ความเชื่อมั่นผู้บริโภคกันยายน 2026 ลดครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากน้ำท่วมและดีเซลเกิน 40 บาท
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2026 ของ ม.หอการค้าไทย ลดจาก 53.2 เป็น 52.1 ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เพราะน้ำท่วมและราคาดีเซลที่เกิน 40 บาทต่อลิตร
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยแพร่ผลสำรวจเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนลดจาก 53.2 เป็น 52.1 ลดลงทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
- สาเหตุหลักคือน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ และราคาดีเซลขายปลีกที่ขึ้น 3.05 บาทเป็น 41.44 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกันยายน
- ดัชนีความเหมาะสมในการลงทุนทำธุรกิจ SMEs ลดจาก 29.7 เป็น 26.6 และผู้ตอบ 79.8% เห็นว่ายังไม่เหมาะที่จะลงทุน
- ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ซึ่งสำรวจ 369 ตัวอย่างทั่วประเทศ ลดจาก 41.8 เป็น 41.2
- ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคจะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2026 และความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นชัดช่วงปลายปีหากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร และไม่มีน้ำท่วมเพิ่ม
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2026 ลดจาก 53.2 เป็น 52.1 ตามผลสำรวจที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 เป็นการลดลงทุกรายการครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เพราะผู้บริโภคกังวลน้ำท่วมและราคาดีเซลที่ขึ้นเกิน 40 บาทต่อลิตร
ผลสำรวจชุดเดียวกันยังพบว่าความเหมาะสมในการซื้อรถ ซื้อบ้าน ท่องเที่ยว และลงทุนทำธุรกิจ SMEs ลดลงทั้งหมด ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่หอการค้าไทยสำรวจก็ลดลงเช่นกัน สัญญาณนี้สำคัญกับธุรกิจที่ขายให้ผู้บริโภคในประเทศและกำลังวางแผนยอดขายไตรมาสสุดท้ายของปี
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงทุกรายการ
การสำรวจเดือนกันยายนใช้ตัวอย่าง 2,242 คนทั่วประเทศ อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40.2% และต่างจังหวัด 59.8% ดัชนีทุกตัวมีค่า 0–200 ค่าต่ำกว่า 100 หมายถึงผู้บริโภคมองว่าสถานการณ์ไม่ดีหรือจะแย่ลง ตัวเลขหลักเทียบกับเดือนสิงหาคมมีดังนี้
| ดัชนี | ส.ค. 2026 | ก.ย. 2026 |
|---|---|---|
| ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) | 53.2 | 52.1 |
| ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน | 36.5 | 34.8 |
| ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (6 เดือนข้างหน้า) | 61.4 | 60.7 |
| ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม | 46.6 | 45.1 |
| ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ | 50.9 | 50.1 |
| ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต | 62.1 | 61.2 |

ผู้ตอบ 70.7% มองว่าเศรษฐกิจตอนนี้อยู่ในระดับแย่ เพิ่มจาก 69.0% ในเดือนก่อน และ 96.5% คาดว่ารายได้ใน 6 เดือนข้างหน้าจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือแย่ลง ศูนย์พยากรณ์ฯ จึงประเมินว่าผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
น้ำท่วมกับราคาน้ำมันคือปัจจัยลบหลัก
ศูนย์พยากรณ์ฯ ระบุปัจจัยลบของเดือนกันยายนไว้หลายข้อ ข้อที่น้ำหนักมากที่สุดคือ
- น้ำท่วม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ ทั้งทรัพย์สิน ผลผลิตเกษตร การค้าขาย และการท่องเที่ยว
- ราคาน้ำมันขายปลีก ดีเซลขึ้น 3.05 บาทจาก 38.39 เป็น 41.44 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล 91 และ 95 ขึ้นราว 2.25 บาทเป็น 39.57 และ 39.94 บาทต่อลิตร ระหว่างสิ้นเดือนสิงหาคมถึงสิ้นเดือนกันยายน
- ตลาดการเงิน SET Index ลด 36.15 จุดเหลือ 1,559.01 จุด และเงินบาทอ่อนจาก 33.015 เป็น 33.222 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ภูมิรัฐศาสตร์และการเมือง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันและเส้นทางเดินเรือ สถานการณ์ชายแดน และความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต
ปัจจัยบวกที่ยังพยุงอยู่ ได้แก่ การต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 อีก 2 เดือน (1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2026) การคง VAT ที่ 7% อีก 1 ปีถึง 30 กันยายน 2027 การส่งออกเดือนสิงหาคมที่โต 24.3% มูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และราคาสินค้าเกษตรหลักที่สูงกว่าปีก่อน ราคาน้ำมันยังเป็นประเด็นเดียวกับที่ผู้อ่านเห็นในตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกันยายน
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคแยกรายภูมิภาค
ทุกภูมิภาคลดลงจากเดือนสิงหาคม กรุงเทพฯ และปริมณฑลกับภาคกลางลดลงมากที่สุดภูมิภาคละ 1.3 จุด ภาคใต้ต่ำที่สุดที่ 48.9 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงที่สุดที่ 55.4
| ภูมิภาค | CCI ก.ย. 2026 | เปลี่ยนจาก ส.ค. |
|---|---|---|
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 55.4 | -0.6 |
| ภาคตะวันออก | 54.5 | -1.2 |
| ภาคเหนือ | 53.2 | -0.8 |
| กรุงเทพฯ และปริมณฑล | 51.4 | -1.3 |
| ภาคกลาง | 51.2 | -1.3 |
| ภาคใต้ | 48.9 | -0.7 |
ความพร้อมใช้จ่ายและลงทุนลดลงพร้อมกัน
ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายที่สำรวจพร้อมกันลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือนทุกรายการ ดัชนีการลงทุนทำธุรกิจ SMEs อยู่ต่ำที่สุดที่ 26.6 และผู้ตอบ 79.8% เห็นว่าตอนนี้ไม่เหมาะที่จะลงทุน

ฝั่งธุรกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ซึ่งสำรวจ 369 ตัวอย่างระหว่าง 22–30 กันยายน 2026 ลดจาก 41.8 เป็น 41.2 ดัชนีรายด้านในรายงานลดลงทุกด้าน ด้านการค้าลดมากที่สุด 1.1 จุด รองลงมาคือการค้าชายแดน 0.9 จุด และการจ้างงาน 0.8 จุด ผู้ประกอบการกังวลต้นทุนที่ขึ้นเร็ว ทั้งราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และปุ๋ย แต่เห็นคำสั่งซื้อในภาคการผลิตและส่งออกฟื้น โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเทคโนโลยี และยานยนต์ไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรม
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ดัชนีชุดนี้สะท้อนผลของน้ำท่วมรอบนี้ต่อความรู้สึกของผู้บริโภคโดยตรง ภาพที่ได้คือกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง ทั้งที่การส่งออกโตแรง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคระดับ 52.1 ยังห่างจากระดับปกติที่ 100 มาก และดัชนีเฉลี่ยไตรมาสสามปี 2026 ที่ 52.4 ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาสของปี 2024 ที่อยู่ระหว่าง 56.5–63.2 ศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าการใช้จ่ายจะเริ่มฟื้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน และจะฟื้นชัดช่วงปลายปีหากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันกลับลงต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร และไม่มีน้ำท่วมเพิ่ม
สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ
- ปรับเป้ายอดขายในประเทศไตรมาสสี่ให้ระวังขึ้น โดยเฉพาะสินค้าราคาสูงอย่างรถยนต์ บ้าน และอุปกรณ์ที่ผ่อนชำระ ซึ่งดัชนีความเหมาะสมลดลงชัด
- วางแคมเปญให้ตรงจังหวะ ศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าการใช้จ่ายจะเริ่มเพิ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน ระบบขายออนไลน์ ระบบชำระเงิน และสต็อกควรพร้อมรับช่วงนั้น
- แยกแผนตามพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลางลดลงมากที่สุด ธุรกิจที่มีสาขาหรือลูกค้าในพื้นที่น้ำท่วมควรติดตามยอดขายรายพื้นที่และสภาพคล่องของคู่ค้า
- คุมต้นทุนพลังงานและขนส่ง ภาคธุรกิจระบุต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งเป็นความกังวลหลัก ควรทบทวนเส้นทางขนส่งและสัญญาที่ผูกกับราคาน้ำมัน
- ลงทุนไอทีแบบแบ่งเฟส เมื่อความเหมาะสมในการลงทุนของ SMEs อยู่ในระดับต่ำ โครงการที่จ่ายตามการใช้งานหรือแบ่งจ่ายเป็นช่วงจะช่วยรักษาเงินสด ติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่หมวดเศรษฐกิจ
คำถามที่พบบ่อย
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2026 อยู่ที่เท่าไร?
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2026 ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 อยู่ที่ 52.1 ลดจาก 53.2 ในเดือนสิงหาคม เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ดัชนีมีค่า 0–200 ค่าต่ำกว่า 100 หมายถึงผู้บริโภคมองว่าสถานการณ์ไม่ดีหรือจะแย่ลง
ทำไมความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2026 ลดลง?
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงเพราะผู้บริโภคกังวลน้ำท่วมที่กระทบหลายภาค และราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลขายปลีกที่ขึ้นเกิน 40 บาทต่อลิตร รวมถึงค่าครองชีพ ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง และเริ่มกังวลเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นเมื่อไร?
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่าผู้บริโภคจะยังระมัดระวังการใช้จ่ายในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2026 จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ฤดูท่องเที่ยว และราคาพืชผลที่สูงกว่าปีก่อน หากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันลดต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร และไม่มีน้ำท่วมเพิ่ม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคน่าจะฟื้นชัดเจนช่วงปลายปี
ภูมิภาคใดมีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำที่สุดในเดือนกันยายน 2026?
ภาคใต้มีดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำที่สุดที่ 48.9 ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลกับภาคกลางลดลงมากที่สุดภูมิภาคละ 1.3 จุด เหลือ 51.4 และ 51.2 ตามลำดับ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงที่สุดที่ 55.4 ทุกภูมิภาคลดลงจากเดือนสิงหาคม 2026
แหล่งอ้างอิง
- ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนกันยายน 2569 — ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่าย ประจำเดือนกันยายน 2569 — ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือนกันยายน 2569 (TCC Confidence Index) — หอการค้าไทย และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- ดัชนี ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ — ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ