# Webb ถ่ายเนบิวลา N159 ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ แหล่งกำเนิดดาวอายุไม่ถึง 3 ล้านปี

> ESA/Webb เผยภาพเนบิวลา N159 ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ ห่างโลก 161,000 ปีแสง แหล่งกำเนิดดาวอายุไม่ถึง 3 ล้านปี ที่มีดาวเกิดใหม่หลายพันดวง เป็นภาพประจำเดือนตุลาคม 2026

- ประเภท: ข่าว · หมวด: Space & Astronomy
- เผยแพร่: 2026-10-22T13:13:00.000Z · อัปเดต: 2026-10-22T13:13:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/space/webb-n159-nebula-large-magellanic-cloud-star-formation/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- ESA/Webb เผยแพร่ภาพ**เนบิวลา N159** (LHA 120-N 159) เป็น Picture of the Month เมื่อ **22 ตุลาคม 2026** ถ่ายด้วยกล้อง NIRCam ของ James Webb ภาพกว้างราว **230 ปีแสง**
- N159 อยู่ใน**เมฆแมเจลแลนใหญ่** ดาราจักรบริวารของทางช้างเผือก ห่างโลก **161,000 ปีแสง** และมีอายุ**ไม่ถึง 3 ล้านปี** เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดดาวที่อายุน้อยที่สุดของดาราจักรนี้
- งานวิจัยที่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน (โปรแกรม **#5114**) วัดแหล่งกำเนิดแสงกว่า **300,000** จุด ตรวจพบดาวมวลต่ำกว่า **0.1 เท่า**ของดวงอาทิตย์ และพบว่าฝั่งตะวันตกของ N159 อยู่ในช่วงเริ่มก่อตัวดาวเร็วกว่า งานนี้ยังเป็น preprint
- จุดสว่างด้านซ้ายของภาพคือ**เนบิวลา Papillon** ก้อนไฮโดรเจนที่แตกตัวเป็นไอออนขนาดกะทัดรัด ซึ่งกล้อง Hubble แยกรายละเอียดได้เป็นครั้งแรกในปี **1999**

ESA/Webb เผยแพร่ภาพเนบิวลา N159 แหล่งกำเนิดดาวในเมฆแมเจลแลนใหญ่ ห่างโลก 161,000 ปีแสง เป็นภาพประจำเดือน (Picture of the Month) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ภาพจากกล้อง NIRCam ของ James Webb กว้างราว 230 ปีแสง และแสดงพื้นที่ที่มีอายุไม่ถึง 3 ล้านปี ซึ่งมีดาวในช่วงเริ่มก่อตัวหลายพันดวง

ภาพทั้งหมดในบทความนี้เป็นภาพอินฟราเรดหรือภาพที่ใส่สีแทนช่วงคลื่นแสง สีที่เห็นจึงไม่ใช่สีที่ตามนุษย์จะมองเห็นได้โดยตรง

![เนบิวลา N159 ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ จากกล้อง NIRCam ของ James Webb ภาพสีแทนช่วงคลื่นอินฟราเรด สีส้มคือฝุ่นและโมเลกุล PAH สีฟ้าซีดคือก๊าซไฮโดรเจนที่แตกตัว จุดสว่างด้านซ้ายคือเนบิวลา Papillon](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/webb-n159-nebula-large-magellanic-cloud-star-formation/n159-webb-nircam-potm2610a.webp?v=d9422ba1) _(ภาพ: ESA/Webb, NASA & CSA, E. Sabbi, M. Zamani (ESA/Webb); Acknowledgement: M. H. Özsaraç (CC BY 4.0))_

## เนบิวลา N159 คืออะไร

เนบิวลา N159 หรือชื่อเต็มในแคตตาล็อก LHA 120-N 159 เป็นบริเวณ H II คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนที่แตกตัวเป็นไอออน ESA/Webb อธิบายกระบวนการไว้ดังนี้

- กลุ่มเมฆโมเลกุลขนาดยักษ์ของไฮโดรเจนเย็นยุบตัวลงด้วยแรงโน้มถ่วงจนเกิดเป็นดาวใหม่
- ดาวจำนวนมากที่เกิดขึ้นมีมวลมากและร้อนจัด รังสีอัลตราไวโอเลตจากดาวเหล่านี้ทำให้ก๊าซรอบข้างแตกตัว
- ก๊าซที่แตกตัวเปล่งแสง ทำให้บริเวณ H II กลายเป็นเนบิวลาเปล่งแสงอย่างที่เห็นในภาพ
- ลมดาวที่รุนแรงกัดเซาะก๊าซจนเกิดสันหนาแน่นและโพรง ซึ่งกล้อง NIRCam บันทึกรายละเอียดไว้ได้

| ข้อมูลเนบิวลา N159 | ค่าตาม ESA/Webb |
| --- | --- |
| ที่ตั้ง | เมฆแมเจลแลนใหญ่ ทิศกลุ่มดาว Dorado |
| ระยะห่างจากโลก | ประมาณ 161,000 ปีแสง |
| ความกว้างของภาพ | ราว 230 ปีแสง (มุมมอง 5.04 x 3.36 ลิปดา) |
| อายุ | ไม่ถึง 3 ล้านปี |
| เครื่องมือ | NIRCam กล้อง James Webb ฟิลเตอร์ช่วง 1.15–4.7 ไมโครเมตร |
| โปรแกรมสังเกตการณ์ | #5114 |

## สีในภาพเนบิวลา N159 บอกอะไร

ESA/Webb อธิบายว่าเมฆหนาสีส้มที่ล้อมรอบและพาดผ่านกลางภาพคือแสงจากพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAH) ซึ่งเป็นโมเลกุลสำคัญที่มีคาร์บอนเป็นหลัก แอ่งก๊าซสีฟ้าซีดคือก๊าซ H II ที่ถูกรังสีอัลตราไวโอเลตจากดาวมวลมากทำให้แตกตัว ส่วนเส้นใยสีแดงเข้มที่พาดกลางภาพ โดยเฉพาะเหนือบริเวณสีฟ้าด้านขวา คือไฮโดรเจนโมเลกุลที่เย็น

เส้นใยสีแดงเป็นส่วนที่หนาแน่นที่สุดของเนบิวลา และกำลังปกป้องดาวเกิดใหม่จากรังสีและลมดาว เมื่อขยายภาพจะเห็นดาวเป็นจุดแสงฝังอยู่ในเส้นใยและเสาก๊าซสีส้มที่ยื่นเข้าไปในฟองก๊าซสีฟ้า ESA/Webb ระบุว่าโครงสร้างเหล่านี้จะสลายไปในที่สุด เหลือไว้เพียงดาวที่ก่อตัวเสร็จแล้ว

จุดสว่างด้านซ้ายของภาพคือเนบิวลา Papillon ก้อนไฮโดรเจนที่แตกตัวขนาดกะทัดรัดผิดปกติ ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวกับการเกิดดาวมวลมาก กล้อง Hubble แยกรายละเอียดของมันได้เป็นครั้งแรกในปี 1999

![ภาพมุมกว้างของเนบิวลา N159 จาก James Webb ที่รวมพื้นที่ด้านใต้ ซึ่ง ESA/Webb ระบุว่ายังพัฒนาน้อยกว่าฝั่งตะวันตกและมีการเกิดดาวน้อย (ภาพสีแทนช่วงคลื่นอินฟราเรด)](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/webb-n159-nebula-large-magellanic-cloud-star-formation/n159-webb-wide-view-potm2610b.webp?v=a274761a) _(ภาพ: ESA/Webb, NASA & CSA, E. Sabbi, M. Zamani (ESA/Webb); Acknowledgement: M. H. Özsaraç (CC BY 4.0))_

## งานวิจัยจากข้อมูลเนบิวลา N159 พบอะไร

ข้อมูลภาพนี้มาจากโปรแกรมสังเกตการณ์ #5114 ที่มุ่งศึกษาและเปรียบเทียบดาวในแต่ละช่วงวิวัฒนาการภายในเนบิวลา งานของ Nolan Habel และคณะ ชื่อ "Sequential Star-Formation and the Near-Infrared Stellar Populations within N159" เผยแพร่ใน arXiv เมื่อ 22 กันยายน 2026 และยังเป็น preprint ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ บทคัดย่อรายงานว่า

- วัดแหล่งกำเนิดแสงแบบจุดได้กว่า 300,000 จุด จากฟิลเตอร์อินฟราเรดใกล้ของ NIRCam 10 ตัว ช่วงความยาวคลื่น 1–4.7 ไมโครเมตร
- ตรวจพบวัตถุจางถึงราวโชติมาตร 27 ในฟิลเตอร์ F115W ซึ่งเทียบเท่าดาวมวลต่ำกว่าราว 0.1 เท่าของดวงอาทิตย์
- พบประชากรดาวที่อายุน้อยกว่า 0.5 ล้านปี และกลุ่มวัตถุดาวอายุน้อยบางส่วนที่มีร่องรอยการดูดกลืนแสงของน้ำแข็ง
- ภูมิภาค N159 ครอบคลุมราว 130 พาร์เซก ฝั่งตะวันออก (N159E) มีดาวที่วิวัฒนาการไปมากกว่า ส่วนฝั่งตะวันตก (N159W) เพิ่งเริ่มก่อตัวดาว สนับสนุนแนวคิดว่าดาวในบริเวณนี้เกิดเป็นลำดับต่อเนื่อง

ESA/Webb สรุปว่าการที่การเกิดดาวทุกช่วงเกิดขึ้นพร้อมกันในที่เดียว ทำให้เนบิวลา N159 เป็นสถานที่พิเศษสำหรับดูวิวัฒนาการของเมฆโมเลกุลที่กำลังยุบตัวในระยะใกล้

![ภาพด้านตะวันออกของกลุ่มเมฆ N159 จากกล้อง Hubble เผยแพร่ธันวาคม 2025 ซึ่ง ESA/Webb อ้างถึงประกอบภาพใหม่](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/webb-n159-nebula-large-magellanic-cloud-star-formation/n159-hubble-east-potw2552a.webp?v=3def9655) _(ภาพ: ESA/Hubble & NASA, R. Indebetouw (CC BY 4.0))_

## ทำไมเนบิวลา N159 จึงสำคัญต่อการศึกษาจักรวาลยุคแรก

เมฆแมเจลแลนใหญ่มีบริเวณ H II แบบเดียวกับเนบิวลา N159 อยู่หลายแห่งในตำแหน่งที่ศึกษาได้สะดวก เช่น บริเวณ N79 ที่ใหญ่กว่า และเนบิวลาทารันทูลา แต่ ESA/Webb ระบุว่าบริเวณเหล่านี้ไม่เหมือนแหล่งกำเนิดดาวในทางช้างเผือกทีเดียว เพราะเมฆแมเจลแลนใหญ่มีสัดส่วนธาตุที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม (ที่นักดาราศาสตร์เรียกว่า "โลหะ") ต่ำกว่าทางช้างเผือกอย่างมีนัยสำคัญ สภาพนี้ใกล้เคียงกับยุคแรกของจักรวาลมากกว่า จึงช่วยให้นักวิจัยเข้าใจการเกิดดาวในยุคนั้น

## สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

- **ผลการประเมินบทความวิจัย** ของ Habel และคณะ ว่าจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือไม่ และมีการปรับผลหรือไม่
- **ภาพชุดเดียวกันอื่น ๆ** ESA/Webb เผยแพร่ภาพมุมกว้าง วิดีโอแพน และวิดีโอซูมของเนบิวลา N159 ไว้ในหน้าภาพเดียวกัน
- **ภาพ Picture of the Month ฉบับต่อไป** ของ ESA/Webb ซึ่งออกเดือนละครั้ง

ภาพของ ESA/Webb และ ESA/Hubble ในบทความนี้ใช้ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 อ่านข่าวงานวิจัยจากกล้อง Webb อื่น ๆ เช่น[ก๊าซรอบหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก](/space/jwst-sgr-a-gas-metals-milky-way-black-hole/) และข่าวดาราศาสตร์ทั้งหมดได้ที่หมวด[ดาราศาสตร์](/space/astronomy/)

## คำถามที่พบบ่อย

### เนบิวลา N159 อยู่ที่ไหน ห่างโลกเท่าไร?

เนบิวลา N159 หรือ LHA 120-N 159 อยู่ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ ซึ่งเป็นดาราจักรบริวารที่โคจรรอบดาราจักรทางช้างเผือก ห่างโลกประมาณ 161,000 ปีแสง หน้าภาพของ ESA/Webb ระบุว่าอยู่ในทิศกลุ่มดาว Dorado

### สีในภาพเนบิวลา N159 จาก Webb หมายถึงอะไร?

ภาพเนบิวลา N159 เป็นภาพอินฟราเรดที่ใส่สีแทนช่วงคลื่น ESA/Webb อธิบายว่าสีส้มอ่อนคือแสงจากโมเลกุลคาร์บอนชนิดพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAH) สีฟ้าซีดคือก๊าซไฮโดรเจนที่แตกตัวเป็นไอออน และเส้นใยสีแดงเข้มคือไฮโดรเจนโมเลกุลที่เย็นซึ่งห่อหุ้มดาวเกิดใหม่

### ทำไมนักดาราศาสตร์สนใจแหล่งกำเนิดดาวในเมฆแมเจลแลนใหญ่?

ESA/Webb ระบุว่าเมฆแมเจลแลนใหญ่มีสัดส่วนธาตุที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียมต่ำกว่าทางช้างเผือกมาก แหล่งกำเนิดดาวอย่างเนบิวลา N159 จึงมีสภาพใกล้เคียงกับยุคแรกของจักรวาล และช่วยให้นักวิจัยเข้าใจการเกิดดาวในยุคนั้น

### งานวิจัยเนบิวลา N159 ผ่านการตรวจแล้วหรือยัง?

งานวิจัยของ Nolan Habel และคณะที่ ESA/Webb อ้างถึง เผยแพร่ใน arXiv เมื่อ 22 กันยายน 2026 หน้า arXiv ไม่ได้ระบุวารสารที่ตีพิมพ์ จึงยังเป็น preprint ที่ยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ผลที่รายงานจึงอาจปรับเปลี่ยนได้


## แหล่งอ้างอิง

- [Stars brewing in a nebulous cauldron](https://esawebb.org/images/potm2610a/) — ESA/Webb
- [Stars brewing in a nebulous cauldron](https://www.esa.int/ESA_Multimedia/Images/2026/10/Stars_brewing_in_a_nebulous_cauldron) — European Space Agency (ESA)
- [Sequential Star-Formation and the Near-Infrared Stellar Populations within N159](https://arxiv.org/abs/2609.27126) — arXiv (preprint)
