ข้ามไปยังเนื้อหา
Data Center

Microsoft เปิด Circular Center เพิ่ม เซิร์ฟเวอร์ Azure ที่ปลดระวางถูกใช้ซ้ำและรีไซเคิล 92%

Microsoft เปิด Circular Center แห่งใหม่ที่เวลส์และซิดนีย์ รวมเป็น 8 แห่ง ปีที่แล้วนำเซิร์ฟเวอร์และชิ้นส่วนที่ปลดระวางกลับมาใช้และรีไซเคิลได้ 92%

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 3 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
พนักงานสวมถุงมือแยกแผงวงจรออกจากเซิร์ฟเวอร์ที่ปลดระวาง ภาพจากบล็อก Azure เรื่อง Circular Center
ภาพ: Microsoft

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Microsoft มี Circular Center ที่เปิดดำเนินการแล้ว 8 แห่ง ล่าสุดที่นิวพอร์ต (เวลส์) และซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) และวางแผนเปิดที่ซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส
  • ปีที่แล้ว Microsoft นำเซิร์ฟเวอร์และชิ้นส่วนที่ปลดระวางกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้ 92%
  • ตั้งแต่ปี 2014 จำนวนคอร์ต่อแร็กของ Azure เพิ่มราว 13 เท่า ส่วนพลังงานที่ใช้ทำงานเดียวกันลดลงราว 90%
  • งานคอมไพล์โค้ดที่เคยใช้ไฟราว 100 วัตต์ บนระบบรุ่นแรก ปัจจุบันใช้ไม่ถึง 10 วัตต์
  • Circular Center ที่ใกล้ไทยที่สุดอยู่ที่ สิงคโปร์ หนึ่งใน 8 แห่ง ทุกเซิร์ฟเวอร์ต้องปลดระวางอย่างปลอดภัยและลบข้อมูลในชิ้นส่วนที่เก็บข้อมูลก่อนหาชีวิตใหม่

Microsoft ระบุในบล็อก Azure เมื่อ 30 กันยายน 2026 ว่าปีที่แล้วบริษัทนำเซิร์ฟเวอร์และชิ้นส่วนที่ปลดระวางกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้ 92% ผ่านเครือข่าย Circular Center ซึ่งเพิ่งเปิดแห่งใหม่ที่นิวพอร์ต (เวลส์) และซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) รวมเป็น 8 แห่งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก

บทความเขียนโดย Alistair Speirs ผู้นำทีม Global Infrastructure ของ Microsoft อธิบายว่าคลาวด์ทุกรุ่นใหม่สร้างงานสองอย่างพร้อมกัน คือติดตั้งระบบที่เก่งขึ้นให้เร็ว และจัดการฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าที่ถูกแทนที่อย่างรับผิดชอบ ทั้งสองเรื่องกระทบลูกค้า Azure ทั้งด้านความจุ ต้นทุน และความน่าเชื่อถือ

ทำไมเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ต้องมาแทนรุ่นเก่า

Microsoft ระบุว่าตั้งแต่ปี 2014 จำนวนคอร์ประมวลผลต่อแร็กของ Azure เพิ่มขึ้นราว 13 เท่า ขณะที่พลังงานที่ใช้ทำงานเดียวกันลดลงราว 90% ตัวอย่างคืองานคอมไพล์โค้ดที่เคยใช้ไฟราว 100 วัตต์บนระบบรุ่นแรก ปัจจุบันใช้ไม่ถึง 10 วัตต์ ตัวเลขนี้มาจากการวิเคราะห์ภายในของ Microsoft โดยใช้ค่าเฉลี่ยของเซิร์ฟเวอร์จากพาร์ตเนอร์และชิป Cobalt เทียบกับผลทดสอบมาตรฐานอย่าง SPEC CPU

กราฟ Scale up, power down ของ Microsoft: คอร์ต่อแร็กเพิ่ม 13 เท่าและพลังงานต่องานลดลง 90% จากปี 2014
กราฟของ Microsoft: คอร์ต่อแร็กเพิ่ม 13 เท่า และพลังงานต่องานลดลง 90% เมื่อเทียบกับปี 2014 ภาพ: Microsoft

ผลคือ Microsoft เพิ่มความจุให้ลูกค้าได้ในพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์เท่าเดิม ตัวอย่างหนึ่งคือ Azure Cobalt ชิปประมวลผลที่ Microsoft ออกแบบเอง ซึ่งรุ่น Cobalt 200 ทำงานเร็วกว่า Cobalt 100 สูงสุด 50% เมื่อระบบรุ่นใหม่เข้ามา เครื่องรุ่นเก่าก็ทยอยออกจากการใช้งาน คำถามคือจะทำอย่างไรกับเครื่องเหล่านั้น

Circular Center ทำงานอย่างไร

Microsoft ระบุว่าการปลดระวางเซิร์ฟเวอร์ในระดับนี้ไม่ใช่แค่แยกขยะลงถัง ทุกเครื่องต้องปลดระวางอย่างปลอดภัย ชิ้นส่วนที่เก็บข้อมูลต้องถูกลบข้อมูล จากนั้นทีมงานใน Circular Center จึงตัดสินใจว่าจะเก็บคุณค่าคืนได้มากที่สุดอย่างไร เครื่องทั้งระบบยังใช้งานอื่นได้หรือไม่ ซีพียูและหน่วยความจำย้ายไปใช้ที่อื่นได้หรือไม่ และวัสดุใดกลับเข้าห่วงโซ่อุปทานได้

ทางเลือกของฮาร์ดแวร์ที่ปลดระวางใน Circular Center มีหลายแบบ ดังนี้

  • ใช้ทั้งระบบต่อ ในห้องแล็บและสภาพแวดล้อมฝึกอบรมของ Microsoft
  • ส่งให้สถานศึกษา ช่วยโรงเรียนและมหาวิทยาลัยสอนทักษะด้านเทคนิค
  • ขายต่อ ให้ผู้ซื้อที่ผ่านเกณฑ์เพื่อใช้งานต่อ
  • ถอดเป็นอะไหล่ ให้ระบบอื่น และรีไซเคิลวัสดุเมื่อใช้ซ้ำไม่ได้แล้ว

Microsoft ยังลงทุนในระบบอัตโนมัติที่ใช้ AI เช่น หุ่นยนต์ถอดชิ้นส่วนและระบบขนย้ายวัสดุอัตโนมัติ เพื่อเร่งการกู้คืนชิ้นส่วนและวัสดุ

เครือข่าย Circular Center 8 แห่งและที่มาของโครงการ

แผนที่ในบล็อกระบุ Circular Center ที่เปิดดำเนินการแล้ว 8 แห่ง คือ Boydton รัฐเวอร์จิเนีย, Chicago รัฐอิลลินอยส์, Quincy รัฐวอชิงตัน, ดับลิน, อัมสเตอร์ดัม, สิงคโปร์, นิวพอร์ต และซิดนีย์ และมีแผนเปิดที่ซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส Microsoft วางศูนย์ไว้ให้รับชิ้นส่วนจากดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งในหลายภูมิภาค

แผนที่ Circular Centers Network ของ Microsoft: 8 ศูนย์ในสหรัฐฯ ยุโรป สิงคโปร์ และซิดนีย์ กับศูนย์ที่วางแผนที่ซานอันโตนิโอ
แผนที่ Microsoft Circular Centers Network แสดง 8 ศูนย์ที่เปิดแล้วและศูนย์ที่วางแผนที่ซานอันโตนิโอ ภาพ: Microsoft

โครงการเริ่มจากศูนย์นำร่องที่อัมสเตอร์ดัมในเดือนมีนาคม 2020 บล็อกปี 2022 ของ Rani Borkar ประธานฝ่าย Azure Hardware Systems and Infrastructure ระบุว่าศูนย์นำร่องนำชิ้นส่วนสำคัญกลับมาใช้ได้ 83% และรีไซเคิลอีก 17% ปีแรกมีเพียง 7% ของเซิร์ฟเวอร์ที่ปลดระวางทั่วโลกถูกส่งเข้าศูนย์ ขณะนั้นบริษัทตั้งเป้านำฮาร์ดแวร์คลาวด์กลับมาใช้ 90% ภายในปี 2025 และใช้ระบบ IDARS (Intelligent Disposition and Routing System) ซึ่งใช้ AI วางเส้นทางที่เหมาะสมให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น

ภาพสรุป Microsoft Circular Center: ใช้ซ้ำและรีไซเคิล 92%, เปิดแล้ว 8 แห่ง, คอร์ต่อแร็กเพิ่ม 13 เท่า, พลังงานต่องานลด 90%, คอมไพล์โค้ดใช้ไฟไม่ถึง 10 วัตต์ และ Cobalt 200 เร็วขึ้น 50%
ภาพสรุปตัวเลขสำคัญของ Microsoft Circular Center ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Microsoft)

ผลต่อองค์กรไทย

  • ผู้ดูแลดาต้าเซ็นเตอร์และห้องเซิร์ฟเวอร์ ตัวเลขคอร์ต่อแร็กที่เพิ่ม 13 เท่าบอกว่าการรวมเครื่องเก่าหลายตัวเข้ากับเครื่องรุ่นใหม่ช่วยประหยัดพื้นที่และไฟฟ้าได้มาก ควรวางรอบเปลี่ยนเครื่องโดยคิดค่าไฟและพื้นที่ด้วย
  • ทีมความปลอดภัยข้อมูล ขั้นตอนของ Microsoft เริ่มจากลบข้อมูลในชิ้นส่วนที่เก็บข้อมูลก่อนทุกครั้ง องค์กรที่ขายหรือบริจาคเครื่องเก่าควรมีขั้นตอนลบข้อมูลและหลักฐานการลบ
  • ฝ่ายจัดซื้อและความยั่งยืน Circular Center ที่ใกล้ไทยที่สุดอยู่ที่สิงคโปร์ แต่องค์กรไทยใช้แนวคิดเดียวกันได้ เช่น ใช้อะไหล่จากเครื่องเก่า และเลือกผู้รับซื้อหรือรีไซเคิลที่ตรวจสอบได้ อ่านข่าวดาต้าเซ็นเตอร์อื่นได้ที่หมวดดาต้าเซ็นเตอร์

คำถามที่พบบ่อย

Microsoft Circular Center คืออะไร?

Circular Center คือศูนย์ของ Microsoft ที่รับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ที่ปลดระวางจากดาต้าเซ็นเตอร์ Azure มาลบข้อมูล คัดแยก และหาชีวิตใหม่ เช่น ใช้ในห้องแล็บ ส่งให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ขายต่อให้ผู้ซื้อที่ผ่านเกณฑ์ หรือแยกชิ้นส่วนเป็นอะไหล่ ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว 8 แห่ง

Circular Center ของ Microsoft มีที่ไหนบ้าง?

แผนที่ในบล็อก Azure ระบุ 8 แห่ง ได้แก่ Boydton (เวอร์จิเนีย), Chicago (อิลลินอยส์), Quincy (วอชิงตัน), ดับลิน, อัมสเตอร์ดัม, สิงคโปร์, นิวพอร์ต (เวลส์) และซิดนีย์ โดยมีแผนเปิดที่ซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ศูนย์แรกเป็นโครงการนำร่องที่อัมสเตอร์ดัมในปี 2020

เซิร์ฟเวอร์ Azure ที่ปลดระวางถูกนำกลับมาใช้กี่เปอร์เซ็นต์?

Microsoft ระบุว่าปีที่แล้วนำเซิร์ฟเวอร์และชิ้นส่วนที่ปลดระวางกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้ 92% ผ่านเครือข่าย Circular Center ก่อนหน้านี้ในปี 2022 บริษัทรายงานว่าศูนย์นำร่องที่อัมสเตอร์ดัมนำชิ้นส่วนสำคัญกลับมาใช้ได้ 83% และรีไซเคิลอีก 17%

ทำไมดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่า?

Microsoft อธิบายว่าเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ทำงานได้มากขึ้นในพื้นที่และไฟฟ้าเท่าเดิม ตั้งแต่ปี 2014 คอร์ต่อแร็กของ Azure เพิ่มราว 13 เท่า และพลังงานต่องานลดลงราว 90% การเปลี่ยนรุ่นจึงเพิ่มความจุโดยไม่ต้องขยายดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วน Circular Center ช่วยให้เครื่องเก่ามีคุณค่าต่อ

แหล่งอ้างอิง

  1. Responsible infrastructure at hyperscale: Managing the full lifecycle of Azure hardware — Microsoft Azure Blog
  2. Learn how Microsoft Circular Centers are scaling cloud supply chain sustainability — Microsoft Azure Blog
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ