Euclid พบดาวหาง C/2026 S1 ดาวหางดวงใหม่ดวงแรก ห่างโลกราว 1,300 ล้านกิโลเมตร
ESA ประกาศ 19 ต.ค. 2026 ว่ากล้อง Euclid ค้นพบดาวหาง C/2026 S1 ดาวหางดวงใหม่ดวงแรกของกล้องจากภาพ 16–24 ก.ย. MPC ยืนยัน 8 ต.ค. ห่างโลกราว 1,300 ล้านกิโลเมตร
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 8 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- ESA ประกาศเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ค้นพบดาวหางดวงใหม่ดวงแรก คือ ดาวหาง C/2026 S1 (Euclid) จากภาพที่ถ่ายระหว่าง 16–24 กันยายน 2026 รวม 16 ภาพ ใน 5 มุมมอง
- Minor Planet Center ยืนยันว่าเป็นดาวหางในประกาศ MPEC 2026-T146 เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 โดยคำนวณวงโคจรจากการสังเกต 54 ครั้ง และมีรายงานโคมา 4 รายงานและรายงานหาง 1 รายงาน
- ดาวหาง C/2026 S1 อยู่ห่างโลกประมาณ 1,300 ล้านกิโลเมตร (8.90 AU) วงโคจรเอียง 85.2 องศา และจะผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในเดือนกันยายน 2027 ที่ระยะราว 8.7 AU
- ESA ระบุว่าวงโคจรของดาวหาง C/2026 S1 ใช้เวลาหลายพันปีกว่าจะครบรอบ ส่วนฐานข้อมูล MPC แสดงคาบ 342,724 ปี และยังไม่มีแหล่งทางการใดระบุว่ามองเห็นได้จากไทย ความสว่างตาม MPEC อยู่ที่ 20.7 แมกนิจูด
ESA หน่วยงานอวกาศของยุโรปประกาศเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ค้นพบดาวหางดวงใหม่เป็นครั้งแรก คือ ดาวหาง C/2026 S1 (Euclid) จากภาพที่ถ่ายระหว่าง 16–24 กันยายน 2026 หลัง Minor Planet Center (MPC) ยืนยันว่าเป็นดาวหางเมื่อ 8 ตุลาคม ดาวหางอยู่ห่างโลกประมาณ 1,300 ล้านกิโลเมตร บนวงโคจรที่ไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับดาวเคราะห์
Euclid เคยถ่ายติดดาวหางมาก่อน แต่เป็นดวงที่มีผู้รู้จักแล้วทั้งหมด ESA ระบุว่าดาวหาง C/2026 S1 (Euclid) เป็นดาวหางที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนดวงแรกที่ Euclid ค้นพบ ทั้งที่กล้องตัวนี้ออกแบบมาถ่ายภาพลึกและนิ่งของดาราจักรที่อยู่ไกลมาก ไม่ได้ออกแบบมาตามวัตถุที่เคลื่อนที่เร็วในระบบสุริยะอย่างดาวหาง
ดาวหาง C/2026 S1 ถูกพบในภาพของ Euclid ได้อย่างไร
ผู้พบคนแรกคือ Mikko Pöntinen นักศึกษาปริญญาเอกของ University of Helsinki ซึ่งทำงานร่วมกับ Solar System Objects Science Working Group ของ Euclid Consortium เขาพัฒนาซอฟต์แวร์ตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ไว้เฝ้าดูวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะที่ติดอยู่ในภาพของ Euclid
- ซอฟต์แวร์จับรอยลาก Pöntinen เล่าว่าซอฟต์แวร์แจ้งเตือนรอยลากที่พาดผ่านหลายภาพ ซึ่งเป็นลักษณะของวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว
- พบซ้ำใน 5 ชุดภาพ เมื่อคำนวณตำแหน่งล่วงหน้า เขาพบวัตถุเดียวกันในภาพชุดอื่นรวม 5 ชุด ESA ระบุว่าเป็น 5 มุมมองที่ถ่ายในหลายวัน มุมละ 2–4 ภาพ รวม 16 ภาพ
- มีกลุ่มฟุ้งรอบตัว เมื่อตรวจละเอียดพบกลุ่มฟุ้งรอบวัตถุ ซึ่งบ่งว่าเป็นวัตถุที่ยังมีกิจกรรมอย่างดาวหางที่ปล่อยฝุ่นและแก๊สออกมา
- ไม่ตรงกับวัตถุที่รู้จัก เมื่อเทียบกับบัญชีดาวหางและดาวเคราะห์น้อยแล้วไม่พบดวงที่ตรงกัน เขาจึงรายงานไปยัง MPC ว่าเป็นดาวหางดวงใหม่
ดาวหาง C/2026 S1 ถูกพบในพื้นที่สำรวจ Euclid Deep Field North ภาพชุดหนึ่งถ่ายเมื่อ 17 กันยายน 2026 เวลา 00:41, 00:58 และ 01:16 น. UTC (07:41, 07:58 และ 08:16 น. เวลาประเทศไทย) แต่ละภาพเปิดรับแสงนาน 560.52 วินาที ดาวหางจึงปรากฏเป็นรอยลาก เพราะเคลื่อนที่ไปในระหว่างการถ่าย

MPC ยืนยันและตั้งชื่อ ดาวหาง C/2026 S1 (Euclid)
MPC ของ International Astronomical Union (IAU) เป็นศูนย์กลางรับรายงานการสังเกตดาวหางและดาวเคราะห์น้อยจากผู้สังเกตทั่วโลก ทำหน้าที่ยืนยันการค้นพบ คำนวณวงโคจร และตั้งชื่อทางการ ESA ระบุว่ารายงานของ Pöntinen ทำให้นักดาราศาสตร์ภาคพื้นดินรู้และส่งข้อมูลติดตามเข้ามาได้ ประกาศ MPEC 2026-T146 ที่ MPC เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 เวลา 15:40 น. UTC (22:40 น. เวลาประเทศไทย) บันทึกไว้ดังนี้
| รายการ | ข้อมูลตาม MPEC 2026-T146 |
|---|---|
| รายงานกิจกรรมของดาวหางครั้งแรก | M. Pontinen จากภาพของ Euclid วันที่ 16 ก.ย. 2026 ส่งรายงาน 29 ก.ย. 2026 |
| รายงานกิจกรรมทั้งหมด | 4 รายงาน ทุกรายงานพบโคมา (coma) และ 1 รายงานพบหาง |
| รายงานหาง | Canada-France-Hawaii Telescope บน Maunakea วันที่ 7 ต.ค. 2026 หางยาว 12 พิลิปดา |
| ข้อมูลที่ใช้คำนวณวงโคจร | 54 การสังเกต ระหว่าง 16 ก.ย.–8 ต.ค. 2026 |
ผู้สังเกตที่มีข้อมูลอยู่ใน MPEC มีทั้งหอดูดาววิจัยและหอดูดาวขนาดเล็ก เช่น Zwicky Transient Facility (ZTF) ที่ Palomar Mountain ซึ่งใช้กล้อง Schmidt ขนาด 1.2 เมตร กล้อง 1.82 เมตรของ National Research Council of Canada และ Canada-France-Hawaii Telescope ขนาด 3.6 เมตร ไปจนถึงหอดูดาวอีกหลายแห่งที่ใช้กล้องขนาด 0.30–0.61 เมตรต่อกล้องถ่ายภาพ ESA ระบุว่า MPC ยืนยันว่าเป็นดาวหางเมื่อ 8 ตุลาคม และตั้งชื่อเป็น C/2026 S1 (Euclid)

วงโคจรและความสว่างของดาวหาง C/2026 S1
ESA ระบุว่าดาวหาง C/2026 S1 อยู่ห่างโลกประมาณ 1,300 ล้านกิโลเมตร เทียบได้กับระยะจากดวงอาทิตย์ไปยังบริเวณระหว่างวงโคจรของดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ MPEC ฉบับเดียวกันให้ระยะจากโลก 8.90 AU และจากดวงอาทิตย์ 8.96 AU ณ วันที่ 8 ตุลาคม ESA อธิบายว่าดาวหางไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับดาวเคราะห์ แต่ตอนนี้อยู่ "ตรงขึ้นไปด้านบน" เมื่อมองจากดวงอาทิตย์ และโค้งข้ามระบบสุริยะไป ตัวเลขวงโคจรของ MPC ปรับตามข้อมูลที่เข้ามาเพิ่ม ตารางนี้เทียบสองชุดที่เผยแพร่
| ค่า | MPEC 2026-T146 (54 การสังเกต ถึง 8 ต.ค.) | ฐานข้อมูล MPC (56 การสังเกต ถึง 13 ต.ค.) |
|---|---|---|
| ผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด | 2 ก.ย. 2027 | 18 ก.ย. 2027 |
| ระยะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด | 8.754 AU | 8.735 AU |
| ความรีของวงโคจร | 0.9956 | 0.9982 |
| ความเอียงของวงโคจร | 85.23 องศา | 85.23 องศา |
| คาบการโคจร | ไม่ได้ระบุ | 342,724 ปี |
เรื่องคาบการโคจร แหล่งข้อมูลยังไม่ตรงกัน ESA เขียนว่าวงโคจรนี้ใช้เวลา "หลายพันปี" กว่าจะครบรอบ ส่วนหน้าฐานข้อมูลของ MPC ณ 21 ตุลาคม 2026 แสดงคาบ 342,724 ปี ESA ระบุด้วยว่าคาบการโคจรจะปรับให้แม่นขึ้นเมื่อเก็บข้อมูลได้มากขึ้น
ด้านความสว่าง ตารางตำแหน่งล่วงหน้า (ephemeris) ใน MPEC ให้ค่าความสว่างรวม 20.7 แมกนิจูดตลอดช่วงกันยายนถึงต้นพฤศจิกายน 2026 ส่วนค่าที่ผู้สังเกตวัดได้ในฐานข้อมูล MPC อยู่ระหว่าง 19.2–21.6 แมกนิจูด ซึ่งวัดในหลายแถบสี

ทำไม Euclid จึงแทบไม่ได้พบดาวหางใหม่
Euclid ขึ้นสู่อวกาศเมื่อ 1 กรกฎาคม 2023 ด้วยจรวด Falcon 9 จาก Cape Canaveral ไปประจำที่จุดลากรางจ์ที่ 2 ของระบบดวงอาทิตย์–โลก ห่างโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร ภารกิจหลักคือหาอิทธิพลของสสารมืดและพลังงานมืดต่อเอกภพ ตลอด 6 ปี Euclid จะสังเกตรูปร่างและการเคลื่อนที่ของดาราจักรหลายพันล้านแห่งที่อยู่ไกลถึง 10,000 ล้านปีแสง ESA อธิบายว่ามีเหตุผลสองข้อที่ทำให้ Euclid พบวัตถุใหม่ในระบบสุริยะได้ยาก
- หลบแถบท้องฟ้าที่มีดาวหางและดาวเคราะห์น้อยมาก Euclid เลี่ยงการถ่ายแนวระนาบของระบบสุริยะ เพื่อลดแสงจ้าจากฝุ่นที่รบกวนการถ่ายภาพห้วงอวกาศลึก
- ถ่ายแต่ละพื้นที่ครั้งเดียว วิธีถ่ายแบบ step-and-stare ปกติเยือนท้องฟ้าแต่ละส่วนเพียงครั้งเดียว จึงย้อนกลับไปถ่ายดาวหางซ้ำเพื่อยืนยันตามต้องการไม่ได้
ครั้งนี้ดาวหาง C/2026 S1 อยู่ใน Euclid Deep Field North หนึ่งในสามพื้นที่สำรวจลึกที่ Euclid ถ่ายซ้ำ หน้าภาพของ ESA ระบุว่าพื้นที่นี้กว้าง 20 ตารางองศา อยู่ใกล้ขั้วสุริยวิถีเหนือในกลุ่มดาว Draco และการสำรวจลึกทั้งหมดใช้เวลาสังเกตราว 10% Bruno Altieri นักวิทยาศาสตร์ประจำคลังข้อมูลของ Euclid กล่าวว่าคาดกันว่า Euclid จะพบดาวหางได้น้อยมาก การที่วงโคจรของดาวหางมาบรรจบกับการกวาดถ่ายของ Euclid จนติดหลายภาพจึงเป็นความบังเอิญที่น่ายินดี
ESA ระบุด้วยว่าการตามวัตถุในระบบสุริยะสำคัญต่องานหลัก เพราะต้องระบุทุกวัตถุในภาพให้ถูก และลบสิ่งรบกวนอย่างรอยลากของดาวหางออกจากภาพที่ใช้ทำแผนที่ดาราจักร

ความหมายต่อภารกิจ Comet Interceptor
ESA มองว่าการค้นพบครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานจากการพบถึงการยืนยัน จึงพิสูจน์ว่า Euclid ตรวจพบดาวหางใหม่ได้ตั้งแต่ยังอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ และอาจช่วยหาเป้าหมายให้ Comet Interceptor ภารกิจในอนาคตของ ESA
- เป้าหมายของภารกิจ หน้าภารกิจของ ESA ระบุว่า Comet Interceptor จะเป็นภารกิจแรกที่ไปเยือนดาวหางที่เดินทางมาจากขอบนอกของระบบสุริยะโดยตรง ซึ่งยังเก็บวัสดุที่ไม่ถูกแตะต้องมาตั้งแต่ระบบสุริยะเริ่มก่อตัว
- ยาน 3 ลำ หลังปล่อย ยานจะจอดรอในอวกาศก่อนเคลื่อนไปสกัดดาวหางที่เหมาะสม
- ช่วงปล่อยยาน ปลายปี 2028 หรือต้นปี 2029 ตามหน้าภารกิจของ ESA ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026
Valeria Pettorino นักวิทยาศาสตร์โครงการ Euclid กล่าวว่าดาวหาง C/2026 S1 ไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะกับ Comet Interceptor แต่ขั้นตอนการค้นพบและแจ้งเตือนครั้งนี้เป็นกรณีทดสอบจริงว่าทีมของสองภารกิจจะประสานงานกันอย่างไรในอนาคต
คนไทยจะได้เห็นหรือได้อะไร
ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 ทั้ง ESA และ MPC ไม่ได้ระบุว่าดาวหาง C/2026 S1 จะมองเห็นได้จากประเทศไทยหรือไม่ ข้อมูลทางการที่มีคือ
- ค่าความสว่างตาม MPEC อยู่ที่ 20.7 แมกนิจูด และผู้สังเกตที่ส่งข้อมูลให้ MPC ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.30 เมตรขึ้นไปที่ต่อกล้องถ่ายภาพ CMOS หรือ CCD
- ตามตัวเลขของ MPC ระยะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของดาวหาง C/2026 S1 ราว 8.7 AU ต่างจากระยะ 8.96 AU เมื่อ 8 ตุลาคมไม่มาก
- MPC รับรายงานการสังเกตจากผู้สังเกตทั่วโลก และหน้าฐานข้อมูลของ MPC เปิดให้ทุกคนดูตำแหน่งและวงโคจรล่าสุดของดาวหาง C/2026 S1 ได้
ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่ากล้องที่สร้างมาทำแผนที่ดาราจักรก็พบดาวหางได้ ด้วยซอฟต์แวร์ที่นักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งพัฒนาขึ้น และหอดูดาวหลายแห่งช่วยติดตาม นับจากภาพแรกวันที่ 16 กันยายนถึงการยืนยันของ MPC วันที่ 8 ตุลาคม 2026 ติดตามข่าวการค้นพบอื่น ๆ ได้ที่หมวดดาราศาสตร์
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
- วงโคจรและคาบของดาวหาง C/2026 S1 ที่ปรับใหม่ เมื่อ MPC ได้ข้อมูลเพิ่ม ซึ่ง ESA ระบุว่าคาบการโคจรจะปรับให้แม่นขึ้น
- การผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในเดือนกันยายน 2027 วันที่ 2 หรือ 18 กันยายนตามชุดข้อมูลที่ต่างกัน
- Comet Interceptor ที่มีช่วงปล่อยยานปลายปี 2028 หรือต้นปี 2029 และดาวหางใหม่ที่ Euclid อาจพบเพิ่มระหว่างการสำรวจ 6 ปี
คำถามที่พบบ่อย
ดาวหาง C/2026 S1 (Euclid) คืออะไร?
ดาวหาง C/2026 S1 (Euclid) คือดาวหางที่ไม่เคยมีผู้รู้จักมาก่อนดวงแรกที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ของ ESA ค้นพบ จากภาพที่ถ่ายระหว่าง 16–24 กันยายน 2026 Minor Planet Center ยืนยันว่าเป็นดาวหางเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 และ ESA ประกาศการค้นพบเมื่อ 19 ตุลาคม 2026
ดาวหาง C/2026 S1 อยู่ห่างจากโลกเท่าไร?
ESA ระบุว่าดาวหาง C/2026 S1 อยู่ห่างโลกประมาณ 1,300 ล้านกิโลเมตร เทียบได้กับระยะจากดวงอาทิตย์ถึงบริเวณระหว่างวงโคจรของดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ ส่วนตารางตำแหน่งใน MPEC 2026-T146 ให้ระยะจากโลก 8.90 AU และจากดวงอาทิตย์ 8.96 AU ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2026
มองเห็นดาวหาง C/2026 S1 จากประเทศไทยได้หรือไม่?
ณ 21 ตุลาคม 2026 ยังไม่มีแหล่งทางการระบุว่ามองเห็นดาวหาง C/2026 S1 ได้จากไทย MPEC 2026-T146 ให้ค่าความสว่าง 20.7 แมกนิจูด และผู้สังเกตที่ส่งข้อมูลติดตามให้ Minor Planet Center ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.30 เมตรขึ้นไปที่ต่อกล้องถ่ายภาพ CMOS หรือ CCD
ดาวหาง C/2026 S1 จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดเมื่อไร?
MPEC 2026-T146 ระบุว่าดาวหาง C/2026 S1 จะผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดวันที่ 2 กันยายน 2027 ที่ระยะ 8.754 AU ส่วนวงโคจรในฐานข้อมูล MPC ที่ใช้ข้อมูลถึง 13 ตุลาคม 2026 ระบุวันที่ 18 กันยายน 2027 ที่ 8.735 AU ESA ระบุว่าข้อมูลวงโคจรจะแม่นขึ้นเมื่อเก็บข้อมูลได้มากขึ้น
ใครเป็นผู้ค้นพบดาวหางดวงใหม่ของ Euclid?
ผู้พบดาวหาง C/2026 S1 คนแรกคือ Mikko Pöntinen นักศึกษาปริญญาเอกของ University of Helsinki ซึ่งทำงานร่วมกับ Solar System Objects Science Working Group ของ Euclid Consortium เขาใช้ซอฟต์แวร์ตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ที่พัฒนาเองจับรอยลากในภาพของ Euclid แล้วรายงานไปยัง Minor Planet Center
แหล่งอ้างอิง
- Euclid discovers new comet — European Space Agency (ESA)
- MPEC 2026-T146: COMET C/2026 S1 (Euclid) — IAU Minor Planet Center
- C/2026 S1 (Euclid) — Orbits/Observations Database — IAU Minor Planet Center
- Euclid — European Space Agency (ESA)
- Comet Interceptor — European Space Agency (ESA)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ