AWS เผยตัวเลขเบื้องหลัง Prime Day 2026: Graviton รับงาน 49% ทดสอบระบบล่มกว่า 44,000 ครั้ง
AWS เปิดตัวเลขระบบคลาวด์ช่วง Prime Day 2026 Graviton รับงาน EC2 ของ Amazon.com สูงสุด 49% Lambda ทำงานกว่า 2.3 ล้านล้านครั้งต่อวัน ทดสอบระบบกว่า 44,000 ครั้ง
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- AWS เผยแพร่ตัวเลขการทำงานของระบบช่วง Prime Day 2026 บน AWS News Blog เมื่อ 6 ตุลาคม 2026 ส่วนงานขายจัดระหว่าง 23–26 มิถุนายน 2026
- ซีพียู AWS Graviton รับงานสูงสุด 49% ของกำลังประมวลผล EC2 ที่ Amazon.com ใช้ เพิ่มจาก มากกว่า 40% ในปี 2025
- ทีมงานรันการทดสอบด้วย AWS Fault Injection Service กว่า 44,000 ครั้ง มากกว่าปี 2025 (กว่า 6,800 ครั้ง) กว่า 6 เท่า
- GuardDuty โตมากที่สุด ตรวจ log เฉลี่ย 14.08 ล้านล้าน event ต่อชั่วโมง เพิ่ม 59% ส่วน CloudTrail บันทึก 3.6 ล้านล้าน event ใน 4 วัน เพิ่ม 44%
- DynamoDB รับคำขอกว่า 59 ล้านล้าน ครั้งตลอดงาน พีก 192 ล้าน คำขอต่อวินาที ส่วน SQS พีก 213 ล้าน ข้อความต่อวินาที
AWS เผยแพร่ตัวเลขการทำงานของระบบคลาวด์ที่รองรับงานขาย Amazon Prime Day 2026 บน AWS News Blog เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ไฮไลต์คือซีพียู AWS Graviton รับงานสูงสุด 49% ของกำลังประมวลผล EC2 ที่ Amazon.com ใช้ และทีมงานรันการทดสอบความทนทานด้วย AWS Fault Injection Service กว่า 44,000 ครั้ง มากกว่าปี 2025 กว่า 6 เท่า
Prime Day 2026 เปิดเฉพาะสมาชิก Prime ระหว่างวันที่ 23–26 มิถุนายน 2026 มีดีลหลายล้านรายการในกว่า 35 หมวดสินค้า บทความของ Channy Yun หัวหน้าบล็อกเกอร์ของ AWS News Blog เป็นธรรมเนียมที่ AWS ทำเกือบทุกปีตั้งแต่ 2016 และเป็นข้อมูลสาธารณะไม่กี่ชุดที่บอกว่าระบบคลาวด์ขนาดนี้รับโหลดช่วงพีกได้อย่างไร
ตัวเลขสำคัญของ Prime Day 2026 แยกตามบริการ
ตัวเลขทั้งหมดเป็นการใช้งานของ Amazon เองบน AWS ไม่ใช่ปริมาณรวมของลูกค้า AWS ทุกราย

- EC2 และ Graviton — Graviton รับงานสูงสุด 49% ของกำลังประมวลผล EC2 ที่ Amazon.com ใช้
- Lambda — ทำงานกว่า 2.3 ล้านล้านครั้งต่อวัน
- ECS บน Fargate — เปิด task เฉลี่ย 158.3 ล้าน task ต่อวัน เพิ่มขึ้น 47.7% จากปีก่อน
- DynamoDB — รับคำขอกว่า 59 ล้านล้านครั้งตลอด 4 วัน พีก 192 ล้านคำขอต่อวินาที โดยยังตอบสนองในระดับมิลลิวินาทีหลักเดียว
- Aurora — ประมวลผลหลายแสนล้านธุรกรรม เก็บข้อมูล 5,491 TB และรับส่งข้อมูล 1,194 TB
- ElastiCache — พีกกว่า 2.3 พันล้านล้านคำขอต่อวัน และ 2.1 ล้านล้านคำขอในหนึ่งนาที
- EBS — พีกกว่า 24.8 ล้านล้าน I/O และรับส่งข้อมูลกว่า 1 เอกซะไบต์ต่อวัน
- Kinesis Data Streams, SQS และ SNS — Kinesis พีก 988 ล้านเรคอร์ดต่อวินาที SQS พีก 213 ล้านข้อความต่อวินาที และ SNS ส่ง 5 ล้านล้านข้อความในวันเดียว
- CloudWatch — รับค่าวัด (metric observation) กว่า 2.15 พันล้านล้านค่าต่อวัน

ส่วน CloudFront ส่ง HTTP request กว่า 2.1 ล้านล้านครั้งในสัปดาห์ Prime Day ทั่วโลก AWS ระบุว่าเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน แต่บทความปี 2025 รายงานไว้ว่ากว่า 3 ล้านล้านครั้ง ตัวเลขสองปีนี้จึงน่าจะนับคนละขอบเขต และเราไม่นำมาเทียบในตารางด้านล่าง
เทียบกับ Prime Day 2025: GuardDuty โตมากที่สุด
เมื่อวางตัวเลข Prime Day 2026 คู่กับบทความปี 2025 ของ AWS เกือบทุกบริการโตขึ้นราว 20–60% บริการที่โตมากที่สุดคือ GuardDuty ซึ่งตรวจจับภัยคุกคามจาก log ส่วน CloudTrail ที่บันทึกการเรียก API ก็โต 44% มากกว่าฐานข้อมูลหลักอย่าง DynamoDB และสตอเรจอย่าง EBS
| ตัววัด | Prime Day 2025 | Prime Day 2026 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| GuardDuty: log event ต่อชั่วโมง (เฉลี่ย) | 8.9 ล้านล้าน | 14.08 ล้านล้าน | +59% |
| ElastiCache: คำขอต่อวัน (พีก) | กว่า 1.5 พันล้านล้าน | กว่า 2.3 พันล้านล้าน | ราว +53% |
| ECS บน Fargate: task ต่อวัน (เฉลี่ย) | 107.1 ล้าน | 158.3 ล้าน | +47.7% |
| CloudTrail: event ตลอดงาน | กว่า 2.5 ล้านล้าน | 3.6 ล้านล้าน | +44% |
| Lambda: การเรียกใช้ต่อวัน | กว่า 1.7 ล้านล้าน | กว่า 2.3 ล้านล้าน | ราว +35% |
| Aurora: ข้อมูลที่จัดเก็บ | 4,071 TB | 5,491 TB | ราว +35% |
| SQS: ข้อความต่อวินาที (พีก) | 166 ล้าน | 213 ล้าน | ราว +28% |
| DynamoDB: คำขอต่อวินาที (พีก) | 151 ล้าน | 192 ล้าน | ราว +27% |
| Kinesis: เรคอร์ดต่อวินาที (พีก) | 807 ล้าน | 988 ล้าน | ราว +22% |
| EBS: I/O (พีก) | 20.3 ล้านล้าน | 24.8 ล้านล้าน | ราว +22% |
ตัวเลขที่มีคำว่า "ราว" เราคำนวณจากบทความของ AWS ทั้งสองปี ส่วนที่เหลือเป็นอัตราที่ AWS ระบุเอง

ทดสอบระบบล่มเองกว่า 44,000 ครั้งก่อนวันขายจริง
AWS Fault Injection Service (FIS) คือบริการจำลองความผิดพลาด เช่น ทำให้เครือข่ายช้าหรือเครื่องหยุดทำงาน เพื่อดูว่าแอปพลิเคชันรับมือได้จริงหรือไม่ แนวทางนี้เรียกว่า chaos engineering ก่อน Prime Day 2026 ทีม Amazon รันการทดสอบด้วย FIS กว่า 44,000 ครั้ง
ตัวเลขนี้ก้าวกระโดดสองปีติด บทความปี 2025 ระบุว่ารันกว่า 6,800 ครั้ง มากกว่าปี 2024 กว่า 8 เท่า โดย AWS อธิบายว่าทำได้เพราะ ECS รองรับการจำลองปัญหาเครือข่ายบน Fargate และนำการทดสอบ FIS เข้าไปอยู่ใน CI/CD pipeline การทดสอบความทนทานจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนปล่อยโค้ด ไม่ใช่งานที่ทำครั้งเดียวก่อนวันขาย
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
- Arm ขึ้นมาเป็นครึ่งหนึ่งของงาน สัดส่วน Graviton ขยับจากมากกว่า 40% ในปี 2025 เป็นสูงสุด 49% ใน Prime Day 2026 แปลว่า Amazon ย้ายงานเกือบครึ่งจากซีพียู x86 ไปซีพียู Arm ที่ AWS ออกแบบเองแล้ว
- บริการแบบ managed รับพีกได้จริง Lambda, DynamoDB, SQS และ Fargate เป็นบริการที่ลูกค้าไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง และรับโหลดระดับร้อยล้านคำขอต่อวินาทีได้
- ต้นทุนด้านความปลอดภัยโตตามทราฟฟิก GuardDuty และ CloudTrail โตเร็วกว่าฐานข้อมูลหลัก เพราะยิ่งมีการเรียกใช้มาก log ที่ต้องเก็บและตรวจก็ยิ่งมาก
- ปีนี้ไม่มีตัวเลขฝั่ง AI บทความปี 2025 รายงานว่า SageMaker AI รับคำขอ inference กว่า 6.26 แสนล้านครั้ง และ Amazon ใช้ชิป Inferentia กับ Trainium กว่า 87,000 ตัวให้ผู้ช่วย Rufus แต่บทความ Prime Day 2026 ไม่ได้รายงานตัวเลขกลุ่มนี้
สิ่งที่องค์กรไทยควรทำก่อนแคมเปญปลายปี
ร้านค้าออนไลน์ แพลตฟอร์มชำระเงิน และระบบที่มีแคมเปญอย่าง 11.11 หรือ 12.12 ใช้บทเรียนจาก Prime Day 2026 ได้ทันที
- ทดสอบความล้มเหลวก่อนวันจริง เริ่มจำลองปัญหาในระบบทดสอบ เช่น ปิดเครื่องบางตัวหรือหน่วงเครือข่าย แล้วค่อยขยายไปยังระบบจริงเมื่อมีเงื่อนไขหยุดการทดลองที่ชัดเจน
- ใช้คิวรับโหลดที่พุ่งขึ้นทันที แยกงานที่รอได้ เช่น ส่งอีเมลยืนยันหรือออกใบกำกับภาษี ออกจากเส้นทางสั่งซื้อหลักผ่านคิวข้อความ
- ทดลองซีพียู Arm กับงานที่ย้ายง่าย เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์ คอนเทนเนอร์ และฟังก์ชัน Serverless แล้ววัดผลเทียบกับต้นทุนจริงก่อนตัดสินใจย้าย
- เผื่องบ log และระบบตรวจจับภัย ตั้งงบและการแจ้งเตือนค่าใช้จ่ายตามแนวทาง FinOps เพราะปริมาณ log จะพุ่งตามทราฟฟิกช่วงแคมเปญ
- ซ้อมแผนรับมือร่วมกับผู้ให้บริการ องค์กรที่ใช้ AWS อยู่แล้ว AWS แนะนำบริการ AWS Countdown Premium สำหรับงานสำคัญที่มีทราฟฟิกพุ่ง ส่วนผู้ใช้คลาวด์รายอื่นควรถามผู้ให้บริการถึงโควตาและช่องทางติดต่อฉุกเฉินล่วงหน้า
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่ Aurora PostgreSQL query ข้อมูล Iceberg ได้โดยตรง และข่าวคลาวด์อื่นที่หมวดคลาวด์
คำถามที่พบบ่อย
AWS รองรับ Prime Day 2026 ด้วยระบบขนาดเท่าไร?
AWS ระบุว่าช่วง Prime Day 2026 ซึ่งจัดระหว่าง 23–26 มิถุนายน 2026 ซีพียู Graviton รับงานสูงสุด 49% ของ EC2 ที่ Amazon.com ใช้ Lambda ทำงานกว่า 2.3 ล้านล้านครั้งต่อวัน DynamoDB รับคำขอกว่า 59 ล้านล้านครั้ง พีก 192 ล้านคำขอต่อวินาที และ EBS พีกกว่า 24.8 ล้านล้าน I/O
AWS Fault Injection Service ที่ใช้ทดสอบก่อน Prime Day 2026 คืออะไร?
AWS Fault Injection Service (FIS) เป็นบริการจำลองความผิดพลาดในระบบจริงหรือระบบทดสอบ เช่น ทำให้เครือข่ายช้าหรือเครื่องหยุด เพื่อดูว่าแอปพลิเคชันรับมือได้หรือไม่ ก่อน Prime Day 2026 ทีม Amazon รันการทดสอบลักษณะนี้กว่า 44,000 ครั้ง มากกว่าปี 2025 กว่า 6 เท่า
ตัวเลข Prime Day 2026 ต่างจากปี 2025 อย่างไร?
เกือบทุกบริการโตขึ้นราว 20–60% บริการที่โตมากที่สุดคือ GuardDuty ซึ่งตรวจ log เพิ่มขึ้น 59% ตามด้วย ECS บน Fargate ที่เพิ่ม 47.7% และ CloudTrail ที่เพิ่ม 44% ส่วนสัดส่วน Graviton ขยับจากมากกว่า 40% เป็นสูงสุด 49% ขณะที่บทความปีนี้ไม่ได้รายงานตัวเลขฝั่ง AI แบบที่ปี 2025 รายงานไว้
องค์กรไทยเรียนรู้อะไรได้จากวิธีเตรียมระบบของ Amazon?
บทเรียนหลักคือทดสอบความล้มเหลวก่อนวันจริง ใช้คิวข้อความรับโหลดที่พุ่งขึ้นทันที และเผื่อค่าใช้จ่ายด้าน log และระบบตรวจจับภัยที่โตตามทราฟฟิก องค์กรที่มีแคมเปญอย่าง 11.11 หรือ 12.12 ควรเริ่มทดสอบในระบบทดสอบก่อน แล้วค่อยขยายไปยังระบบจริงเมื่อมีแผนหยุดการทดลองที่ชัดเจน
แหล่งอ้างอิง
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ