RBI ขึ้นดอกเบี้ยอินเดีย 0.25% เป็น 5.50% และเปลี่ยนท่าทีเป็นคุมเข้ม รับเงินเฟ้อเร่งตัว
RBI ธนาคารกลางอินเดียมีมติเอกฉันท์ 7 ต.ค. 2026 ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 5.50% และเปลี่ยนท่าทีเป็นคุมเข้ม ขณะที่ไทยคงไว้ 1.00% และนักท่องเที่ยวอินเดียลดลง
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- คณะกรรมการนโยบายการเงินของ RBI มีมติเอกฉันท์เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ขึ้นดอกเบี้ย repo 0.25% เป็น 5.50% และเปลี่ยนท่าทีจาก neutral เป็น calibrated tightening
- RBI ระบุว่าการลดดอกเบี้ยไม่อยู่ในตัวเลือกในระยะใกล้ ก้าวต่อไปมีเพียงขึ้นหรือคง โดยคาดเงินเฟ้อ CPI ปีงบประมาณ 2026–27 ที่ 5.2% และไตรมาสสามที่ 6.0%
- เศรษฐกิจอินเดียโต 7.8% ในไตรมาส เม.ย.–มิ.ย. 2026 และ RBI ปรับคาดการณ์ทั้งปีงบประมาณขึ้นเป็น 7.1%
- ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.00% ห่างจากอินเดีย 4.5 จุดเปอร์เซ็นต์ และ กนง. จะประชุมครั้งถัดไป 28 ตุลาคม 2026
- นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของไทยช่วง ม.ค.–ก.ย. 2026 ที่ 1.73 ล้านคน แต่ลดลง 2.5% และเดือนกันยายนลดลง 19.5%
ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India: RBI) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย repo 0.25% เป็น 5.50% เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ด้วยมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน และเปลี่ยนท่าทีเป็น "calibrated tightening" ซึ่ง RBI อธิบายว่าการลดดอกเบี้ยไม่อยู่ในตัวเลือกระยะใกล้ เหตุผลหลักคือเงินเฟ้อที่เร่งตัวจากราคาพลังงาน มรสุมที่ฝนน้อย และเอลนีโญ
อินเดียจึงเป็นอีกประเทศที่ขึ้นดอกเบี้ยตามเฟดที่ขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือนกันยายน ขณะที่ไทยคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% สำหรับองค์กรไทย เรื่องนี้เกี่ยวข้องผ่านสามช่องทาง คือ ส่วนต่างดอกเบี้ยและค่าเงิน ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียที่ใหญ่อันดับ 3 และอุปสงค์ของเศรษฐกิจอินเดียที่ยังโตกว่า 7%
RBI ตัดสินใจอะไรบ้าง
คณะกรรมการนโยบายการเงินของ RBI ประชุมครั้งที่ 63 ระหว่างวันที่ 5–7 ตุลาคม 2026 โดยมี Sanjay Malhotra ผู้ว่าการ RBI เป็นประธาน มติสำคัญมีดังนี้
| รายการ | ผลการประชุม 7 ต.ค. 2026 |
|---|---|
| ดอกเบี้ยนโยบาย repo | 5.50% (ขึ้น 0.25%) |
| Standing Deposit Facility (SDF) | 5.25% |
| Marginal Standing Facility (MSF) และ Bank Rate | 5.75% |
| ท่าทีนโยบาย | เปลี่ยนเป็น calibrated tightening (กรรมการ 2 คนเห็นว่าควรคง neutral) |
| คาดการณ์ GDP ปีงบประมาณ 2026–27 | 7.1% |
| คาดการณ์เงินเฟ้อ CPI ปีงบประมาณ 2026–27 | 5.2% (เงินเฟ้อพื้นฐาน 4.4%) |
| เผยแพร่บันทึกการประชุม / ประชุมครั้งถัดไป | 21 ต.ค. 2026 / 2–4 ธ.ค. 2026 |
กรรมการที่เห็นว่าควรคงท่าที neutral คือ Nagesh Kumar และ Ram Singh แม้ทั้งสองจะลงมติขึ้นดอกเบี้ยด้วย RBI ระบุว่าระยะเวลาและขนาดของรอบการขึ้นดอกเบี้ยจะขึ้นกับเงินเฟ้อพื้นฐาน การกระจายตัวของแรงกดดันด้านราคา และผลรอบสองจากช็อกด้านอุปทาน
ทำไม RBI ต้องขึ้นดอกเบี้ย
เงินเฟ้อ CPI ของอินเดียขึ้นจาก 4.5% ในเดือนกรกฎาคมเป็น 4.8% ในเดือนสิงหาคม 2026 เงินเฟ้อพื้นฐานขึ้นเป็น 4.2% และสัดส่วนรายการสินค้าที่เงินเฟ้อเกิน 4% เพิ่มเป็นราว 37% ของตะกร้า RBI คาดว่าเงินเฟ้อจะเฉลี่ยเกือบ 5.8% ในสามไตรมาสข้างหน้า โดยไตรมาสตุลาคม–ธันวาคมสูงสุดที่ 6.0% จึงสรุปว่าการปรับดอกเบี้ย "จำเป็น"

ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจยังแข็งแรง GDP ไตรมาสเมษายน–มิถุนายน 2026 โต 7.8% สูงกว่าคาด และ RBI ปรับคาดการณ์ทั้งปีงบประมาณขึ้นเป็น 7.1% การเติบโตที่แรงทำให้ RBI มีพื้นที่ขึ้นดอกเบี้ยโดยไม่กังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอมากนัก
ด้านต่างประเทศ RBI ระบุว่าความขัดแย้งในเอเชียตะวันตกที่กลับมารุนแรงทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ธนาคารกลางหลักหลายแห่งคุมเข้มนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ผู้ว่าการ RBI ยังกล่าวถึงความเสี่ยงที่มูลค่าหุ้นกลุ่ม AI จะปรับฐานอย่างรุนแรง และบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อตลาดเกิดใหม่ เงินลงทุนในหลักทรัพย์จากต่างชาติไหลออกจากอินเดียสุทธิ 10.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วง 1 เมษายน–5 ตุลาคม 2026
ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อไทย
ช่องทางแรกคือส่วนต่างดอกเบี้ย คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยมีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 1.00% เมื่อ 26 สิงหาคม 2026 และประเมินว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายช่วยพยุงการฟื้นตัว ดอกเบี้ยนโยบายของอินเดียจึงสูงกว่าไทย 4.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ธปท. ระบุในครั้งนั้นว่าค่าเงินบาทผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและความคาดหวังต่อนโยบายเฟด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยค่อนข้างทรงตัว กนง. จะประชุมครั้งถัดไปวันที่ 28 ตุลาคม 2026

นักท่องเที่ยวอินเดีย ตลาดอันดับ 3 ของไทยที่กำลังหดตัว
ช่องทางที่สองคือการท่องเที่ยว ข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแสดงว่านักท่องเที่ยวอินเดียเข้าไทย 1,727,437 คนในช่วงมกราคม–กันยายน 2026 มากเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและมาเลเซีย แต่ลดลง 2.5% จากปีก่อน และหดตัวทุกเดือนตั้งแต่พฤษภาคม
| เดือน | 2025 (คน) | 2026 (คน) | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| มกราคม | 185,809 | 231,184 | +24.4% |
| กุมภาพันธ์ | 169,988 | 185,930 | +9.4% |
| มีนาคม | 187,973 | 208,484 | +10.9% |
| เมษายน | 206,286 | 206,641 | +0.2% |
| พฤษภาคม | 228,544 | 224,490 | -1.8% |
| มิถุนายน | 205,299 | 187,196 | -8.8% |
| กรกฎาคม | 189,303 | 150,985 | -20.2% |
| สิงหาคม | 190,604 | 165,678 | -13.1% |
| กันยายน | 207,195 | 166,849 | -19.5% |
| รวม ม.ค.–ก.ย. | 1,771,001 | 1,727,437 | -2.5% |

การขึ้นดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในอินเดียเป็นปัจจัยที่ควรติดตามต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ แม้ข้อมูลข้างต้นจะสะท้อนช่วงก่อนการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้
อินเดียยังนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันมาก
ช่องทางที่สามคือการค้า RBI ระบุว่าอินเดียขาดดุลการค้าสินค้า 58.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2026 เพิ่มจาก 55.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันดิบ และคาดว่าความตกลงการค้าทวิภาคีที่เพิ่งมีผลจะช่วยหนุนการส่งออกสินค้าของอินเดีย ขณะที่การบังคับใช้ความตกลงอินเดีย–สหราชอาณาจักรจะช่วยเสริมภาคต่างประเทศ ผู้ส่งออกไทยที่แข่งในตลาดเดียวกันจึงควรติดตามเงื่อนไขการเข้าตลาดของคู่แข่ง
สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ
- ฝ่ายการเงินควรเตรียมรับความผันผวนของค่าเงิน ธนาคารกลางใหญ่หลายแห่งขึ้นดอกเบี้ยขณะที่ไทยคงไว้ ทบทวนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของรายรับรายจ่ายสกุลต่างประเทศก่อนการประชุม กนง. 28 ตุลาคม
- ธุรกิจท่องเที่ยวที่พึ่งตลาดอินเดียควรกระจายฐานลูกค้า ตัวเลขนักท่องเที่ยวอินเดียลดลงต่อเนื่อง 5 เดือน ควรติดตามข้อมูลรายเดือนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และปรับแผนการตลาดตามจริง
- ผู้ส่งออกไปอินเดียควรมองทั้งโอกาสและต้นทุน เศรษฐกิจอินเดียยังโตกว่า 7% และนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มาก แต่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนการเงินของผู้ซื้อ ควรทบทวนเงื่อนไขการชำระเงินและวงเงินเครดิตการค้า
- องค์กรที่จ้างผู้ให้บริการไอทีในอินเดียควรตรวจเงื่อนไขปรับราคา RBI คาดเงินเฟ้อปีงบประมาณ 2026–27 ที่ 5.2% สัญญาบริการระยะยาวที่ผูกการปรับราคากับเงินเฟ้อควรเผื่องบไว้ในปี 2027
- วางแผนกู้ยืมโดยคำนึงถึงต้นทุนเงินทุนโลกที่สูง RBI ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ องค์กรที่วางแผนระดมทุนหรือกู้เงินสกุลต่างประเทศควรเปรียบเทียบต้นทุนกับแหล่งเงินในประเทศ ติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่หมวดเศรษฐกิจ
คำถามที่พบบ่อย
RBI ขึ้นดอกเบี้ยเท่าไรในเดือนตุลาคม 2026?
RBI หรือธนาคารกลางอินเดีย ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย repo 0.25% เป็น 5.50% ตามมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินที่ประชุม 5–7 ตุลาคม 2026 อัตรา SDF จึงเป็น 5.25% และอัตรา MSF กับ Bank Rate เป็น 5.75%
ท่าที calibrated tightening ของ RBI หมายความว่าอะไร?
RBI อธิบายว่าท่าที calibrated tightening หมายถึงในสภาวะปัจจุบันการลดดอกเบี้ยไม่อยู่ในตัวเลือกระยะใกล้ และการตัดสินใจครั้งต่อไปมีเพียงขึ้นดอกเบี้ยหรือคงไว้ ขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อพื้นฐาน การกระจายตัวของราคา และแนวโน้มเศรษฐกิจ ทั้งนี้กรรมการ 2 คนเห็นว่าควรคงท่าที neutral
ทำไม RBI ต้องขึ้นดอกเบี้ย?
RBI ระบุว่าเงินเฟ้อ CPI อินเดียขึ้นเป็น 4.8% ในเดือนสิงหาคม 2026 และคาดว่าจะเฉลี่ยเกือบ 5.8% ในสามไตรมาสข้างหน้า จากมรสุมที่ฝนน้อย เอลนีโญ และราคาพลังงานที่สูงจากความขัดแย้งในเอเชียตะวันตก ขณะที่เศรษฐกิจยังโตแรงที่ 7.8% ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ
การขึ้นดอกเบี้ยของอินเดียเกี่ยวกับไทยอย่างไร?
ไทยคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ขณะที่ RBI และเฟดขึ้นดอกเบี้ย ส่วนต่างดอกเบี้ยจึงกว้างขึ้นในช่วงที่ RBI เองระบุว่านักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ อีกด้านหนึ่ง อินเดียเป็นตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ 3 ของไทย ซึ่งจำนวนลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026
แหล่งอ้างอิง
- Monetary Policy Statement, 2026-27 Resolution of the Monetary Policy Committee October 5 to 7, 2026 — Reserve Bank of India
- Governor’s Statement, October 7, 2026 — Reserve Bank of India
- Monetary Policy Committee’s Decision 4/2026 — ธนาคารแห่งประเทศไทย
- Monetary Policy Committee Meeting — ธนาคารแห่งประเทศไทย
- สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ปี 2569 (เบื้องต้น) — กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ