ข้ามไปยังเนื้อหา
AI

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon ให้ผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ใช้ก่อน เอาต์พุต 1 ล้านโทเคน

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon เมื่อ 30 กันยายน 2026 เอาต์พุตสูงสุด 1 ล้านโทเคน ราคาช่วงแนะนำ 2 และ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน แต่ช่วงแรกเปิดให้เฉพาะผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือก

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Google เปิดตัว Gemini 4 Argon ให้ผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ใช้ก่อน เอาต์พุต 1 ล้านโทเคน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Google ประกาศ Gemini 4 Argon เมื่อ 30 กันยายน 2026 เป็นโมเดลระดับ frontier สำหรับงานต่อเนื่องระยะยาว ทั้งวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานความรู้ในองค์กร และการป้องกันภัยไซเบอร์
  • เพดานเอาต์พุตเพิ่มจาก 64,000 เป็น 1 ล้านโทเคน ส่วน context window ขาเข้ายังอยู่ที่ 1 ล้านโทเคน
  • ราคาช่วงแนะนำ 2 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาเข้า และ 10 ดอลลาร์ขาออก ก่อนขึ้นเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์เมื่อหมดช่วงแนะนำ ซึ่ง Google ยังไม่ระบุวัน
  • ช่วงแรกเปิดให้เฉพาะผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ไว้วางใจผ่านโครงการ Fairwind นักพัฒนา องค์กร และผู้ใช้ทั่วไปยังไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน
  • Artificial Analysis ให้คะแนน Intelligence Index 53 เท่ากับ GPT-6 Astra แต่ต่ำกว่า Claude Opus 5.5 ที่ได้ 58 และพบว่า Argon ใช้โทเคนขาออกต่องานมากกว่า Astra กว่าเท่าตัว

Google ประกาศเปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI ระดับ frontier รุ่นใหม่เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 โดยเพิ่มเพดานเอาต์พุตเป็น 1 ล้านโทเคนและตั้งราคาช่วงแนะนำไว้ที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านโทเคนขาเข้า และ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาออก แต่ในช่วงแรกบริษัทเปิดให้ใช้เฉพาะผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ Fairwind นักพัฒนาและองค์กรทั่วไปจึงยังเรียกใช้โมเดลนี้ไม่ได้ และ Google ยังไม่ประกาศวันเปิดให้ใช้ทั่วไป

ความสามารถหลัก: เอาต์พุต 1 ล้านโทเคนและงานต่อเนื่องระยะยาว

Koray Kavukcuoglu รองประธานอาวุโสของ Google DeepMind และ Chief AI Architect ของ Google เขียนในบล็อกของบริษัทว่า Gemini 4 Argon ออกแบบมาสำหรับงานซับซ้อนที่ต้องทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ครอบคลุมวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานความรู้ในองค์กรอย่างการวิเคราะห์ด้านกฎหมายและการเงิน และการป้องกันภัยไซเบอร์

จุดเปลี่ยนทางเทคนิคที่ชัดที่สุดคือเพดานเอาต์พุต ซึ่งเพิ่มจาก 64,000 โทเคนในรุ่นก่อนเป็น 1 ล้านโทเคน The Decoder ระบุว่า context window ขาเข้ายังอยู่ที่ 1 ล้านโทเคนเท่าเดิม โมเดลรับข้อความ ภาพ วิดีโอ และเสียงเป็นอินพุต แต่ให้เอาต์พุตเป็นข้อความเท่านั้น

Google ยกตัวอย่างการใช้งานภายในบริษัท ได้แก่ การปรับแต่งอัลกอริทึมควอนตัมที่ทำผลงานได้ดีกว่าค่าฐานที่เคยตีพิมพ์ 40% การคืนหน่วยความจำได้มากกว่า 300 TiB และการย้ายโค้ดไปเป็นภาษา Rust มากกว่า 800,000 บรรทัดในเคอร์เนล Zircon ของ Fuchsia ในด้านความปลอดภัย บริษัทระบุว่าจากการทำงานร่วมกับโครงการ Scan for Good ของ Wiz โมเดลค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพที่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งโมเดล frontier รุ่นก่อนตรวจไม่พบ

ราคา: เริ่มที่ 2 และ 10 ดอลลาร์ ก่อนขึ้นเป็นสองเท่า

รายการ ช่วงแนะนำ หลังหมดช่วงแนะนำ
โทเคนขาเข้า (ต่อล้านโทเคน) 2 ดอลลาร์สหรัฐ 4 ดอลลาร์สหรัฐ
โทเคนขาออก (ต่อล้านโทเคน) 10 ดอลลาร์สหรัฐ 20 ดอลลาร์สหรัฐ
โทเคนขาเข้าที่แคชไว้ ลด 95% จากราคาขาเข้า ลด 95% จากราคาขาเข้า

Google ไม่ได้ระบุว่าช่วงแนะนำจะสิ้นสุดเมื่อใด ผู้ที่วางงบประมาณจึงควรคำนวณจากราคาปกติ 4 และ 20 ดอลลาร์เป็นหลัก

ราคาต่อโทเคนเพียงอย่างเดียวยังบอกต้นทุนจริงไม่ได้ Artificial Analysis ซึ่งทดสอบโมเดลอย่างอิสระพบว่า Argon ใช้โทเคนขาออกเฉลี่ยราว 62,000 โทเคนต่องาน เทียบกับ GPT-6 Astra ที่ใช้ราว 27,000 โทเคน เมื่อคิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยต่องานในชุดทดสอบ Intelligence Index จึงได้ผลดังนี้

โมเดล ต้นทุนเฉลี่ยต่องานในชุดทดสอบ
Gemini 4 Argon (ราคาช่วงแนะนำ) 1.99 ดอลลาร์สหรัฐ
GPT-6 Astra (max) 3.26 ดอลลาร์สหรัฐ
Gemini 4 Argon (ราคาปกติ) 3.98 ดอลลาร์สหรัฐ

The Decoder ตั้งข้อสังเกตจากตัวเลขชุดนี้ว่า เมื่อหมดส่วนลดแล้ว Argon จะมีต้นทุนต่องานสูงกว่า GPT-6 Astra ราว 20%

ผลทดสอบ: ไล่ทันคู่แข่ง แต่ยังไม่นำขาด

ตัวเลขที่ Google เผยแพร่เองและที่ InfoWorld รายงานแสดงว่า Argon นำในบางชุดทดสอบและตามหลังในบางชุด

ชุดทดสอบ Gemini 4 Argon คู่เทียบ
DeepSWE v1.1 77.9% Claude Opus 5.5 ได้ 74.2%
Vals Index 68.9% Claude Opus 5.5 ได้ 67.0%
PostTrainBench (งานวิศวกรรม ML) 45.3% Claude Opus 5.5 ได้ 49.3%
CWE-bench v1 (ความปลอดภัย) 68% เสมออันดับหนึ่งกับ Grok 4.7, GPT-6 Astra และ Claude Opus 5.5

ด้าน Artificial Analysis ให้คะแนน Intelligence Index ของ Argon (ระดับ high) ที่ 53 เท่ากับ GPT-6 Astra (max) และสูงกว่า GPT-6.1 Sol (max) ที่ได้ 52 เล็กน้อย The Decoder ซึ่งอ้างข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า Claude Opus 5.5 ได้ 58 และ Claude Sonnet 5.5 ได้ 56 จุดที่ Argon โดดเด่นคืออัตราการให้ข้อมูลผิดโดยมั่นใจ (hallucination) ในชุดทดสอบ AA-Omniscience ซึ่งอยู่ที่ 15% ต่ำที่สุดในกลุ่มโมเดลที่ได้คะแนนตั้งแต่ 45 ขึ้นไป เทียบกับ 51% ของ GPT-6 Astra

Matthias Bastian จาก The Decoder สรุปว่า Argon ปิดช่องว่างกับโมเดลของ OpenAI และ Anthropic ได้ แต่ยังไม่ได้ขึ้นนำอย่างชัดเจน และมองว่าจุดอ่อนของ Google ในตอนนี้อยู่ที่ตัวแอป Gemini ซึ่งยังตามหลัง Claude Cowork และ ChatGPT Work

ใครใช้ได้ตอนนี้ และทำไม Google จึงจำกัดสิทธิ์

บล็อกของ Google ระบุว่า Argon กำลังทยอยเปิดให้ผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ไว้วางใจ (trusted cyber defenders) ผ่านโครงการ Fairwind และบริษัทเข้าร่วมกระบวนการแบบสมัครใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้เข้าถึงโมเดลก่อนเปิดตัว ระหว่างที่ค่อย ๆ ขยายสิทธิ์การใช้งาน ผู้ป้องกันกลุ่มนี้และทีมภายในของ Google จะได้ใช้ Argon แบบไม่มี guardrail ด้านไซเบอร์ เพื่อให้ใช้ความสามารถด้านการป้องกันได้เต็มที่

Google ระบุว่าเสริมมาตรการสำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ในสี่ด้าน ได้แก่ การป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด การป้องกันการโจมตีแบบ prompt injection การเฝ้าระวังพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย (misalignment) และการเสริมความแข็งแรงของระบบ

ส่วนกลุ่มอื่น Google ระบุเพียงว่าจะรวบรวมความเห็นจากผู้ทดสอบกลุ่มแรกเพื่อปรับ guardrail ก่อนเปิดให้นักพัฒนา องค์กร และผู้บริโภคเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ The Decoder รายงานเพิ่มว่าจะเริ่มจากลูกค้า API แบบชำระเงินและสมาชิก Google AI Ultra

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

Gemini 4 Argon เป็นโมเดลระดับสูงสุดรุ่นแรกของ Google ในรอบหลายเดือน Pareekh Jain ซีอีโอของ EIIRTrend และ Pareekh Consulting ให้ความเห็นกับ InfoWorld ว่า Google เว้นช่วงราวเจ็ดเดือนโดยไม่ได้ออกโมเดลระดับบนรุ่นใหญ่ เขามองว่าราคาช่วงแนะนำแข่งขันได้มาก ส่วนราคาปกติอยู่ในระดับใกล้เคียงกับโมเดล frontier ระดับพรีเมียมของรายอื่น

ประเด็นที่กว้างกว่าตัวโมเดลคือรูปแบบการเปิดตัว Google เลือกปล่อยโมเดลที่เก่งที่สุดของตนแบบจำกัดวงก่อนด้วยเหตุผลด้านความเสี่ยงไซเบอร์ ในสัปดาห์เดียวกับที่ OpenAI ยกเลิกแผนปล่อย GPT-6.1 Astra เพราะปัญหาด้านความปลอดภัย องค์กรที่วางแผนระบบ AI จึงไม่ควรตั้งสมมติฐานว่าจะเข้าถึงโมเดลรุ่นล่าสุดได้ในวันประกาศ และควรแยกให้ออกระหว่างราคาบนป้ายกับต้นทุนจริงต่องาน ซึ่งขึ้นกับจำนวนโทเคนที่โมเดลใช้

สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

  • ยังไม่ต้องเปลี่ยนแผนที่ใช้อยู่ เพราะ Argon ยังไม่เปิดให้ลูกค้าทั่วไป และ Google ยังไม่ประกาศว่าจะเปิดในภูมิภาคหรือบริการใดเมื่อใด ควรติดตามประกาศจากช่องทางทางการของ Google โดยตรง
  • เตรียมชุดทดสอบของตนเองไว้ล่วงหน้า รวบรวมงานจริง 20–50 ตัวอย่างพร้อมเกณฑ์ตรวจคำตอบ เพื่อเปรียบเทียบ Argon กับโมเดลที่ใช้อยู่ได้ทันทีเมื่อเปิดให้ใช้ แทนการตัดสินจากคะแนน benchmark ที่ผู้ผลิตเผยแพร่
  • คำนวณงบจากราคาปกติและต้นทุนต่องาน ใช้ราคา 4 และ 20 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนเป็นฐาน และวัดจำนวนโทเคนขาออกที่ใช้จริง เพราะโมเดลที่ราคาต่อโทเคนถูกกว่าอาจมีต้นทุนต่องานสูงกว่า
  • ออกแบบระบบให้สลับโมเดลได้ แยกชั้นเรียกใช้โมเดลออกจากตรรกะของแอปพลิเคชัน เพื่อย้ายระหว่างผู้ให้บริการได้เมื่อราคาและความสามารถเปลี่ยน ซึ่งในเดือนกันยายน 2026 เกิดขึ้นหลายครั้ง
  • พิจารณางานที่ต้องการเอาต์พุตยาว เช่น การย้ายโค้ดขนาดใหญ่หรือการร่างเอกสารทั้งชุด เป็นกลุ่มแรกที่ควรทดสอบ เพราะเป็นจุดที่เพดาน 1 ล้านโทเคนสร้างความแตกต่างได้จริง

คำถามที่พบบ่อย

Gemini 4 Argon คืออะไร?

Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับ frontier รุ่นใหม่ของ Google ที่ประกาศเมื่อ 30 กันยายน 2026 ออกแบบมาสำหรับงานซับซ้อนที่ใช้เวลานาน เช่น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานวิเคราะห์ด้านกฎหมายและการเงิน และการป้องกันภัยไซเบอร์ รับข้อความ ภาพ วิดีโอ และเสียงเป็นอินพุต และสร้างเอาต์พุตเป็นข้อความได้สูงสุด 1 ล้านโทเคน

Gemini 4 Argon ราคาเท่าไร?

ราคาช่วงแนะนำอยู่ที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านโทเคนขาเข้า และ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาออก โดยโทเคนขาเข้าที่แคชไว้ลดราคา 95% เมื่อหมดช่วงแนะนำราคาจะขึ้นเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์ตามลำดับ ซึ่ง Google ยังไม่ระบุว่าจะเริ่มเมื่อใด

ตอนนี้องค์กรทั่วไปใช้ Gemini 4 Argon ได้หรือยัง?

ยังไม่ได้ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2026 Google เปิดให้เฉพาะผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ไว้วางใจผ่านโครงการ Fairwind ก่อน จากนั้นจึงจะเปิดให้นักพัฒนา องค์กร และผู้ใช้ทั่วไป โดยเริ่มจากลูกค้า API แบบชำระเงินและสมาชิก Google AI Ultra บริษัทยังไม่ประกาศวันที่แน่นอน

Gemini 4 Argon เก่งกว่า GPT-6 Astra และ Claude Opus 5.5 หรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้ว่านำชัดเจน Google รายงานว่า Argon ทำคะแนน DeepSWE v1.1 ได้ 77.9% สูงกว่า Claude Opus 5.5 ที่ 74.2% แต่ Artificial Analysis ซึ่งทดสอบอิสระให้คะแนน Intelligence Index 53 เท่ากับ GPT-6 Astra และต่ำกว่า Claude Opus 5.5 ที่ได้ 58 องค์กรจึงควรทดสอบกับงานของตนเองก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. Gemini 4 Argon: our next era of frontier intelligence — Google
  2. Gemini 4 Argon: Google is back as one of the top three labs in intelligence achieved — Artificial Analysis
  3. Google Gemini 4 Argon closes the gap with OpenAI and Anthropic but doesn't take a clear lead — The Decoder
  4. Google makes Gemini 4 AI model available to a trusted few — InfoWorld
  5. Google releases Gemini 4 Argon, called its most powerful model yet — TechCrunch
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ