# Webb พบก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก Sgr A* มีธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์

> ทีม McGill ใช้กล้อง Webb วัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก (Sgr A*) พบธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์ งานตีพิมพ์ใน The Astronomical Journal 19 ต.ค. 2026

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Space & Astronomy
- เผยแพร่: 2026-10-22T12:48:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T12:48:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/space/jwst-sgr-a-gas-metals-milky-way-black-hole/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- นักวิจัย **Trottier Space Institute มหาวิทยาลัย McGill** ตีพิมพ์ผลวัด**ก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก** ใน **The Astronomical Journal** เมื่อ **19 ตุลาคม 2026** โดยมี Nicole Ford นักศึกษาปริญญาเอกเป็นผู้เขียนหลัก
- ข้อมูลมาจากเครื่อง **MIRI Medium Resolution Spectrograph** ของกล้อง James Webb ครอบคลุมพื้นที่ **0.1 พาร์เซก**ใจกลางกาแล็กซี และวัดธาตุ **5 ชนิด** คือ นีออน อาร์กอน กำมะถัน นิกเกิล และเหล็ก
- ก๊าซในโครงสร้าง **Minispiral** มีธาตุหนักสูงกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย ราว **1.8 เท่า** ทีมวิจัยระบุว่าน่าจะมาจาก**ดาวที่ระเบิด**และปล่อยสสารออกมาตลอดเวลาที่ผ่านมา
- ก้อนก๊าซขนาดเล็กหลายก้อน รวม **X7** อยู่ห่าง Sgr A* ราว **0.05 พาร์เซก**ในระนาบท้องฟ้า และเคลื่อนเข้าหาโลกด้วยความเร็วตั้งแต่ราว **600 กิโลเมตรต่อวินาที**ขึ้นไป

นักวิจัยมหาวิทยาลัย McGill ใช้กล้อง James Webb วัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก (Sgr A*) และพบว่ามีธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์ ผลงานตีพิมพ์ใน The Astronomical Journal เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 ทีมวิจัยระบุว่าธาตุเหล่านี้น่าจะมาจากดาวที่ระเบิดรอบหลุมดำตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

ทีมจาก Trottier Space Institute ของ McGill ยังพบว่าก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก มีองค์ประกอบคล้ายดาวจำนวนมากที่โคจรรอบหลุมดำ จึงเสนอว่าก๊าซกับดาวกลุ่มนี้อาจเกิดขึ้นมาด้วยกัน

## ก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก มีโลหะมากแค่ไหน

ในภาษาดาราศาสตร์ "โลหะ" หมายถึงธาตุทุกชนิดที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม เช่น คาร์บอน ออกซิเจน เหล็ก หรือทองคำ บทคัดย่อของงานวิจัยสรุปผลหลักไว้ดังนี้

| ประเด็น | ผลตามบทความวิจัย |
| --- | --- |
| ปริมาณธาตุหนักของก๊าซ Minispiral | สูงกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย ราว 1.8 เท่า |
| ธาตุที่วัด | นีออน อาร์กอน กำมะถัน นิกเกิล และเหล็ก |
| แหล่งรังสีที่ทำให้ก๊าซแตกตัว | สอดคล้องกับรังสีจากดาวประเภท Wolf–Rayet |
| ฝุ่น | ฝุ่นที่มีนิกเกิลและเหล็กถูกทำลายไปมาก |
| ก้อนก๊าซความเร็วสูง | ระดับการแตกตัวสูงและฝุ่นถูกทำลายมาก อาจเกิดคลื่นกระแทกความเร็วสูงเฉพาะจุด |

![แผนภาพสรุปผลวัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก จากกล้อง James Webb ตามบทความใน The Astronomical Journal](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/jwst-sgr-a-gas-metals-milky-way-black-hole/sgr-a-gas-key-numbers-jwst.webp?v=d610624f) _(ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Ford et al., The Astronomical Journal))_

ทีมวิจัยอธิบายว่าปริมาณโลหะมีผลต่อความเร็วที่ก๊าซเย็นตัวลง และความเร็วนี้ส่งผลต่อว่าหลุมดำจะดึงก๊าซเข้าไปได้ง่ายเพียงใด การรู้องค์ประกอบของก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก จึงเป็นข้อมูลพื้นฐานของคำถามว่าหลุมดำ Sgr A* "กิน" อะไรเข้าไป

## Webb วัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกได้อย่างไร

งานนี้ใช้เครื่อง MIRI Medium Resolution Spectrograph ของกล้อง James Webb ซึ่งวัดแสงอินฟราเรดช่วงกลางได้ทั้งภาพและสเปกตรัมพร้อมกัน ทีมวิจัยแยกโครงสร้างก๊าซที่แตกตัวเป็นไอออนในพื้นที่ 0.1 พาร์เซกใจกลางกาแล็กซี (ราว 0.3 ปีแสง แปลงหน่วยโดยกองบรรณาธิการ) ได้หลายส่วน

- **Minispiral** กลุ่มโครงสร้างก๊าซรอบใจกลางกาแล็กซี ข้อมูลของ Webb แยกส่วนที่เรียกว่า Bar และ Northern Arm ออกจากกันได้ชัดจากรูปร่างและการเคลื่อนที่
- **ก้อนก๊าซขนาดเล็ก** (เล็กกว่า 1 พิลิปดา) หลายก้อน รวมถึงก้อนที่ชื่อ X7 อยู่ห่าง Sgr A* ราว 0.05 พาร์เซกเมื่อมองบนระนาบท้องฟ้า และเคลื่อนเข้าหาโลกด้วยความเร็วตั้งแต่ราว 600 กิโลเมตรต่อวินาทีขึ้นไป
- **เส้นสเปกตรัมของธาตุ** ที่มีพลังงานไอออไนเซชันราว 7–55 อิเล็กตรอนโวลต์ ใช้ประเมินทั้งสนามรังสี ปริมาณธาตุ และปริมาณฝุ่นของก๊าซแต่ละก้อน

![ภาพอินฟราเรดใจกลางทางช้างเผือก 3 ช่วงซูมจากข้อมูล JWST และ ESO/VLT ตำแหน่งหลุมดำ Sgr A* แสดงด้วยดาวสีขาว ภาพแต่ละช่องแสดงพื้นที่ที่แคบลงในช่วงความยาวคลื่นต่างกัน (ภาพสีแทนค่าความเข้มแสงอินฟราเรด)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/jwst-sgr-a-gas-metals-milky-way-black-hole/sgr-a-jwst-infrared-zoom-views.webp?v=9eec6dcb) _(ภาพ: JWST, NASA, STScI, CSA, ESA, ESO/VLT; ข้อมูลภาพเพิ่มเติม Rainer Schödel (Dinh et al., 2024) ผ่าน McGill University)_

"เรารู้ว่ามีหลุมดำอยู่ใจกลางกาแล็กซีของเราที่ดึงสสารเข้าไป แต่เราเห็นว่ามันกินสสารน้อยกว่าหลุมดำมวลยิ่งยวดอื่น ๆ มาก และกินช้ากว่า" Nicole Ford ผู้เขียนหลักและนักศึกษาปริญญาเอกในกลุ่มวิจัยของศาสตราจารย์ Daryl Haggard ภาควิชาฟิสิกส์ McGill กล่าว เธออธิบายว่าการเข้าใจสาเหตุต้องดูวัตถุดิบที่หลุมดำมีให้กิน ทั้งก๊าซ ฝุ่น และดาวที่โคจรรอบ

## ทำไมผลวัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก จึงสำคัญ

Sgr A* เป็นหลุมดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ใกล้โลกที่สุด จึงเป็นห้องทดลองที่ดีที่สุดสำหรับศึกษาว่าหลุมดำแบบนี้ได้เชื้อเพลิงมาจากไหน ทีม McGill ระบุว่าผลนี้ช่วยให้เข้าใจการกระจายตัวของโลหะรอบหลุมดำมวลยิ่งยวดในกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไป และกระบวนการที่ส่งธาตุหลายชนิดมาถึงโลกด้วย

งานนี้ไปคู่กับอีกงานหนึ่งที่นำโดย Mayura Balakrishnan นักวิจัยหลังปริญญาเอกทุน Banting ซึ่งตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal งานดังกล่าวทดสอบว่าก๊าซยังเก็บร่องรอยการปะทุพลังงานในอดีตของหลุมดำไว้หรือไม่ และพบว่าแสงจากก๊าซถูกกำหนดโดยสภาพแวดล้อมเฉพาะที่ จึงแยกอิทธิพลของหลุมดำออกมาได้ยาก ผลนี้ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่าเคยมีการปะทุ แต่บอกว่าก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ใช้เป็นบันทึกประวัติการปะทุที่เชื่อถือได้ไม่ได้

![ภาพบริเวณใจกลางทางช้างเผือกที่ McGill ใช้ประกอบข่าวงานวิจัย เป็นภาพสีผสม (false colour) จากข้อมูลของ NASA, ESA, SSC, CXC และ STScI](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/jwst-sgr-a-gas-metals-milky-way-black-hole/milky-way-galactic-center-composite.webp?v=08ff81d5) _(ภาพ: NASA, ESA, SSC, CXC, STScI (ผ่าน McGill University))_

## สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

- Ford ระบุว่าการเข้าใจวิธีที่หลุมดำดึงสสารเข้าไปต้องเทียบผลสังเกตก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกครั้งนี้กับแบบจำลองที่คำนวณว่าก๊าซเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงเวลายาวนาน
- ก้อนก๊าซความเร็วสูงอย่าง X7 ที่ทีมวิจัยเสนอว่าอาจเกิดคลื่นกระแทกเฉพาะจุด เป็นเป้าหมายที่น่าติดตามในการสังเกตรอบต่อไป
- งานทั้งสองชิ้นได้ทุนจาก Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada องค์การอวกาศแคนาดา และหน่วยงานวิจัยของแคนาดาและควิเบก

สำหรับผู้อ่านไทย ผลวัดก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างของข้อมูลที่กล้อง Webb เพิ่มให้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกใช้ต่อ ทั้งงานวิจัยเรื่องหลุมดำและการกำเนิดธาตุในกาแล็กซี อ่านการค้นพบอื่นจากกล้อง Webb เช่น[แสงวาบ AT 2026abck](/space/jwst-at-2026abck-supernova-candidate-z5/) และข่าวดาราศาสตร์ทั้งหมดได้ที่หมวด[ดาราศาสตร์](/space/astronomy/)

## คำถามที่พบบ่อย

### ก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก มีอะไรพิเศษ?

งานวิจัยของมหาวิทยาลัย McGill ที่ตีพิมพ์ใน The Astronomical Journal เมื่อ 19 ตุลาคม 2026 พบว่าก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก (Sgr A*) มีธาตุหนักราว 1.8 เท่าของดวงอาทิตย์ และมีองค์ประกอบคล้ายดาวจำนวนมากที่โคจรรอบหลุมดำ ทีมวิจัยจึงเสนอว่าก๊าซกับดาวอาจเกิดมาด้วยกัน

### Sgr A* คืออะไร?

Sgr A* (Sagittarius A*) คือหลุมดำมวลยิ่งยวดที่ใจกลางดาราจักรทางช้างเผือก มหาวิทยาลัย McGill ระบุว่าเป็นหลุมดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ใกล้โลกที่สุดจึงสังเกตได้ง่ายที่สุด และกลืนสสารน้อยกว่าและช้ากว่าหลุมดำมวลยิ่งยวดอื่น ๆ

### ทำไมนักดาราศาสตร์เรียกธาตุหนักว่าโลหะ?

ในดาราศาสตร์ คำว่าโลหะหมายถึงธาตุทุกชนิดที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม เช่น คาร์บอน ออกซิเจน เหล็ก และทองคำ ทีม McGill อธิบายว่าปริมาณโลหะมีผลต่อความเร็วที่ก๊าซเย็นตัวลง ซึ่งส่งผลต่อว่าหลุมดำจะดึงก๊าซเข้าไปได้ง่ายเพียงใด

### กล้อง Webb วัดก๊าซใจกลางทางช้างเผือกได้อย่างไร?

ทีมวิจัยใช้เครื่องสเปกโทรกราฟ MIRI Medium Resolution Spectrograph ของกล้อง James Webb วัดแสงอินฟราเรดช่วงกลางจากเส้นสเปกตรัมของธาตุที่มีพลังงานไอออไนเซชันราว 7–55 อิเล็กตรอนโวลต์ ทำให้แยกก้อนก๊าซหลายก้อนรอบหลุมดำและวัดองค์ประกอบของแต่ละก้อนได้


## แหล่งอ้างอิง

- [The gas around Milky Way's central black hole is rich in metals, study finds](https://www.mcgill.ca/newsroom/channels/news/gas-around-milky-ways-central-black-hole-rich-metals-study-finds-375101) — McGill University
- [Ionization Structure and Metal Enrichment of the Galactic Center Minispiral Observed with JWST](https://iopscience.iop.org/article/10.3847/1538-3881/ae994d) — The Astronomical Journal (AAS / IOP Publishing)
