Google เปิด SynthID Detector ให้ทุกคนตรวจภาพ วิดีโอ เสียงจาก AI รวมภาพจาก ChatGPT
Google เปิด SynthID Detector ให้ทุกคนใช้ทั่วโลก 7 ต.ค. 2026 ตรวจลายน้ำในภาพ วิดีโอ เสียงจาก AI ของ Google, OpenAI, NVIDIA และ Kakao แต่ไม่ใช่ตัวตรวจ AI ทั่วไป
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- Google DeepMind เปิด SynthID Detector ที่ synthid.com ให้ทุกคนใช้ได้ทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2026 หลังเปิดรุ่นแรกให้คนทำงานสื่อใช้ในปี 2025
- ตรวจไฟล์ได้ 3 ประเภทคือ ภาพ วิดีโอ และเสียง ที่สร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google, OpenAI, NVIDIA และ Kakao ส่วน Apple จะตามมาเร็ว ๆ นี้ และยังไม่รองรับข้อความ
- ภาพจาก ChatGPT ตรวจได้เพราะ OpenAI ฝัง SynthID ในภาพจาก ChatGPT, Codex และ OpenAI API ตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2026 และในเสียงตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 2026
- Google ระบุว่าฝังลายน้ำไปแล้วกว่า 180,000 ล้าน ภาพและวิดีโอ กับเสียงรวม 240,000 ปี และระบบตรวจใน Search, Gemini และ Chrome รับคำขอกว่า 1 ล้านครั้งต่อวัน
- หน้าเว็บย้ำว่า ไม่ใช่ตัวตรวจ AI ทั่วไป ผลที่ตรวจไม่พบลายน้ำไม่ได้ยืนยันว่าเป็นของจริง และข้อตกลงการใช้งานห้ามส่งไฟล์แบบอัตโนมัติหรือเป็นชุดใหญ่
Google DeepMind เปิดให้ทุกคนใช้ SynthID Detector ที่ synthid.com ได้ทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 เครื่องมือนี้ตรวจว่าไฟล์ภาพ วิดีโอ หรือเสียงมีลายน้ำดิจิทัล SynthID หรือไม่ จึงบอกได้ว่าสื่อชิ้นนั้นสร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google หรือพันธมิตรอย่าง OpenAI, NVIDIA และ Kakao ซึ่งรวมถึงภาพที่สร้างจาก ChatGPT
Pushmeet Kohli รองประธานฝ่าย Science and Strategic Initiatives ของ Google DeepMind เขียนในบล็อกของ Google ว่าบริษัทเปิดตัว SynthID Detector รุ่นแรกเมื่อปี 2025 เพื่อช่วยคนทำงานสื่อตรวจสอบเนื้อหาที่สร้างด้วย AI และตอนนี้ขยายสิทธิ์ให้ทุกคน โดย Apple จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรที่ตรวจได้ในเร็ว ๆ นี้ จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือคนทั่วไปใช้เว็บเดียวตรวจลายน้ำในสื่อจาก AI ของหลายบริษัทได้ ไม่ต้องสลับเครื่องมือตามผู้ผลิต
SynthID Detector ตรวจอะไรได้ และอ่านผลอย่างไร
ผู้ใช้อัปโหลดไฟล์บนหน้าเว็บ ระบบจะสแกนหาลายน้ำที่ฝังไว้ตอนสร้างสื่อ ซึ่ง Google อธิบายว่ามนุษย์มองไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน แต่ยังตรวจได้หลังการแปลงไฟล์ทั่วไปอย่างใส่ฟิลเตอร์ เปลี่ยนสี หรือบีบอัดไฟล์ หน้าเว็บระบุประเภทไฟล์ที่รองรับไว้ดังนี้
| ประเภท | สิ่งที่ผลตรวจบอก | นามสกุลไฟล์ |
|---|---|---|
| ภาพ | มีลายน้ำอยู่ในภาพหรือไม่ | JPG, JPEG, PNG, BMP, WEBP, AVIF, HEIC, HEIF, TIFF, TIF, GIF |
| วิดีโอ | ช่วงใดของวิดีโอที่พบลายน้ำ | MP4, MOV, WEBM |
| เสียง | ช่วงใดของเสียงที่พบลายน้ำ | WAV, MP3, OGG, FLAC, AAC, M4A |
ข้อความยังไม่อยู่ในรายการ แม้คำถามที่พบบ่อยบนหน้าเว็บจะอธิบายว่าเทคโนโลยี SynthID ฝังลายน้ำในข้อความได้ด้วย ผลตรวจมีสองแบบ คือ Watermark detected แปลว่าพบลายน้ำ และสื่อนั้นน่าจะถูกสร้างหรือแก้ไขด้วยโมเดลที่ใช้ SynthID กับ Watermark not detected แปลว่าไม่พบสัญญาณที่มั่นใจได้

SynthID Detector ใช้กับ ChatGPT ได้เพราะ OpenAI ฝังลายน้ำของ Google
สิ่งที่ใหม่สัปดาห์นี้คือหน้าเว็บกลางที่เปิดให้ทุกคน ส่วนการฝังลายน้ำในสื่อจาก ChatGPT เริ่มก่อนหน้านั้นตามที่ OpenAI ประกาศไว้เป็นลำดับดังนี้
- 19 พฤษภาคม 2026 OpenAI เริ่มฝัง SynthID ในภาพที่สร้างผ่าน ChatGPT, Codex และ OpenAI API เป็นชั้นที่สองเสริม C2PA Content Credentials ซึ่งเป็นเมทาดาทาที่ถูกลบได้เมื่อแคปหน้าจอหรือแปลงไฟล์ และเปิดเครื่องมือตรวจของตัวเองรุ่นพรีวิวที่ openai.com/verify ในวันเดียวกัน Google ระบุว่า OpenAI, Kakao และ ElevenLabs จะนำ SynthID ไปใช้
- 31 กรกฎาคม 2026 เสียงที่สร้างผ่าน ChatGPT และ OpenAI API มี SynthID ด้วย OpenAI เปิด API สำหรับตรวจให้นักพัฒนาและองค์กรนำไปใส่ในระบบของตัวเอง
- 5 ตุลาคม 2026 OpenAI ประกาศลายน้ำข้อความ textGrain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ OpenAI เอง ไม่ใช่ SynthID เพื่อทำตาม EU AI Act ลูกค้า API ทั่วโลกเลือกเปิดใช้ได้กับบางโมเดล และจะเริ่มใส่ในข้อความจาก ChatGPT และ Codex ในสหภาพยุโรปในอีกไม่กี่สัปดาห์
ข้อความจาก ChatGPT จึงตรวจด้วย synthid.com ไม่ได้ และ OpenAI ให้สิทธิ์ใช้ตัวตรวจข้อความเฉพาะนักวิจัยและองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุมัติ อีกจุดที่ควรรู้คือหน้าช่วยเหลือของ Gemini ระบุว่าการตรวจในแอป Gemini ยังรู้จักเฉพาะสื่อจากเครื่องมือ AI ของ Google แม้บริษัทอื่นจะเริ่มใช้ SynthID แล้ว ภาพจาก ChatGPT จึงควรตรวจที่ synthid.com หรือเครื่องมือของ OpenAI ส่วน ElevenLabs ที่ Google เอ่ยชื่อไว้ในเดือนพฤษภาคม ยังไม่อยู่ในรายชื่อบริษัทบนหน้า synthid.com ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2026

ข้อจำกัด: ตรวจไม่พบลายน้ำไม่ได้แปลว่าเป็นของจริง
หน้าเว็บของ SynthID Detector เขียนไว้ชัดว่า "This is not a general AI detector" ข้อจำกัดที่ผู้ใช้ควรรู้ก่อนนำผลไปอ้างอิงมีดังนี้
- ตรวจไม่พบไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นของจริง สื่อที่สร้างด้วย AI อาจได้ผลว่าไม่พบ ถ้าสร้างจากโมเดลที่ไม่ได้ใช้ SynthID หรือสร้างก่อนผู้ให้บริการรายนั้นเริ่มใช้ หรือถูกแก้ไขหนักจนสัญญาณเสื่อม
- ผลบวกลวงเกิดได้แม้น้อยมาก Google ระบุว่าในกรณีที่พบได้ยากมาก SynthID อาจแจ้งว่าพบลายน้ำในสื่อที่ไม่มีลายน้ำ และแนะนำให้เก็บหลักฐานหลายทางก่อนตัดสินใจ
- คุณภาพไฟล์มีผล ควรอัปโหลดไฟล์คุณภาพสูงสุดที่หาได้ เพราะการบีบอัดและการแก้ไขหนักลดความแม่นยำ ส่วนหน้าช่วยเหลือของ Gemini แนะนำให้ครอปภาพหน้าจอให้ชิดภาพและไม่ส่งภาพคอลลาจที่รวมหลายภาพไว้ในไฟล์เดียว
- พบลายน้ำไม่ได้บอกว่าเนื้อหาจริงหรือเท็จ ผลบอกเพียงว่าสื่อทั้งหมดหรือบางส่วนถูกสร้างหรือแก้ไขด้วยเครื่องมือ AI ที่ใช้ SynthID ภาพถ่ายจริงที่ถูกแก้บางส่วนด้วย AI ก็ให้ผลพบลายน้ำได้ ขณะที่หน้าช่วยเหลือของ Gemini ระบุว่าการแก้ไขเล็กน้อยมากอาจไม่มีลายน้ำที่ตรวจได้
- มีโควตาและข้อห้าม ข้อตกลงการใช้งานห้ามส่งไฟล์ผ่านระบบอัตโนมัติ ห้ามใช้หน้าเว็บเป็น API ตรวจไฟล์จำนวนมาก และห้ามทดลองหาวิธีหลบลายน้ำ Google ลบไฟล์ทันทีหลังแสดงผล แต่เก็บลายเซ็นดิจิทัลของไฟล์ผูกกับตัวระบุผู้ใช้ไว้ 24 ชั่วโมงเพื่อคุมโควตารายวันและป้องกันการโจมตีแบบอัตโนมัติ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ในบล็อกวันที่ 7 ตุลาคม Google ระบุว่าฝัง SynthID ไปแล้วในภาพและวิดีโอกว่า 180,000 ล้านชิ้น และเสียงรวม 240,000 ปี เพิ่มจาก 100,000 ล้านชิ้นและ 60,000 ปีที่ประกาศในงาน Google I/O เมื่อ 19 พฤษภาคม 2026 ระบบตรวจที่ฝังอยู่ใน Search, แอป Gemini และ Chrome รับคำขอกว่า 1 ล้านครั้งต่อวัน ส่วน SynthID Detector ตรวจสื่อจาก 4 บริษัทคือ Google, OpenAI, NVIDIA และ Kakao

ความสำคัญจริงอยู่ที่การใช้ร่วมกันข้ามบริษัท ลายน้ำที่ตรวจได้เฉพาะเจ้าของมีประโยชน์จำกัด แต่เมื่อคู่แข่งอย่าง OpenAI ใช้ลายน้ำเดียวกัน และมีหน้าเว็บกลางให้ตรวจ สื่อ AI จากเครื่องมือของบริษัทเหล่านี้ที่ถูกส่งต่อบนโซเชียลก็มีโอกาสถูกระบุได้มากขึ้น แนวทางของอุตสาหกรรมตอนนี้คือใช้หลายชั้นร่วมกัน OpenAI อธิบายว่า C2PA เก็บรายละเอียดว่าสร้างและแก้ไขอย่างไร ส่วนลายน้ำช่วยรักษาสัญญาณไว้เมื่อเมทาดาทาหายไป สำหรับธุรกิจ Google เปิด AI Content Detection API บน Google Cloud ให้พันธมิตรกลุ่มแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เพื่อตรวจสื่อจาก Google และโมเดลยอดนิยมอื่น
สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ
- กองบรรณาธิการและทีมตรวจสอบข่าว ใส่ SynthID Detector เป็นหนึ่งขั้นในกระบวนการตรวจภาพและคลิป ขอไฟล์ต้นฉบับจากแหล่งข่าวแทนไฟล์ที่ผ่านแอปแชตมาแล้ว บันทึกผลตรวจไว้ และใช้ร่วมกับการค้นหาภาพย้อนกลับ การดูเมทาดาทาหรือ Content Credentials และการติดต่อต้นทาง ห้ามเขียนว่า "ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ AI" จากผลที่ตรวจไม่พบเพียงอย่างเดียว
- ฝ่ายการตลาดและเอเจนซี ภาพหรือเสียงโฆษณาที่ทำด้วยเครื่องมือ AI ของ Google, ChatGPT หรือพันธมิตรที่ใช้ SynthID จะมีลายน้ำที่ใครก็ตรวจได้แล้ว จึงควรวางนโยบายเปิดเผยการใช้ AI ในงานโฆษณาให้ชัด และไม่พยายามหาวิธีลบลายน้ำ ซึ่งข้อตกลงของ SynthID Detector ห้ามใช้บริการเพื่อหาทางหลบลายน้ำ และยังทำลายความน่าเชื่อถือของแบรนด์
- ฝ่ายการเงิน ทรัพยากรบุคคล และความปลอดภัย การตรวจเสียงช่วยได้เฉพาะเสียงที่สร้างจากเครื่องมือที่ใช้ SynthID เสียงหรือวิดีโอปลอมของผู้บริหารจากเครื่องมืออื่นจะตรวจไม่พบ ขั้นตอนโทรกลับยืนยันและการอนุมัติสองชั้นก่อนโอนเงินจึงยังจำเป็น
- ฝ่ายกฎหมายและผู้ดูแลข้อมูล การอัปโหลดคือการส่งไฟล์ให้บริการของ Google ประมวลผล ควรกำหนดว่าไฟล์ประเภทใดส่งตรวจได้ โดยเฉพาะไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือหลักฐานในคดี ให้สอดคล้องกับนโยบายข้อมูลขององค์กรและ PDPA
- ทีมพัฒนาแพลตฟอร์ม หน้าเว็บนี้ห้ามใช้ตรวจไฟล์จำนวนมากแบบอัตโนมัติ องค์กรที่ต้องตรวจเป็นปริมาณมากควรดูช่องทาง API ทางการ เช่น API ตรวจของ OpenAI หรือ AI Content Detection API ของ Google Cloud แทน
ติดตามข่าว AI และการนำ AI ไปใช้ในองค์กรเพิ่มเติมได้ที่หมวด AI
คำถามที่พบบ่อย
SynthID Detector คืออะไร ใครใช้ได้บ้าง?
SynthID Detector คือเว็บ synthid.com ของ Google DeepMind สำหรับตรวจว่าไฟล์ภาพ วิดีโอ หรือเสียงมีลายน้ำดิจิทัล SynthID หรือไม่ Google เปิดให้ทุกคนใช้ได้ทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2026 หลังจากรุ่นแรกในปี 2025 เน้นให้คนทำงานสื่อใช้
SynthID Detector ตรวจรูปที่สร้างจาก ChatGPT ได้ไหม?
ได้ เพราะ OpenAI ประกาศเมื่อ 19 พฤษภาคม 2026 ว่าจะฝังลายน้ำ SynthID ในภาพที่สร้างผ่าน ChatGPT, Codex และ OpenAI API และหน้า SynthID Detector ระบุ OpenAI เป็นหนึ่งในบริษัทที่ตรวจได้ แต่ภาพที่สร้างก่อน OpenAI เริ่มใช้ SynthID หรือถูกแก้ไขหนักอาจให้ผลว่าตรวจไม่พบ
ถ้า SynthID Detector ตรวจไม่พบลายน้ำ แปลว่าภาพนั้นเป็นของจริงหรือไม่?
ไม่ใช่ Google ระบุว่าผลตรวจไม่พบหมายถึงไม่พบสัญญาณที่มั่นใจได้ ซึ่งไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่าสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI เพราะสื่อนั้นอาจมาจากโมเดลที่ไม่ได้ใช้ SynthID หรือถูกแก้ไขจนลายน้ำเสื่อม จึงควรใช้หลักฐานอื่นประกอบเสมอ
SynthID Detector ตรวจข้อความที่เขียนด้วย AI ได้หรือไม่?
ยังไม่ได้ หน้า SynthID Detector ระบุว่าตอนนี้รองรับ 3 ประเภทคือภาพ วิดีโอ และเสียง ส่วนข้อความจาก ChatGPT ใช้ลายน้ำ textGrain ของ OpenAI เอง ซึ่ง OpenAI เปิดเครื่องมือตรวจให้เฉพาะนักวิจัยและองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุมัติ
SynthID Detector มีภาษาไทยหรือไม่?
ยังไม่มี Google ระบุว่า SynthID Detector เปิดให้ใช้ทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษ และไม่ได้ประกาศรองรับภาษาไทย ผู้ใช้ในไทยจึงใช้งานผ่านหน้าเว็บภาษาอังกฤษ ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนคืออัปโหลดไฟล์แล้วอ่านผลว่าพบหรือไม่พบลายน้ำ
แหล่งอ้างอิง
- Google expands SynthID Detector for AI content — Google
- SynthID Detector — Google DeepMind
- Making it easier to understand how content was created and edited — Google
- Verify AI-generated images, videos, and audio — Google
- Advancing content provenance for a safer, more transparent AI ecosystem — OpenAI
- Our approach to EU text provenance rules — OpenAI
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ