# ยาน Hera ของ ESA เบรกเข้าหาดาวเคราะห์น้อย Didymos เริ่มสำรวจรอยที่ DART ชน พ.ย. 2026

> ยาน Hera ของ ESA มีกำหนดจุดเครื่องเบรก 15 และ 22 ต.ค. 2026 เข้าหาดาวเคราะห์น้อยคู่ Didymos แล้วเริ่มสำรวจจากระยะ 25–30 กม. ใน พ.ย. วัดผลที่ DART ชน Dimorphos

- ประเภท: อธิบาย · หมวด: Space & Astronomy
- เผยแพร่: 2026-10-21T13:25:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-21T13:25:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/space/esa-hera-didymos-arrival-dart-asteroid/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- **ยาน Hera** ภารกิจป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อยภารกิจแรกของ **ESA** ปล่อยเมื่อ **7 ตุลาคม 2024** และมีกำหนดถึงระบบดาวเคราะห์น้อยคู่ **Didymos** ในเดือน**พฤศจิกายน 2026** เร็วกว่าแผนเดิม 1 เดือน
- ESA กำหนดให้ยานจุดเครื่องยนต์เบรก **BRM-1** ต่อเนื่อง **93 นาที** วันที่ 15 ตุลาคม และ **BRM-2** ราว **31 นาที** วันที่ 22 ตุลาคม 2026 ตามด้วยการปรับวงโคจรเล็ก ๆ อีก 3 ครั้งปลายเดือน
- เป้าหมายคือสำรวจ **Dimorphos** ที่ยาน **DART** ของ NASA ชนเมื่อ 26 กันยายน 2022 ซึ่งทำให้รอบโคจรรอบ Didymos สั้นลงราว **32–33 นาที** และวัดมวลของ Dimorphos ให้คลาดเคลื่อนไม่เกิน **10%**
- ยาน Hera จะเข้าใกล้ทีละขั้น จากระยะ **25–30 กม.** ในเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม เหลือ **10 กม.** ปลายเดือนธันวาคม ปล่อยดาวเทียมจิ๋ว **Milani** และ **Juventas** ต้นปี 2027 แล้วลงไปถึง **4 กม.** และ **1 กม.**
- ESA ระบุว่าคู่ดาวเคราะห์น้อย Didymos **ไม่เป็นภัยต่อโลก** โดยเข้าใกล้โลกที่สุดราว **10 ล้านกิโลเมตร**ในปี 2022

ยาน Hera คือภารกิจป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อยภารกิจแรกขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ที่กำลังเข้าใกล้ระบบดาวเคราะห์น้อยคู่ Didymos โดย ESA กำหนดให้ยานจุดเครื่องยนต์เบรกนาน 93 นาทีในวันที่ 15 ตุลาคม 2026 และอีกราว 31 นาทีในวันที่ 22 ตุลาคม ก่อนเริ่มสำรวจจากระยะ 25–30 กิโลเมตรในเดือนพฤศจิกายน เป้าหมายคือดาวเคราะห์น้อย Dimorphos ที่ยาน DART ของ NASA พุ่งชนเมื่อปี 2022

บทความนี้สรุปว่ายาน Hera ไปทำอะไร เบรกอย่างไร จะเข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อยเมื่อไร และทำไมผลของภารกิจจึงสำคัญต่อการป้องกันโลก ข้อมูลกำหนดการทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 ซึ่งอาจเปลี่ยนได้

## ยาน Hera ไปทำอะไรที่ Didymos

[ESA อธิบาย](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Hera_mission_overview)ว่าภารกิจนี้คือ "การสืบสวนที่เกิดเหตุ" ของการทดลองชนดาวเคราะห์น้อยครั้งแรกของมนุษย์ เมื่อ 26 กันยายน 2022 ยาน DART (Double Asteroid Redirection Test) ของ NASA พุ่งชน Dimorphos ดาวเคราะห์น้อยดวงเล็กที่โคจรรอบ Didymos ทำให้ Dimorphos เป็นวัตถุแรกในระบบสุริยะที่มนุษย์เปลี่ยนวงโคจรได้อย่างวัดผลได้

แต่ผลการทดลองยังขาดข้อมูลสำคัญ คือมวลและองค์ประกอบของ Dimorphos และรูปทรงของหลุมที่เกิดจากการชน ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต่อการคำนวณว่าแรงชนถ่ายโอนไปยังดาวเคราะห์น้อยได้มากเพียงใด ESA ระบุว่าผลทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของยาน Hera คือการประเมินมวลของ Dimorphos ให้คลาดเคลื่อนไม่เกิน 10% ซึ่งต้องบินไปวัดใกล้ ๆ เท่านั้น

งานของยาน Hera แบ่งได้เป็น 3 ส่วน

- **ทำแผนที่ Dimorphos** ทั้งดวงที่ความละเอียดระดับไม่กี่เมตร และพื้นที่หนึ่งในสิบรอบหลุมที่ DART ชนที่ความละเอียดดีกว่า 10 เซนติเมตร
- **หามวล** โดยวัดการ "ส่าย" ที่ Dimorphos ทำให้ Didymos ส่ายรอบจุดศูนย์กลางมวลร่วม และยืนยันด้วยการบินผ่านในระยะไม่ถึง 2 กิโลเมตร
- **ตรวจภายใน** ด้วยดาวเทียมขนาดเล็กที่ติดเรดาร์ ซึ่งยาน Hera จะปล่อยออกไปภายหลัง

![ภาพวาดจำลองของ ESA แสดงยาน Hera ขณะเข้าใกล้ Dimorphos ดาวเคราะห์น้อยที่มีก้อนหินกระจายเต็มผิว](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/esa-hera-didymos-arrival-dart-asteroid/esa-hera-approaches-dimorphos.webp?v=0027416b) _(ภาพ: ESA-Science Office · CC BY-SA 3.0 IGO)_

## DART เปลี่ยนวงโคจรของ Dimorphos ไปเท่าไร

ตัวเลขผลการชนจากแหล่งทางการต่างกันเล็กน้อย [หน้าข้อมูล Didymos ของ ESA](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Didymos_and_Dimorphos) ระบุว่าการชนที่ความเร็ว 6.1 กิโลเมตรต่อวินาทีทำให้รอบโคจรของ Dimorphos รอบ Didymos สั้นลง 32 นาที จาก 11 ชั่วโมง 55 นาที เหลือ 11 ชั่วโมง 23 นาที คลาดเคลื่อนราวบวกลบ 1 นาที ส่วน NASA และหน้าภาพบางหน้าของ ESA ระบุว่าสั้นลงราว 33 นาที

NASA เผยแพร่งานวิจัยใหม่ในวารสาร Science Advances เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ว่าการชนไม่ได้เปลี่ยนแค่วงโคจรของ Dimorphos แต่ยังเปลี่ยนรอบโคจรรอบดวงอาทิตย์ของคู่ดาวเคราะห์น้อยซึ่งยาว 770 วันไป 0.15 วินาที ความเร็วในวงโคจรเปลี่ยนไปราว 11.7 ไมครอนต่อวินาที และเศษหินที่กระเด็นออกไปทำให้แรงผลักเพิ่มเป็นราว 2 เท่าของแรงชนจากตัวยานเพียงอย่างเดียว

Thomas Statler หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้านวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ สำนักงานใหญ่ NASA กล่าวว่า "นี่คือการเปลี่ยนวงโคจรเพียงเล็กน้อย แต่ถ้ามีเวลามากพอ การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก็ขยายเป็นการเบี่ยงทางที่มีนัยสำคัญได้"

![กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถ่าย Dimorphos เมื่อ 19 ธันวาคม 2022 เกือบ 4 เดือนหลังยาน DART ชน เห็นก้อนหินไม่กี่สิบก้อนขนาด 1–6.7 เมตรที่หลุดออกจากดาวเคราะห์น้อย](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/esa-hera-didymos-arrival-dart-asteroid/hubble-dimorphos-boulders-dart.webp?v=b432da01) _(ภาพ: NASA, ESA, D. Jewitt (UCLA) · CC BY 4.0)_

## ยาน Hera เบรกอย่างไรก่อนถึงดาวเคราะห์น้อย

ยาน Hera ขนาดราวรถยนต์คันเล็กเดินทางสัมพัทธ์กับโลกด้วยความเร็วกว่า 12 กิโลเมตรต่อวินาที ESA จึงต้องลดความเร็วยานให้ใกล้กับความเร็วของระบบ Didymos ตามแผนที่ ESA ประกาศเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ดังนี้ (ESA ระบุเพียงว่าเป็นช่วงเช้า ไม่ได้ระบุเวลาและเขตเวลา)

| วันที่ | ขั้นตอน | รายละเอียดจาก ESA |
| --- | --- | --- |
| 2 ต.ค. 2026 | ทดสอบจุดเครื่องสั้น ๆ (ทำแล้ว) | จากนั้นเริ่มเตรียมชุดคำสั่งของ BRM-1 |
| 15 ต.ค. 2026 ช่วงเช้า (ตามแผน) | เบรกครั้งที่ 1 (BRM-1) | จุดเครื่อง Orbit Control Thrusters 3 ตัวพร้อมกันต่อเนื่อง 93 นาที ลดความเร็วสัมพัทธ์กับดาวเคราะห์น้อยลงไม่กี่ร้อยเมตรต่อวินาที |
| 22 ต.ค. 2026 ช่วงเช้า (ตามแผน) | เบรกครั้งที่ 2 (BRM-2) | จุดเครื่องราว 31 นาที ได้ความเร็วที่ต้องเปลี่ยนส่วนใหญ่ และชดเชยความคลาดเคลื่อนจาก BRM-1 |
| ปลาย ต.ค. 2026 (ตามแผน) | ปรับวงโคจร 3 ครั้ง | ลดความเร็วสัมพัทธ์กับระบบ Didymos ลงจนเกือบเป็นศูนย์ |

ทีม Flight Dynamics ของ ESA ที่ศูนย์ปฏิบัติการ ESOC ในเมือง Darmstadt เยอรมนี ทำงานกะละราว 10 คนจากทีมกว่า 50 คน หลังจุดเครื่องแต่ละครั้งจะรับสัญญาณผ่านจานรับสัญญาณห้วงอวกาศลึกขนาด 35 เมตรที่ New Norcia ออสเตรเลีย เพื่อตรวจว่าทิศและขนาดของการเบรกตรงตามแผนหรือไม่ ณ 21 ตุลาคม 2026 เว็บไซต์ของ ESA ยังไม่ได้รายงานผลของ BRM-1

ก่อนเบรก ESA เผยแพร่ภาพแรกที่ยาน Hera เห็น Didymos เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ครบ 2 ปีหลังปล่อยพอดี ถ่ายจากระยะราว 236,500 กิโลเมตร ในภาพนั้นดาวเคราะห์น้อยยังเล็กกว่า 1 พิกเซลของกล้อง

## Didymos และ Dimorphos ใหญ่แค่ไหน

Didymos เป็นดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกชนิดหิน (S-type) ESA ระบุขนาดไว้ดังนี้

| ข้อมูล | Didymos | Dimorphos |
| --- | --- | --- |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง (ESA) | ราว 780 เมตร | ราว 151 เมตร (หน้าภาพแรกของ ESA ระบุ 150 เมตร) |
| การหมุน/โคจร | หมุนรอบตัวเองทุก 2.26 ชั่วโมง | โคจรรอบ Didymos ราว 12 ชั่วโมง |
| แรงโน้มถ่วงเทียบกับโลก | อ่อนกว่าราว 40,000 เท่า | อ่อนกว่าราว 200,000 เท่า |

NASA ระบุขนาดต่างออกไป คือ Dimorphos กว้าง 170 เมตร และ Didymos กว้าง 805 เมตร ESA ยังเทียบว่า Dimorphos ใหญ่พอ ๆ กับมหาพีระมิดแห่งกีซา ส่วน Didymos มีขนาดราวภูเขาลูกหนึ่ง

ความเร็วการหมุนของ Didymos ทำให้ ESA คาดว่า Dimorphos อาจเกิดจากเศษหินที่หลุดออกจาก Didymos ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ NASA เผยแพร่ในปี 2026 ว่า Dimorphos มีความหนาแน่นน้อยกว่าที่เคยคิดเล็กน้อย และน่าจะเป็นดาวเคราะห์น้อยแบบ "กองหินร่วน" (rubble pile)

![ภาพเปรียบเทียบขนาดของ ESA แสดง Dimorphos 151 เมตร และ Didymos 780 เมตร เทียบกับยาน Hera ยาน DART และสิ่งก่อสร้างที่คุ้นเคย เช่น หอไอเฟล (ภาพประกอบ)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/esa-hera-didymos-arrival-dart-asteroid/esa-hera-didymos-size-guide.webp?v=0d160968) _(ภาพ: ESA-Science Office · CC BY-SA 3.0 IGO)_

## อุปกรณ์บนยาน Hera และดาวเทียมจิ๋ว Milani กับ Juventas

อุปกรณ์หลักของยาน Hera ติดอยู่บนแผงด้านบนที่ ESA เรียกว่า Asteroid Deck เช่น

- **Asteroid Framing Camera (AFC)** กล้องขาวดำความละเอียด 1020x1020 พิกเซล 2 ตัว ใช้ทั้งนำทางและถ่ายภาพวิทยาศาสตร์
- **Thermal Infrared Imager (TIRI)** กล้องอินฟราเรดวัดอุณหภูมิผิว Dimorphos เพื่อประเมินความหยาบ ขนาดเม็ดหิน และความพรุน JAXA เป็นผู้จัดหา โดยพัฒนาจากแบบที่ใช้บนยาน Hayabusa2
- **HyperScout H** สเปกโตรมิเตอร์ถ่ายภาพ 25 ช่วงคลื่นในย่านแสงที่ตามองเห็นและอินฟราเรดใกล้ เพื่อหาองค์ประกอบแร่
- **Laser Rangefinder** วัดระยะถึงผิวดาวเคราะห์น้อยแม่นกว่า 1 เมตร ใช้งานได้ตั้งแต่ระยะ 10 เมตรถึง 20 กิโลเมตร

ยาน Hera ยังพา CubeSat ขนาด 6 หน่วย 2 ดวงไปด้วย ESA ระบุว่าเป็น CubeSat ชุดแรกของ ESA ที่ทำงานนอกวงโคจรโลก

| CubeSat | ผู้พัฒนา | หน้าที่หลัก |
| --- | --- | --- |
| Milani | Tyvak (อิตาลี) | ถ่ายภาพหลายช่วงคลื่นหาองค์ประกอบแร่ของ Dimorphos และสำรวจฝุ่นรอบดาวเคราะห์น้อย |
| Juventas | GomSpace (ลักเซมเบิร์ก) | ใช้เรดาร์ JURA สำรวจภายใน Dimorphos ลึกถึง 100 เมตร ความละเอียด 15 เมตร และวัดแรงโน้มถ่วงบนผิวหลังลงจอด |

ESA ระบุว่า Juventas จะเป็นการส่งเรดาร์สำรวจภายในดาวเคราะห์น้อยเป็นครั้งแรก และ CubeSat ทั้งสองดวงจะจบภารกิจด้วยการลงจอดบน Dimorphos

## ไทม์ไลน์ยาน Hera หลังถึงระบบ Didymos

[ESA วางแผน](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Finding_Hera_s_way_Flight_Dynamics_team_in_action)ให้ยาน Hera เข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อยทีละขั้น เพราะยังไม่รู้ว่า Dimorphos หลังถูกชนหมุนส่ายมากแค่ไหน และอาจมีเศษหินจากการชนลอยอยู่รอบ ๆ

| ช่วงเวลา (ตามแผน) | ระยะ | ขั้นตอน |
| --- | --- | --- |
| พ.ย.–ธ.ค. 2026 | 25–30 กม. | ช่วงสำรวจเบื้องต้น (early characterisation) เก็บข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองดวง |
| ปลาย ธ.ค. 2026 | 10 กม. | ช่วงสำรวจละเอียด (detailed characterisation) |
| ต้นปี 2027 | – | ปล่อย CubeSat Milani และ Juventas |
| หลังจากนั้น | 4 กม. | ช่วงสังเกตการณ์ระยะใกล้ (close observation) |
| ช่วงท้าย | 1 กม. | ช่วงทดลองบินเข้าใกล้ Dimorphos |

ESA ระบุว่าอายุภารกิจขึ้นกับเชื้อเพลิงที่เหลือ และมีแผนจบด้วยการนำยาน Hera ลงสู่ Didymos ส่วนระหว่างที่เข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อย ยาน Hera จะนำทางด้วยตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยใช้กล้องจับลักษณะบนผิวดาวเคราะห์น้อยเป็นจุดอ้างอิง เพราะสัญญาณจากโลกใช้เวลานานเกินกว่าจะสั่งงานแบบทันที

![กราฟของ THAI DATA แสดงระยะใกล้สุดที่ยาน Hera วางแผนเข้าหา Dimorphos ในแต่ละช่วงภารกิจ](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/esa-hera-didymos-arrival-dart-asteroid/hera-planned-distances-by-phase.webp?v=7a2fdbf6) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ESA))_

## ทำไมการทดลองนี้สำคัญต่อการป้องกันโลก

ESA ยกตัวอย่างว่าวัตถุขนาดไม่ใหญ่ก็สร้างความเสียหายได้ เหตุการณ์ Tunguska ในไซบีเรียปี 1908 คาดว่าเกิดจากวัตถุขนาด 30–40 เมตร และการระเบิดกลางอากาศเหนือ Chelyabinsk ปี 2013 ซึ่งคลื่นกระแทกไปถึง 6 เมืองของรัสเซีย อาจเกิดจากดาวเคราะห์น้อยขนาดเพียง 20 เมตร

Dimorphos ขนาดราว 151 เมตรจึงเป็นตัวแทนของกลุ่มที่น่ากังวล ESA ระบุว่าดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกขนาดระดับ 1 กิโลเมตรส่วนใหญ่ถูกค้นพบและทำแผนที่แล้ว แต่ดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กระดับนี้ซึ่งมีมากถึง 30,000 ดวง ส่วนใหญ่ยังไม่ถูกค้นพบ ทั้งที่มีศักยภาพทำลายเมืองทั้งเมืองได้

ESA ระบุว่ารูปร่างหลุมและมวลของ Dimorphos ที่ยาน Hera จะวัดได้ ใช้ตรวจสอบแบบจำลองการชนที่จำเป็นต่อการออกแบบภารกิจเบี่ยงทางดาวเคราะห์น้อยในอนาคต เพื่อให้การชนกลายเป็นเทคนิคที่นำมาใช้จริงได้เมื่อจำเป็น ส่วน NASA ย้ำว่าหัวใจสำคัญคือการค้นพบวัตถุใกล้โลกล่วงหน้านานพอที่จะส่งยานไปชนได้ทัน

## คนไทยจะได้อะไรจากภารกิจยาน Hera

สิ่งแรกที่ควรรู้คือ Didymos ไม่เป็นภัยต่อโลก ESA ระบุว่าคู่ดาวเคราะห์น้อยนี้เข้าใกล้โลกที่สุดราว 10 ล้านกิโลเมตรในปี 2022 และ NASA ระบุว่าการชนของ DART ไม่สามารถทำให้มันมุ่งมาหาโลกได้ ข่าวเรื่องยาน Hera จึงไม่ใช่ข่าวดาวเคราะห์น้อยจะชนโลก

การทดลอง DART กับยาน Hera อยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศชื่อ AIDA (Asteroid Impact and Deflection Assessment) ส่วนเอเชียมีบทบาทผ่าน JAXA ที่จัดหากล้อง TIRI ซึ่งพัฒนาจากแบบที่ใช้บนยาน Hayabusa2 เช่นเดียวกับที่ JAXA เพิ่ง[ปล่อยยาน MMX ไปเก็บตัวอย่างดวงจันทร์โฟบอส](/space/jaxa-mmx-launch-phobos-sample-return/)

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือรายงานผล BRM-1 และ BRM-2 จาก ESA ภาพแรกที่แยก Didymos กับ Dimorphos ออกจากกันได้ และการเริ่มช่วงสำรวจเบื้องต้นในเดือนพฤศจิกายน 2026 ติดตามข่าวภารกิจสำรวจอวกาศอื่น ๆ ได้ที่หมวด[สำรวจอวกาศ](/space/space-exploration/)

## คำถามที่พบบ่อย

### ยาน Hera คืออะไร?

ยาน Hera คือยานสำรวจอวกาศขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) และเป็นภารกิจป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อยภารกิจแรกของ ESA ยาน Hera ไปสำรวจระบบดาวเคราะห์น้อยคู่ Didymos และ Dimorphos เพื่อวัดผลที่ยาน DART ของ NASA พุ่งชน Dimorphos ในปี 2022 ให้การเบี่ยงทางดาวเคราะห์น้อยด้วยการชนกลายเป็นเทคนิคที่เข้าใจได้และทำซ้ำได้

### ยาน Hera จะถึงดาวเคราะห์น้อย Didymos เมื่อไร?

ESA ระบุว่ายาน Hera มีกำหนดถึงระบบ Didymos ในเดือนพฤศจิกายน 2026 โดยจุดเครื่องยนต์เบรกครั้งแรก 15 ตุลาคม ครั้งที่สอง 22 ตุลาคม และปรับวงโคจรเล็ก ๆ อีก 3 ครั้งปลายเดือนตุลาคม จากนั้นช่วงพฤศจิกายน–ธันวาคม 2026 จะสำรวจจากระยะ 25–30 กิโลเมตร กำหนดการนี้เป็นข้อมูล ณ 21 ตุลาคม 2026

### ยาน DART ชน Dimorphos แล้วเปลี่ยนวงโคจรไปเท่าไร?

ESA ระบุว่าการชนเมื่อ 26 กันยายน 2022 ทำให้รอบโคจรของ Dimorphos รอบ Didymos สั้นลง 32 นาที จาก 11 ชั่วโมง 55 นาที เหลือ 11 ชั่วโมง 23 นาที คลาดเคลื่อนราวบวกลบ 1 นาที ส่วน NASA ระบุว่าสั้นลง 33 นาที และงานวิจัยปี 2026 พบว่ารอบโคจรของคู่ดาวเคราะห์น้อยรอบดวงอาทิตย์เปลี่ยนไป 0.15 วินาที

### ดาวเคราะห์น้อย Didymos อันตรายต่อโลกหรือไม่?

ไม่ ESA ระบุว่าคู่ดาวเคราะห์น้อย Didymos ไม่เป็นภัยต่อโลก เข้าใกล้โลกที่สุดราว 10 ล้านกิโลเมตรในปี 2022 และ NASA ระบุว่า Didymos ไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่จะชนโลก การชนของ DART ก็ไม่สามารถทำให้มันมุ่งมาหาโลกได้ ภารกิจของยาน Hera จึงเป็นการทดลองเพื่อเตรียมรับมือดาวเคราะห์น้อยดวงอื่นในอนาคต

### ยาน Hera พาดาวเทียมขนาดเล็กอะไรไปด้วย?

ยาน Hera พาดาวเทียม CubeSat ขนาด 6 หน่วย 2 ดวงไปด้วย คือ Milani ที่จะตรวจองค์ประกอบแร่และฝุ่นรอบ Dimorphos และ Juventas ที่จะส่งคลื่นเรดาร์สำรวจภายในดาวเคราะห์น้อยลึกได้ถึง 100 เมตร ทั้งสองดวงเป็น CubeSat ชุดแรกของ ESA ที่ทำงานนอกวงโคจรโลก และจะจบภารกิจด้วยการลงจอดบน Dimorphos


## แหล่งอ้างอิง

- [Braking news! Time for ESA’s Hera asteroid mission to go slow](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Braking_news!_Time_for_ESA_s_Hera_asteroid_mission_to_go_slow) — European Space Agency (ESA)
- [Finding Hera’s way: Flight Dynamics team in action](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Finding_Hera_s_way_Flight_Dynamics_team_in_action) — European Space Agency (ESA)
- [Destination sighted: Hera's first glimpse of Didymos](https://www.esa.int/ESA_Multimedia/Images/2026/10/Destination_sighted_Hera_s_first_glimpse_of_Didymos) — European Space Agency (ESA)
- [Didymos and Dimorphos](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Didymos_and_Dimorphos) — European Space Agency (ESA)
- [NASA’s DART Mission Changed Orbit of Asteroid Didymos Around Sun](https://www.nasa.gov/missions/dart/nasas-dart-mission-changed-orbit-of-asteroid-didymos-around-sun/) — NASA
- [Hera’s CubeSats](https://www.esa.int/Space_Safety/Hera/Hera_s_CubeSats) — European Space Agency (ESA)
