กล้อง Swift ยุติภารกิจ: NASA ปิดงานหลังทำงานเกือบ 22 ปี รอตกสู่ชั้นบรรยากาศ
กล้อง Swift ยุติภารกิจ NASA ประกาศ 23 ต.ค. 2026 หลังวงโคจรลดต่ำกว่า 275 กม. สังเกตการณ์ครั้งสุดท้าย 20 ต.ค. คาดตกสู่ชั้นบรรยากาศในไม่กี่สัปดาห์
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- NASA ประกาศเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 ว่ากล้อง Swift ยุติภารกิจวิทยาศาสตร์แล้ว เพราะวงโคจรลดลงต่ำกว่า 171 ไมล์ (275 กิโลเมตร) แรงต้านของบรรยากาศทำให้ชี้กล้องนิ่ง ๆ ไม่ได้
- Swift สังเกตการณ์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 20 ตุลาคม 2026 และคาดว่าจะตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศในอีกไม่กี่สัปดาห์
- ตลอดเกือบ 22 ปี Swift สังเกตการระเบิดรังสีแกมมามากกว่า 2,000 ครั้ง ซูเปอร์โนวามากกว่า 1,400 ครั้ง และข้อมูลถูกใช้ในงานวิจัยราว 7,000 ฉบับ
- ภารกิจของบริษัท Katalyst Space ที่จะส่งยาน LINK ไปดันวงโคจรของ Swift ขึ้นด้วยจรวด Pegasus XL เมื่อกรกฎาคม 2026 ล้มเลิกไปหลังยานมีปัญหาการสื่อสารและการควบคุมทิศทาง
NASA ประกาศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 ว่ากล้อง Swift ยุติภารกิจวิทยาศาสตร์แล้ว หลังกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Neil Gehrels Swift Observatory ทำงานมาเกือบ 22 ปี วงโคจรของ Swift ลดลงต่ำกว่า 171 ไมล์ (275 กิโลเมตร) Swift สังเกตการณ์ครั้งสุดท้ายวันที่ 20 ตุลาคม และคาดว่าจะตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศในอีกไม่กี่สัปดาห์
เหตุที่กล้อง Swift ยุติภารกิจคือที่ความสูงระดับนี้ แรงต้านจากบรรยากาศโลกมากจนกล้องชี้ไปที่วัตถุบนฟ้าได้ไม่นิ่ง จึงทำงานวิทยาศาสตร์ต่อไม่ได้ NASA ระบุว่า Swift ออกแบบมาสำหรับภารกิจหลัก 2 ปี แต่ใช้งานได้นานกว่านั้นมากกว่า 10 เท่า
กล้อง Swift ยุติภารกิจเพราะอะไร
ดาวเทียมทุกดวงในวงโคจรระดับต่ำได้รับแรงต้านจากบรรยากาศ ดาวเทียมที่ไม่มีระบบขับเคลื่อนของตัวเองอย่าง Swift จะค่อย ๆ ตกต่ำลง และ NASA ระบุว่าช่วงที่ดวงอาทิตย์มีกิจกรรมสูงขึ้นทำให้ผลนี้รุนแรงขึ้นกับ Swift NASA คาดไว้ว่า Swift จะลงไปถึงจุดที่กู้คืนไม่ได้ราว 185 ไมล์ (300 กิโลเมตร) ในช่วงปลายปี 2026
| วันที่ | เหตุการณ์ของ Swift ตาม NASA |
|---|---|
| 20 พฤศจิกายน 2004 | ขึ้นสู่วงโคจร เริ่มทำงานในเดือนถัดมา |
| พฤษภาคม 2005 | จับแสงเรืองของการระเบิดรังสีแกมมาแบบสั้น GRB 050509B ได้เป็นครั้งแรก |
| 2018 | เปลี่ยนชื่อเป็น Neil Gehrels Swift Observatory เพื่อเป็นเกียรติแก่หัวหน้านักวิจัยคนแรก |
| กันยายน 2025 | NASA จ้าง Katalyst Space ส่งยานไปดันวงโคจรของ Swift |
| กรกฎาคม 2026 | ยาน LINK ขึ้นด้วยจรวด Pegasus XL จากเกาะควาจาเลน หมู่เกาะมาร์แชลล์ |
| 3 กันยายน 2026 | NASA ยุติการมีส่วนร่วมในภารกิจ LINK |
| 25 กันยายน 2026 | ยาน LINK ตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศ |
| 20 ตุลาคม 2026 | Swift สังเกตการณ์ครั้งสุดท้าย |
| 23 ตุลาคม 2026 | NASA ประกาศว่ากล้อง Swift ยุติภารกิจ |

ก่อนกล้อง Swift ยุติภารกิจ: ความพยายามกู้ที่ไม่สำเร็จ
NASA เคยลองทางเลือกที่ไม่เคยทำมาก่อน คือจ้าง Katalyst Space บริษัทจากเมืองแฟลกสตาฟ รัฐแอริโซนา ให้สร้างยานหุ่นยนต์ LINK ไปจับ Swift แล้วดันวงโคจรขึ้น บริษัทมีเวลาราว 1 ปีในการออกแบบ สร้าง ทดสอบ และปล่อยยาน
- ยาน LINK ขึ้นสู่อวกาศได้และผ่านการตรวจระบบเบื้องต้น แต่จากนั้นเริ่มขาดการติดต่อเป็นระยะและมีปัญหาการควบคุมทิศทาง
- หลังแก้ปัญหากันตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ช่วงหนึ่ง NASA กับ Katalyst ตกลงลดเป้าหมาย ไม่พยายามจับหรือดัน Swift แล้ว แต่ใช้ยานทดสอบระบบขับเคลื่อนด้วยก๊าซซีนอนและแขนกล 3 แขนแทน
- ระหว่างภารกิจ LINK ผ่านใกล้ Swift ในระยะ 12–15 กิโลเมตร และถ่ายภาพ Swift เป็นเส้นแสงไว้ได้
"ตั้งแต่ต้น นี่คือภารกิจความเสี่ยงสูงที่ให้ผลตอบแทนสูง" Shawn Domagal-Goldman ผู้อำนวยการฝ่ายดาราศาสตร์ฟิสิกส์ของ NASA กล่าวในบทสรุปบทเรียนของภารกิจเมื่อ 28 กันยายน 2026

กล้อง Swift ยุติภารกิจแล้ว ทิ้งอะไรไว้ให้วงการดาราศาสตร์
Swift ถูกสร้างมาเพื่อไล่จับการระเบิดรังสีแกมมา (gamma-ray burst) ซึ่งเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุดในเอกภพ แต่เกิดและหายไปเร็วมาก Swift ต้องตรวจจับ ระบุตำแหน่ง ส่งพิกัดให้หอดูดาวอื่น แล้วหมุนกล้องรังสีเอกซ์และกล้องแสงที่ตามองเห็น/อัลตราไวโอเลตไปถ่ายจุดนั้นก่อนแสงเรืองจะจางลง ซึ่ง S. Bradley Cenko หัวหน้านักวิจัยของภารกิจระบุว่าโดยทั่วไปใช้เวลาราว 1 นาที
| ผลงานของ Swift | ตัวเลขตาม NASA |
|---|---|
| การระเบิดรังสีแกมมาที่สังเกตได้ | มากกว่า 2,000 ครั้ง |
| ซูเปอร์โนวาที่ศึกษา | มากกว่า 1,400 ครั้ง |
| งานวิจัยตีพิมพ์ที่ใช้ข้อมูล Swift | ราว 7,000 ฉบับ |
| ภาพจากกล้อง Ultraviolet/Optical Telescope | มากกว่า 1.5 ล้านภาพ |
| ขนาดคลังข้อมูลที่เปิดให้ใช้ฟรี | ราว 12 เทราไบต์ |
| เป้าหมายที่จัดตารางสังเกตได้ต่อวัน | สูงสุด 75 เป้าหมาย |
ผลงานที่ถูกพูดถึงมากคือการระเบิดรังสีแกมมาแบบสั้น GRB 050509B เมื่อพฤษภาคม 2005 ซึ่งกินเวลาเพียง 0.03 วินาที Swift หมุนกล้องไปทันจับโฟตอนรังสีเอกซ์ได้ 11 อนุภาค ทำให้เป็นการระเบิดแบบสั้นครั้งแรกที่ตรวจพบแสงเรือง และช่วยยืนยันทฤษฎีว่าการระเบิดแบบสั้นน่าจะเกิดจากการชนกันของดาวนิวตรอนสองดวง

นอกจากนี้ Swift ยังเห็นดาวถูกหลุมดำฉีก เฝ้าดูดาราจักรกัมมันต์ สำรวจรังสีเอกซ์ทั่วท้องฟ้า และศึกษาดาวเคราะห์น้อยกับดาวหาง ระบบวางแผนที่ยืดหยุ่นทำให้นักดาราศาสตร์ขอให้ Swift หันไปดูเหตุการณ์ใหม่ได้ภายในไม่กี่นาที

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
การที่กล้อง Swift ยุติภารกิจทำให้วงการดาราศาสตร์ขาดเครื่องมือหลักที่หันไปดูเหตุการณ์ใหม่บนฟ้าได้ภายในเวลาสั้น ๆ NASA ระบุว่ากำลังหาทางรับมือในยุคหลัง Swift ทั้งการใช้และเสริมกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่มีอยู่ การใช้บริการเชิงพาณิชย์ที่ส่งขึ้นวงโคจรได้เร็ว และภารกิจใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ระหว่างนี้จะใช้ภารกิจปัจจุบันช่วยอุดช่องว่างไปก่อน
อีกบทเรียนคือเรื่องการซ่อมบำรุงในอวกาศ ภารกิจ LINK เป็นความพยายามส่งยานหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ไปช่วยดาวเทียมวิทยาศาสตร์ของ NASA โดยมีเวลาเตรียมงานราว 1 ปี แม้ไม่สำเร็จ แต่ NASA และ Katalyst ระบุว่าได้ประสบการณ์ที่จะใช้กับโครงการซ่อมบำรุงดาวเทียมในอนาคต
คนไทยจะได้เห็นหรือได้อะไร
- คลังข้อมูลเปิด: แม้กล้อง Swift ยุติภารกิจ ข้อมูลราว 12 เทราไบต์ยังเปิดให้ทุกคนใช้ได้ฟรี นักศึกษาและนักวิจัยดาราศาสตร์ไทยใช้ศึกษาการระเบิดรังสีแกมมา ซูเปอร์โนวา และหลุมดำต่อได้อีกหลายสิบปี
- การตกสู่ชั้นบรรยากาศ: แม้กล้อง Swift ยุติภารกิจแล้ว NASA ยังไม่ได้ระบุวันหรือบริเวณที่ Swift จะตก ควรติดตามประกาศจาก NASA โดยตรงและไม่แชร์ข่าวลือเรื่องจุดตก
- ติดตามต่อ: หลังกล้อง Swift ยุติภารกิจ ต้องดูวิธีที่ NASA จะใช้แทน Swift ในการตอบสนองเหตุการณ์บนฟ้าอย่างรวดเร็ว
ติดตามข่าวการค้นพบและกล้องโทรทรรศน์อวกาศอื่น ๆ ได้ที่หมวดดาราศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
กล้อง Swift ยุติภารกิจเมื่อไร เพราะอะไร?
NASA ประกาศว่ากล้อง Swift ยุติภารกิจเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 โดยสังเกตการณ์ครั้งสุดท้ายวันที่ 20 ตุลาคม สาเหตุคือวงโคจรลดลงต่ำกว่า 275 กิโลเมตร แรงต้านจากบรรยากาศที่ระดับนี้ทำให้กล้องชี้ไปที่เป้าหมายได้ไม่นิ่งพอจะทำงานวิทยาศาสตร์
ดาวเทียม Swift จะตกลงมาเมื่อไร?
NASA ระบุเพียงว่า Swift คาดว่าจะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกในอีกไม่กี่สัปดาห์หลังประกาศเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 ยังไม่ได้ระบุวันหรือบริเวณที่จะตก ผู้สนใจควรติดตามประกาศจาก NASA โดยตรง
กล้อง Swift ค้นพบอะไรบ้าง?
ก่อนกล้อง Swift ยุติภารกิจ Swift สังเกตการระเบิดรังสีแกมมามากกว่า 2,000 ครั้ง ศึกษาซูเปอร์โนวามากกว่า 1,400 ครั้ง เห็นดาวถูกหลุมดำฉีก และเมื่อพฤษภาคม 2005 เป็นกล้องแรกที่จับแสงเรืองที่ตามมาของการระเบิดรังสีแกมมาแบบสั้นได้ ซึ่งช่วยยืนยันว่ามาจากการชนกันของดาวนิวตรอน
ทำไม NASA ไม่ดันวงโคจรของ Swift ให้สูงขึ้น?
NASA เคยจ้าง Katalyst Space เมื่อกันยายน 2025 ให้ส่งยาน LINK ไปจับและดัน Swift ขึ้น ยานขึ้นสู่อวกาศเมื่อกรกฎาคม 2026 แต่มีปัญหาการสื่อสารและการควบคุมทิศทาง จึงยกเลิกการจับ Swift และ NASA ยุติการมีส่วนร่วมเมื่อ 3 กันยายน 2026
แหล่งอ้างอิง
- NASA’s Swift Mission Ends, Leaves Behind Scientific Bonanza — NASA Science
- NASA Highlights Lessons Learned From Swift Boost Mission — NASA Science
- Neil Gehrels Swift Observatory — NASA Science
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- NASA24
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ