปยังโครงสร้างของบุคคลที่สามที่จับคู่ตัวตนข้ามเว็บ


## แหล่งอ้างอิง

- [Blocking Identity Resolution Infrastructure](https://webkit.org/blog/18438/blocking-identity-resolution-infrastructure/) — WebKit (Apple)
- [Tracking Prevention Policy](https://webkit.org/tracking-prevention-policy/) — WebKit (Apple)
- [Full Third-Party Cookie Blocking and More](https://webkit.org/blog/10218/full-third-party-cookie-blocking-and-more/) — WebKit (Apple)
- [How to use Hide My Email with iCloud+ on your iPhone or iPad](https://support.apple.com/en-us/102548) — Apple Support
- [iCloud+ plans and pricing](https://support.apple.com/en-us/108047) — Apple Support
