# อีโบลาคองโก 10,000 ราย: ติดเชื้อ 10,141 ตาย เกือบ 5,000 ระบาดใหญ่สุดในประวัติคองโก

> อีโบลาคองโก 10,000 ราย กระทรวงสาธารณสุขคองโกรายงาน 10,141 ราย เสียชีวิตเกือบ 5,000 ราย WHO ระบุใหญ่สุดในคองโก ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาสายพันธุ์ Bundibugyo

- ประเภท: ข่าว · หมวด: World
- เผยแพร่: 2026-11-02T18:15:00.000Z · อัปเดต: 2026-11-02T18:15:00.000Z
- โดย: กองบรรณาธิการ THAI DATA, THAI DATA IT BUSINESS ENTERPRISE
- ที่มา: https://thaidata.co.th/world/drc-ebola-10000-cases-bundibugyo-who/

## สรุปประเด็นสำคัญ

- UN News รายงานตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขคองโก ว่า**อีโบลาคองโก 10,000 ราย** ทะลุแล้ว โดยมีผู้ป่วย **10,141 ราย** และเสียชีวิตเกือบ **5,000 ราย** ณ วันจันทร์ที่ **26 ตุลาคม 2026**
- WHO ระบุว่านี่เป็นการระบาดอีโบลาครั้งที่ **17** ของคองโก และเป็นครั้งที่ **ใหญ่ที่สุด** ในประเทศ ส่วนระดับโลกรองจากการระบาดในแอฟริกาตะวันตกปี **2014–2016**
- เชื้อคือ **Bundibugyo** ซึ่งปัจจุบัน**ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษา** การระบาดเริ่มในภาคตะวันออกของคองโกและขยายไป **8 จังหวัด** ผู้ป่วยหายแล้วกว่า **2,600 คน**
- การทดลองวัคซีน **TUMAINI** เริ่มที่เมือง Bunia เมื่อ **23 ตุลาคม** โดยเริ่มประเมิน Ervebo ด้วยการฉีดแบบวงแหวนกับผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
- เคนยามีผู้ป่วยยืนยัน **9 ราย** เสียชีวิต **2 ราย** ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายแรก ผู้สัมผัส **20 คน** พ้นการกักตัวแล้ว และกองทุนด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติสนับสนุนเคนยากว่า **2 ล้านดอลลาร์**

อีโบลาคองโก 10,000 ราย เป็นหมุดหมายใหม่ที่ UN News รายงานตามข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขคองโก ซึ่งระบุว่ามีผู้ป่วย 10,141 รายและเสียชีวิตเกือบ 5,000 ราย ณ วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2026 องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าต้องมีความพยายามต่อเนื่องเพื่อยุติการระบาด ซึ่งเป็นครั้งที่ 17 ของคองโกและใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ

## อีโบลาคองโก 10,000 ราย ตัวเลขและความคืบหน้า

| รายการ | ตัวเลขตามรายงาน |
| --- | --- |
| ผู้ป่วยในคองโก | 10,141 ราย (กระทรวงสาธารณสุขคองโก ณ 26 ต.ค.) |
| เสียชีวิต | เกือบ 5,000 ราย |
| จังหวัดที่พบการระบาด | 8 จังหวัด รวมพื้นที่เข้าถึงยาก |
| ผู้ป่วยหาย | มากกว่า 2,600 คน (WHO) |
| ขนาดของการระบาด | ใหญ่ที่สุดของคองโก และอันดับ 2 ของโลกรองจากแอฟริกาตะวันตกปี 2014–2016 |

UN News ระบุว่าอีโบลาคองโก 10,000 ราย เริ่มต้นในภูมิภาคตะวันออกของคองโกซึ่งมีความขัดแย้ง ความหิวโหย และการพลัดถิ่นแพร่หลาย เชื้อสาเหตุคือไวรัส Bundibugyo ซึ่งปัจจุบันไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโดยเฉพาะ WHO ระบุว่า "progress is being made" เพราะผู้ป่วยหายแล้วกว่า 2,600 คน และศักยภาพการตรวจและรักษาขยายขึ้น แต่ต้องการ "continued scale-up of key control measures, greater access to affected areas, and community outreach that builds trust"

## การทดลองวัคซีน TUMAINI หลังอีโบลาคองโก 10,000 ราย

การทดลอง TUMAINI ("ความหวัง" ในภาษาสวาฮีลี) เริ่มที่เมือง Bunia ทางตะวันออกของคองโกเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ตามที่ UN News อ้างคำของ ดร. Meg Doherty ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพของ WHO ซึ่งไปร่วมพิธีเปิดและมีผู้ได้รับวัคซีน 4 คนในวันนั้น การทดลองจะประเมินวัคซีนหลายตัวภายในกรอบเดียว โดยเริ่มจาก Ervebo ซึ่งใช้ได้ผลกับอีโบลาสายพันธุ์ Zaire แต่ยังไม่ทราบว่าจะป้องกันสายพันธุ์ Bundibugyo ได้หรือไม่

วัคซีนให้แบบ "ring vaccination" คือฉีดให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยยืนยัน ซึ่ง WHO เคยใช้ในกินีระหว่างการระบาดในแอฟริกาตะวันตกเพื่อพิสูจน์ประสิทธิผลของ Ervebo ส่วนผู้เชี่ยวชาญของ WHO ยังประเมินวัคซีนอีก 2 ตัวที่ออกแบบสำหรับ Bundibugyo โดยเฉพาะ และคาดว่าจะเผยแพร่ผลในสัปดาห์เดียวกัน อ่านรายละเอียดการทดลองใน[วัคซีนอีโบลา Bundibugyo เริ่มทดลองระยะ 2/3 ในคองโก](/health/ebola-vaccine-bundibugyo-tumaini-trial-drc/)

![เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลครบชุดในเคนยา ซึ่งใช้รับมือการระบาดอีโบลา Bundibugyo](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/drc-ebola-10000-cases-bundibugyo-who/who-afro-health-worker-ppe-kenya-bvd.webp?v=e6c3b699) _(ภาพ: WHO Regional Office for Africa)_

## เคนยา: ผู้ป่วย 9 ราย จากอีโบลาคองโก 10,000 ราย ผู้สัมผัส 20 คนพ้นกักตัว

UN News รายงานว่าเคนยาประกาศผู้ป่วยรายแรกเมื่อ 6 ตุลาคม เป็นชายชาวเคนยาที่ทำงานในคองโก เดินทางกลับไนโรบีผ่านยูกันดาเมื่อ 3 ตุลาคม และเสียชีวิตในโรงพยาบาลไนโรบีอีก 2 วันต่อมา ตัวเลขล่าสุดคือผู้ป่วยยืนยัน 9 รายและเสียชีวิต 2 ราย ทั้งหมดเป็นกลุ่มเชื่อมโยงเดียวกัน และไม่มีหลักฐานว่าเชื้อแพร่เข้าชุมชน

- **กักตัว:** ผู้สัมผัสที่พบมากกว่า 130 คน มี 20 คนพ้นการกักตัว 21 วันโดยไม่มีอาการเมื่อวันจันทร์ และอีก 98 คนยังอยู่ในการกักตัว ผู้สัมผัส 8 คนมีอาการและยืนยันติดเชื้อ ถูกย้ายไปศูนย์รักษาอีโบลาในไนโรบี
- **เงินช่วยเหลือ:** กองทุนมนุษยธรรมของสหประชาชาติจัดสรรกว่า 2 ล้านดอลลาร์เพื่อเสริมการเฝ้าระวังที่ด่านชายแดน อบรมทีมตอบโต้เร็ว และเตรียมความพร้อมตามเส้นทางผู้ลี้ภัยและการเดินทางเสี่ยงสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือ
- **ข้อความจากผู้รับผิดชอบ:** ดร. Patrick Amoth ผู้อำนวยการใหญ่ด้านสาธารณสุขของเคนยา ขอให้ชุมชนต้อนรับผู้พ้นกักตัวกลับบ้าน เพราะอยู่ครบ 21 วันโดยไม่มีอาการ "pose no risk of infection to anyone"

![การแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขเคนยาเมื่อยืนยันผู้ป่วยอีโบลา Bundibugyo รายแรก](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/drc-ebola-10000-cases-bundibugyo-who/kenya-moh-ebola-first-case-briefing.webp?v=c831cfc6) _(ภาพ: Ministry of Health, Kenya)_

รายละเอียดเคสเคนยาอยู่ใน[เคนยาพบผู้ป่วยอีโบลารายที่ 2](/world/kenya-first-ebola-case-bundibugyo-october-2026/) และเคสไนจีเรียอยู่ใน[อีโบลาไนจีเรีย ผู้ป่วยรายแรกในรอบ 12 ปี](/world/nigeria-ebola-first-case-bundibugyo-october-2026/)

![ภาพจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่ใส่สีของอนุภาคไวรัสอีโบลา จาก CDC](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/drc-ebola-10000-cases-bundibugyo-who/cdc-ebola-virus-virion-tem.webp?v=e0031e89) _(ภาพ: CDC/Cynthia Goldsmith / Wikimedia Commons (Public domain))_

## อีโบลาคองโก 10,000 ราย เกี่ยวกับไทยอย่างไร

ข้อมูลที่เราเปิดอ่านไม่มีรายงานผู้ป่วยในไทย กรมควบคุมโรคเคยแถลงว่าไทยยังไม่พบผู้ป่วยและประเมินโอกาสที่โรคจะเข้าประเทศต่ำ ตามที่เรารายงานไว้ใน[ข่าวเคนยา](/world/kenya-first-ebola-case-bundibugyo-october-2026/) WHO ไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้ากับประเทศที่พบผู้ป่วย แม้จะมีอีโบลาคองโก 10,000 ราย

1. **ผู้เดินทางไปแอฟริกากลางและตะวันออก:** เมื่อมีอีโบลาคองโก 10,000 ราย ให้ตรวจคำแนะนำล่าสุดของกรมควบคุมโรค (สายด่วน 1422) เลี่ยงสัมผัสผู้ป่วย เลือด ศพ และสัตว์ป่า และสังเกตอาการ 21 วันหลังกลับ ถ้ามีไข้ให้พบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
2. **องค์กรที่ส่งพนักงานไปทำงานในพื้นที่:** ทบทวนแผนอพยพและประกันการรักษาก่อนอนุมัติเดินทาง และติดตามประกาศของ WHO
3. **ผู้ติดตามข่าว:** ตัวเลขของคองโกมาจากกระทรวงสาธารณสุขคองโกผ่าน UN News และอาจถูกปรับตามรายงานรายวัน

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากอีโบลาคองโก 10,000 ราย คือผลประเมินวัคซีน Bundibugyo ที่ WHO คาดว่าจะเผยแพร่ และตัวเลขผู้ป่วยรายสัปดาห์ในคองโก อ่านข่าวต่างประเทศอื่น ๆ ได้ที่[หมวดข่าวต่างประเทศ](/world/)

## ภาพบันทึก

![หน้า UN News รายงานว่าผู้ป่วยอีโบลาในคองโกทะลุ 10,000 ราย](https://thaidata-co-th.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/thaidata.co.th/images/articles/drc-ebola-10000-cases-bundibugyo-who/un-news-drc-ebola-10000-cases.webp?v=fd23a6b5) _(ภาพ: UN News (ภาพหน้าจอ))_

## คำถามที่พบบ่อย

### อีโบลาคองโก 10,000 ราย หมายถึงอะไร?

อีโบลาคองโก 10,000 ราย หมายถึงยอดผู้ป่วยในคองโกที่เกิน 10,000 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุขคองโกรายงาน 10,141 ราย และเสียชีวิตเกือบ 5,000 ราย ณ วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2026 ตามที่ UN News สรุป WHO ระบุว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ

### อีโบลา Bundibugyo มีวัคซีนหรือยารักษาหรือไม่?

ยังไม่มี WHO ระบุว่าไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับเชื้อ Bundibugyo แต่การตรวจพบเร็วและการดูแลแบบประคับประคองช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต การทดลอง TUMAINI กำลังประเมินว่า Ervebo ซึ่งมีผลกับสายพันธุ์ Zaire จะป้องกันสายพันธุ์นี้ได้หรือไม่

### อีโบลาระบาดไปประเทศอื่นหรือยัง?

UN News รายงานว่าเคนยามีผู้ป่วยยืนยัน 9 รายและเสียชีวิต 2 ราย ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายแรกที่เดินทางจากคองโกผ่านยูกันดามาไนโรบีเมื่อ 3 ตุลาคม และยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อแพร่เข้าชุมชน ส่วนไนจีเรียมีผู้ป่วยรายแรกตามที่เรารายงานไว้ก่อนหน้านี้

### อีโบลาคองโก 10,000 ราย กระทบคนไทยหรือไม่?

ข้อมูลเรื่องอีโบลาคองโก 10,000 ราย ที่เราเปิดอ่านไม่มีรายงานผู้ป่วยในไทย กรมควบคุมโรคเคยแถลงว่าไทยยังไม่พบผู้ป่วยและโอกาสที่โรคจะเข้าประเทศต่ำ ผู้ที่เดินทางไปแอฟริกากลางและตะวันออกควรตรวจคำแนะนำของกรมควบคุมโรค (สายด่วน 1422) และสังเกตอาการ 21 วันหลังกลับ


## แหล่งอ้างอิง

- [DR Congo: WHO urges sustained efforts as Ebola cases top 10,000](https://news.un.org/en/story/2026/10/1168689) — UN News
- [Ebola: 20 contacts released from quarantine in Kenya, amid vaccine 'hope' in DR Congo](https://news.un.org/en/story/2026/10/1168676) — UN News
