# James Webb พบ AT 2026abck แสงวาบคล้ายซูเปอร์โนวาที่ redshift 5 ราว 4–10 วันหลังระเบิด

> ทีม NEXUS รายงานว่า JWST พบ AT 2026abck แสงวาบในดาราจักรที่ redshift 5.017 ในภาพ 7 ส.ค. 2026 น่าจะเป็นซูเปอร์โนวาที่เห็นราว 4–10 วันหลังระเบิด ยังเป็น preprint

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Space & Astronomy
- เผยแพร่: 2026-10-21T13:18:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-21T13:18:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/space/jwst-at-2026abck-supernova-candidate-z5/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- ทีมวิจัยโครงการ **NEXUS** รายงาน **AT 2026abck** บน arXiv เมื่อ **29 กันยายน 2026** เป็นแสงวาบที่ JWST เห็นในภาพวันที่ **7 สิงหาคม 2026** ในดาราจักรที่ redshift **5.017** งานนี้ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
- AT 2026abck สว่างขึ้นมากกว่า **1.4 แมกนิจูด** (มากกว่า **3.6 เท่า**) เทียบกับภาพวันที่ **28 พฤษภาคม 2026** ที่ยังไม่พบอะไร และมีอุณหภูมิราว **17,000 เคลวิน**
- ทีมวิจัยประเมินว่าน่าจะเป็นซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาวที่ถูกจับได้ราว **4–10 วัน**หลังระเบิด นับตามเวลาของวัตถุต้นทาง และเป็นแสงวาบชั่วคราวที่ z ≳ 5 ดวงแรกที่ตรวจพบได้ชัดในพื้นที่ที่ไม่มีเลนส์ความโน้มถ่วง
- AT 2026abck ไม่ใช่ซูเปอร์โนวาที่เก่าที่สุด NASA ประกาศเมื่อ **9 ธันวาคม 2025** ว่า Webb ระบุซูเปอร์โนวาที่ระเบิดเมื่อเอกภพมีอายุเพียง **730 ล้านปี**

ทีมนักดาราศาสตร์ของโครงการ NEXUS รายงานบน arXiv เมื่อ 29 กันยายน 2026 ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb (JWST) พบ AT 2026abck แสงวาบใหม่ในดาราจักรที่ redshift 5.017 ในภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ทีมวิจัยประเมินว่าน่าจะเป็นซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาวฤกษ์มวลมากที่ถูกจับได้ราว 4–10 วันหลังระเบิด งานนี้ยังเป็น preprint ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

[Live Science](https://www.livescience.com/space/cosmology/the-james-webb-telescope-is-watching-one-of-the-earliest-supernovas-in-the-universe-unfold) รายงานเรื่องนี้โดยพาดหัวว่าเป็นซูเปอร์โนวาอายุ 12,500 ล้านปี และเขียนว่าอาจเกิดขึ้นเพียงราว 1,100 ล้านปีหลังบิกแบง ส่วนบทความวิจัยระบุระยะของ AT 2026abck ด้วยค่า redshift ของดาราจักรต้นทางเท่านั้น ไม่ได้แปลงเป็นจำนวนปี

## AT 2026abck ถูกพบได้อย่างไร

NEXUS เป็นโครงการประเภท treasury ของ JWST (รหัสโครงการ GO 5105) ส่วน Wide ครอบคลุมท้องฟ้าราว 400 ตารางลิปดา ส่วน Deep ครอบคลุมราว 50 ตารางลิปดาตรงกลาง และถ่ายภาพด้วยกล้อง NIRCam ซ้ำทุก 2 เดือนถึงต้นปี 2028 ทีมวิจัยหาแสงวาบใหม่โดยนำภาพแต่ละรอบไปลบกับภาพอ้างอิง สิ่งที่เหลือในภาพผลต่างคือสิ่งที่เปลี่ยนไป

| วันที่ | สิ่งที่พบตามบทความวิจัยและ TNS |
| --- | --- |
| 28 พ.ค. 2026 | ภาพรอบ Deep Ep07 ไม่พบ AT 2026abck ในฟิลเตอร์ F200W ที่ระดับจางกว่า 28.78 แมกนิจูด |
| 7 ส.ค. 2026 | ภาพรอบ Deep Ep08 พบ AT 2026abck สว่างราว 27.4 แมกนิจูดในฟิลเตอร์ F150W, F200W และ F277W แต่ไม่พบใน F444W |
| 9 ก.ย. 2026 | Ming-Yang Zhuang และ Lei Hu รายงานต่อ Transient Name Server ในนามทีม NEXUS |
| 29 ก.ย. 2026 | บทความวิจัยขึ้น arXiv ในฐานะ preprint |

ช่วงห่าง 71 วันตามเวลาที่เราวัดบนโลก เท่ากับราว 11.8 วันตามเวลาของวัตถุต้นทาง (rest-frame) ทีมวิจัยจึงสรุปว่า AT 2026abck สว่างขึ้นมากกว่า 1.4 แมกนิจูด หรือมากกว่า 3.6 เท่า ภายในไม่เกินราว 12 วัน ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 หน้า TNS ของวัตถุนี้ยังไม่มีการจัดประเภทและยังไม่มีสเปกตรัม

![ภาพค้นพบจากกล้อง NIRCam: แถวบนคือภาพอ้างอิง แถวกลางคือภาพวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ที่ยังไม่พบอะไร และแถวล่างคือภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ซึ่งภาพผลต่างแสดงจุดแสงใหม่ตรงเครื่องหมายกากบาท](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/jwst-at-2026abck-supernova-candidate-z5/at-2026abck-nircam-discovery-images.webp?v=3eef65d9) _(ภาพ: Zhuang et al. 2026, arXiv:2609.38373 (CC BY 4.0))_

## ร้อนและสว่างกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปในวัยเดียวกัน

ทีมวิจัยฟิตแสงของ AT 2026abck ด้วยแบบจำลองวัตถุดำ ได้อุณหภูมิราว 17,000 เคลวิน รัศมีราว 7×10¹⁴ เซนติเมตร หรือราว 46 au และกำลังส่องสว่างรวมราว 3×10⁴³ erg ต่อวินาที เมื่อเทียบกับตัวอย่างซูเปอร์โนวา Type II 34 ดวงที่มีข้อมูลรังสีอัลตราไวโอเลตช่วงแรกในงานของ Irani และคณะ

- **ไม่มีดวงใดร้อนเกินราว 15,000 เคลวิน** หลังระเบิดเกินราว 6 วัน
- **ไม่มีดวงใดสว่างถึงราว 3×10⁴³ erg ต่อวินาที** เมื่อผ่านไป 4 วันขึ้นไป
- **ความสว่างใกล้เคียงซูเปอร์โนวา Type II กลุ่มที่มีร่องรอยสสารรอบดาวหนาแน่นนานที่สุด** ซึ่งมีค่าเฉลี่ยความสว่างสูงสุดราว 3.1×10⁴³ erg ต่อวินาที

ทีมวิจัยตีความว่า AT 2026abck มีพลังงานเสริมในช่วงแรก ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการเย็นตัวของคลื่นกระแทกในเปลือกดาวที่แผ่กว้าง หรือการชนกับสสารรอบดาว แต่ยังตัดความเป็นไปได้ว่าเป็นซูเปอร์โนวาแบบสว่างยิ่งยวด (superluminous) ที่กำลังสว่างขึ้นไม่ได้

## ทำไมทีมวิจัยคิดว่า AT 2026abck เป็นซูเปอร์โนวา

ทีมวิจัยใช้หลักฐานหลายด้านตัดคำอธิบายอื่นออก

1. **ตำแหน่งไม่ได้อยู่กลางดาราจักร** AT 2026abck อยู่ระหว่างสองส่วนของดาราจักรต้นทาง ห่างจากใจกลางส่วนที่สว่างกว่าราว 1.1 กิโลพาร์เซก และส่วนที่จางกว่าราว 1.3 กิโลพาร์เซก (ราว 3,600 และ 4,200 ปีแสงเมื่อแปลงหน่วย) จึงไม่น่าใช่ดาวที่ถูกหลุมดำฉีก (TDE) หรือแสงแปรผันของนิวเคลียสดาราจักร ซึ่งเกิดที่ใจกลาง
2. **ไม่เข้ากับซูเปอร์โนวา Type Ia** แสงอัลตราไวโอเลตที่ราบเรียบ อุณหภูมิสูง และการไม่พบใน F444W ไม่ตรงกับซูเปอร์โนวา Type Ia ซึ่งใช้ราว 18 วันกว่าจะสว่างที่สุด
3. **ไม่เข้ากับซูเปอร์โนวา Ib/c แบบปกติ** ซึ่งสว่างสูงสุดเพียงราว 10⁴²–10⁴³ erg ต่อวินาที และอุณหภูมิไม่เกินราว 10,000 เคลวิน แต่ซูเปอร์โนวา Ibn/Icn ที่ไม่มีไฮโดรเจนและได้พลังจากการชนกับสสารรอบดาวยังตัดออกด้วยข้อมูลความสว่างไม่ได้

ทีมวิจัยยังเขียนไว้ว่าความเป็นไปได้ที่จะเป็น TDE นอกใจกลางในดาราจักรแคระบริวารที่จางมาก "ยังตัดออกไม่ได้ทั้งหมด" ในตอนนี้

![ภาพในฟิลเตอร์ F277W เทียบกับแบบจำลอง: เมื่อลบแสงของดาราจักรต้นทางออก (ภาพที่สาม) จะเหลือจุดแสงของ AT 2026abck ที่ความสว่างราว 27.3 แมกนิจูด](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/jwst-at-2026abck-supernova-candidate-z5/at-2026abck-f277w-host-subtraction.webp?v=5ae5369e) _(ภาพ: Zhuang et al. 2026, arXiv:2609.38373 (CC BY 4.0))_

## AT 2026abck ระเบิดมาแล้วกี่วัน

ทีมวิจัยประเมินอายุหลังระเบิดจากหลักฐานสามทาง นับตามเวลาของวัตถุต้นทาง

| หลักฐาน | ผลที่ได้ |
| --- | --- |
| ภาพวันที่ 28 พ.ค. 2026 ที่ยังไม่พบ | ระเบิดหลังวันนั้น อายุไม่เกินราว 12 วัน |
| ขนาดของโฟโตสเฟียร์ | ถ้าอายุไม่เกิน 4 วัน ต้องขยายตัวเร็วกว่าราว 20,000 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งซูเปอร์โนวา Type II ปกติไม่เคยเร็วเกิน |
| อุณหภูมิราว 17,000 เคลวิน | ซูเปอร์โนวา Type II ปกติร้อนระดับนี้เฉพาะช่วงราว 5 วันแรก จึงชี้ว่าอายุไม่เกินราว 6 วัน หากไม่มีการชนกับสสารรอบดาว |

รวมกันแล้วทีมวิจัยสรุปว่า JWST เห็น AT 2026abck ราว 4–10 วันหลังระเบิด ซึ่งตรงกับความเร็วขยายตัวเฉลี่ยของโฟโตสเฟียร์ราว 8,000–20,000 กิโลเมตรต่อวินาที ถ้าแสงมาจากการเย็นตัวของคลื่นกระแทกเป็นหลัก อายุราว 5 วันจะเข้ากันกว่า

![ตัวเลขหลักของ AT 2026abck จากบทความวิจัยของทีม NEXUS](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/jwst-at-2026abck-supernova-candidate-z5/at-2026abck-key-numbers.webp?v=9c4e022f) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Zhuang et al., arXiv:2609.38373))_

## ต่างจาก SN Eos และซูเปอร์โนวาที่เก่าที่สุดอย่างไร

บทความวิจัยระบุว่าก่อนหน้านี้ ซูเปอร์โนวาที่ z > 5 ซึ่งยืนยันด้วยสเปกตรัมมีเพียง SN Eos และทีมวิจัยเทียบสองวัตถุไว้ดังนี้

| ประเด็น | SN Eos | AT 2026abck |
| --- | --- | --- |
| redshift | 5.133 | 5.017 |
| การจัดประเภท | Type IIP จากสเปกตรัม | ผู้สมัครซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาว จากข้อมูลความสว่าง |
| พื้นที่ที่พบ | หลังกระจุกดาราจักรที่ขยายแสงราว 26–30 เท่า | ไม่มีเลนส์ความโน้มถ่วง |
| มวลดาวของดาราจักรต้นทาง | 10^6.5 เท่าของดวงอาทิตย์ | 10^9.8 เท่าของดวงอาทิตย์ |
| อัตราการเกิดดาวจาก Hα | 0.11 มวลดวงอาทิตย์ต่อปี | 21 มวลดวงอาทิตย์ต่อปี |

AT 2026abck ยังไม่ใช่ซูเปอร์โนวาที่เก่าที่สุด NASA ประกาศเมื่อ 9 ธันวาคม 2025 ว่า Webb ระบุซูเปอร์โนวาที่มากับการระเบิดรังสีแกมมา GRB 250314A ซึ่งระเบิดเมื่อเอกภพอายุเพียง 730 ล้านปี เป็นการตรวจพบแบบนี้ที่เก่าที่สุด ณ วันที่ประกาศ

## ทีมวิจัยอธิบายความหมายของการค้นพบอย่างไร

หน้าเรื่องเอกภพยุคแรกของ NASA อธิบายว่าการขยายตัวของเอกภพยืดแสงอัลตราไวโอเลตและแสงที่ตามองเห็นของวัตถุที่ไกลมากให้กลายเป็นแสงอินฟราเรด ซึ่ง JWST ถูกออกแบบมาเพื่อรับ บทความวิจัยระบุว่าการหรี่ลงของแสงตามระยะทางในเอกภพและการเลื่อนของแสงไปเป็นอินฟราเรดทำให้ซูเปอร์โนวาที่ z ≳ 2 ตรวจจับได้ยากมาก ทีมวิจัยสรุปความหมายของ AT 2026abck ไว้สามข้อ

- **การสำรวจถี่ก็จับซูเปอร์โนวาไกลได้** AT 2026abck แสดงว่าการถ่ายภาพท้องฟ้าว่างที่ความลึกปานกลาง (ราว 28 แมกนิจูด) แต่ถ่ายซ้ำถี่ จับซูเปอร์โนวาที่ z ≈ 5 ได้ตั้งแต่ช่วงแรกที่ยังสว่างในอัลตราไวโอเลต
- **ซูเปอร์โนวายุคต้นเกิดได้ในดาราจักรหลายแบบ** เมื่อรวมกับ SN Eos มวลดาวของดาราจักรต้นทางต่างกันมากกว่าสามลำดับขนาด
- **อาจบอกพฤติกรรมของดาวก่อนตาย** ถ้ายืนยันได้ว่า AT 2026abck ชนกับสสารรอบดาว จะชี้ว่าการสูญเสียมวลอย่างหนักก่อนระเบิด ซึ่งพบบ่อยในซูเปอร์โนวา Type II ใกล้โลก เกิดขึ้นแล้วที่ z > 5

ทีมวิจัยระบุว่า NEXUS จะสะสมตัวอย่างซูเปอร์โนวาไกลที่ถูกจับได้ตั้งแต่ช่วงแรกต่อไป และเรียกสิ่งนี้ว่า "หน้าต่างใหม่" ในการศึกษาการตายของดาวมวลมากในช่วงพันล้านปีแรกของเอกภพ

## สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

ผู้อ่านไทยอ่านบทความวิจัยฉบับเต็มได้ฟรีบน arXiv ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 และข้อมูล JWST ที่ใช้มาจากคลังข้อมูล MAST ของ Space Telescope Science Institute สิ่งที่ต้องดูต่อคือ

1. **การสังเกตติดตามด้วย JWST** ถ้าเป็นซูเปอร์โนวา Type II แสงอัลตราไวโอเลตจะจางลงเร็ว และแสงช่วงคลื่นที่ตามองเห็นจะคงที่ราว 100 วันตามเวลาของวัตถุ หรือราว 600 วันตามเวลาบนโลก ถ้าเป็นซูเปอร์โนวาแบบสว่างยิ่งยวดจะสว่างขึ้นต่อทุกช่วงคลื่น
2. **สเปกตรัมจาก NIRSpec** ซึ่งทีมวิจัยระบุว่าจะให้การจัดประเภทที่แน่ชัด
3. **ผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ** เพราะ ณ 21 ตุลาคม 2026 งานนี้ยังเป็น preprint

อ่านข่าวการค้นพบล่าสุดอีกเรื่องได้ที่ [ดาวหาง C/2026 S1 ดวงแรกของกล้อง Euclid](/space/comet-c-2026-s1-euclid-first-comet/) และติดตามข่าวอื่น ๆ ได้ที่[หมวดดาราศาสตร์](/space/astronomy/)

## คำถามที่พบบ่อย

### AT 2026abck คืออะไร?

AT 2026abck คือแสงวาบชั่วคราว (transient) ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb พบในภาพวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ภายในดาราจักรที่ redshift 5.017 ทีมวิจัยโครงการ NEXUS ประเมินว่าน่าจะเป็นซูเปอร์โนวาจากการยุบตัวของแกนดาวฤกษ์มวลมากที่ถูกจับได้ราว 4–10 วันหลังระเบิด แต่ยังไม่มีสเปกตรัมยืนยัน

### AT 2026abck เป็นซูเปอร์โนวาอายุ 12,500 ล้านปีจริงหรือไม่?

ตัวเลข 12,500 ล้านปีมาจากหัวข่าวของ Live Science ส่วนบทความวิจัยของ AT 2026abck ระบุระยะทางด้วยค่า redshift 5.017 ± 0.001 ของดาราจักรต้นทางเท่านั้น ไม่ได้แปลงเป็นจำนวนปี และทีมวิจัยเรียกวัตถุนี้ว่าผู้สมัครซูเปอร์โนวาที่ยืนยันจากข้อมูลความสว่าง ยังไม่ใช่จากสเปกตรัม

### AT 2026abck เป็นซูเปอร์โนวาที่ไกลที่สุดที่ James Webb เคยพบหรือไม่?

ไม่ใช่ NASA ประกาศเมื่อ 9 ธันวาคม 2025 ว่า Webb ระบุซูเปอร์โนวาจากการระเบิดรังสีแกมมา GRB 250314A ซึ่งระเบิดเมื่อเอกภพอายุ 730 ล้านปี จุดเด่นของ AT 2026abck ตามทีมวิจัยคือเป็นแสงวาบที่ z ≳ 5 ดวงแรกที่ตรวจพบได้ชัดในพื้นที่ไม่มีเลนส์ความโน้มถ่วง และถูกจับได้ในไม่กี่วันแรก

### AT 2026abck ต่างจาก SN Eos อย่างไร?

SN Eos อยู่ที่ redshift 5.133 ยืนยันด้วยสเปกตรัมว่าเป็นซูเปอร์โนวา Type IIP และพบได้เพราะกระจุกดาราจักรขยายแสงราว 26–30 เท่า ส่วน AT 2026abck อยู่ที่ redshift 5.017 พบในพื้นที่ไม่มีเลนส์ ยังเป็นผู้สมัครจากข้อมูลความสว่าง และดาราจักรต้นทางมีมวลดาวมากกว่าราว 3.3 dex หรือราว 2,000 เท่าเมื่อแปลงค่า

### งานวิจัย AT 2026abck ผ่านการตรวจสอบแล้วหรือยัง?

ยังไม่ผ่าน ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 บทความเรื่อง AT 2026abck เผยแพร่บน arXiv เมื่อ 29 กันยายน 2026 เป็น preprint ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทีมวิจัยระบุว่าการจัดประเภทที่แน่ชัดต้องใช้สเปกตรัมลึกจากเครื่องมือ NIRSpec ของ JWST


## แหล่งอ้างอิง

- [NEXUS: Discovery of a Luminous Young Transient at z=5 (arXiv:2609.38373, preprint)](https://arxiv.org/abs/2609.38373) — arXiv — Zhuang et al.
- [AT 2026abck](https://www.wis-tns.org/object/2026abck) — Transient Name Server (IAU)
- [NASA's Webb Identifies Earliest Supernova to Date, Shows Host Galaxy](https://science.nasa.gov/missions/webb/nasas-webb-identifies-earliest-supernova-to-date-shows-host-galaxy/) — NASA
- [Webb: Early Universe](https://science.nasa.gov/mission/webb/early-universe/) — NASA
